‘ฉ...ฉันขอฝาก ตาตั้น ด้วยนะหมิว ฉันเอง...คงจะไม่ไหวแล้ว’
‘ได้ ฉันรับปาก จะดูแลตาตั้นอย่างดี หลับให้สบายเถอะนะไม่ต้องห่วงทางนี้’
‘ขอบใจ... ขอบใจมากนะหมิวฉันดีใจที่ได้เป็เพื่อนกับนาย’
‘แน่นอนสิ กรีน...’
‘อะไรเหรอ ?’
‘ฉัน... รักเธอนะ... รักมาตลอด’
‘อื้ม... ฉันรู้หมิว... ฉันรู้’
พูดจบร่างของหญิงสาวก็แน่นิ่งไป นี่คือถ้อยคำสุดท้ายที่ชายหนุ่มได้รับฟังจากปากของหญิงสาวที่เขาหลงรักมาตลอดทั้งชีวิต
หมิว มิลค์และกรีน คือชื่อของกลุ่มเพื่อนสนิทสามคนซึ่งประกอบไปด้วยชายสองหญิงหนึ่ง
ทั้งสามเป็เพื่อนกันมาั้แ่เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งมิลค์และกรีนได้คบเป็แฟนกัน เหลือเพียงแต่หมิว...คนเดียวเท่านั้น
สุดท้ายแล้วเมื่อเรียนจบ ทั้งมิลค์และกรีนก็แต่งงานมีบุตรชายที่น่ารักด้วยกันหนึ่งคนเหมือนจะเป็ครอบครัวที่มีความสุขและครบถ้วนสมบูรณ์ ถ้าหากไม่เกิดเหตุการณ์ร้าย ๆขึ้นมาเสียก่อน...
ในเช้าของวันที่ฝนตกกระหน่ำ
...รถยนต์ที่มิลค์ขับขณะออกไปทำงานเสียหลักพุ่งชนกับเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างแรง
แน่นอนว่ามิลค์ซึ่งเป็คนขับเสียชีวิตทันที จะเหลือก็แต่กรีนซึ่งเป็ภรรยา ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แต่สุดท้ายก็ไม่อาจฝืนโชคชะตายื้อชีวิตจากยมบาลได้
ก่อนจะเสียชีวิตกรีนได้ฝากบุตรชายเพียงคนเดียวไว้กับหมิว...ชายหนุ่มผู้เป็เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของหล่อนนั่นเอง
“อาหมิว ผมกลับมาแล้ว”
เสียงของตาตั้นดังขึ้น ร่างสูงสมส่วนถือกระเป๋านักเรียนเดินตัวปลิวเข้ามาในอู่ซ่อมรถมองเห็นร่างโปร่งของชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ที่หน้ากระโปรงรถเก๋งคันหรูของลูกค้า
“กลับมาแล้วเหรอ อาเตรียมกับข้าวไว้ให้แล้ว เปิดดูในตู้กับข้าวนะเอาไปอุ่นไมโครเวฟได้เลย”
เสียงของหมิวตอบออกไปตาตั้นเห็นว่าอาของตนไม่ได้ละความสนใจจากรถเก๋งคันดังกล่าวเลยเดินเข้าไปหา
“โอ้โหรถใครเนี่ย โคตรหรู รถลูกค้าเหรอ อย่างรวยอะ”
หมิวฟังแล้วก็หัวเราะเบา ๆ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากงานที่ทำอยู่แล้วส่งยิ้มให้ตาตั้นพลางตอบ
“รถลูกค้านั่นแหละ”
หมิวเป็ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าไม่สมกับอายุ เนื่องจากใบหน้าของเขาดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงมากแม้ว่าหมิวนั้นจะมีอายุราว ๆ สี่สิบปีแล้วก็ตาม แต่ใบหน้าดูอย่างไรก็ไม่เกินยี่สิบกว่าๆ เท่านั้น
