“เจ้าจะทำอะไร” ตงฟางพยายามดิ้นให้หลุดจากไอพลังงานสีดำที่กำลังมัดร่างของเขาเอาไว้ในท่ายืน
“ข้าเพียงแค่จะให้เจ้าช่วยข้าออกไปจากสถานที่แห่งนี้เท่านั้น ข้าอยู่มานานเหลือเกินจึงได้เวลาแล้วที่ข้าจะกลับไป”
“แล้วทำไมต้องจับข้าด้วย”
“หึหึ เดิมทีข้าคิดเพียงจะให้เจ้าปลดปล่อยข้า แต่ทักษะของเจ้าส่วนมากเป็นทักษะมาร ข้าจึงอยากได้ร่างของเจ้าเพื่อที่ข้าจะได้หาทางเดินกลับสถานที่ที่ข้าจากมา”
ปึง~!
พลังจิตเลเวล 6 พุ่งเข้าไปจับก้อนหินสีดำ จากนั้นตงฟางก็พยายามทำให้มันเกิดความร้อนสูงที่สุดเพื่อทำลาย ทางฝั่งมารกลืนกินวิญญาณที่สัมผัสได้ถึงความร้อนมันก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความเดือดดาล เนื่องจากว่าหินสีดำที่กักขังมันไม่เคยได้รับความเสียหายมาก่อน ตอนนี้มันกลับกำลังร้อนจนยากที่จะอยู่ได้
“เอาสิ เรามาดูกันว่าแกจะยึดร่างฉันได้ก่อนหรือว่าฉันจะเผาแกได้ก่อน”
ตงฟางใช้พลังจิตเพิ่มความร้อนให้กับหินที่เหมือนจะเป็นแร่พิเศษจนมันค่อยๆเปล่งแสงสีแดงร้อนออกมา ทางฝั่งมารมันก็ไม่รอช้าปลดปล่อยไอพลังงานสีดำเข้ามายึดร่างของตงฟางเอาไว้ ต่างฝ่ายต่างปลดปล่อยพลังมากมายเท่าที่จะทำได้เพื่อฆ่ากัน
ตงฟางต้องการทำลายหินเพื่อย่างสดสิ่งที่อยู่ข้างใน อีกฝ่ายต้องการย้ายวิญญาณของมันเข้ามาอยู่ในร่างของตงฟาง ภายใต้พลังของทั้งสองที่พุ่งปะทะกัน ร่างของตงฟางก็เริ่มลอยขึ้นมาจากพื้นมุ่งหน้าเข้าไปใกล้หินทันทีหลังจากมารดึงร่างของเขาเข้าไปหา
“อร๊ากกก”
“แกต้องตาย ไอ้มารแก่”
ต่างฝ่ายต่างร้องตะโกนลั่น หินสีดำเริ่มมีควันพวยพุ่งออกมาอย่างกับเตาหลอม ร่างของตงฟางก็เริ่มถูกไอพลังงานสีดำเข้าปกคลุมจนมองไม่เห็นผิวหนังของเขา ดวงตาหนึ่งข้างที่เคยเป็นของเขามันก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นสีดำพร้อมกับมีความรู้สึกเหมือนกับว่าร่างครึ่งหนึ่งไม่ใช่ของเขาเอง
วูฟ~!
พลังงานสีดำโผล่ออกมาจากใต้พื้นดินพุ่งเข้าไปใต้ฝ่าเท้าของตงฟางซึมเข้าสู่ผิวหนังทะลวงเข้าไปในร่าง ไอพลังมารสีดำจำนวนมากที่อยู่รอบๆล้วนแล้วพุ่งเข้ามาในร่างของเขาจนตงฟางรู้สึกแสบร้อน ผิดจากตอนแรกที่รู้สึกดี มารกลืนกินวิญญาณที่ดูดกลืนพลังมารของมันที่ปลดปล่อยไปทั่วหุบเขาคืนมาแล้วส่งเข้าไปในร่างของตงฟางนี้ ต่างหัวเราะลั่นเพราะมันใกล้จะครอบครองร่างของตงฟางได้แล้ว ผิดจากตงฟางที่ต้องใช้เวลาอีกนานหากจะฆ่ามารกลืนกินวิญญาณ
“มอบร่างของเจ้ามาซะ ข้าสัญญาว่าจะทำให้ความปรารถนาของเจ้าเป็นจริงก่อน ถึงจะจากไป”
“หึหึหึ ยากหน่อยนะ ถ้าคิดว่าร่างของข้ามันยึดง่ายขนาดนั้น”
เส้นเลือดสีดำค่อยๆปรากฎบนร่างของตงฟางสร้างความรู้สึกตกใจให้กับมารไม่น้อย เมื่อจู่ๆพลังของมันที่ส่งเข้าไปยึดร่างของตงฟางกำลังถูกเส้นเลือดสีดำดูดกลืนพลังของมันเข้าไป จากเดิมมันกำลังจะยึดร่างของเขาได้ กลับกลายเป็นว่าเส้นเลือดสีดำเป็นฝ่ายดูดกลืนพลังมารของมันเข้าไปแทน จนดวงตาของตงฟางเปลี่ยนกลับมาเป็นเช่นเดิม ผิวหนัง กระดูก ทุกๆอย่างที่ถูกพลังงานมารแทรกซึมเข้าไป ล้วนถูกเส้นเลือดสีดำของเขาดูดกลืนจนร่างของตงฟางค่อยๆกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
“แกตาย”
“ไม่ ไม่จริง เจ้าทำไมถึงมีสายเลือดนี้ได้ เจ้าเป็นใคร เจ้าเป็นใคร~!”
