ทะลุไปในโลกนิยายพร้อมระบบเกมทำสวน

    ตอนที่ 28 รักษาตัว

    ตอนที่ 28 รักษาตัว


            ม่านฟ้าต้องนอนพักไปรักษาตัวระยะตลอดหนึ่งสัปดาห์ มีคนมาเยี่ยมเธอทุกวัน แทบวันละสามเวลา ตาพวงนำแกงจืดเต้าหู้หมูสับกับไข่เจียวมาให้เธอทานมื้อเที่ยง

    ตาพวงเห็นม่านฟ้ามีใบหน้าบอบช้ำ ตามแขนขาก็มีแผล ส่วนที่เจ็บหนักที่สุดคือช่วงท้อง

            ตาพวงปวดใจ ตัวเล็กแค่นี้เองโดนทำร้ายหนักขนาดนี้แต่เจ้าตัวกลับอมยิ้มให้ตนตลอด แม้จะร้องโอดโอยบ้างแต่ก็ไม่งอแงเหมือนเด็กคนอื่นๆ ม่านฟ้าอดทนอย่างมาก

            ความจริงม่านฟ้าไม่ปวดอะไรมาก เพราะเธอกินยาแก้ปวด แต่ตาพวงเป็นห่วงเกินไป

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ข้างเตียงม่านฟ้า หน้าหนึ่งมีข่าวของอรดีและฆาตรกรชายที่ทำร้ายม่านฟ้า ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านรู้หมดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นและเมื่อรู้ว่าม่านฟ้าถูกทำร้ายและเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล พวกเขาก็เอาของมาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย ในห้องของม่านฟ้าเต็มไปด้วยขนม ยาบำรุงร่างกาย และดอกไม้เยี่ยมไข้ 

            เมื่อวานพ่อค้าชาวต่างประเทศทั้งสิบคนก็มาเยี่ยมเธอเช่นกัน พวกเขามาพร้อมช่อดอกไม้และขนม ทั้งสิบคนไม่ได้เจอพระยาเดชาดำรงศักดิ์ นั่นทำให้พวกเขาโล่งใจไม่น้อย

            ม่านฟ้าแซวไปเล็กน้อย  “ที่มากันตอนนี้คือสืบมาแล้วใช่ไหมคะว่าตอนไหนที่ตาหนูไม่อยู่?”

            เฮนรี่พูดยิ้มๆ “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ แค่เป็นจังหวะพอดี พวกเราไม่เคยเจอท่านหรอกครับ แต่ชื่อเสียงของท่านค่อนข้างเป็นที่ประจักษ์ต่อเหล่าพ่อค้าอยู่มาก เพราะท่านเป็นคนเด็ดขาดและเข้มงวดมาก”

            ม่านฟ้าพยักหน้า “ถ้าทำถูกต้องก็ไม่ต้องกลัวนะคะ ท่านเป็นคนมีเหตุผล”

            กลับมาปัจจุบัน ตาของเธอกำลังอ่านเรื่องน้ำท่วมอยู่ พระยาเดชาดำรงศักดิ์เห็นหลานสาวจ้องที่หนังสือพิมพ์ เขาจึงถามเธอ

            “อยากอ่านรึ?”

            “ค่ะ หนูเบื่อ หนูอยากได้นิยายมาอ่านแก้เบื่อด้วย”

            “เดี๋ยวฉันจะให้สมยศไปเอามาให้” พูดจบเขาก็ออกไปโทรศัพท์ข้างนอกเพื่อโทรหาสมยศที่อยู่บ้านสวน ตาพวงกับสมยศสลับมาเฝ้าม่านฟ้า พวกเขาก็เลยต้องไปๆมาๆอยู่บ่อยครั้ง

            ม่านฟ้าอ้มยิ้ม ถึงท่านตาจะดุและเข้มงวดกับเธอต่อหน้าคนอื่น แต่กลับตามใจเธอแทบทุกอย่าง ช่างดีต่อใจและอบอุ่นหัวใจ∼

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์โทรเสร็จก็กลับมาอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ

            “ช่วงนี้น้ำท่วมในประเทศสยามเป็นอย่างไรบ้างคะ?”