ชายหนุ่มผู้ซึ่งมีผิวขาว รูปร่างโปร่ง ใบหน้าออกไปทางหวานแต่ก็ดูแกร่งตาสองชั้นหลบใน จมูกสวยได้รูป ผมซอยสั้นย้อมสีน้ำตาลเข้มตามสมัยนิยมแต่สิ่งที่ทำให้ใบหน้าของหมิวดูหวาน และอ่อนเยาว์มากที่สุดเห็นทีจะเป็ผมหน้าม้าสไลด์สไตล์โอปป้าเกาหลีที่ยาวปรกคิ้วนั่นเอง
หมิวเป็ผู้ชายที่ดูน่ารัก และสะอาดสะอ้านเรียกได้ว่าเคยเป็ที่หมายปองของสาว ๆ มากมาย โดยเฉพาะเมื่อสมัยก่อน แต่หมิว...กลับมีหัวใจรักให้ผู้หญิงเพียงคนเดียว ซึ่งนั่นก็คือกรีน มารดาของตาตั้น ผู้ซึ่งล่วงลับไปแล้วนั่นเอง
ก่อนเสียชีวิต กรีนได้ฝากบุตรชายสุดที่รักไว้กับเขาซึ่งแน่นอนว่าเขารักและเลี้ยงดูตาตั้นจนเติบใหญ่ด้วยความรักทั้งหมดที่มีปัจจุบันตาตั้นเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายส่วนหมิวนั้นเป็เ้าของอู่ซ่อมรถเล็ก ๆ มีลูกน้องเพียงไม่กี่คนแต่ก็สามารถดำเนินกิจการไปได้เรื่อย ๆ
“โหย รถแพงขนาดนี้แสดงว่าต้องรวยมากแน่ ๆ” ตาตั้นออกความคิดเห็น“ถ้ารวยขนาดนั้นทำไมถึงเอารถมาที่อู่อาหมิว ไม่ไปอู่ใหญ่ ๆ ดัง ๆ นะ”
หมิวฟังเด็กหนุ่มพูดแล้วอดหัวเราะออกมาเบา ๆ ไม่ได้ฟังดูเหมือนตาตั้นกำลังไม่แน่ใจในฝีมือของเขาอย่างนั้นแหละ
“ก็เพราะเ้าของรถเคยเป็ครูประจำชั้นของอาน่ะสิครับ เพราะฉะนั้น...หายสงสัยแล้วนะ”
“อ๋อ ๆ”
ตาตั้นว่าออกมาแค่นั้นก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
ถึงแม้เขาจะเป็เด็กกำพร้าเพราะบิดามารดาเสียชีวิตแต่เขาก็มีความสุขเพราะความรักความอบอุ่นที่ได้จาก ‘อาหมิว’
…คือคนที่มาทดแทนบุคคลที่ตาตั้นขาดหายไปในชีวิต
สิบหกปีที่อาหมิวเลี้ยงดูเขามา ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ชายหนุ่มจะตีเขาดุน่ะมีบ้าง แต่ไม่เคยตี ไม่เคยทำอะไรสักอย่างที่จะทำให้ตาตั้นเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีทำให้ตาตั้นพูดได้อย่างเต็มปากว่าเขา ‘รัก’ อาหมิวคนนี้มากเหลือเกิน
ชีวิตในแต่ละวันดูเหมือนจะผ่านไปอย่างปกติสุข จนกระทั่งวันหนึ่งซึ่งเป็วันหยุดยาวแน่นอนว่าอู่ซ่อมรถของหมิวปิดทำการแน่ ๆ เพราะฉะนั้นนี่เป็โอกาสดีที่สองอาหลานจะช่วยกันทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่
“เดี๋ยวผมขึ้นไปปัดกวาดห้องข้างบนเองนะ อาหมิวจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก”
