เหมยกุ้ยออกมาจากห้อง เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอสถที่ทำให้เขากลับกลายเป็นสาวสวยได้อีกครั้งตลอดทางจนถึงห้องพักของเหมยกุ้ย นางเดินไปยิ้มไปอย่างมีความสุข
ไม่นานนักองค์หญิงฟางเซียนเดินทางมาถึงยังสถานที่จัดงานเลี้ยงคุณชายใหญ่และเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายที่อยู่ภายในงานรีบเดินมาต้อนรับองค์หญิงฟางเซียนในทันที
“เชิญองค์หญิงทางด้านนี้พวกเราได้จัดเตรียมที่นั่งไว้ให้องค์หญิงเรียบร้อยแล้ว”
“ขอบใจพวกท่านมาก”องค์หญิงฟางเซียนเอ่ยพร้อมกับยิ้มก่อนจะเดินไปนั่งยังที่ที่พวกเขาจัดเตรียมเอาไว้ให้ เมื่อองค์หญิงมองไปยังที่นั่งที่จัดเตรียมเอาไว้ให้เขาพบว่าที่นั่งของเขานั้นนั่งใกล้ ๆ กับบุตรชายของเจ้าเมืองสุ่ยและยังมีอีกที่นั่งหนึ่งที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ใกล้ ๆกับที่นั่งของเขาอีกที่หนึ่งด้วย
“เอ๋ที่นั่งตรงนี้เป็นของใครกัน?” องค์หญิงฟางเซียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ที่นั่งตรงนั้นเป็นของปรมาจารย์นักหลอมโอสถที่หลอมโอสถระดับแปดที่องค์หญิงประมูลไปได้ท่านผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงได้เชิญเขามางานเลี้ยงในครั้งนี้ด้วยนับเป็นโชคดีของพวกเราเป็นอย่างยิ่งที่ได้นั่งร่วมโต๊ะเดียวกับปรมาจารย์นักหลอมโอสถระดับนี้”ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
“ปรมาจารย์นักหลอมโอสถท่านนั้นมาด้วยเช่นนั้นหรือ?แล้วเขาอายุเท่าไหร่แล้วถึงได้หลอมโอสถระดับแปดออกมาได้”
“ข้าคิดว่าคงจะอายุไม่ต่ำกว่าหกสิบปีอย่างแน่นอน”คุณชายตง บุตรชายของเจ้าเมืองสุ่ยเอ่ยขึ้นมา
“ข้าเองก็อยากจะเชิญเขาไปที่พระราชวังเพื่อพบกับพระบิดาของข้าสักครั้งนี่นับเป็นโอกาสที่ดีจริง ๆ”
“ข้าเองก็อยากให้เขาไปที่เมืองสุ่ยเพื่อพบปะกับบิดาข้าสักครั้งหากปรมาจารย์ท่านนี้ยอมไปเยี่ยมที่ตำหนักเมืองสุยสักครั้งก็นับว่าเป็นเกียรติสำหรับเมืองสุ่ยอย่างยิ่ง พวกท่านอาวุโสทั้งหลายที่อยู่ตรงนี้ พวกท่านนับว่าโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่ปรมาจารย์ท่านนี้ติดต่อและสนิทกับผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงการประมูลในคราวนี้คงทำให้โรงประมูลเมืองสุ่ยของพวกเรามีชื่อเสียงไปทั่วทั้งอาณาจักรเจิ้นสุ่ยอย่างแน่นอน โชคดีที่ข้าและองค์หญิงสามารถประมูลโอสถระดับแปดทั้งหมดมาได้ หากให้คนจากอาณาจักรอื่นประมูลพวกมันไปได้นับว่าอาณาจักรของพวกเราสูญเสียเป็นอย่างมาก”
“จริงดังที่คุณชายตงพูดหากคนของที่อื่นประมูลไปได้ พวกเรานับว่าสูญเสียเป็นอย่างมากจริง ๆ”
“เอ๋แล้วทำไมจนถึงตอนนี้ท่านปรมาจารย์ถึงได้ไม่มาสักทีตอนนี้ก็ถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยงแล้ว อีกทั้งผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงและเหมยกุ้ยเองก็ยังไม่มาเช่นกัน”
