
“ข้าคงหูฝาดท่านว่า 1 ลูก หรือ 1 ส่วนนะขอรับ ?!
““1 ลูกโว้ย!!!
(ꐦ ´͈ ᗨ `͈ ) (ปากกล่าวยอมรับแต่ยังมีอารมณ์หงุดหงิด)
*………….
(⊙ꇴ⊙) (อา...เอิ่มม / พูดไม่ออก)
*ยายแก่จอมกวน....
“เฮ้อ!!!
กันจิผู้รู้สึกโดนกลั่นแกล้งถึงกลับต้องถอนหายใจและคิดถึงชีวิตในโลกก่อนที่เขาจะถูกดึงมาจุติใหม่ในร่างเห่ยๆของเจ้าแกจุนผู้โชคร้ายนี่คิดถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ข้อมูล วิธีการ ความสงสัย เรื่องที่มันได้รับรู้สัจธรรมของการเรียนรู้ ต่างๆของโลกเดิม กับข้อมูลพื้นฐานของโลกแห่งมหาปราณใบนี้ที่มันได้รับมาจากเซี่ยงอี้น้อยที่นางบรรจงยัดเยียดข้อมูลเข้ามาที่เดียวแบบอัดเต็มสูบให้กับมันมันถึงนำข้อมูลที่มันได้รับรู้มาเปรียบเทียบข้อมูลกันระหว่างทั้งสองโลกว่าจะมันจะสามารถนำอะไรข้อมูลจุดไหนมาใช้งานร่วมกันได้บ้างและ จะต้องใช้อย่างไร ?
*ทำไมกันนะ ?!
*ทุกอย่างที่ข้าได้อ่าน ทุกอย่างที่ข้าเคยดูทุกอย่างที่ข้าเข้าใจเกี่ยวกับคำจำกัดความของพระเอกมันไม่เห็นจะเหมือนกันเลยกับที่ถูกบรรยายไว้ในนิยาย ตามซีรีย์ หรือในอนิเมะ ….
*มันไม่เห็นจะเหมือนอย่างที่ข้าจินตนาการไว้เลยวะ!!
*ข้าเคยมีคำถามมากมายหลายสิ่งหลายอย่างในตอนที่ข้านั้นถูกส่งไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงถึงสองแห่งสองแห่งเชียวนะ !!!
*เหตุไฉน ! อัจฉริยะเช่นข้าที่จบจาก Oxford และ Harvard ด้วยวัยเพียง 12 ปี...ทำไมข้า...
*แต่ทำไมข้าถึงไม่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ ณที่แห่งนี้ หรือความเป็นจริงที่เป็นอยู่ได้เลยกันนะ ?!....
*คำนิยามของพระเอกคืออะไร ?! โลกแห่งนี้มันยังไง?!ทำไมข้าถึงเป็นฝ่ายที่โดนกลั่นแกล้งจากคนรอบข้างอยู่ตลอดเวลา?!
(หรา.....เองโดนกลั่นแกล้งจริงจริงงั้นเหรอ?) o(︶︿︶)o (เอื้อมระอาใจ)
*นี่ข้าต้องมาตั้งข้อสงสัยใหม่กับโลกแห่งนี้อีกครั้งใช่ไหม?!!!!
+_+ (มึน ๆ ห้องพยาบาลอยู่ไหน~)
*………..
ตัดภาพ ณ โลกมนุษย์แห่งที่ 1
*ความสงสัยของกันจิในวัย 8 ขวบผู้เป็นเด็กอัจฉริยะที่มี IQ 275+
เคยสงสัยไหม ?!
ทำไมเราต้องศึกษาเล่าเรียน ?
ทำไมเราต้องหาความรู้อยู่สม่ำเสมอ?
ทำไมหลังเรียนจบแล้วยังต้องทำงาน?
เราเสียเงินทองเพื่อศึกษาเรียนรู้เพียงเพื่อมาทำงานหาเงินแค่นั้นจริงจริงเหรอ ?
ทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงบอกให้ตั้งใจเรียนแล้วเราอยากจะเป็นอะไรก็เป็นได้ถ้าเรามีความสามารถมากพอ ?!
บทบาทของการศึกษาตั้งแต่เด็ก ชั้นประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย มหาวิทยาลัย มีหน้าที่อะไร ?
มันมีหน้าที่แค่เพื่อให้ความรู้เราเพียงแค่นั้น?!