ตาตั้นยิ้มเด็กหนุ่มถือไม้กวาดหยากไย่เพื่อเตรียมไปยังห้องบนชั้นสองและห้องใต้หลังคาโดยเฉพาะหมิวได้ฟังดังนั้นก็ชื่นใจ ตาตั้นคอยช่วยงาน แบ่งเบาภาระของเขาเสมอ
ใบหน้าติดหวานมองตามหลังเด็กหนุ่มพลางยิ้มกับตนเองแล้วพูดคำพูดที่เหมือนจะส่งไปถึงหญิงสาวที่อยู่บน์
“ลูกของเธอน่ารักมากนะกรีน” หมิวพูด “ตาตั้นเป็เด็กดีเธอควรจะภูมิใจได้เลย”
ร่างสูงสมส่วนเข้าไปจัดการทำความสะอาดห้องทุกห้องบนชั้นสองจนเรียบร้อยยกเว้นก็แต่ห้องของอาหมิว เป็ห้องสุดท้าย
เด็กหนุ่มเดินเข้าไป คิดว่าเขาควรจะรีบทำความสะอาดให้เสร็จ ๆจะได้ลงไปช่วยอาหมิวที่ส่วนของอู่ซ่อมรถด้านนอกอีก
แต่แล้วสายตาของตาตั้นก็เหลือบไปเห็นอัลบั้มรูปถ่ายอัลบั้มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างๆ เตียงนอนของผู้เป็อา ทีแรกตาตั้นกะจะไม่สนใจแต่ด้วยความอยากรู้เขาจึงเดินเข้าไปใกล้จนมองเห็นรูปถ่ายที่อยู่ในอัลบั้มนั้นได้ชัดเจน
สิ่งที่ตาตั้นเห็นคือรูปของอาหมิว...
ผู้หญิงที่อยู่ในรูปเห็นทีจะเป็มารดาของเขา และอีกคนหนึ่ง...
ผู้ชายสวมแว่นตาซึ่งกำลังใช้มือโอบรอบบ่าของมารดานั่นคือบิดาของเขาอย่างนั้นเหรอ ?
อาหมิวไม่ค่อยเล่าเื่บิดาของเขาให้ฟัง ไม่ว่าเขาจะถามสักเท่าไหร่ สิ่งที่อาเล่ามีเพียงแต่เื่มารดาแล้วก็มารดา...
ด้วยความสงสัย มือหนาจึงพลิกไปดูหน้าต่อไป
เขาพบกับรูปของชายหนุ่มคนดังกล่าวกับมารดาของเขาอีกแล้วแต่คราวนี้เหมือนตาตั้นจะได้เห็นอะไรชัดเจนมากยิ่งขึ้น
...รูปถ่ายของสองหนุ่มสาวที่มองสบตากันอย่างลึกซึ้ง มือเล็ก ๆของมารดาถูกจับอย่างอบอุ่นภายใต้มือใหญ่ของบิดารอยยิ้มอ่อนหวานปรากฏบนใบหน้าของคนทั้งคู่ ตาตั้นััได้ถึงความรักที่บิดาและมารดามีต่อกันมันแทบจะล้นออกมาจากรูปถ่าย
และแล้วหน้าต่อไปของอัลบั้มก็ทำให้ตาตั้นเบิกตากว้าง
การ์ดแต่งงานของบิดามารดาของเขานั่นเองแต่บริเวณชื่อของเ้าบ่าวนั้น...
‘กรีน ♥ หมิลค์ว’
ตาตั้นอ่านทวนอีกครั้ง กลายเป็ชื่อเ้าบ่าวถูกเปลี่ยนเป็ ‘หมิว’ ไม่ใช่ ‘มิลค์’ซึ่งเป็ชื่อของบิดาเขา...
เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกเอะใจ
อาหมิวมีเหตุผลอะไรถึงต้องขีดฆ่าชื่อของบิดาเขาออกด้วยเท่านั้นยังไม่พอ เมื่อตาตั้นเลื่อนสายตาลงมาเจอรูปบ่าวสาว
ใบหน้าของบิดาเขาถูกกากบาทด้วยปากกาสีน้ำเงินซ้ำหลาย ๆ ครั้ง...ราวกับคนที่ขีดกากบาทเป็คนที่เกลียดกันมาั้แ่ชาติปางก่อน !
