“เ้าตื่นเถอะนะเราต้องออกเดินทางอีกไกล”
เสียงนุ่มกระซิบข้างหูปลุกคนขี้เซาที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงให้ลืมตาตื่นขึ้นมามองเขา
“ฟ้ายังมืดอยู่เลยนะ ถ้าคุณรีบก็ไปก่อนเลยฉันขอนอนต่ออีกสักนิดได้รึเปล่า”
เธอหลับตาลงอีกครา เหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งอาทิตย์วันนี้วันหยุดก็อยากจะพักผ่อนให้เต็มที่
“หึๆ ข้าให้เ้านอนพักอีกสักประเดี๋ยวหนึ่งก็ได้ ข้าจะออกไปเดินเที่ยวชมตลาดเช้าของชาวอาตูนก่อนก็แล้วกัน” เขาเอ่ยบอก แต่จู่ๆเธอลืมตาขึ้นมาพร้อมกับชันตัวลุกขึ้นนั่ง
“คุณจะไปเที่ยวตลาดเช้าเหรอ ฉันขอไปด้วยคนนะ”
มือบางจับต้นแขนของคนตัวใหญ่เขย่าอย่างลืมตัว แค่ได้ยินคำว่าเที่ยวจากที่ง่วงๆก็หายเป็ปลิดทิ้ง เขายิ้มพลางก้มมองสองแขนเรียวที่เกาะเกี่ยวเขาไว้แน่น สายตาเธอที่ทอดมองมาช่างเป็ประกายงดงามเหลือเกินซึ่งมันแตกต่างกับตอนเมื่อกี้ซะจริงๆ
"นะคะคุณอินทรี"
“คุณอินทรี? เ้าเรียกข้าว่าคุณอินทรีงั้นรึ”
“เอ่อ ก็ใช่ อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิคะ ก็ฉันไม่รู้จักชื่อของคุณนิหน่า ก็เลยตั้งชื่อให้ไม่เพราะเหรอ”
“เ้านี่ไม่เหมือนใครดีนะ กล้าหาญดีข้าชอบ ถ้าให้ข้าทายเ้าต้องไม่ใช่ชาวกันตังเป็แน่”
“ค่ะ ฉันเป็คนไทย”
“คนไทยงั้นรึ ก็ไม่แปลกที่เ้าจะไม่รู้จักข้า ข้าฮาติม แล้วเ้าล่ะชื่ออะไร”
“ริน ญาริน ฉันว่าเราไปเที่ยวตลาดกันเถอะ คุณรอฉันแป๊บหนึ่งนะคะขอล้างหน้าก่อน”
คนพึ่งตื่นกระวีกระวาดตักน้ำที่เย็นจัดลูบหน้าจัดการหยิบเอาใบไม้สากขึ้นมาสีฟันจนมันเกิดเป็ฟองคล้ายกับยาสีฟัน ครั้นตอนที่เธอมาที่นี่ครั้งแรกก็แปลกใจกับเื่นี้เหมือนกันแต่ทุกคนใช้กันแบบนี้จริงๆด้วยความที่อยู่บนูเาสูงเลยต้องพึ่งพาอาศัยธรรมชาติกับภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่ได้ถ่ายทอดมารุ่นสู่รุ่น
จริงสิ!! ป่านนี้ที่โรงเรียนจะเป็อย่างไงกันบ้างนะ ต้องเป็ห่วงเธอแน่ๆ เธอคิดหนักพลางเดินกลับมาหาเขา
“ฉันคงไปกับคุณไม่ได้แล้ว คงต้องรีบกลับไปที่โรงเรียนอาตูนทุกคนต้องเป็ห่วงฉันแน่ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอฉัน” เธอบอกด้วยสีหน้ากังวลเตรียมท่าจะก้าวออกไป
“เดี๋ยว! เ้าจะเดินไปรึไง สิบวันก็ไม่ถึงหรอกนะข้าจะบอกให้ เรามาไกลเกินกว่าจะกลับไปที่นั่นแล้ว”
“แต่ว่าฉันไม่อยากให้ทุกคนที่นั่นเดือดร้อนเพราะฉัน ยังไงก็ต้องกลับไปพวกเขาจะได้สบายใจว่าฉันปลอดภัยดี”
ความเด็ดเดี่ยวทำให้ดื้อดึงอยากจะทำตามสิ่งที่คิดโดยไม่ห่วงว่าตัวเองจะเกิดภยันตรายอะไรขึ้นบ้าง
“อย่ากังวลไปเลย ถ้าเ้าแค่้าอยากจะบอกคนทางนั้นว่าเ้าปลอดภัยดี ถ้างั้นก็เขียนสารส่งไปให้สิ”
สายตาคมเข้มหันมองหาเศษกระดาษแต่ไม่มีเลยสักแผ่น เหลือบไปเห็นผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยของเธอที่กำลังหยิบออกมาเตรียมจะเช็ดหน้าเขาเลยรีบคว้ามันมาแล้วเดินออกไปนอกกระโจมก่อนจะกลับเข้ามาพร้อมกับกิ่งไม้นำมายื่นส่งให้กับเธอ
“อะไรคะ” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เขียนสิเราจะได้เดินทางกันสักที”
อะไรนะเขาจะให้เธอเขียนลงไปในผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เนี่ยนะ แล้วยังไงจะร่ายมนต์สั่งให้กระแสลมแรงพัดพาเอาสารนี้ไปให้ถึงมือคุณครูลัยลางั้นเหรอ เธอแอบขำเอาเถอะเธอจะไม่เอ่ยถามก้มหน้าก้มตาใช้กิ่งไม้เขียนข้อความถึงเด็กๆกับคุณครูลัยลา ไม่น่าเชื่อว่ากิ่งไม้ธรรมดาๆพอเอาขีดเขียนมันจะกลายเป็สีออกมาคล้ายกับดินสอ ทันทีที่เขียนเสร็จก็ยื่นกลับไปให้เขาอย่างงุนงง
วิ้ดดดด วิ้ดดดดดดดดดด วิ้ดดดวิ้วววว!!!!
