เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคปฐมบท (จบแล้ว)

    ตอนที่ 113 เมืองที่สาบสูญ

    “ นี่เกิดอะไรขึ้น พวกนายมองฉันทำไม”  เจ้าอ้วนตื่นขึ้นมาเห็นเพื่อนๆ มองมาที่ตนเพียงคนเดียว

    “ ก็นายนอนฝันเลื้อยไปมาตั้งเกือบ 2 ชั่วโมงใครปลุกก็ไม่ตื่น จนลูกพี่เข้าไปปลุกนายในฝันนายรู้เรื่องบ้างไหม” เจ้าผอมเล่าให้ฟัง

    “ ใช่ฉันกำลังฝันดีแลย แต่ว่าเจอลูกพี่พอดีตื่นเลย”  เจ้าอ้วนนึกได้แล้ว

    เทียนเข้าไปหยิบลูกแก้วแล้วใส่ไว้ในกล่องที่เดิมแล้วเก็บไว้ ไม่พูดอะไร แล้วบอกทุกคนว่า” นี่เย็นมากแล้วพวกเราออกจากที่นี่เถอะ ชักหิวแล้ว” ทุกคนเห็นด้วยกันหมด แต่ลุงใหญ่ยังไม่ยอมกลับ พอดีคณะของปู่รองกำลังมา เลยต้องอยู่รอ

    เทียนเลยไปกับเพื่อนก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาสำรวจใหม่ว่าที่นี่เป็นเมืองอะไรกันแน่หรือกลับไปถามเจ้าลูกแก้วน้อยอาจจะรู้อะไรบ้าง  เทียนกินข้าวกับเพื่อนเสร็จก็กลับมาถึงบ้าน ก็รีบเข้าห้องแล้วเรียกลูกแก้วน้อยออกมาคุยทันที  

    “ ลูกแก้วน้อยเล่าเรื่องเมืองร้างนี้ให้พี่ชายฟังหน่อย” เทียนพูดกับลูกแก้วน้อย

    “ ข้าถูกสร้างมาจากท่านเทพเจ้าแห่งความฝัน ข้าได้ถูกส่งมอบมาให้องค์หญิงน้อยท่านหนึ่ง เราสองคนอยู่ด้วยกันมาหลายปี แต่มีวันหนึ่ง ก็เกิดเรื่องขึ้น เกิดฝนตกหนักหลายเดือนจนน้ำเริ่มท่วม  มีน้ำโคลนไหลมาท่วมเมือง วันละนิด จนจมไปหมด ผู้คนต่างหลบหนีออกไปจากเมือง ส่วนตัวข้าพวกเขาคงคิดว่าไม่มีค่าจึงไม่ได้เอาข้าไปด้วย” ลูกแก้วน้อยเอ่ยด้วยเสียงเงียบเหงา

    “ เจ้ารู้ไหมว่านานเท่าไหร่แล้วที่เกิดเรื่องขึ้น”  

    “ ข้าไม่รู้ ข้านับไม่เป็น แต่รู้ว่านานมาก ไม่มีใครพูดกับข้ามานานแล้ว” ลูกแก้วน้อยพูดเสียน่าสงสาร

    “ เมืองที่เจ้าอยู่นี้เรียกว่าเมืองอะไร” เทียนถามต่อ

    “ โยนกนคร องค์หญิงน้อยเรียกแบบนี้”  ลูกแก้วน้อยเอ่ยเบาๆ

    “ โยนกนคร นครที่สาบสูญไปกว่าพันห้าร้อยปีแล้ว “ เทียนรำพึงออกมา

    “ พี่ชายท่านถูข้าก่อนนอน แล้วข้าจะทำให้ท่านฝันดีตลอดคืนเลยนะ” ลูกแก้วน้อยเอ่ยสรรพคุณของเธอ  

    “ ขอบใจนะ ไว้พี่ชายอยากนอนฝันดี จะขอความช่วยเหลือจากเจ้า” เทียนยังไม่อยากฝันดีแบบเจ้าอ้วน