มือหนานิ่งค้าง ตาตั้นในตอนนี้เริ่มสับสนกับสิ่งที่ตนได้มองเห็น
ความเข้าใจของเขามาตลอดสิบหกปีก็คืออาหมิวและบิดามารดาของเขาเป็เพื่อนที่สนิทกันมาก อาหมิวรักมารดาของเขา แต่กับบิดาของเขาล่ะ?!
ร่างสูงสมส่วนยังคงใจเย็น เปิดดูรูปถ่ายในอัลบั้มนั้นไปเรื่อย ๆรูปส่วนใหญ่ก็เป็รูปที่ถ่ายกันสามคนแต่มักจะมีรูปเดี่ยวของมารดาเขามากอยู่สักหน่อย
เปิดไปเปิดมา
กระดาษสมุดแผ่นหนึ่งเลื่อนออกมา ตาตั้นหยิบมันขึ้นอ่าน...
“กรีน หมิวขอโทษ
หมิวไม่คิดเลยว่าเื่มันจะเป็แบบนี้ แต่หมิวจะไม่ขอโทษไอ้มิลค์หรอกนะเพราะมัน... คนอย่างมันน่ะสมควรตายแล้ว ก็มันแย่งกรีนไปจากหมิวนี่ !”
...อะไรคือ ไม่คิดเลยว่าเื่มันจะเป็แบบนี้ !?
...อะไรคือ มันแย่งกรีนไปจากหมิว !?
สมองของตาตั้นเริ่มจะประมวลผลตามข้อความเ่าั้และแล้วความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในสมอง !
…เขาชักเริ่มสงสัยแล้วว่าเื่ราวระหว่างคนทั้งสามเป็อย่างไรกันแน่ทำไมเวลาถาม อาหมิวถึงไม่ยอมตอบ ไม่ยอมพูด
บางที... มันอาจจะมีอะไรมากกว่านี้ที่เขายังไม่รู้ !
ตาตั้นถืออัลบั้มรูปเดินมาหาหมิวด้วยใบหน้าตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เ้าของใบหน้าติดหวานเมื่อเห็นแล้วก็แปลกใจเพราะหลานชายของเขาไม่เคยมีท่าทีแบบนี้
“ตาตั้น เป็อะไรไปน่ะ ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเชียว”
ตาตั้นสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วพูด
“อาหมิว...”
“ว่า ? ไหน มีอะไร บอกให้อาฟังซิ”
“ผมเจอนี่” มือแกร่งยื่นอัลบั้มรูปให้คนตรงหน้า“มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่อาหมิว ?! ไอ้ที่อาเขียนเนี่ย !”
ชายหนุ่มยืนนิ่งค้าง ผู้าุโกว่าไม่ตอบและไม่แสดงอารมณ์ใด ๆออกทางสีหน้าเลย
ตาตั้นเริ่มมองออกแล้ว...
‘นี่อย่าบอกนะว่าอาหมิว...!?’
เด็กหนุ่มพยายามทำใจเย็นแต่มันก็ยากเต็มทนเพราะใจของเขาเหมือนถูกไฟสุมไปด้วยความอยากรู้
เขาร้อนรน... จนเผลอเข้าไปกระชากแขนของอาหมิวอย่างแรง !
“โอ้ย !”
เสียงนุ่มร้อง
หมิวมองมาทางเขาอย่างไม่เข้าใจ
“อาหมิว ผมขอถาม... นี่มันหมายความว่าอย่างไร !? ระหว่าง อา แม่แล้วก็พ่อของผม มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ !?”
“ตาตั้น...”
“ตอบมาสิครับ ! อาหมิว ! ว่าอย่างไรล่ะ”
ใบหน้าของตาตั้นแสดงความเกรี้ยวกราดออกไปอย่างมาก ทั้งน้ำเสียงกิริยาท่าทาง ล้วนเป็สิ่งที่เขาไม่เคยใช้กับอาหมิวเลยั้แ่เด็กจนโตแต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว เพราะสิ่งที่เขากำลังสงสัยมันมีเค้าว่าจะเป็เื่จริง !