ตงฟางกำลังจะเร่งพลังจิตเผาทำลายก้อนหิน คำพูดของมารกลับทำให้เขาย่นคิ้วเพราะมันกำลังพูดถึงสายเลือดที่แม่มอบให้มา
“แกรู้จักสายเลือดนี้”
“ข้ารู้จัก ข้ารู้จักดี ข้ายอมแล้ว ข้ายอมท่านทุกอย่าง ปล่อยข้าไป ข้าจะรับใช้ท่านจนกว่าข้าจะตาย” น้ำเสียงหวาดกลัวส่งออกมาจากมาร เดิมเต็มไปด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ตอนนี้มันกลับเป็นฝ่ายหวาดกลัวต่อสายเลือดของเขา
“บอกมาซะ เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับสายเลือดนี้” ตงฟางตะคอกทำให้มันยอมบอก ซึ่งมันก็รีบถอนพลังมารออกจากร่างของเขาไม่คิดเข้ายึดครอง
“นายท่าน ข้ายอมแล้ว!”
“ข้าถามเจ้าได้ยินไหม บอกมาเจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับสายเลือดนี้”
“นายท่าน สายเลือดนี้ สายเลือดนี้เป็นสายเลือดของผู้ปกครอง”
“อะไรคือผู้ปกครอง” ตงฟางพยายามบอกให้มันตอบคำถามเขา แต่มันกลับสั่นกลัวจนแทบไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดได้ เขาจึงเร่งพลังจิตเพิ่มความร้อนของหินขึ้นไปอีกจนมันร้องตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดปนหวาดกลัว
“นายท่าน ข้อยอมแล้ว ข้ายอมท่านแล้ว สายเลือดของท่านเป็นสายเลือดมังกรมารบรรพกาล มารที่อยู่เหนือมารทั้งปวง”
“คนที่มีสายเลือดนี้มีอยู่เยอะไหม” ตงฟางอยากรู้มาก เขาอยากรู้ถึงเบื้องหลังของแม่ตัวเอง
“ไม่ ไม่ นายท่าน คนที่มีสายเลือดนี้มีไม่เยอะ สายเลือดนี้เป็นสายเลือดพิเศษ”
“พิเศษยังไง”
“มันเป็นสายเลือดที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากๆ ต่อให้ตระกูลของท่านจะมีคนเป็นแสน จะมีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้นที่ได้ครอบครองสายเลือดนี้”
“หมายความว่ายังไง”
“คนแรกที่ได้ครอบครองจะเป็นผู้นำตระกูล คนที่สองที่ได้ครอบครองเขาจะกลายเป็นผู้นำตระกูลรุ่นถัดไป หากใครคนใดคนหนึ่งยังไม่ตาย สายเลือดนี้จะไม่สืบทอด จนกว่าจะมีใครตาย”
“หมายความว่าจะมีสายเลือดนี้ได้เพียงแค่ 2 หากอยากให้มีสายเลือดนี้เกิดขึ้นอีก จะต้องมีผู้ครอบครองตาย”
“ชะ..ใช่แล้วนายท่าน”
“แล้วเจ้ารู้จักใคร ทำไมถึงเรียกข้าว่านายท่าน”
“นายท่าน ข้า ข้าอยู่มาหลายพันปี คนที่ข้ารู้จักเขาเป็นผู้ที่ผนึกข้าไว้ ข้าจำเขาได้ดี เขาถือดาบใหญ่ ไอพลังมารรอบๆตัวของเขามากจนข้าก็ไม่กล้าเข้าใกล้”
“ทำไมเจ้าถึงถูกขังเอาไว้”
“ข้าไม่รู้ แต่ข้าคิดมาตลอดว่าเผ่าพันธ์ุของข้า อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ข้าถูกขัง”
“เผ่าพันธ์ุของเจ้า เผ่าพันธ์ุอสุราอย่างนั้นเหรอ แล้วทำไมเขาจึงต้องขังเจ้าเพียงเพราะเผ่าพันธ์ุ”
ตงฟางถอนหายใจออกมา เขานึกว่ามารตรงหน้าจะรู้จักแม่ตัวเอง มันกลับรู้จักบรรพบุรุษของเขาเมื่อหลายพันปีก่อน
