พันเส้นทาง หมื่นวิถี (จบ)

    บทที่28 ความวุ่นวาย

            หลังจากนั้น ผู้เฒ่าเกา ผู้คุมโรงหลอม เขาก็ทำข้อตกลงกับหลางเทียน ให้เด็กหนุ่มตีลูกธนูเหล็ก ส่งมอบให้กับเขาในทุกทุกวัน หลางเทียนเพียงจับลูกธนูเหล็ก ราวกับแท่งหอกไม่นาน เขาก็สามารถมองเห็นโครงสร้าง ของมันจนทะลุปรุโปร่ง เพียงตีครั้งเดียวแต่เขาก็สามารถ ลอกเลียนแบบมันได้สำเร็จ อย่างง่ายดาย
     


            ผู้เฒ่าเกา ที่เห็นเช่นนั้นเขาคลี่ยิ้มยินดีขึ้นมาทันที เมื่อเทียบกับเหล่าศิษย์ไม่ได้ดั่งใจของเขา ที่อยากจะสร้างกระบี่ ระดับชั้นเลิศเสียมากกว่า สร้างลูกธนูเหล็ก เขาจึงยกหน้าที่นี้ ให้หลางเทียนเป็นคนจัดการ พร้อมกับบอกกล่าวเทคนิคต่างๆ ที่หลางเทียนยังไม่รู้ สั่งสอนเด็กหนุ่มอย่างไม่ปิดบัง


     

            หลางเทียนที่ฝึกตีเหล็กไปพลาง บางครั้งเขาถึงกับเอาหินแร่เหล็กสำริด ที่พอจะมีปราณพลัง ลองมาดูดซับไปพลาง เพื่อฝึกวิชาหลอมกลืนกิน บางครั้งหลางเทียนถึงกับเอา แร่เหล็กสำริดที่มีแก่นพลัง เข้าไปดูดซับภายในห้องพักรวม

     


            สุ่ยเยว่ที่เห็น นางยังส่ายหัวออกมา ครั้นเห็นการกระทำของหลางเทียน เอาแต่นั่งบนเตียงดูดซับ แร่เหล็กสำริดภายในฝ่ามือ ทว่านางก็ไม่คิดเข้าไปยุ่งก้าวก่าย การฝึกฝนของหลางเทียน

     


             ช่วงหนึ่งเดือนมานี่ หลางเทียนจึงเอาแต่ฝึกฝนวิชาหลอมกลืนกิน พร้อมกับตีลูกธนูเหล็ก ขึ้นมาซ้ำๆ ทำอยู่เช่นนั้น จนทำให้ประสบการณ์ความรู้ ของเขาเพิ่มพูนขึ้นมากอย่างรวดเร็ว

     


            หลางเทียนรู้ดีขั้นพลังของเขาช้ากว่าคนอื่นๆ เขาจึงอยากจะตามขั้นพลัง ของคนอื่นๆ ให้ทัน เขามีความมั่นใจว่าอีกไม่ช้า เขาจะสามารถเลื่อนขั้นพลัง หลอมรวมลมปราณได้สำเร็จ เนื่องด้วยเขาอยู่ขอบเขต5ดาวขั้นสุด ของขั้นเปิดชีพจรมาสักระยะหนึ่งแล้ว

     


            ...เมื่อครบกำหนดเวลาหนึ่งเดือน หลางเทียน ที่เข้าไปรับเงินยังหอแจกจ่าย 50อีแปะ พวกเขาจะได้รับเงินส่วนนี้ เทียบเท่าทหารยามเฝ้าเมือง หลางเทียนเดินเรียบ ออกไปยังเมืองชั้นนอก ที่เขาไม่ได้ออกมาภายนอกสักครั้ง

     


             ผู้คนให้ความเคารพตัวเขาไม่น้อย เมื่อเห็นอาภรณ์ที่เขาสวมใส่ ก่อนหลางเทียนจะมาหยุดอยู่บริเวณร้าน ขายของกิจการใหญ่ร้านหนึ่ง ของตรอกซอกซอยแห่งนี้ เมื่อเห็นสุ่ยเยว่ นางกลายเป็นเด็กส่งจดหมาย กำลังพูดคุยกับชายแก่อายุราวๆ 60ปี เจ้าของร้านอย่างออกรสออกชาติ

     


    ทว่าเมื่อสุ่ยเยว่ เห็นสายตาของหลางเทียน ใบหน้าเปื้อนยิ้มของนาง ก็พลันจางหายไป กลับมามีสีหน้าเคร่งขรึมบึ้งตึงทันที

     


            หลางเทียนที่เดินเข้าไป ภายในร้านเขาเอ่ยพูดสิ่งที่ต้องการออกมา “ท่านลุงข้าอยากซื้อ แก่นพลังบริสุทธิ์ ในราคา20อีแปะ กับผงแห่งการหยั่งรู้ระดับต่ำ 30อีแปะได้หรือไม่”

     


    ชายแก่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนไต่ถามหญิงสาว “แม่นางน้อยเจ้ารู้จัก เจ้าเด็กโอหัง ต่อราคาผู้นี้หรือไม่?”

