เช้าที่สดใส แต่ไม่เห็นแสงอาทิตย์เพราะอยู่ในฐานลับ บุคคลทั้งสี่ได้มานั่งที่กลางห้องแต่ก็สวมเครื่องแบบของหน่วยชำระบาปกันหมด มันเป็ชุดคลุมสุดเท่สีดำที่เหมือนกับเสื้อโค้ตผสมกับการออกแบบที่เข้ากับสมัยมีขลิบสีเงินตามลำตัวไหล่และแขนติดกระดุมยาวไปถึงท่อนล่าง ด้วยความยาวของมันแทบจะถึงหน้าแข้ง มีตราสัญลักษณ์รูปมือที่แบออกทั้งห้านิ้วติดที่อก แต่ไม่มีปกคอยาว ๆ เหมือนกับหน่วยในแต่อย่างใด พายุได้นั่งฟังเพื่อรับคำสั่ง
“พายุนายไปกับยูนะ ส่วนฉันกับหมวยจะคอยซับพอร์ทจากด้านนอกอาคาร งานนี้คือการบุกชิงตัวประกัน เธอเป็ลูกสาวของรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง คาดว่าจะมีแวมไพร์ระดับ A อยู่ในภารกิจนี้ด้วย มันอาจเป็การเรียกค่าไถ่หรือแผนการบางอย่างที่ยังไม่แน่ชัด ขอให้ระวังตัวให้เต็มที่ไว้ละกันนะ”
หลังจากวางแผนเรียบร้อยหน่วยชำระบาปทีมที่ 11ก็ได้ออกเดินทางด้วยรถเก๋งสีขาวที่มีไซเลนติดอยู่้า จากโรงจอดรถใต้ดินเมื่อขับออกมาก็โผล่ที่ปากอุโมงค์ใต้คอนโดแห่งหนึ่งไม่ไกลจากร้านขายยานั้น เควินเป็คนขับรถซึ่งไม่นานก็ถึงที่เกิดเหตุที่มีหน่วยทหารชุดดำของหน่วยปราบปรามแวมไพร์ยืนอยู่รอบนอกของตึกแถวหลังหนึ่งที่มีกำแพงล้อมรอบ หลังจากลงจากรถกันทั้งหมดแล้วเควินก็ได้ถามสถานการณ์ที่อยู่ภายในว่า
“ขอทราบ สถานการณ์ภายในหน่อย”
“ตอนนี้เราแกะรอยสัญญาณติดตามมาจนถึงที่นี่ซึ่งเป็ที่สัญญาณได้ดับไป เราส่งทีมค้นหาเข้าไปและมีชีวิตรอดกลับมาได้เพียงหนึ่งคน พร้อมข้อความที่ถูกสลักไว้บนหลังของผู้รอดชีวิต ทางแวมไพร์น่าจะเป็แบงก์หมาบ้าของกลุ่มรัตติกาลคลั่ง ตัวคุณอิงอิงถูกลักพาตัวจากบ้านไปเมื่อวานนี้ ครับผม”
ทหารใส่ชุดคลุมสีดำถือปืนใส่หมวกแบบครอบ นายหนึ่งตอบมาด้วยน้ำเสียงขึงขังพร้อมยื่นแผนที่อาคารให้กับเควิน
“ตอนนี้ มีแต่ต้องบุกเข้าไปสำรวจ แบงก์หมาบ้างั้นรึนี่มันระดับ A เลยยังไงก็ระวังตัวด้วยนะ กลุ่มรัตติกาลคลั่งคือกลุ่มที่ไร้เหตุผลที่สุดในบรรดาแวมไพร์กลุ่มใหญ่ทั้งหมด มันไม่กล้าฆ่าคุณอิงอิงตอนนี้แน่ เนื่องจากการลักพาตัวส่วนใหญ่จะเป็การต่อรองเพื่อบางสิ่ง”
เสียงอันใหญ่และทรงพลังของเควินได้พูดเตือนเพื่อน ๆ ในกลุ่มด้วยสีหน้าที่จริงจังอย่างมาก แผนคือให้พายุเข้าไปต่อรองกับแบงก์และให้ยูซุเกะขึ้นไปชั้นบนสุดให้ใกล้ดาดฟ้าที่สุด เมื่อพายุล่อให้แบงก์มาดาดฟ้าก็จะช่วยกันพังหลังคาให้แดดส่งเผาร่างของแบงก์ ที่ให้เด็กใหม่ทำเพราะว่ายูซุเกะจะได้มองดูสถานการณ์ด้วยความสามารถพิเศษของเขาจาก้า