จบมาจะได้มีอาชีพที่มั่นคง?
วิศวกร ตำรวจ ทหาร นักบิน นักบินอวกาศ สถาปนิก พ่อค้าแม่ค้า ยูทูปเบอร์ ดารา นักแสดง นักร้อง หมอทั่วไป จิตแพทย์ สูตินารีแพทย์ศัลยแพทย์ ค้าขาย ประกอบธุรกิจส่วนตัว ช่างซ่อม พยาบาล ...ฯลฯอาชีพพวกนี้เราสามารถเป็นได้แค่เพียงมีความสามารถเท่านั้นเหรอ ?!
อยากเป็นเก่งอยากเป็นคนมีความสามารถ อยากเป็นคนที่โดดเด่น ต้องขยันศึกษาเล่าเรียน ?!
2 หลักการที่กันจิเข้าใจดี ขณะที่เขานั้นถูกส่งตัวไปศึกษาเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยOxfordในวัยเพียง8 ปี เด็กที่อายุเพียง 8 ปี จะเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังได้เหรอ ? มีแต่คนตั้งคำถามมีแต่คนสงสัย มีแต่คนหมั่นไส้ แต่กันจิก็ตบหน้าคนพวกนั้นด้วยการจบการศึกษาก่อนเกณฑ์ของโลกมนุษย์ที่ต้องเรียนถึง 4 ปี เขาจบการศึกษาจากที่นั้นโดยใช้เวลาเพียง 2 ปี เท่านั้น !!!
ก่อนที่เขาจะถูกส่งตัวไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย Harvard และจบการศึกษาจากที่นั้นในวัยเพียง12 ปี เพียง 12 ปีเท่านั้น นี้เป็นการตบหน้าครั้งที่2 ที่กันจิมอบให้คนที่ไม่ประสงค์ดี (ในใจ)กับเขา แต่หวังดี(ปากพูด)กับเขา(ป้าข้างบ้าน) แล้วทำไมเขาถึงสามารถจบการศึกษาได้รวดเร็วทั้งที่อายุยังน้อย ?
เพราะ IQ ที่มากกว่า 275 ?!
เพราะเป็นอัจฉริยะที่ศึกษาหรืออ่านอะไรเพียงแค่รอบเดียวก็จำได้ทั้งหมด?!
ถ้าคุณเข้าใจแบบนั้นแสดงว่าคุณเข้าใจในตัวกันจิเพียงแค่50 %เท่านั้น!!!
2สิ่งที่กันจิได้รับรู้หลังจากไปศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นคือ
1.ความฉลาดและความเฉลียวเป็นคนฉลาดนั่นดีมีต้นทุน แต่จะต่อยอดอย่างไร ? ใช้พรสวรรค์แบบไหน ? ให้สามารถพัฒนาถึงจุดสูงสุดได้ นี่คือสิ่งแรกที่เขาได้เรียนรู้จากสังคมมนุษย์
(≖ ‿ ≖) (หุหุ ข้ารู้ข้าเห็น !!!)
(ต้องขอบคุณอย่างยิ่งกับอีป้าข้างบ้านที่ช่วยสนับสนุนด้วยคำพูดที่หวังดีถึงใจ– แซวเล่นนะขอรับ)
2.การปรับตัว/การวางตัว การเรียนรู้ถึงการใช้ชีวิต/ประยุกต์/วางแผนระยะยาวเพื่ออนาคต(ระยะสั้น-ยาว) การประสานงานที่ดี การเรียนรู้นั่นช่วงตั้งแต่ อนุบาล ประถม ม.ต้นม.ปลาย เป็นการเตรียมความพร้อมปรับความรู้พื้นฐานเพียงเท่านั้นมันยังมิใช่สนามรบที่แท้จริง การศึกษาในมหวิทยาลัยก็ยังมิใช่สนามรบที่แท้จริงแต่มันคือสนามฝึกซ้อมของแท้ที่จะให้เราได้เจอทุกรูปแบบของความรู้สึกที่จะเข้ามาปะทะกับเราชาวยุทธทุกท่านรวมถึงตัวข้าน้อยเองก็เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาก่อน ยกตัวอย่างเช่นความรัก ความหวัง รู้สึกดี รู้สึกแย่ อกหัก ร้องไห มีความสุข เสียใจ คิดไม่ตกดิ้นรน โดดเด่น ดีใจ เป็นที่รัก โดนรังเกียจ ฯลฯ