“สักครู่คงจะมาผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงและเหมยกุ้ยทั้งสองคนต้องเคลียบัญชีทั้งหมดให้เสร็จก่อนอาจจะมาช้าไปสักหน่อย องค์หญิงและคุณชายพวกท่านทั้งสองทานอะไรรอไปก่อนได้เลยคิดว่าอีกไม่นานคงจะออกมากัน”
“ท่านปู่ท่านเดินเร็วๆ หน่อยสิ ทำตัวเหมือนคนแก่ไปได้”
“เจ้านี่นะจะรีบไปไหนกันเชียว ดูสิอายุสามสิบกว่าแล้วยังทำตัวเหมือนเด็ก ๆอยู่ได้”
“ท่านปู่ท่านพูดให้ดีนะดูหน้าของข้าก่อน ตอนนี้ข้าเหมือนอายุยี่สิบปีเท่านั้นท่านปู่เองก็เหมือนกันใบหน้าของท่านอายุไม่ต่างจากข้ามากสักเท่าไหร่หรอก”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ข้าละอยากจะเห็นหน้าเจ้าพวกนั้นจริง ๆว่าหากพวกเขาเห็นพวกเราในสภาพนี้พวกเขาจะว่ายังไง”
ไม่นานสองปู่หลานก็มาถึงยังสถานที่จัดงานเลี้ยง
“พวกเจ้าทั้งสองคนเป็นใครกันมีบัตรเชิญหรือไม่ หากไม่มีก็เชิญออกไปข้าไม่อยากจะพูดมาก” ผู้อาวุโสสามของโรงประมูลเมืองสุ่ยเอ่ยขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นทั้งสองคน
“ท่านผู้อาวุโสสามท่านจำพวกเราไม่ได้จริง ๆ เช่นนั้นหรือ?”
“พวกเจ้าเป็นใครข้าไม่รู้จัก อย่าได้มาพูดเหมือนกับสนิทสนมกับข้าเลย พวกเจ้าคงเป็นพวกที่เห็นคนใหญ่คนโตมาแล้วอยากจะรู้จักเหมือนเจ้าหนุ่มคนก่อนหน้านี้พวกเจ้ารู้ไหมวันนี้มีคนสำคัญที่พวกเรารออยู่ตอนนี้คุณชายใหญ่บุตรชายเจ้าเมืองสุ่ยและองค์หญิงเล็กก็นั่งอยู่ที่นี่พวกเราล้วนรอต้อนรับปรมาจารย์นักหลอมโอสถอยู่ เจ้าอย่าได้มารบกวนงานเลี้ยงในครั้งนี้”
“เจ้าสามนี่เจ้ากล้าไล่แขกกลับเช่นนั้นหรือ?”
“เจ้าหนุ่มกล้าพูดสามหาวแบบนี้กับข้าเช่นนั้นหรือเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นถึงผู้อาวุโสสามของโรงประมูลเมืองสุ่ยแห่งนี้สวะเช่นพวกเจ้ากล้าเข้ามาในงานเลี้ยงเช่นนี้ข้าอยากรู้นักว่าใครเป็นคนเชิญพวกเจ้ามากัน”
“ข้าเหมยลู่ปิงและหลานสาวข้าเหมยกุ้ยจำเป็นต้องขออนุญาตใครก่อนเข้ามาด้วยเช่นนั้นหรือ?”ผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงยกป้ายประจำตัวของเขาขึ้นมาโชว์ให้ทุกคนได้เห็นเมื่อทุกคนเห็นป้ายประจำตัวของผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงต่างพากันตกตะลึง
“เจ้าเป็นไปไม่ได้ ทำไมเจ้ามีป้ายประจำตัวของผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงได้”
“ถามโง่ๆ ก็ข้าเหมยลู่ปิงตัวเป็น ๆ”
“ส่วนข้าน้อยก็หลานสาวของท่านปู่เหมยกุ้ยเจ้าค่ะพวกเราได้รับโอสถจากท่านปรมาจารย์เฟยหลงนักหลอมโอสถที่ท่านปู่เชิญมาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ทำให้พวกเรากลับมาอยู่ในสภาพหนุ่มสาวเช่นนี้ได้”
“พวกท่านว่าอะไรนะปรมาจารย์เฟยหลง ใช่เด็กหนุ่มอายุราว ๆ สิบแปดสิบเก้าปี สูงสง่า หน้าตาหล่อเหลา สวมชุดเสื้อผ้าปกติธรรมดา ๆหรือเปล่า?”องค์หญิงฟางเซียนเอ่ยถามขึ้นมาทันที
“องค์หญิงท่านพบเขาแล้วเช่นนั้นหรือ?”
“ใช่เราพบคนที่ซื่อเฟยหลงก่อนจะเข้ามาในงานเลี้ยงนี่ ระหว่างทางเขาฝากบอกลาท่านผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงด้วย”
“ทำไมท่านปรมาจารย์ถึงได้ไปกะทันหันเช่นนั้นด้วยเขารับปากจะมาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้กับพวกเราแล้วนี่ ข้ายังจัดที่พักให้เขาอย่างดีอีกทั้งยังส่งคนรับใช้ไปเชิญให้เขามาร่วมงานเลี้ยงแล้วด้วย คนรับใช้ของข้ายังกลับไปรายงานว่าท่านปรมาจารย์เฟยหลงมาถึงที่งานเลี้ยงแล้วอีกด้วย”
ผู้อาวุโสสามและคุณชายใหญ่พลันหน้าซีดทันทีพวกเขานึกถึงคนที่ไล่ออกไปจากงานเลี้ยงก่อนที่จะเริ่มงานก่อนหน้านี้ทันที
“องค์หญิงท่านปรมาจารย์อาจจะมีธุระรีบออกเดินทางก็เป็นได้”คุณชายใหญ่เอ่ยขึ้นมา
“ไม่หรอกคุณชายตงท่านปรมาจารย์ถูกตะเพิดไล่ออกจากงานเลี้ยง ข้าเจอเขาระหว่างทางที่มาท่านยังให้โอสถขวดหนึ่งกับข้าก่อนไปด้วยซ้ำ”องค์หญิงหยิบขวดโอสถที่ได้รับออกมาให้ผู้อาวุโส
“ใช่โอสถขวดแบบนี้เป็นของท่านปรมาจารย์เฟยหลงอย่างแน่นอน อีกทั้งโอสถที่ทำให้พวกเรากลับมาหนุ่มสาวได้อีกครั้งก็เป็นโอสถเม็ดสีขาวนวลอีกทั้งความบริสุทธิ์ของมันเต็มสิบส่วน”เหมยกุ้ยเอ่ย ก่อนที่องค์หญิงจะเทโอสถออกมาองค์หญิงพบว่าโอสถที่เขาได้รับขวดนั้นมีด้วยกันถึงสามเม็ด แต่ละเม็ดเป็นสีขาวนวลเมื่อองค์หญิงตรวจสอบความบริสุทธิ์ของโอสถ ทุกเม็ดล้วนมีคความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนอย่างที่เหมยกุ้ยเอ่ย
“ข้าอยากจะรู้นักว่าใครกันที่กล้าไล่ท่านปรมาจารย์ไปใครกันกล้าไล่แขกคนสำคัญของงานนี้ออกไป”ผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่โกรธเป็นอย่างมากทุกคนต่างมองไปทางผู้อาวุโสสามที่ตอนนี้ใบหน้าของเขาแทบจะไม่มีสีเลือดให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
“เป็นท่านผู้อาวุโสสามที่เป็นคนไล่เจ้าหนุ่มนั่นออกจากงานเลี้ยงเขาต้องการเอาใจคุณชายใหญ่ บุตรชายท่านเจ้าเมือง” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาทุกคนต่างหันไปมองยังเจ้าของเสียงนั้นในทันที
“เจ้าเป็นใครบังอาจกล้าพูดใส่ร้ายข้าเช่นนี้”คุณชายใหญ่บุตรชายของเจ้าเมืองสุ่ยตะคอกใส่ชายคนนั้นทันที
“พี่ใหญ่ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
“พอดีข้ากลับมาจากชายแดนผ่านมาที่เมืองสุ่ยแห่งนี้พอดี ข้าเห็นว่าโรงประมูลมีการประมูลในวันนี้พอดีข้าเลยเข้าร่วมประมูลวันนี้ด้วย เมื่อข้าไปเอาของที่ข้าประมูลได้ พบท่านผู้อาวุโสหกพอดีท่านเลยชวนข้ามาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ด้วย”
“จริงดังที่องค์ชายกล่าวข้าและองค์ชายเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นท่านปรมาจารย์เข้ามาในงานเลี้ยงเขาแทบไม่ได้พูดอธิบายอะไรเลยท่านผู้อาวุโสสามก็ไล่เขาออกไปแล้ว”
“ท่านผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงท่านรู้เหตุผลที่เขาไล่ท่านปรมาจารย์เฟยหลงไปหรือไม่?”