ทั้งหมดรับทราบคำสั่ง ยูซุเกะถอดเสื้อออกจนเหลือแต่กางเกงเผลให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้อง แล้วกินยาเข้าไปสิบเม็ด พายุก็ทำเช่นนั้นเหมือนกัน หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็เริ่มกลายร่างเป็อสูร พายุได้กลายร่างเสร็จก่อน เกล็ดังอกออกมาที่แก้มแต่รูปหน้ายังคล้ายเดิมแต่มีเขี้ยวพร้อมเขาที่งอกออกมา มือได้เปลี่ยนเป็อุ้งกรงเล็บของั มีเกล็ดสีทองออกมาห่อหุ้มิัของพายุ ต่างจากคราวที่แล้วที่เป็ขนสีทองโดยสิ้นเชิง ปีกที่งอกออกมานั้นได้สยายปีกออกมาคล้ายปีกค้างคาวที่มีสีทอง แล้วเก็บกลับเข้าที่โดยซ้อนกัน หางที่ปลายรูปสามเหลี่ยมนั้นทั้งหมดนี้ชั่งน่ากลัวและแสนอันตรายแก่ผู้ที่ได้มองมายิ่งนัก ทางด้านยูสุเกะได้เปลี่ยนแปลงไปเป็สัตว์ชนิดหนึ่งที่ไม่น่าเชื่อเช่นกัน มีออร่าสีแดงเปร่งออกมาขณะที่เขากำลังเปลี่ยนร่าง มันมีดวงตาเบิกกว้างสีแดงฉาน เขียวงอกพร้อมกับมีหนวดประดับขึ้นมาเป็หนวดที่ยาว เขาที่เป็แฉกนั้นคลายเขากวางขนาดย่อม มีผมสีแดงปลายสีฟ้างอกจนย้อยลงมาถึงแผ่นหลัง กรงเล็บที่ออกมาคล้ายกับั หางที่เหมือนกับวัวและกีบเท้าที่เหมือนม้า นั่นคืุ์กิเลนนั่นเอง ัยุโรปกับกิเลนแห่งเอเชียได้ยืนคู่กันในร่างกึ่งมนุษย์อยู่นั่นเอง ทั้งคู่ได้หันมามองกันแต่ก็ไม่ได้ใแม้แต่น้อยพร้อมกับพังประตูเหล็กเลื่อนที่อยู่ด้านหน้า ยูซุกะได้ย่อขาลงแล้วสูดหายใจเฮือกใหญ่ เสียงหายใจที่ไม่ธรรมดานั่นเหมือนกับเ้าป่าที่มีขนาดใหญ่โตยิ่งนัก ยูได้ะโเพื่อขึ้นไปที่ชั้นดาดฟ้าโดยมีรอยแตกแขนงของพื้นเบื้องล่างทิ้งไว้โดยฝีมือของเขา ส่วนพายุได้บุกเข้าไปด้วยประตูด้านล่าง
ตึง ตึง ตึง! เสียงฝีเท้าพายุช่างดังสนั่นหวั่นไหวแต่สิ้นสุดเสียงเดินไม่ทันไรก็มีเสียงดังขึ้น
ตู้ม!! เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวเป็ะเิของแวมไพร์ที่ทำไว้ดักคร่าชีวิตของผู้ที่ฝืนเข้ามา
หลังเปลวไฟและควันสงบลงก็ปรากฏร่างของอสูรกายัยืนหันหลังให้ทีมของเขาอยู่ ร่างอันมีกล้ามเนื้อมหึมาได้เดินเข้าไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับะโขึ้นบันใดไปยังขั้นที่ไม่ได้พัง เพื่อขึ้นไปสำรวจชั้นต่าง ๆ ผ่านไปหลายชั้นจนถึงชั้นที่ 4
“หนอย!! มาแค่คนเดียวล้อเล่นรึไง พวกเราจัดการมัน”
ได้มีแวมไพร์จำนวนมากกรูเข้ามาใส่พายุซึ่งมิอาจจะทำอะไรบุรุษในร่างอสูรนี้ได้เลย ไม่นานแวมไพร์เ่าั้ก็ตายและสลายหายไปด้วยน้ำมือของพายุ ขณะที่กำลังค้นหาต่อก็ได้ติดต่อประชุมสายกับเพื่อนอีกสามคนผ่านไมโครโฟนที่แนบอยู่ข้างหูของเขา