ความรู้สึกพวกนี้จะไม่มีผลกระทบกับเราเลยถ้าหากเรารู้จัก การปรับตัวให้เข้ากับทุกอารมณ์ความรู้สึกที่เข้ามาวนเวียนในชีวิตของเราพร้อมวางตัวให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกกาลเทศะ ถูกสถานการณ์ ยกตัวอย่างเช่นอกหักในวันก่อนสอบกลางคืนทุกท่านจะทำแบบไหน ? ไปกินเหล้าแล้วโดดสอบแล้วคนที่มานั่งทุกข์ใจทีหลังเป็นเธอหรือคุณเอง หรือ ไปซื้อนมกับขนมเพื่อมานั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบฟังเพลงเบาๆคลอให้สมองผ่อนคลาย ไปสอบในช่วงเช้า รับคะแนนที่เราควรจะได้แล้วปรับตัวให้ดียิ่งกว่าเดิม เพื่อให้เธอที่ทิ้งเราไปรู้สึกเสียใจแต่เธอหรือเขาจะเสียใจหรือไม่นั้นไม่เกี่ยวกับเราอกหักแค่หาใหม่แต่สอบตกต้องเรียนใหม่นี้โดนด่าแน่นอน นี่คือ การเรียนรู้ถึงการใช้ชีวิต/การประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเราและภาพรวมพร้อมวางแผนต่อในการพัฒนาอนาคตให้ดียิ่งกว่า
แต่การพูดมันง่ายทำจริงมันยากใช่ไหมล่ะขอรับ ? ตัวช่วยที่ดีที่สุดถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้นั้นคือ การประสานงานที่ดี เพื่อนที่ดีอาจารย์ที่ดี รวมถึงคนรอบข้างที่ดีเพื่อนในที่นี้คือเมื่อเราอกหักมันด่าเราแล้วพาเราไปกินสุราเมาหัวราน้ำแล้วทิ้งการสอบทำให้ติดเอฟติดศูนย์นี้คือเพื่อนที่ดีแต่ไม่ใช่เพื่อนที่รักเราจริงเพื่อนที่รักเราจริงคือพาเราอ่านหนังสือแล้วพาเราไปจิบ ต้องใช้เพียงคำว่าจิบสุราแอลกอฮอล์ ปังเย็น แล้วถึงเวลาอันควรก็กลับพร้อมกัน เช้าก็ไปสอบนี่ถึงเรียกว่ารักกันจริงพากันปรับปรุงตัวประยุกต์การใช้ชีวิตให้ดียิ่งขึ้น
ทั้ง 2ข้อนี้กันจิได้ผ่านมาหมดตลอดระยะเวลา 4 ปี มันเรียนรู้กระบวนเหล่านี้จนทะลุปรุโปร่งแต่มิได้แปลว่ามันจะได้ใช้งานเสมอไป เพราะมันไม่มีที่ให้ใช้น่ะสิ เพราะอะไรล่ะ ?!
1.เพราะเจ้ากันจิมันเกรียนยังไงล่ะขอรับมันฉลาดล้ำแถมใช้ความเฉลียวได้ถูกจุด ในข้อนี้มันทำได้ดีและใช้จนจบมหาวิทยาลัยทั้ง 2
2.ส่วนในข้อที่ 2 คนที่มันสนิทด้วยจริงจริงมีเพียงอาจารย์ที่ปรึกษาของมันที่แกก็คงเกรงใจฐานะทางสังคมและบิดามารดาของมันเพียงเท่านั้น มันรับรู้แต่ก็มิอาจทำสิ่งใดได้มันจึงต้องประยุกต์ทั้งหมดเองอารมณ์ความรู้สึกที่เข้ามาวนเวียนในชีวิตของมันมีเพียงไม่กี่อย่าง ตัวอย่างเช่น รู้สึกโดดเด่นรู้สึกดีเลิศ แต่ โดนรังเกียจ โดนอิจฉา โดนริษยา โดนด่าว่าลับหลัง และ ถูกมองว่าเป็นตัวเลวร้ายของสังคม
ถามว่ามันโกรธไหม ? มันเป็นคนจะไม่โกรธได้อย่างไร?แต่ แต่มันมิอาจห้ามปากที่มีหมาอยู่เต็มไปหมดของมันด้วยความเกรียน + อัจฉริยะของมัน ทำให้ทุกคำพูดที่ออกจากปากของมันทำดาเมจต่อผู้ฟังแบบติดคริติคอลตลอด เช่นการด่าพูดว่ากันของคนธรรมดาทั่วไป ถ้าเปลี่ยนคนพูดโดยให้กันจิเป็นคนกล่าวคนพูดแทน คำที่ออกมาจากปากของมันจะถูกแปลงคำพูดเองทำให้คนที่ฟังอยู่นั้นรู้สึกผิด ผิดประมาณว่ามันนั้นโดนสวรรค์ลงทัณฑ์ ควรไปตายสะยังดีกว่าอีกจึงเป็นเหตุให้มันไม่ได้รับความรู้สึกถูกรัก ถูกชอบ ถูกห่วงใย เลยสักครั้ง และไม่มีเพื่อนสักคนแม้เพียงสักคนเดียว
・.━━━━━━ † ━━━━━━.・
ตัดภาพ ณ โลกแห่งมหาปราณ
ในโลกแห่งนี้นั้นก็มีอาชีพหลากหลายให้เลือก เลือกประยุกต์ใช้ เพื่อให้เหมาะกับความถนัดของแต่ละบุคคล
แต่
มี 1สิ่งที่คนทุกคนถูกจำกัดมาตั้งแต่ต้น นั้นคือธาตุประจำตัว
ธาตุที่ต่างกันของแต่ละบุคคลจะมีผลต่างกันอย่างนั้นเหรอ?!
มันจะมีผลอย่างไรบ้างในการใช้กับอาชีพในโลกแห่งนี้หรือเปล่า?
ประสิทธิภาพที่ได้ออกมาอ้างอิงกับธาตุของแต่ละบุคคลด้วยหรือไม่แล้วมันต่างกันอีกหรือเปล่า?
คำตอบคือมีผลอย่างมากในทุกคำถามยกตัวอย่างง่ายง่ายเช่น นักปรุงโอสถ .... หรือในอาชีพอื่นๆก็ตามแต่ข้าน้อยจะขอยกตัวอย่างให้ง่ายต่อการเข้าใจด้วยอาชีพนักปรุงโอสถนะขอรับ ....
(ธาตุดิน– แข็งแกร่งดั่งปฐพี) ปรุงโอสถ โอสถที่ได้มาจะมีสรรพคุณทำการเพิ่มประสิทธิภาพในป้องกันร่างกาย,พัฒนากายา ...ฯ โอสถประเภทนี้จะถูกพบเห็นในทุกแห่งแต่ โอสถประเภทนี้นั้นจะไม่สามารถพัฒนาให้เต็มที่ได้ เนื่องจาก สมุนไพรที่ขัดเกลาออกมานั้นเหลือสิ่งเจือปนมากเกินไปเมื่อใช้แล้วร่างกายจะแข็งแกร่ง
แต่แลกมาด้วย ผลข้างเคียง หลังใช้แล้วเมื่อโอสถหมดฤทธิ์จะทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเป็นเวลาเท่าไร...ก็แล้วแต่โอสถที่ใช้และระดับของยารวมถึงปัจจัยภายนอกอื่นๆแต่นิยมใช้กันแพร่หลายจากราคาของมันที่ทุกผู้ทุกคนสามารถจับต้องได้
ราคาประมาณ 1เม็ดระดับพื้นฐานขั้นที่ 1 ราคาอยู่ที่ประมาณ 10 ผลึกดิน
(ธาตุไม้– กำเนิดสรรพสิ่ง) ปรุงโอสถ โอสถที่ได้มาจะมีสรรพคุณทำการเพิ่มพลังลมปราณ เพิ่มพลังชั่วคราวหรือช่วยรักษาอาการบาดเจ็บ ...ฯ โอสถประเภทนี้จะถูกพบเห็นค่อนข้างมากในพวกชาวยุทธรับแจ้งชาวยุทธพเนจร มันเป็นเหมือนชีวิตที่สองของพวกเขาเลยก็ว่าได้
แต่ราคาของมันจึงมีราคาที่แพงประมาณ1 เม็ดระดับพื้นฐานขั้นที่ 1 ราคาอยู่ที่ประมาณ 100 ผลึกดิน เป็นราคาที่สูงมากเช่นกันแต่ไม่เป็นปัญหาเนื่องด้วยพวกชาวยุทธส่วนใหญ่มักร่ำรวยเงินทองทำให้ราคาของโอสถจึงต้องแพงตาม