    เช้ารุ่งขึ้น ลุงใหญ่แจ้งข่าวบอกเทียนแต่เช้า

    “ เมื่อวาน ฝ่ายความมั่นคงได้ยึดพื้นที่ของเราทั้งหมดไว้ตรวจสอบ ห้ามพวกเราเข้าไปในพื้นที่  ส่วนงานที่เหลือพวกเราก็คงทำต่อไม่ได้แล้ว”  ลุงใหญ่แจ้งมาแต่เช้า

    “ พื้นที่เมืองโบราณไม่ถึง 1 ใน 10  แล้วมายึดสถานที่ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบได้อย่างไร พวกเขาไม่อยากเห็นสมบัติบุเรงนองกันเร็วๆ หรอกหรือ” เทียนสงสัย

    “ เธอรู้ไหมว่า เมืองโบราณแห่งนี้ ถ้าเปิดเผยออกไป จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากันมากมาย แล้วพวกเขาจะมอบเงินให้กับรัฐบาลเป็นจำนวนมากให้เพื่อดูแลที่สถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นมรดกโลก  คนทั่วโลกก็จะมาเที่ยวชมมากมายยิ่งกว่าสมบัติบุเรงนองเสียอีก แล้วเธอคิดว่าอะไรสำคัญกว่ากันล่ะ”  

    ลุงใหญ่อธิบายให้เห็นภาพรวมของความตั้งใจของรัฐบาลกลาง

    “ แต่เธอไม่ต้องห่วงหรอกปู่รองบอกว่า ทางรัฐบาลกลางจะจ่ายเงินค่าที่ดินที่เราซื้อไว้ทั้งหมด อาจมากกว่าที่เราซื้อมาถึง 2 เท่าเลยนะ” ลุงใหญ่กล่าว

    “ สุดท้ายนี่เราต้องหาสถานที่ใหม่อีกหรือนี่”  เทียนได้แต่ถอนใจ

    “ เรื่องนั้นเธอไม่ต้องห่วงเรามีที่ดินสำรองอีกหลายแปลง เร็วๆนี้คงได้เริ่มก่อสร้างกันได้”  ลุงใหญ่พูดให้กำลังใจกับเทียน

    วันนี้เทียนได้หยุด ไม่ต้องไปโรงพยาบาลแต่ว่าแม่นภาขอร้องให้เทียนไปรักษาครูใหญ่ที่บ้าน ที่อยู่ในเขตโรงเรียนเดียวกัน เทียนจึงต้องไปตามที่แม่ต้องการ

    พอไปถึงที่บ้าน พบภรรยาครูใหญ่ออกมาต้อนรับ พร้อมลูกสาวอีก หนึ่งคน

    ภรรยาครูใหญ่ชื่อว่าป้าศรีนวล ส่วนลูกสาวชื่อน้องนิ่ม อยูในวัย 18 ปีเพิ่งเข้ามหาลัย เทียนทักทายเสร็จก็ขอตัวไปดูอาการครูใหญ่ ที่นอนอยู่บนเตียงภายในห้อง  เทียนเริ่มถามอาการของครูใหญ่กับป้าศรีนวล แกเล่าว่า

    “เมื่อสามวันก่อนครูใหญ่ก็แข็งแรงปกติ  แต่หลังจากกลับมาจากอบรมสัมนาเกี่ยวกับการศึกษาประจำเมือง พอกลับมาบ้านก็มีอาการแปลก ๆ กินอาหารน้อยมาก กลางวันจะนอนหลับ กลางคืนจะตื่นขึ้นมา พูดอยู่คนเดียว

    พูดเพียงแต่คำว่า อย่าไป อย่าไป เหมือนคนประสาทหลอนไม่รู้หมายถึงอะไร พาไปหาหมอก็ขัดขืนไม่ยอมไป  ” ป้าแกเล่าด้วยความอึดอัดใจ ส่วนน้องนิ่มก็ได้แต่กอดแม่อย่างเดียว

    “ ป้าว่าจะไปเชิญหลวงพ่อมาช่วยรดน้ำมนต์ เพื่อสติจะได้กลับคืนมา แต่ลูกสาวอยากให้พาหมอสมัยใหม่มาดูอาการก่อน พอดีรู้ว่าแม่นภามีลูกเป็นหมอชื่อดัง