“เดิมทีเผ่าพันธ์ุของข้าจะอยู่ในอีกดินแดนหนึ่ง ที่แยกตัวออกไปจากดินแดนแห่งนี้ โดยพวกข้ามีกฎห้ามเดินทางมายังดินแดนนี้เด็ดขาด การที่พวกเราจะเดินทางมาได้จำเป็นต้องมีพันธะสัญญากับคนภายในดินแดนนี้ แต่พวกเราแหกกฎ จึงทำให้พวกข้าถูกจองจำ”
“แล้วพวกเจ้าเดินทางมาทำอะไร”
“มาหาพลัง สำหรับคนอื่นข้าขอไม่พูดถึง ส่วนข้ามาเพื่อกินวิญญาณของผู้คนเพื่อเพิ่มพลัง”
“เอาล่ะ งั้นเจ้าพอจะรู้จักตระกูลของชายที่ขังพวกเจ้าเอาไว้ไหม”
“ไม่ ข้าไม่รู้จักคนในตระกูลของเขาเลย ข้ารู้เพียงแค่ว่าเขามีสายเลือดมังกรมารบรรพกาล”
“งั้นสินะ นี่เจ้าก็ใช้พลังมารได้ ข้าอยากจะถามอะไรเจ้าหน่อยได้ไหม”
“นายท่าน ถามข้ามาได้เลย ข้าจะตอบท่านทุกอย่าง แต่นายท่านได้โปรด ข้าอยากจะขอบางอย่างกับท่านได้หรือไม่ ข้าขอใช้พันธะสาบานว่าจะไม่ทำอะไรท่านและคนรอบตัวท่าน ข้าอยากกลับดินแดนของข้า”
“ข้าช่วยอะไรเจ้าไม่ได้”
“นายท่าน เลือดของท่านช่วยปลดปล่อยข้าได้”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะถามเจ้าก่อน แล้วเราค่อยมาทำข้อตกลงกัน” ตงฟางพยายามคิดหาสิ่งที่เขาจะได้จากมาร การที่มันอยู่มานานจะต้องรู้อะไรอีกมากมายแน่นอน เขาจึงจะล้วงความลับของมัน
“เจ้ารู้จักวิธีการทำให้สายเลือดเข้มข้นขึ้นไหม”
“นายท่านต้องการทำให้สายเลือดเข้มข้นขึ้นสินะ ข้าช่วยท่านได้ แต่ไม่สามารถช่วยทำให้มันเข้มข้นได้เหมือนคนที่ขังข้าไว้”
“งั้นเหรอ แล้วมันยากไหม”
“ยากมากๆเลยนายท่าน หากข้าช่วยท่านวิญญาณของข้าจะถูกส่งกลับดินแดนของข้าในทันที”
“งั้นข้าถามเจ้าก่อนว่าเจ้าอยากทำอะไรในดินแดนนี้ไหม”
“ท่านหมายถึง”
“เจ้าอยากจะกลืนกินวิญญาณอยู่อีกไหม”
“ไม่แล้วนายท่าน” มารตอบออกมาอย่างรวดเร็ว มันกลัวเป็นอย่างมาก กลัวที่จะถูกขังอีกครั้ง
“งั้นข้ามีทางให้เจ้าเลือก 2 เส้นทาง หนึ่ง ทำให้เลือดของข้าเข้มข้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สอง ใช้พลังของเจ้าช่วยข้า 1 ครั้ง ข้าไม่รู้ว่าข้าจะให้เจ้าช่วยตอนไหน เอาล่ะ เจ้าเลือกได้ แล้วข้าจะปลดปล่อยเจ้าไป”
มารเงียบเสียงพลางนำข้อเสนอของตงฟางไปคิด จากนั้นมันก็รีบตอบด้วยการยกข้อเสนอของตงฟางมาพูดเป็นข้อๆ เพื่อบอกความจริงกับเขา
“นายท่าน ข้าเลือกข้อแรก เนื่องจากว่าข้าไม่มีร่างจริงแล้ว ข้าไม่สามารถช่วยท่านในเรื่องอื่นได้เลย หากท่านตกอยู่ในอันตรายการเรียกข้าไปท่านไม่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาชนะได้เพราะข้าไม่มีร่าง”
“งั้นเหรอ เจ้าเลือกเส้นทางแรกสินะ”
“นายท่านจะให้ข้าทำตอนไหน”
“หืม” ตงฟางย่นคิ้วเล็กน้อย เขาคิดจะทำสัญญากับมารเพื่อให้มันไม่หนีเขาไปไหน เขาจะปลดค่ายกลออกก่อน แล้วค่อยให้มันเพิ่มความเข้มข้นทางสายเลือด มันกลับพูดเหมือนกับว่าสามารถทำให้ได้ในตอนนี้เขาจึงถาม