“ที่ข้าได้ยินคือคุณชายใหญ่ไม่พอใจที่ท่านปรมาจารย์เฟยหลงมีรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาอีกทั้งยังกลัวว่าน้องหญิงของข้าจะมีใจให้ท่านปรมาจารย์เฟยหลงหากข้าทราบว่าเด็กหนุ่มคนนั้นคือท่านปรมาจารย์เฟยหลงข้าคงไม่ยอมให้พวกเขาทำเช่นนี้หรอก”
“เจ้าสามองค์ชายใหญ่ เรื่องนี้พวกท่านไปแก้ตัวกับท่านเจ้าเมืองเอาเองข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดให้กับองค์กษัตริย์และท่านเจ้าเมืองทราบทุกอย่างที่พวกเจ้าทำลงไปงานเลี้ยงวันนี้เชิญพวกท่านทั้งสองคนกลับไปได้แล้วข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกท่านทั้งสองคน และโอสถที่คุณชายใหญ่ประมูลได้ในวันนี้รวมถึงของทั้งหมดที่ยังไม่ได้จ่ายเงินทางโรงประมูลของเราขอเรียกกลับคืนทั้งหมดและจะนำออกมาประมูลใหม่ในครั้งต่อไป”
คุณชายใหญ่พร้อมกับผู้ติดตามรวมถึงผู้อาวุโสสามต่างพากันเดินออกจากงานเลี้ยงไปแต่โดยดีพวกเขาไม่กล้าคิดว่าหากเรื่องนี้ถูกรายงานไปยังองค์กษัตริย์และเจ้าเมืองพวกเขาทั้งสองจะถูกลงโทษหนักเพียงใด
“ขอบคุณองค์ชายใหญ่ที่บอกความจริงให้พวกเราได้ทราบพวกเจ้ารีบไปตามหาท่านปรมาจารย์กลับมา”
“ท่านผู้อาวุโสไม่จำเป็นต้องตามแล้ว เขาออกไปจากที่นี่ราว ๆ ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ท่านพาคนออกไปตามหาก็คงไม่ทันแล้วอีกอย่างสถานที่ ที่เขาเดินทางไปคือเมืองหลวงอาณาจักรเจิ้นสุ่ย ข้าคิดว่าคนของพวกท่านคงติดตามท่านปรมาจารย์ไม่ทันหรอกคนระดับนั้นท่านคิดว่าเขาจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางหรือ?” องค์หญิงฟางเซียนเอ่ย
“น่าเสียดายน่าเสียดายจริง ๆ แค่คนโง่ไม่กี่คนกลับทำให้ทุกคนพลาดโอกาสข้าต้องขออภัยทุกท่านในที่นี้ด้วย” ผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงเอ่ย
“ไม่ใช่ความผิดของท่านหรอกท่านผู้อาวุโส เป็นพวกเราต่างหากที่อยู่ในเหตุการณ์แต่กลับไม่ห้ามปรามผู้อาวุโสสามเป็นเพราะพวกเราไม่มีความกล้าพอที่จะคัดค้านผู้อาวุโสสามเองต่างหาก หากไม่แล้วตอนนี้ทุกคนคงจะได้รับผลประโยชน์กันถ้วนหน้าแล้ว”