    ก็เลยต้องรบกวนหมอเทียนช่วยดูอาการครูใหญ่แกก่อน”  ป้าศรีนวลแกคงคิดว่าครูใหญ่ถูกผีเข้าแน่ แต่ลูกสาวไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ เลยอยากให้เทียนมาดูอาการก่อน

    “ ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมขอดูอาการครูใหญ่ก่อน” เทียนเดินเข้าไปในห้องที่มีเตียงอยู่ตรงกลางห้อง อากาศโล่งโปร่งเย็นสบาย หน้าต่างเปิดทุกบานรอบห้อง เทียนนังลงข้างเตียงแล้วจับชีพจรครูใหญ่ เพื่อตรวจดูสภาพร่างกายภายใน แล้วใช้จิตส่งไปถามท่านเจ้าที่  

    “ ท่านเจ้าที่ ท่านเห็นมีวิญญานแปลกๆ เข้ามาในบริเวณนี้บ้างไหม ทางญาติของครูใหญ่สงสัยผีจะเข้า แต่ผมก็ไม่สามารถสัมผัสวิญญาน ได้เลยซักตนยกเว้นเธอคนนั้น” เทียนถามเจ้าที่และ เหลือบไปเห็นวิญญานผู้หญิงคนหนึ่ง

    “ ไม่มีเกี่่ยวกับเธอหรอก  เขาไม่สบายของเขาเอง ไม่มีผีตัวอื่นเข้ามาได้หรอก ถ้ามาข้าต้องรู้อยู่แล้ว”  เจ้าที่ยืนยันเสียงแข็ง

    เทียนตรวจดูสภาพร่างกายเลือดลม หัวใจ  ไหลเวียน ปกติ สมอง เอ๊ะ ทำไม่สมองทำงานหนัก ลองสัมผัสไปที่จิตใจของครูใหญ่มีอะไรมากระทบกระเทือนใจแกถึงได้เป็นแบบนี้ ในที่สุดเทียนก็รู้.....

    เทียนเดินออกมาบอกข่าวให้ทุกคนฟัง  

    “ ครูใหญ่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของสมอง คือมีสารเคมีในสมองมากเกินไปหากปล่อยไว้อาจรักษาไม่หาย จะมีอาการคล้ายคนโรคจิต”  เทียนพูดไปตามความจริง ที่สัมผัสได้จาก พลังเทพบริสุทธ์ ที่ตรวจได้

    “ ฮ้า ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ”  ป้าศรีนวลเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ

    “ ก็รักษาได้อยู่ แต่ว่า หลังจากรักษาหายแล้ว ผมอยากจะขอให้ช่วยกันดูแล และเข้าใจ ครูใหญ่ด้วย เพราะสาเหตุของโรคนี้เกิดจากมีบางสิ่งบางอย่าง ทำให้แกสะเทือนใจ แกเลยเป็นแบบนี้ “  เทียนอธิบายอย่างเรียบง่าย เทียนเดินมาหยิบเข็มรักษา แล้วเข้าไปข้างในอีกรอบ  แล้วปักไปที่หัว 6 เข็ม แล้วใช้พลังเทพบริสุทธิ์

    ปรับสารเคมีในสมองให้สมดุล แล้วฟื้นฟู สมองส่วนหน้าให้ กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม  ในที่สุดครูใหญ่ก็ลืมตาขึ้นมา  เทียนถอนเข็มออกมาทั้งหมด

    “ เกิดอะไรขึ้น คุณเป็นใคร”  ครูใหญ่ตื่นมาก็ถามเทียนทันที

    “ ผมเป็นหมอชื่อเทียน เป็นลูกของแม่นภา พอดีแม่บอกว่าครูใหญ่ป่วยผมก็เลยมารักษาให้ แต่ตอนนี้ครูใหญ่หายแล้วนะ”  เทียนอธิบายอย่างเรียบง่าย