     


    สุ่ยเยว่นางเบ้ปาก บอกปัดไม่รู้จักทันที ทำให้หลางเทียน ต้องกลั้นยิ้มที่มุมปากไว้

     


            ก่อนชายแก่ จะหยิบขวดหยก แก่นพลังบริสุทธิ์ ของสัตว์อสูรที่ยังไม่ได้สกัดให้หลางเทียน 3ขวด พร้อมกับผงแห่งการหยั่งรู้ 3ห่อ วางบนโต๊ะให้กับหลางเทียน

     


    “50อีแปะก็ได้เท่านี้แหละเจ้าหนู”

     


            หลางเทียน กำถุงเงินภายในมือไว้แน่น เมื่อเจอชายแก่เขี้ยวลากดิน ไม่ให้มากกว่านี้ ก่อนเขาจะวางถุงใส่เงินลงบนโต๊ะ ดังๆ แล้วกวาดสิ่งของใส่ถุงเก็บของ เดินออกจากร้านไปอย่างไม่พอใจ

     


            ครั้นหลางเทียน เห็นสุ่ยเยว่นั่งรอ บริเวณตรอกสะพาน น้ำไหลผ่านเอื่อยๆ เขาที่ว่าจะไม่อยากสนใจนางอยู่แล้วเชียว เขาต้องถอนลมหายใจออกมายาว เฮ้อ!! เมื่อเห็นสายตาเอาเรื่องของสุ่ยเยว่จ้องมองมา

     


             หลางเทียนก้าวเดินไปนั่งขอบสะพานไม้ ฝั่งตรงข้ามกับนางอย่างแช่มช้า สุ่ยเยว่นางคลี่ยิ้มบาง นึกว่าหลางเทียนจะไม่กล้ามาเผชิญหน้ากับนางเสียแล้ว ก่อนเด็กสาวจะกล่าวพูดขึ้น

     


    “ข้าได้ยินว่าเจ้าทำงานร้านตีเหล็ก เกรงว่าจะเป็นเรื่องจริงซินะ แต่ว่าทำไม เจ้าไม่มีกระบี่ติดตัวเล่า”

     


    หลางเทียนส่ายหัว กล่าวพูดแบบเขินๆ “แม้ข้าจะเป็นช่างตีเหล็ก แต่ไม่ได้หมายความว่าข้า จะใช้กระบี่เป็น นิ”

     


             สุ่ยเยว่กลั้วหัวเราะคลี่ยิ้มออกมากว้าง “อ่าๆ ก็จริงอย่างที่เจ้าว่า” ก่อนขณะเดียวกัน ที่นางจะเดินสืบฝีเท้าเดินจากไป หลังจากทักทายกันเสร็จสิ้น ทั้งนางทั้งหลางเทียน ต่างก็ได้ยินเสียงสัตว์อสูรคำราม ออกมาเสียงดังกู่ก้อง แถมพวกมันยังมีกัน อยู่หลายตัวเสียด้วย

     


            แม้แต่หลางเทียนที่ได้ยินเขา ยังสีหน้าจริงจังขึ้นมา เมื่อได้ยินเสียงคำรามที่น่าคร้ามเกรง ของสัตว์อสูรเหล่านั้น ก่อนพวกเขาจะแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน

     


             ...เพียงพริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน ของล้ำค่าที่หลางเทียนแลกเปลี่ยนซื้อขายมา ถูกเขาใช้ ไปกับการฝึกฝนจนหมดสิ้น เพื่อขัดเกลาวิชาหลอมกลืนกิน

     


             ช่วงสิ้นเดือนนั้นหลางเทียน เข้าไปยังห้องฝึกฝน ของเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ทำให้หลางเทียน เลื่อนขั้นพลังหลอมรวมลมปราณได้สำเร็จ ในอายุ11ปีเศษ หากจะเทียบกับอนุชนรุ่นเยาว์ปกติทั่วไปถือว่าช้า ทว่าหลางเทียนพึ่งจะฝึกฝน อย่างจริงจังยังไม่ถึง 2ปีเสียด้วยซ้ำ ถือว่ารวดเร็วไม่น้อย


     

            เจ้าคฤหาสน์เซียงหยางที่นั่งปิดขั้นพลัง เขายังแอบชำเลืองสายตามอง หลางเทียนออกมาอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะสืบฝีเท้า ออกจากการปิดขั้นพลัง เมื่อรับรู้ภายนอก เกิดความวุ่นวายบางอย่าง

     


    “หืม!! เกิดอะไรขึ้นภายนอกเช่นนั้นหรือ?” หมู่ชนที่ปิดขั้นพลังภายในห้องฝึกฝน ต่างก็ตามเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ออกไปดูเหตุการณ์ภายนอก