เสียงผิวปากเรียกความสนใจให้เธอรีบเดินตามเขาออกไปยืนอยู่ด้านหน้ากระโจม ทันใดนั้นเองนกอินทรีตัวใหญ่บินโฉบไปมาอยู่บนท้องฟ้า
"วิ้ดดดวิ้ววว!!!"
เ้านกอินทรีแสนรู้เห็นสัญญาณมือของเ้านายหนุ่มก็กางปีกบินลงมาเกาะแขนหนาที่อ้ารอรับอยู่ก่อนแล้ว
"อะรีนะข้าฝากสารฉบับนี้ไปส่งถึงโรงเรียนอาตูนหน่อยนะ เ้าฉลาดและว่างไวเสมอเลยจริงๆ"
เขาลูบหัวมันเบาๆก่อนจะเอาสารที่ม้วนไว้มาผูกเชือกติดกับขาของมันก่อนที่เ้านกั์แสนรู้จะบินขึ้นฟ้ากว้างโฉบบินวนไปมาก่อนจะบินหายไปยังทิศทางที่เ้านายหนุ่มสั่งให้มันไป
"โอ้โห้ มันน่าเหลือเชื่อมากเหมือนในละครเลยคุณ สารนั้นจะไปถึงจริงๆเหรอ นกนะคุณไม่ใช่บุรุษไปรณีย์"
"หึๆ เ้าอะรีนะตัวนั้นเก่งกว่าเยอะ วางใจเถอะ รู้มั๊ยว่าสมัยก่อนนี้แคว้นกันตังไม่ได้สะดวกสบายเหมือนอย่างตอนนี้ เดินทางก็ยากลำบากเวลาเกี้ยวสาวแต่ละทีก็ต้องส่งสารหากันแบบนี้ กว่าทั้งสองคนจะรักกันส่งสารหลายสิบฉบับเลยทีเดียว"
"น่ารักดีนะคะ ฉันว่ามันโรแมนติกสุดๆเลย"
"เ้าอยากจะได้สักฉบับมั๊ยล่ะ ข้าจะได้ให้เ้าอะรีนะมาส่งให้"
เขาสบตามองเธออย่างยิ้มๆก่อนจะหันหลังกลับเข้ากระโจมไป เดี๋ยวนะ!! ที่เขาพูดเมื่อกี้มันหมายความว่าไง
"แล้วทำไมฉันต้องเขินด้วยเนี่ย" มือบางลูบหน้าตัวเองแรงๆเพื่อเรียกให้สติกลับคืนมา
"หน้าของเ้าแดงมาก ไม่สบายหรือว่าเขินข้ากัน" เขาเดินยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
"บะ บ้า! ใครเขิน คุณอย่ามาพูดจาแบบนี้นะ"
"ที่ข้าพูดว่าจะให้เ้าอะรีนะส่งสารมาเกี้ยวเ้านั่นเหรอ หึๆ ข้าพูดจริงนะ"
เสียงนุ่มลึกกระซิบบอกข้างๆหูของเธอที่ยังคงยืนหน้าแดงแปร๊ดอยู่
"พูดอะไรของคุณเนี่ยมันไม่ตลกนะคะ"
"ข้าก็ไม่ได้อยากพูดให้เ้าขัน แต่ให้รู้ไว้อย่างเื่เกี้ยวสาวข้าจริงจังทันทีที่ได้เจอนาง คนที่ข้าอยากจะพาไปด้วยทุกที่ อย่างเช่นการเยี่ยมชมตลาดเล็กๆของชาวอาตูนก็ตาม" ทั้งสองสบตามองกัน
"เอ่อ ฉัน"
เธอพูดอะไรไม่ออกจริงๆรีบวิ่งกลับเข้ากระโจมไปหัวใจเธอจะวายตาย มือบางยกทาบที่อกข้างซ้ายทำไมมันถึงได้เต้นแรงแบบนี้นะ
"ใจเย็นๆนะริน เขาคงไม่ได้จะจีบเราจริงๆหรอก" พอเห็นว่าเขาก้าวเข้ามาเธอรีบแสร้งทำทีเป็พับผ้าห่มไปวางไว้ที่ปลายเตียง
"เ้าพร้อมแล้วใช่มั๊ย เราจะได้ออกเดินทางกันสักที"
"ค่ะ พะ พร้อมค่ะ"
เสียงหวานเอ่ยบอก พยายามแล้วจริงๆที่ไม่ให้เสียงสั่นแต่มันได้เท่านี้จริงๆ พอๆอย่าคิดฟุ้งซ่านไปไกลเลยเตรียมตัวไปเที่ยวดีกว่าเรา