    ป้าศรีนวลและลูก  รีบเข้ามาในห้องทันที หลังจากที่ได้ยินเสียงครูใหญ่พูดขึ้น

    “ คุณพี่ หายดีแล้ว โอ้คุณพระคุณเจ้า ขอบคุณสวรรค์ ที่ส่งหมอเทียนมารักษา”ป้าศรีนวลคงลืมไปแล้ว คนที่ส่งเทียนมาคือแม่นภาต่างหาก เทียนขยับออกมาทางหน้าห้อง ให้พ่อแม่ลูกเขา คุยกัน

    “ เฮ้อ หายซะที นึกว่าผีเข้าซะแล้ว พี่ศรีนวลจะชวนแม่ไปหาพระ มารดน้ำมนต์อยู่แล้วเชียว ดีแม่คิดถึงลูกก่อน”  แม่นภาพพูดอย่างสบายใจ

    “ อย่าเพิ่งดีใจไปแม่ ถ้าหากป้าศรีนวลรู้ว่าสาเหตุที่ครูใหญ่เกิดไม่สบายจนแทบจะเป็นบ้านี่  ครูใหญ่จะได้ตายจริงๆ ก็คราวนี้แหละ”  เทียนเอ่ยกับแม่แล้วยิ้ม แม่นภาทำหน้างงๆ

    “ สาเหตุอะไร”

    “ ครูใหญ่โดนเมียน้อยบอกเลิก” เทียนพูดเบาๆ  แต่แม่ตกใจเอามือปิดปากตัวเองไว้ทันที   แม่เลยรีบขอตัวกลับบ้านทันที กลัวว่า ถ้าเผลอหลุดปากไปไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เทียนยังไม่เดินออกมา  แต่ขอคุยกับน้องนิ่มเป็นการส่วนตัว

    “ พี่หมอมีอะไรหรือคะ” น้องนิ่มถามด้วยความสงสัย

    “ น้องนิ่มมีฝาแฝดใช่ไหม”  เทียนถามตรงๆ  

    “ พี่หมอรู้ได้อย่างไร แม่บอกพี่หมอหรือ” น้องนิ่มกลับย้อนถามมาอีก

    “ ช่วงนี้น้องนิ่มเห็น หรือ รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติบ้างหรือเปล่า” เทียนรวมๆ

    “ พี่หมออยากรู้ว่า นิ่มเคยเห็นน้องที่ตายไปแล้วบ้างหรือเปล่าใช่ไหม” น้องนิ่มรู้ทัน

    “ ก็ประมาณนั้น” เทียนตอบแบบอ้อมแอ้ม

    “ ไม่เคยเลย และอยากเห็นมากด้วยไม่กลัว อยากให้น้องมาหา แต่ว่าน้องนุ่นไม่เคยมาเลย”  นิ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้า

    “ ดีแล้วถ้ามีปัญหาอะไร ก็ไปหาพี่หมอที่บ้านได้นะ “ เทียนพูดจบก็กลับบ้านไปพร้อมแม่ทันที

    “ ชอบน้องเขาหรือเปล่า แม่เป็นแม่สื่อให้ได่นะ จะแต่งสิ้นปีนี้เลยก็ได้นะ แม่อยากอุ้มหลานเต็มที่แล้ว” แม่นภาตื่นเต้นที่เห็นเทียนคุยกับผู้หญิงก่อน

    “ แม่ไปกันใหญ่ แค่คุยเรื่องธรรมดาเท่านั้น”  เทียนส่ายหัวกับความคิดของแม่นภา

    ที่เทียนถามเรื่องนี้กับน้องนิ่ม เพราะเทียนเห็นหญิงสาวภายในบ้านรูปร่างหน้าตาเหมือนน้องนิ่มเอาแต่หลบไปหลบมา แต่ฟังจากน้องนิ่มบอก เด็กสาวคนนี้คงจะเป็นน้องสาวฝาแฝดที่ชื่อนุ่น แต่ว่าเธอมาเดินไปมาอยู่ในบ้านทำไม ไม่ยอมไปเกิด  ขณะที่กำลังคิด

    “ พี่หมอเทียนเห็นนุ่นด้วยหรือคะ”  แฝดน้องนุ่นโผล่เข้ามาทักทันที

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคปฐมบท (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน