“ นี่เกิดอะไรขึ้น พวกนายมองฉันทำไม” เจ้าอ้วนตื่นขึ้นมาเห็นเพื่อนๆ มองมาที่ตนเพียงคนเดียว
“ ก็นายนอนฝันเลื้อยไปมาตั้งเกือบ 2 ชั่วโมงใครปลุกก็ไม่ตื่น จนลูกพี่เข้าไปปลุกนายในฝันนายรู้เรื่องบ้างไหม” เจ้าผอมเล่าให้ฟัง
“ ใช่ฉันกำลังฝันดีแลย แต่ว่าเจอลูกพี่พอดีตื่นเลย” เจ้าอ้วนนึกได้แล้ว
เทียนเข้าไปหยิบลูกแก้วแล้วใส่ไว้ในกล่องที่เดิมแล้วเก็บไว้ ไม่พูดอะไร แล้วบอกทุกคนว่า” นี่เย็นมากแล้วพวกเราออกจากที่นี่เถอะ ชักหิวแล้ว” ทุกคนเห็นด้วยกันหมด แต่ลุงใหญ่ยังไม่ยอมกลับ พอดีคณะของปู่รองกำลังมา เลยต้องอยู่รอ
เทียนเลยไปกับเพื่อนก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาสำรวจใหม่ว่าที่นี่เป็นเมืองอะไรกันแน่หรือกลับไปถามเจ้าลูกแก้วน้อยอาจจะรู้อะไรบ้าง เทียนกินข้าวกับเพื่อนเสร็จก็กลับมาถึงบ้าน ก็รีบเข้าห้องแล้วเรียกลูกแก้วน้อยออกมาคุยทันที
“ ลูกแก้วน้อยเล่าเรื่องเมืองร้างนี้ให้พี่ชายฟังหน่อย” เทียนพูดกับลูกแก้วน้อย
“ ข้าถูกสร้างมาจากท่านเทพเจ้าแห่งความฝัน ข้าได้ถูกส่งมอบมาให้องค์หญิงน้อยท่านหนึ่ง เราสองคนอยู่ด้วยกันมาหลายปี แต่มีวันหนึ่ง ก็เกิดเรื่องขึ้น เกิดฝนตกหนักหลายเดือนจนน้ำเริ่มท่วม มีน้ำโคลนไหลมาท่วมเมือง วันละนิด จนจมไปหมด ผู้คนต่างหลบหนีออกไปจากเมือง ส่วนตัวข้าพวกเขาคงคิดว่าไม่มีค่าจึงไม่ได้เอาข้าไปด้วย” ลูกแก้วน้อยเอ่ยด้วยเสียงเงียบเหงา
“ เจ้ารู้ไหมว่านานเท่าไหร่แล้วที่เกิดเรื่องขึ้น”
“ ข้าไม่รู้ ข้านับไม่เป็น แต่รู้ว่านานมาก ไม่มีใครพูดกับข้ามานานแล้ว” ลูกแก้วน้อยพูดเสียน่าสงสาร
“ เมืองที่เจ้าอยู่นี้เรียกว่าเมืองอะไร” เทียนถามต่อ
“ โยนกนคร องค์หญิงน้อยเรียกแบบนี้” ลูกแก้วน้อยเอ่ยเบาๆ
“ โยนกนคร นครที่สาบสูญไปกว่าพันห้าร้อยปีแล้ว “ เทียนรำพึงออกมา
“ พี่ชายท่านถูข้าก่อนนอน แล้วข้าจะทำให้ท่านฝันดีตลอดคืนเลยนะ” ลูกแก้วน้อยเอ่ยสรรพคุณของเธอ
“ ขอบใจนะ ไว้พี่ชายอยากนอนฝันดี จะขอความช่วยเหลือจากเจ้า” เทียนยังไม่อยากฝันดีแบบเจ้าอ้วน
เช้ารุ่งขึ้น ลุงใหญ่แจ้งข่าวบอกเทียนแต่เช้า
“ เมื่อวาน ฝ่ายความมั่นคงได้ยึดพื้นที่ของเราทั้งหมดไว้ตรวจสอบ ห้ามพวกเราเข้าไปในพื้นที่ ส่วนงานที่เหลือพวกเราก็คงทำต่อไม่ได้แล้ว” ลุงใหญ่แจ้งมาแต่เช้า