แต่อย่าคิดว่ามันมิมีผลข้างเคียงผลข้างเคียงของมันค่อนข้างร้ายแรงมากเลยทีเดียวมันมีผลให้การเพิ่มระดับลมปราณไม่คงที่ เนื่องจากการใช้เม็ดโอสถเพิ่มลมปราณเหล่านี้จึงเป็นอันว่าถ้าไม่ถึงคราวตายจริงๆ ก็จะไม่ค่อยเห็นคนใช้งานมันสักเท่าไร
(ธาตุน้ำ– ชุ่มช่ำด้วยพลังชีวิต) ปรุงโอสถโอสถที่ได้มาจะมีสรรพคุณทำการเพิ่มความชุ่มชื่นของร่างกาย จิตวิญญาณหรือช่วยรักษาโรคได้ค่อนข้างหลากหลาย แต่โอสถประเภทนี้นั้นจะไม่เน้นใช้ในทางต่อสู้,ป้องกันมันมักจะถูกใช้คู่กับการเพิ่มความงามให้กับสาวเล็กสาวน้อยสาวใหญ่สาวมีอายุทุกคนที่รักในความงามเนื่องด้วยสรรพคุณของมันที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นนั้นแหละจึงทำให้เป็นที่ต้องการในตลาดของสาวๆอย่างมาก
ราคาของจึงเป็นราคาที่โหดหินเช่นเดียวกันราคาของมันประมาณ 1 เม็ดระดับพื้นฐานขั้นที่ 1 ราคาอยู่ที่ประมาณ 1000 ผลึกดิน
โอสถที่ได้ออกมานั้นเป็นโอสถเดียวที่แถบจะไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายเลย แต่ มีผลกับจิตใจจิตวิญญาณแน่นอน เพราะ ยิ่งใช้โอสถมากเท่าไรจะทำให้ลุ่มหลงมัวเมาในความเยาว์ไว และถ้าหากต้องการจะทะลวงระดับลมปราณนั้นมารในจิตใจจะแข็งแกร่งยิ่งจากการที่จิตใจจิตวิญญาณหลงทาง
(ธาตุไฟ– ร้อนแรง ลุกไหม้ พร้อมทำลายทุกสิ่ง) ปรุงโอสถไฟของธาตุไฟจะทำการเพิ่มประสิทธิภาพในการขัดเกลาสมุนไพรได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ใช้เวลาน้อยลงแถมประสิทธิภาพของโอสถที่ได้ก็จะดียิ่งขึ้นตามไปด้วยแต่ข้อเสียของมันคือจำนวณที่ได้มีปริมาณที่น้อยลงจากการขัดเกลาสมุนไพรที่ค่อนข้างหมดจดส่วนใหญ่โอสถที่ได้มาจะมีสรรพคุณ ใช้เพื่อเน้นไปทางโจมตี ระเบิดพลังลมปราณ ....ฯ
ถึงแม้จะใช้โอสถชนิดนี้เป็นท่าไม่ตายได้แต่ผลข้างเคียงก็มิอาจหลีกเลี่ยงได้และค่อนข้างร้ายแรงเมื่อโอสถหมดฤทธิ์ของยามันจะทำให้ลมปราณหมดร่างหรือลมปราณพร่องทำให้หมดสติในฉับพรรณ ลมปราณตีกลับ คือใช้ 8 แลก 9 ศัตรูตกตายเราบาดเจ็บสาหัส
ถึงแม้ผลข้างเคียงจะร้ายแรงก็ตามแต่ก็เป็นที่นิยมของพวกชาวยุทธ,คนร่ำรวย ,ตระกูลชั้นนำต่างๆราคาของโอสถชนิดนี้จึงพุ่งสูงเสียดฟ้าเช่นเดียวกัน ราคาของมันประมาณ 1เม็ดระดับพื้นฐานขั้นที่ 1 ราคาอยู่ที่ประมาณ 10,000 ผลึกดิน
ส่วนชนิดสุดท้ายที่มีให้เห็นในโลกมหาปราณเบื้องล่างแห่งนี้นั้น
(ธาตุทอง– ยากทำลาย) ปรุงโอสถ โอสถที่ได้มาจะมีสรรพคุณทำการเพิ่มประสิทธิภาพในการเสริมแกร่งร่างกายพัฒนากายาให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้อื่นโดยถาวร ...ฯโอสถประเภทนี้จะถูกพบเห็นได้น้อยมาก มากถึงมากที่สุดแต่ก็มีให้เห็นในโรงประมูลบ้างเป็นครั้งคราว
ผลข้างเคียง ....?