“เจอแวมไพร์อยู่แต่ไม่มากนัก ผมจัดการไปสิบกว่าคน ทางด้านคุณยูเป็อย่างไรบ้างครับ”
เสียงของพายุในร่างสัตว์ในเทพนิยายที่โทนต่ำกว่าปกติเข้าไปอีก สื่อสารกับเพื่อนร่วมทีม
“ทางนี้ไม่เจอวี่แววอะไรนะ แต่ฉันใช้ดวงตาพิเศษของฉันตรวจจับหาสิ่งมีชีวิตก็เจอ ความร้อนที่มีลักษณะเหมือนกับมนุษย์ผู้หญิงกำลังนั่งอยู่ในห้องกับแวมไพร์อีกตน อย่าผลีผลามล่ะ ภารกิจต้องมาเป็อันดับหนึ่งนะ”
เสียงของยูซุเกะตอบกลับในสายนั้น ดวงตาที่เคยบอดของยูซุเกะสามารถเห็นความร้อนความเย็นเป็สีต่าง ๆ ได้มันจะเปล่งแสงสีแดงทุกครั้งที่ใช้ความสามารถพิเศษนี้ เนื่องจากตอนเป็มนุษย์ตาของเขานั้นบอดเลยใช้ประสาทััอื่น ๆ ได้ดี เมื่อกลายเป็มนุษย์กิเลนก็จะมองเห็นได้จึงเสมือนว่าเขาได้แกร่งขึ้นเป็อีกเท่าตัว คำสั่งจากหน่วยบัญชาการคือการกำจัดแบงก์ซึ่งเป็ผู้นำกลุ่มอาชญากรขนาดย่อมๆ และพยายามแย่งชิงหัวใจมาจากพวกมันก่อนที่จะสลายไป และพยายามช่วยตัวลูกสาวรัฐมนตรีออกมาจากที่นั้นด้วย
ผัวะ!!
นั่นคือเสียงของแข็งอะไรซักอย่างที่พุ่งตรงมายังใบหน้าของยูซุเกะ มันดังแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูงและสิ่งที่รับแรงปะทะก็คืออุ้งกรงเล็บของกิเลนนั่นเอง
“โหรับได้ด้วยเหรอ รับได้ยังไงกันนะ ไม่เคยมีใครรับได้มานานแล้วนะลูกถีบของข้า น่าสนใจ น่าสนใจ”
มันเป็เสียงแหลม ๆ ของแวมไพร์ตนหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของยูคุง เท้าของมันยังคาอยู่ที่มือของชาวญี่ปุ่นคนนี้ ก่อนจะส่งแรงไปที่เท้าอีกครั้งทำให้ยูต้องกระเด็นออกไปไม่ไกลนัก
“หมอนี่จิตสังหารระดับนี้ ไม่ผิดแน่ระดับ Sล่ะ ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะโผล่มาในเวลาแบบนี้ ชั้นดาดฟ้าที่แดดยังส่องเนี่ยนะ ถึงจะมีชุดป้องกันก็เถอะแต่แบบนี้มันมั่นใจเกินไปแล้ว”
หนุ่มกิเลนคิดในใจด้วยความรู้สึกระแวงแวมไพร์ตนนี้
“จริง ๆ ก็อยากสนุกล่ะนะ แต่วันนี้มาแค่ต้องมาลงโทษคนทรยศ มันอยู่ในตึกนี้ถ้าไม่มาจัดการด้วยตัวเองก็กลัวว่ามันจะหนีไปได้อีก”
แวมไพร์ที่โผล่มาแค่ชั่วครู่ก็ได้พุ่งตัวไปพางประตูดาดฟ้าเพื่อลงไปชั้นล่าง ในขณะที่ยูก็ตามเข้าไปติด ๆ ยูที่เร็วพอที่จะตามมันเข้าไปในตัวตึกได้
“ทุกคน!! ที่นี่มีแวมไพร์ระดับ Sโผล่มาขอให้ระวังตัวกันด้วย ฉันเ้านี่ไม่รู้ว่าอยู่กลุ่มไหนของแวมไพร์ ดังนั้นให้แสตนบายรอโจมตีและเตรียมเรียกกำลังเสริมมาด้วย”
เสียงยูสุเกะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ที่ชั้น 4ขณะนี้พายุอยู่ตรงหน้าประตูตรงตำแหน่งที่ยูเคยบอกว่ามีตัวประกันอยู่ แต่ยังไม่ทันได้เปิดประตูเข้าไปก็พบกับแวมไพร์ตนหนึ่งที่เปิดประตูมาซะก่อน ก่อนจะมีเสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอของแวมไพร์ตนนั้น
“นี่แกน่ะ ช่วยพาเธอออกไปทีนะ ฉันขอร้อง ไม่รอดแน่ ๆ อุตส่าห์หนีหัวหน้ามาได้แล้วแท้ ๆ แต่ดันคุมลูกน้องไม่อยู่... ความกระหายเงินของพวกนั้นทำให้ฉันต้องมาตกที่นั่งลำบาก”
นี่คือลูกเล่นของแวมไพร์หรือเปล่านะ ทั้ง ๆ ที่ลักพาตัวคนออกมาแต่กลับมาขอให้ช่วยพาออกไป มันดูช่างย้อนแย้งเหลือเกิน ด้วยความที่ยังไม่เชื่อพายุได้เหวี่ยงแขนไปทางใบหน้าของแวมไพร์ไว้ผมม้าสีขาวตนนี้ แต่แววตาที่ดูเศร้าของมัน ทำให้กรงเล็บที่ควรจะถึงใบหน้ากลับค้างอยู่ใกล้แก้มข้างซ้ายของผีดิบตนนี้ ลมที่พัดผ่านหน้าของแวมไพร์ไปอย่างรุนแรง
“แกรู้ได้สินะว่าฉันพูดจริง ฉันคือแบงก์หมาบ้าแห่งกลุ่มรัตติกาลคลั่งเองแหละ ฉายาหมาบ้ามันได้มาก่อนที่ฉันจะมาเจอเธอ เธอทำให้ฉันนั้นเปลี่ยนไปมาก พ่อแม่ของเธอกีดกันเพราะรู้ว่าฉันเป็แวมไพร์ สุดท้ายเมื่อความแตกหัวหน้าก็สั่งให้ฆ่าเธอทิ้งซะ ฉันทำไม่ลงเลยว่าจะพาอิงอิงหนีไปด้วยกัน ไม่นึกเลยว่าสร้อยคอของพ่อเธอจะมีสัญญาณตามตัวติดอยู่”
เสียงอ่อย ๆ เหมือนว่าจะเบาลงของแบงก์พูดต่อ ก่อนที่พายุจะแสร้งตบไปที่หูฟังของตนแล้วพูดว่า
“แล้วผู้หญิงอยู่ไหนแล้ว ต่อให้เื่นี้เป็ความจริง พวกคุณก็คงจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ในสังคมอยู่แล้วล่ะ”
“นั่นมันก็เป็ปัญหาที่แก้ได้ยาก แต่ถ้านายได้พบกับรักแท้แล้วล่ะก็ นายจะยอมทำทุกทางเพื่อให้ได้อยู่กับคนที่นายรัก แม้ว่ามันต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม”
เสียงของแบงก์ดูเหมือนว่าจะดังขึ้นอย่างมากทั้งโกรธทั้งเศร้าปนเปกันไป
เค้ามองผ่านไปในห้องก็เห็นหญิงสาวน่าตาสวย ร่างบางริมฝีปากอวบอิ่มกำลังร้องไห้น้ำตาอาบทั้งสองแก้ม
“ที่เขาพูดมาคือเื่จริงทั้งหมด… งั้นเราควรจะทำอย่างไรดี”
พายุที่ครุ่นคิดอยู่ในใจคนเดียว
“ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่านายจะไม่เผลอทำร้ายเธอ ในเมื่อ... นายน่ะเป็แวมไพร์ซึ่งต้องดื่มเืของมนุษย์เป็อาหาร”
เสียงพายุกล่าวด้วยท่าทีลังเล
“เราสองคนทำสัญญาชีวิตกันแล้ว... ว่าฉันจะรักเธอจนวันตายจะไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำร้ายกัน เพื่อป้องกันสัญชาตญานของฉันใน่แรก จนตอนนี้ฉันรักและก็ไม่อาจทำร้ายเธอได้ลงโดยไม่ต้องมีสัญญานั่นมาบังคับ”
แบงก์พูดด้วยความจริงจัง พายุเห็นแววตาที่มองไปทางอิงอิงอย่างอ่อนโยนของเขา