“ พื้นที่เมืองโบราณไม่ถึง 1 ใน 10 แล้วมายึดสถานที่ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบได้อย่างไร พวกเขาไม่อยากเห็นสมบัติบุเรงนองกันเร็วๆ หรอกหรือ” เทียนสงสัย
“ เธอรู้ไหมว่า เมืองโบราณแห่งนี้ ถ้าเปิดเผยออกไป จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากันมากมาย แล้วพวกเขาจะมอบเงินให้กับรัฐบาลเป็นจำนวนมากให้เพื่อดูแลที่สถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นมรดกโลก คนทั่วโลกก็จะมาเที่ยวชมมากมายยิ่งกว่าสมบัติบุเรงนองเสียอีก แล้วเธอคิดว่าอะไรสำคัญกว่ากันล่ะ”
ลุงใหญ่อธิบายให้เห็นภาพรวมของความตั้งใจของรัฐบาลกลาง
“ แต่เธอไม่ต้องห่วงหรอกปู่รองบอกว่า ทางรัฐบาลกลางจะจ่ายเงินค่าที่ดินที่เราซื้อไว้ทั้งหมด อาจมากกว่าที่เราซื้อมาถึง 2 เท่าเลยนะ” ลุงใหญ่กล่าว
“ สุดท้ายนี่เราต้องหาสถานที่ใหม่อีกหรือนี่” เทียนได้แต่ถอนใจ
“ เรื่องนั้นเธอไม่ต้องห่วงเรามีที่ดินสำรองอีกหลายแปลง เร็วๆนี้คงได้เริ่มก่อสร้างกันได้” ลุงใหญ่พูดให้กำลังใจกับเทียน
วันนี้เทียนได้หยุด ไม่ต้องไปโรงพยาบาลแต่ว่าแม่นภาขอร้องให้เทียนไปรักษาครูใหญ่ที่บ้าน ที่อยู่ในเขตโรงเรียนเดียวกัน เทียนจึงต้องไปตามที่แม่ต้องการ
พอไปถึงที่บ้าน พบภรรยาครูใหญ่ออกมาต้อนรับ พร้อมลูกสาวอีก หนึ่งคน
ภรรยาครูใหญ่ชื่อว่าป้าศรีนวล ส่วนลูกสาวชื่อน้องนิ่ม อยูในวัย 18 ปีเพิ่งเข้ามหาลัย เทียนทักทายเสร็จก็ขอตัวไปดูอาการครูใหญ่ ที่นอนอยู่บนเตียงภายในห้อง เทียนเริ่มถามอาการของครูใหญ่กับป้าศรีนวล แกเล่าว่า
“เมื่อสามวันก่อนครูใหญ่ก็แข็งแรงปกติ แต่หลังจากกลับมาจากอบรมสัมนาเกี่ยวกับการศึกษาประจำเมือง พอกลับมาบ้านก็มีอาการแปลก ๆ กินอาหารน้อยมาก กลางวันจะนอนหลับ กลางคืนจะตื่นขึ้นมา พูดอยู่คนเดียว
พูดเพียงแต่คำว่า อย่าไป อย่าไป เหมือนคนประสาทหลอนไม่รู้หมายถึงอะไร พาไปหาหมอก็ขัดขืนไม่ยอมไป ” ป้าแกเล่าด้วยความอึดอัดใจ ส่วนน้องนิ่มก็ได้แต่กอดแม่อย่างเดียว
“ ป้าว่าจะไปเชิญหลวงพ่อมาช่วยรดน้ำมนต์ เพื่อสติจะได้กลับคืนมา แต่ลูกสาวอยากให้พาหมอสมัยใหม่มาดูอาการก่อน พอดีรู้ว่าแม่นภามีลูกเป็นหมอชื่อดัง
ก็เลยต้องรบกวนหมอเทียนช่วยดูอาการครูใหญ่แกก่อน” ป้าศรีนวลแกคงคิดว่าครูใหญ่ถูกผีเข้าแน่ แต่ลูกสาวไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ เลยอยากให้เทียนมาดูอาการก่อน
“ ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมขอดูอาการครูใหญ่ก่อน” เทียนเดินเข้าไปในห้องที่มีเตียงอยู่ตรงกลางห้อง อากาศโล่งโปร่งเย็นสบาย หน้าต่างเปิดทุกบานรอบห้อง เทียนนังลงข้างเตียงแล้วจับชีพจรครูใหญ่ เพื่อตรวจดูสภาพร่างกายภายใน แล้วใช้จิตส่งไปถามท่านเจ้าที่
“ ท่านเจ้าที่ ท่านเห็นมีวิญญานแปลกๆ เข้ามาในบริเวณนี้บ้างไหม ทางญาติของครูใหญ่สงสัยผีจะเข้า แต่ผมก็ไม่สามารถสัมผัสวิญญาน ได้เลยซักตนยกเว้นเธอคนนั้น” เทียนถามเจ้าที่และ เหลือบไปเห็นวิญญานผู้หญิงคนหนึ่ง
“ ไม่มีเกี่่ยวกับเธอหรอก เขาไม่สบายของเขาเอง ไม่มีผีตัวอื่นเข้ามาได้หรอก ถ้ามาข้าต้องรู้อยู่แล้ว” เจ้าที่ยืนยันเสียงแข็ง
เทียนตรวจดูสภาพร่างกายเลือดลม หัวใจ ไหลเวียน ปกติ สมอง เอ๊ะ ทำไม่สมองทำงานหนัก ลองสัมผัสไปที่จิตใจของครูใหญ่มีอะไรมากระทบกระเทือนใจแกถึงได้เป็นแบบนี้ ในที่สุดเทียนก็รู้.....
เทียนเดินออกมาบอกข่าวให้ทุกคนฟัง
“ ครูใหญ่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของสมอง คือมีสารเคมีในสมองมากเกินไปหากปล่อยไว้อาจรักษาไม่หาย จะมีอาการคล้ายคนโรคจิต” เทียนพูดไปตามความจริง ที่สัมผัสได้จาก พลังเทพบริสุทธ์ ที่ตรวจได้
“ ฮ้า ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ” ป้าศรีนวลเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ
“ ก็รักษาได้อยู่ แต่ว่า หลังจากรักษาหายแล้ว ผมอยากจะขอให้ช่วยกันดูแล และเข้าใจ ครูใหญ่ด้วย เพราะสาเหตุของโรคนี้เกิดจากมีบางสิ่งบางอย่าง ทำให้แกสะเทือนใจ แกเลยเป็นแบบนี้ “ เทียนอธิบายอย่างเรียบง่าย เทียนเดินมาหยิบเข็มรักษา แล้วเข้าไปข้างในอีกรอบ แล้วปักไปที่หัว 6 เข็ม แล้วใช้พลังเทพบริสุทธิ์
ปรับสารเคมีในสมองให้สมดุล แล้วฟื้นฟู สมองส่วนหน้าให้ กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ในที่สุดครูใหญ่ก็ลืมตาขึ้นมา เทียนถอนเข็มออกมาทั้งหมด
“ เกิดอะไรขึ้น คุณเป็นใคร” ครูใหญ่ตื่นมาก็ถามเทียนทันที
“ ผมเป็นหมอชื่อเทียน เป็นลูกของแม่นภา พอดีแม่บอกว่าครูใหญ่ป่วยผมก็เลยมารักษาให้ แต่ตอนนี้ครูใหญ่หายแล้วนะ” เทียนอธิบายอย่างเรียบง่าย
ป้าศรีนวลและลูก รีบเข้ามาในห้องทันที หลังจากที่ได้ยินเสียงครูใหญ่พูดขึ้น
“ คุณพี่ หายดีแล้ว โอ้คุณพระคุณเจ้า ขอบคุณสวรรค์ ที่ส่งหมอเทียนมารักษา”ป้าศรีนวลคงลืมไปแล้ว คนที่ส่งเทียนมาคือแม่นภาต่างหาก เทียนขยับออกมาทางหน้าห้อง ให้พ่อแม่ลูกเขา คุยกัน
“ เฮ้อ หายซะที นึกว่าผีเข้าซะแล้ว พี่ศรีนวลจะชวนแม่ไปหาพระ มารดน้ำมนต์อยู่แล้วเชียว ดีแม่คิดถึงลูกก่อน” แม่นภาพพูดอย่างสบายใจ
“ อย่าเพิ่งดีใจไปแม่ ถ้าหากป้าศรีนวลรู้ว่าสาเหตุที่ครูใหญ่เกิดไม่สบายจนแทบจะเป็นบ้านี่ ครูใหญ่จะได้ตายจริงๆ ก็คราวนี้แหละ” เทียนเอ่ยกับแม่แล้วยิ้ม แม่นภาทำหน้างงๆ
“ สาเหตุอะไร”
“ ครูใหญ่โดนเมียน้อยบอกเลิก” เทียนพูดเบาๆ แต่แม่ตกใจเอามือปิดปากตัวเองไว้ทันที แม่เลยรีบขอตัวกลับบ้านทันที กลัวว่า ถ้าเผลอหลุดปากไปไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เทียนยังไม่เดินออกมา แต่ขอคุยกับน้องนิ่มเป็นการส่วนตัว
“ พี่หมอมีอะไรหรือคะ” น้องนิ่มถามด้วยความสงสัย
“ น้องนิ่มมีฝาแฝดใช่ไหม” เทียนถามตรงๆ
“ พี่หมอรู้ได้อย่างไร แม่บอกพี่หมอหรือ” น้องนิ่มกลับย้อนถามมาอีก
“ ช่วงนี้น้องนิ่มเห็น หรือ รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติบ้างหรือเปล่า” เทียนรวมๆ
“ พี่หมออยากรู้ว่า นิ่มเคยเห็นน้องที่ตายไปแล้วบ้างหรือเปล่าใช่ไหม” น้องนิ่มรู้ทัน
“ ก็ประมาณนั้น” เทียนตอบแบบอ้อมแอ้ม
“ ไม่เคยเลย และอยากเห็นมากด้วยไม่กลัว อยากให้น้องมาหา แต่ว่าน้องนุ่นไม่เคยมาเลย” นิ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้า
“ ดีแล้วถ้ามีปัญหาอะไร ก็ไปหาพี่หมอที่บ้านได้นะ “ เทียนพูดจบก็กลับบ้านไปพร้อมแม่ทันที
“ ชอบน้องเขาหรือเปล่า แม่เป็นแม่สื่อให้ได่นะ จะแต่งสิ้นปีนี้เลยก็ได้นะ แม่อยากอุ้มหลานเต็มที่แล้ว” แม่นภาตื่นเต้นที่เห็นเทียนคุยกับผู้หญิงก่อน
“ แม่ไปกันใหญ่ แค่คุยเรื่องธรรมดาเท่านั้น” เทียนส่ายหัวกับความคิดของแม่นภา
ที่เทียนถามเรื่องนี้กับน้องนิ่ม เพราะเทียนเห็นหญิงสาวภายในบ้านรูปร่างหน้าตาเหมือนน้องนิ่มเอาแต่หลบไปหลบมา แต่ฟังจากน้องนิ่มบอก เด็กสาวคนนี้คงจะเป็นน้องสาวฝาแฝดที่ชื่อนุ่น แต่ว่าเธอมาเดินไปมาอยู่ในบ้านทำไม ไม่ยอมไปเกิด ขณะที่กำลังคิด
“ พี่หมอเทียนเห็นนุ่นด้วยหรือคะ” แฝดน้องนุ่นโผล่เข้ามาทักทันที