            “ค่อนข้างหนัก อาหารแพงขึ้น ชาวบ้านค่อนข้างลำบาก”

            “น้าพายบอกว่า โชคดีที่จังหวัดสิงขรได้สร้างเขื่อนและชลประทานไว้แล้ว เลยไม่ต้องเจอสถานการณ์น้ำท่วมแบบนี้เหมือนจังหวัดอื่น”

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์พยักหน้า “เจ้าเมื่องสิงขรนับว่ารู้จักทำงานเพื่อราษฎร”

            ม่านฟ้าหัวเราะแห้งๆ นี่ตาของฉันพูดแขวะเจ้าเมืองจังหวัดอื่นอยู่ใช่ไหม 

            “หนูเป็นห่วงสวนหนูจังเลยค่ะ” ม่านฟ้าส่งตาละห้อยไปให้

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์เหลือบมองเล็กน้อย “นอนอยู่ที่นี่ดีๆ ห้ามซน”

            ม่านฟ้าทำหน้าเบื่อโลก ทำไมไม่มีอินเทอร์เน็ต ใครก็ได้คิดค้นมันขึ้นมาที!

            ตาพวงเงียบเลยแฮะ! เอาแต่สนใจทีวีนี่หว่า

            ละครและหนังภาพยนต์ของสยาม เรื่องราวส่วนใหญ่เกี่ยวกับความรัก ไม่ก็ตำนานความเชื่อเรื่องผีสาง สำหรับตอนนี้ เธอชอบเรื่องผีมากกว่าอีก ฉันน่าจะลองทำหนังเรื่องประมาณแฮรี่พ็อตเตอร์ดู เชื่อเถอะว่ามันต้องดังไปทั่วโลกแน่ๆ

            เธอน่าจะลองดูนะ! แต่ปัญหาคือเรื่องการตัดต่อและการใส่ซีจีนี่แหละ 

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์มองม่านฟ้าที่ทำหน้าคิดหนัก “เธอคิดอะไรอีกล่ะ?”

            “หนูคิดว่าละครบ้านเราน่าเบื่อจำเจเกินไป หนูอยากลองทำละครหรือหนังเองบ้าง หนูอยากสร้างหนังในตำนานเป็นที่จดจำเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์คิดในใจ เด็กคนนี้อยู่เฉยๆไม่เป็นรึไง คิดอยากทำโนนทำนี่ตลอดเวลา 

            “เรื่องของหนูที่คิดไว้ น่าสนุกกว่าหนังและละครในตอนนี้นะคะ มันไม่ให้ความรู้สึกลำไยด้วย”

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์ไม่เข้าใจกับคำศัพท์ของเด็กสาว

            “อะไรคือความรู้สึกลำไย?”

            “แปลว่า น่ารำคาญค่ะ”

            “จะบอกว่ารำคาญ ก็ใช้คำว่ารำคาญ ไยต้องใช้คำเล่นความหมายให้พิเรนทร์เยี่ยงนี้”

            “ท่านตาไม่เข้าใจวัยรุ่นอ่ะ”

            “…..” นี่เธอว่าฉันแก่เรอะ! นี่ถ้าไม่เห็นว่าเจ็บอยู่ ฉันคงโดนเขกหัวไปแล้ว

            ตาพวงได้แอบฟังบทสนทนาสองตาหลานไปมา เขาก็ขำจนท้องแข็ง ละครจบแล้วตาพวงจึงปิดโทรทัศน์แล้วถามม่านฟ้า

            “ไหนหนูลองเล่าเรื่องของหนูให้ตาฟังซิ ตาอยากรู้ว่ามันดีกว่าจริงไหม?”

            ม่านฟ้าที่กำลังเบื่อพอดี เธอเล่าเรื่องแฮรี่พ็อตเตอร์เป็นฉากๆ จนคนแก่สองคนฟังแล้วยังสนุกเลย

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์พยักหน้าหลังจากฟังภาคหนึ่งจบ

            “ความคิดนี้ไม่เลวเลย แต่ว่าคงจะทำยาก”

            “พูดแบบนี้ตาสนับสนุนให้หนูทำหนังเหรอคะ?”

            “ถ้าเธอมีเงิน ฉันก็ไม่ว่าอะไรเธอหรอก แต่การทำหนังไม่ง่ายเลย”

            “หนังภาพยนต์บ้านเราตอนนี้มีแต่ของต่างประเทศสินะคะ?" ต้องลองปรับๆดู บางทีอาจจะได้ 

            “ใช่ๆ บ้านเราก็มีตามที่เห็นเป็นแนวซ้ำๆ ของพวกฝรั่งทำดีมีความคิดแปลกใหม่”

            “บางทีเพราะเงินไม่หนักพอนะคะ ถึงได้ทำออกมาแบบเขาไม่ได้”

            แฮรี่ พ็อตเตอร์แนวเวอร์ชั่นสยามเชียวนะ คิดแล้วก็น่าสนุก เธอได้กลิ่นเงินโชยมา∼

            “อยากทำ ก็ไปเมืองหลวงสยามกับฉัน”

            ม่านฟ้าโห่ร้อง “สองปีไงคะ ท่านตาเจ้าขา ท่านอย่าลืมสิคะ!” 

            เอาเรื่องนี้มาล่อให้เธอไปเมืองหลวงสยาม เหอะๆ ท่านตาเจ้าคะ มันไม่ได้ผลหรอกค่ะ

            “ตอนนี้หนูม่าน ยังต้องทำฟาร์มหมูแล้วยังมีโรงงานแปรรูปอีกนะ ถ้าทำหนังอีก มันจะไม่ไหวเอานะ” ตาพวงพูดอย่างเป็นห่วงเธอ 

            “ก็จริงค่ะ เฮ้อ…คงต้องรออีกหลายปี เมื่อหนูมีเงินพอ หนูจะลงทุน อยากได้คนมาร่วมลงทุนจัง”

            ม่านฟ้าทำตาปริบๆใส่พระยาเดชาดำรงศักดิ์ “เฮอะ! ไม่ต้องมามองฉัน ฉันไม่สนใจ”

            “โห… ท่านตาไม่คิดอยากให้หนังสยามเราไปดังทั่วโลกบ้างเหรอคะ หนังของหนูทำเงินได้แน่ๆ เชื่อหนูสิ”

            “เฮอะ! อย่าทำอะไรเกินตัวนัก คิดเรื่องปัจจุบันก่อนเถิดม่านฟ้า”

            “ปัจจุบันหนูคิดจะทำซอสมะเขือเทศและซอสพริกขายค่ะ” สองอย่างนี้เบาๆแล้วนะ

            “…” พระยาเดชาดำรงศักดิ์คิดว่า สิ่งที่ม่านฟ้าอยากทำมันไม่จบไม่สิ้นสีกที

            “ในหัวหนูคิดไปกี่อย่างแล้วเนี่ย แค่นี้ก็ทำไม่ไหวแล้วนะหนูม่าน” ตาพวงกุมขมับ หลานคนนี้ช่างคิดหลายอย่างจริงๆ ที่จริงแค่นี้ก็ใช้เงินกันไม่หมดอยู่แล้ว

            “โธ่! ตาพวงเงิน มันทั้งนั้นนะคะ อีกอย่างหนูทำไหวแน่นอน ก็แค่จ้างคนเพิ่ม” ม่านฟ้าพูดอย่างสบายๆ

            เธอพึ่งได้อัพเลเวลจนได้ร้านค้ามิติมา เธอต้องใช้มันสิ! เครื่องจักรก็ซื้อในมิติแล้วเอาไปวาง โรงงาน มันจะยากอะไร! โฮะๆ

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์ไม่รู้ว่าควรจะกล่าวอะไรจริงๆ หลานของเธอคิดถึงแต่เรื่องธุรกิจใหม่ๆตลอดเวลา

            “ตอนอยู่โรงเรียน หนูจะเขียนบทไปก่อน พร้อมเมื่อไหร่ค่อยสร้างหนังก็ยังไม่สาย หนูอายุยังน้อย หนูไม่รีบ โครงการหนูมีเยอะแยะ ระหว่างรอ ฮี่ๆ”