ราคาประมาณ 1เม็ดระดับพื้นฐานขั้นที่ 1 ราคาอยู่ที่ประมาณ 100,000 ผลึกดิน
มันก็มิใช้ว่าจะกำจัดผลข้างเคียงของมันให้หมดไปไม่ได้เพียงแต่ที่โลกเบื้องล่างแห่งนี้เห็นว่าจะยังไม่มีวิธีเพียงแค่นั้นกระมั้ง?!
・.━━━━━━ † ━━━━━━.・
เหมือนความนึกคิดของกันจิจะใช้เวลาเยอะกินเวลาเนิ่นนานเป็นตอนตอน แต่อันที่จริงแล้วใช้เวลาเพียง 1-2นาทีเท่านั้นในการจัดเรียงข้อมูลใหม่ในหัวของเขาเอง
*แสดงว่ามิใช้แค่นักปรุงโอสถสินะถ้าข้าทำซาลาเปาขึ้นมาก็อาจจะมีสรรพคุณบ้างก็ได้?
*ฟู้วส์.....เอาวะลองดูหน่อย !!
*ถ้านิยามของพระเอกมันอยากจะเข้าใจ...
*ข้าก็แค่เขียนนิยามของคำว่าพระเอกใหม่ก็แค่นั้น....
*ข้านิแมร่งโครตหล่อแถมอัจฉริยะอีกตั้งหาก
*เอาล่ะ....
*ย้ากกกกกก.................
เขาทำการตะโกนให้สุดเสียงเพื่อเพิ่มกำลังใจให้ตนเองในการต่อสู้ฝ่าฟันกับโลกแห่งใหม่เขาต้องหาคำนิยามของตัวเองว่าคำว่าพระเอกสำหรับตัวเขานั้นเป็นแบบไหนทำอะไรได้บ้าง....
*ป้าป....โอ้ยยยย !!!
กันจิที่กำลังให้กำลังใจตนเองถึงกับก้มหน้าด้วยแรงตบลงตรงกะบาลของเขา(เหมือนโดนนักแม่นปืนเร่งยิงจากระยะประชิด) และขณะที่เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอยู่นั้นก็มีเสียงที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างมากดังขึ้นภายในหัว
*...ติ๊ด....ติ๊ด.....คำบัญชาจากท่านซีโร่ ให้เตือนความทรงจำของโฮสต์ถึงกฎของการอยู่ร่วมกันที่โฮสต์อาจจะลืมไปแล้ว
*...ติ๊ด....ติ๊ด.....เนื่องจากระบบกับโฮสต์เป็นผู้อยู่อาศัยร่วมกันแล้วมิว่าโฮสต์จะทำอะไร คิดสิ่งใด ระบบจะรับรู้ด้วย
*...ติ๊ด....ติ๊ด.....เนื่องจากโฮสต์ทำการรบกวนจิตวิญญาณสถิตระบบทำการลงโทษ 1 ฝ่ามือ
=_=* (โกรธนะเฟ้ยหัวหยิกเลย)
*เอ้า!!! คนกำลังจะเกิด โดนคุมกำเนิดซะงั้น!!!
+(ꐦ ´͈ ᗨ `͈ )+ (ปากกล่าวยอมรับแต่ยังมีอารมณ์หงุดหงิด)
**อาโฮก โฮก โฮก โฮก...
(*≧▽≦) (งุงิงุงิ)
*ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะข้าเลยนะเจ้าเฟยน้อยพอข้าโดนตบกะบาลนี้บินหนีอย่างเร็วเชียวนะ !!!
**อาโฮก โฮก โฮก โฮก...
(*≧▽≦) (งุงิงุงิ)
““เจ้าหนุ่ม ซาลาเปา 1 ลูกของเจ้าเนี้ย ?!ยังจะทำอยู่ไหม?!
(ꐦ ´͈ ᗨ `͈ ) (ปากกล่าวถามแต่เริ่มมีอารมณ์โมโห)
*………
(⊙ꇴ⊙) (อา...เอิ่มม / พูดไม่ออก)