“อาหมิวรู้ใช่ไหมว่าพ่อแม่ของผมตายอย่างไรกันแน่”
ตาตั้นมองอย่างคาดคั้น มือก็ยังไม่ยอมปล่อยข้อมือหมิวไปง่าย ๆ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขามีแต่ความรัก ความเคารพ และเทิดทูนอาหมิวสุดหัวใจไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งสิ่งที่เขาคิดมาโดยตลอดมันจะผิดถนัด เพราะอาหมิวอาจไม่ใช่คนดีอย่างที่เขาคิด...
“อา...”
“ว่าอย่างไรล่ะ ไหนจะการ์ดแต่งงาน ไหนจะข้อความในกระดาษนั่นอีกตกลงว่าอาหมิวเกลียดพ่อผมใช่ไหม อาหมิวคิดว่าพ่อของผมแย่งแม่ไปจากอาอย่างนั้นเหรอ”
“ตาตั้น...”
“มองตาผม แล้วตอบผมมา ตอบมาเดี๋ยวนี้ !”
“...”
“ทำไมไม่ตอบล่ะ พูดมาสิ !”
หมิวได้แต่เงียบ ใบหน้าติดหวานหมองเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัดตาตั้นเห็นร่างโปร่งสูดลมหายใจเข้าลึกแต่ก็ยังคงเงียบจนเขาเริ่มจะเป็คนที่หมดความอดทนเสียเอง
“ไม่เป็ไรครับ...” ผู้เป็หลานเอ่ย “ถ้าอาหมิวไม่ยอมพูดความจริงต่อไปนี้ผมจะไม่อยู่ที่นี่อีกต่อไป ! ผมจะไม่อยู่กับอาหมิวอีกแล้ว !”
เท่านั้นแหละเมื่อได้ฟัง ร่างโปร่งก็เบิกตากว้างเสียงนุ่มรีบะโออกมา
“ไม่ได้นะ ! อย่าทำอย่างนั้นตาตั้น ! อย่าไปจากที่นี่ !!”
“อย่างนั้นก็พูด... พูดความจริงออกมา”
มือแกร่งบีบข้อมือบางแน่นเข้าไปอีกจนหมิวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บร่างโปร่งเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่ม แววตาของหมิวเป็สิ่งที่ตาตั้นอ่านไม่ออกไม่รู้อาหมิวกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
มือบางดึงอัลบั้มรูปไปจากตาตั้น เปิดรูปในอัลบั้มผ่าน ๆ แล้วพูดออกมา
“ตาตั้น... อาขอโทษ... ขอโทษจริง ๆ”
เท่านั้นแหละตาตั้นมองเหตุการณ์ได้อย่างไม่ต้องคาดเดาอีกแล้ว ร่างสูงสมส่วนผลักหมิวอย่างแรงจนล้มลงไปกับพื้นพร้อมทั้งชี้หน้าด่าว่า
“อาหมิว ! อาหมิวทำแบบนี้ได้อย่างไร ที่พ่อแม่ผมตายส่วนหนึ่งเป็เพราะอาหมิวใช่ไหม อาหมิวทำใช่ไหม ?!”
“...”
เมื่อถูกบีบมาก ๆ หมิวก็จนด้วยคำพูด ชายหนุ่มได้แต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรออกมาอีก จนกระทั่งตาตั้นย่อกายลงมือข้างหนึ่งบีบกรามเขาอย่างแรงจนหมิวนิ่วหน้า ั์ตาคู่สวยแสดงความเ็ปออกมาสิ่งที่เจ็บที่สุดไม่ใช่ความเจ็บใด แต่เป็ความเจ็บทาง ‘ใจ’ นี่เอง !
...หัวใจของชายหนุ่มบีบรัดอย่างรุนแรงด้วยความเ็ปที่พูดออกมาไม่ได้แต่อธิบายได้...
มันคือความเ็ปอย่างรุนแรงเพราะเขามองเห็นแววตาซึ่งแสดงความเกลียดชังออกมาจากดวงตาของเด็กหนุ่มที่เขารักมาเกือบตลอดชีวิต!