            “สมควรให้ความสำคัญกับการเรียนก่อน” พระยาเดชาดำรงศักดิ์พูดเสียงเข้ม

            “นอกจากหนูรวยแล้ว หนูยังฉลาดและช่างจดจำนะคะ” ม่านฟ้าพูดด้วยสีหน้าปกติ

            ตาพวงหัวเราะ “หนูม่าน คนเราต้องรู้จักถ่อมตนไว้บ้าง เดี๋ยวไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนนะ”

            “หนูดูน่าหมันไส้ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์มองหน้าเธอ “นี่ยังต้องถามอีกรึ?”

            เวลาผ่านไป สมยศนำหนังสือนิยายมาให้เธอและถามเธอว่า

            “เย็นนี้ หนูม่านฟ้าอยากทานอะไร เดี๋ยวผมจะไปซื้อมาให้”

            “ข้าวขาหมูค่ะ!”

            หลังจากนั้นมะเฟืองกับมะไฟก็มาเยี่ยมเธอ สองคนนี้มาเยี่ยมเธอทุกวันเป็นประจำ

            “เป็นไงบ้างม่าน ท้องเธอยังเจ็บไหม?” มะเฟืองถาม

            “ยังเขียวอยู่ แต่ไม่เจ็บมาก เพราะยาแก้ปวดน่ะ”

            มะไฟพูด “หายเร็วๆล่ะ ใกล้มีงานวัดแล้วนะ พวกเราจะได้ไปเที่ยวเล่นด้วยกัน”

            “ฉันอยากเล่นม้าหมุนล่ะ” มะเฟืองบอก

            “ยิงตุ๊กตาสิ สนุกกว่า” มะไฟทำท่าเล็งปืน

            สมเป็นเด็กน้อยจริงๆ

            มะเฟืองถามอย่างร่าเริง “เธอล่ะอยากทำอะไร?”

            “ทำอะไรขายดีไหม?”

            พอฉันตอบมะเฟืองกับมะไฟก็หน้างอ “ทำงานอีกแล้ว”

            “เราลงทุนกันสามคนเป็นไง ไม่อยากมีเงินเก็บรึไง?” ม่านฟ้ายักคิ้วถาม

            มะเฟืองกับมะไฟลังเล จะว่าไปอะไรที่ม่านฟ้าขาย ก็ขายดีหมดเลยนะ

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์ที่ได้ยินแบบนั้นก็มีอาการกระตุกที่มุมปาก ขนาดงานวัดยังไม่เว้น 

            “ขายเสร็จจะเล่นอะไรก็เล่น ขายของมันได้เงินนะ”

            มะเฟืองกับมะไฟสบตากัน

            “เอางั้นก็ได้ มีเงินเก็บไว้บ้างก็ดีแล้วเธอจะทำอะไรขายล่ะ?”

            “มีหลายอย่างเลยนะ ต้องเลือกของกินที่สามารถเดินไปและกินไปด้วยได้”

            ม่านฟ้านึกถึงเครปขึ้นมา

            ม่านฟ้าเรียกทั้งสองคนเข้ามาใกล้ๆแล้วซุบซิบกันไป ทั้งสองคนฟังแล้วก็รู้สึกตื่นเต้น ของส่วนใหญ่มาจากในมิติของเธอ แค่เอามันไปฝากที่บ้านของทั้งสองคนก็ได้แล้ว ขนมแปลกใหม่แถมฟังดูน่ากินมาก

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์ส่ายหัวให้กับเด็กซนทั้งสาม แค่เรื่องทำของกินขายในงานวัดมันต้องเป็นความลับขนาดนั้นเลยรึหรือว่าจะเป็นของกินแปลกใหม่

            มะไฟมีสีหน้าละโมบอย่างมาก

            “เรารวยแน่ๆ ฮ่าๆ”

            มะเฟืองก็ตื่นเต้นเช่นกัน “มันต้องอร่อยมากแน่ๆ”

     


    คล้ายกับเรื่องทะลุไปในโลกนิยายพร้อมระบบเกมทำสวน ที่คุณอ่าน