“เจ้าบอกว่าจะสลายหายไปหากใช้พลังกับตัวของข้า”
“เป็นเช่นนั้น แต่ค่ายกลที่กักขังข้าเอาไว้ไม่ยอมให้ข้าสลายหายไป ต่อให้วิญญาณข้าจะกลายเป็นกลุ่มก้อนพลังงานถูกส่งกลับดินแดนของข้า ค่ายกลยังคงขังข้าเอาไว้เช่นเดิม ข้าจึงสามารถตอบคำถามท่านได้ หากค่ายกลยังอยู่”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็เพิ่มความเข้มข้นให้กับข้าเลย แล้วข้าจะช่วยเจ้าออกไป”
เป็นโอกาสดีที่ตงฟางจะขอรางวัลก่อนทำงาน เขาจึงบอกให้มารเพิ่มความเข้มข้นทางสายเลือดให้กับเขา ทันใดนั้นตงฟางก็เริ่มมองจ้องไปยังหินสีดำ หลังจากมารผลักบางสิ่งบางอย่างมีลักษณะเป็นหยดน้ำสีดำเท่ากำปั้นออกมาจากหินที่กักขังมันเอาไว้
“นายท่าน นี่คือเลือดของข้า การจะทำให้สายเลือดของท่านแข็งแกร่งขึ้นท่านจำเป็นต้องได้รับเลือดมารบริสุทธิ์ ซึ่งข้าเป็นเผ่าพันธ์ุอสุรา เป็นมารตั้งแต่กำเนิด ข้าจึงจะขอมอบหยดเลือดทุกหยดที่ข้าเก็บเอาไว้ให้ท่านได้ใช้งานเพิ่มความเข้มข้นของสายเลือด”
“ หากข้าเดินทางไปหาเพื่อนของเจ้าอีก 8 ตนแล้วขอหยดเลือด ความเข้มข้นทางสายเลือดของข้าจะเพิ่มขึ้นได้อีกไหม”
“นายท่าน แม้ท่านจะได้เลือดจากพวกมัน หากพวกมันไม่ยอมรับท่าน ต่อให้ท่านจะดูดซับเลือดของพวกมันรวมไปถึงเปลี่ยนกระดูก สายเลือดของท่านก็ไม่สามารถเข้มข้นกว่านี้ได้ เพราะพวกมันไม่ยอม”
“แสดงว่าต้องทำให้พวกมันยอมสยบสินะ”
“ใช่แล้วนายท่าน ข้าจะเริ่มแล้วนะ”
ตงฟางหลับตาปล่อยให้ตัวเองลอยกลางอากาศ มารจึงบังคับเลือดของมันให้ลอยเข้าไปใกล้หน้าอกของตงฟาง ก่อนจะบังคับเลือดให้ค่อยๆซึมเข้าสู่ผิวหนัง ตงฟางที่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกแสบร้อนเหมือนกับมีกรดความเข้มข้นสูงพยายามละลายกลางหน้าอกจึงกัดฟัน ทนต่อการหลอมรวมที่กำลังเกิดขึ้น
“นายท่าน ทักษะมารของท่านช่วยเพิ่มความเร็วในการดูดซับมันได้”
“อือ”
ตงฟางเปิดใช้งานทักษะวิญญาณโลหิตผันแปรทำให้เลือดที่รวมตัวกลางหน้าอกค่อยๆกระจายไปทั่วร่าง ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือด ผิวหนัง กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ล้วนถูกเลือดของมารซึมเข้าไป ตงฟางที่รับรู้ได้ถึงเลือดที่อันตรายกว่าเลือดปีศาจที่เคยดูดซับ เขาจึงพยายามอดกลั้นปล่อยให้ร่างกายของเขาหลอมรวมกับเลือดที่กำลังเข้าไปกัดกินส่วนต่างๆแล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่
กร็อก ฉั๊วะ ฟู่ว~!
เสียงทำลายกระดูกและเนื้อหนังดังขึ้นมาจากภายในร่างกาย สร้างความเจ็บปวดให้ตงฟางมากมายจนเขาต้องร้องตะโกนออกมาหลังจากไม่สามารถอดกลั้นได้
อร๊ากกกก