PALMER46: เพื่อเธอที่ฉันรัก
ตอนที่4กาลครั้งหนึ่งเพื่อเธอที่ฉันรัก
การเดินทางหลบหนีอันยาวนานกำลังจะจบลงความรู้สึกที่ท่วมท้นในหัวใจของปาล์มและฝนเริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืนบนชายหาดที่แสงดาวสาดส่องลงมาบรรยากาศนั้นแสนโรแมนติก ขณะที่คลื่นทะเลเสียงเบาๆ เสียงลมพัดผ่านต้นไม้และเสียงฝีเท้าของทั้งสองคนที่ก้าวไปบนผืนทราย ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันอย่างช้าๆแทบไม่รู้สึกถึงเวลาที่ผ่านไป
ฝนยิ้มให้กับเปลือกหอยที่เธอหยิบขึ้นมาจากพื้นทรายมันดูเรียบง่ายแต่กลับสวยงามอย่างไม่คาดคิด สะท้อนแสงไฟจากดาวบนท้องฟ้า
“อันนี้สวยจังเลยฉันขอเก็บไปด้วยได้ไหม” ฝนถามด้วยเสียงอ่อนหวาน
ปาล์มหันมองเปลือกหอยในมือเธอแล้วขำเบาๆ “จะเอาไปทำอะไร มันก็แค่เปลือกหอยน่า”
ฝนหันมายิ้มอย่างอ่อนโยนเธอหยุดเดินและยื่นมือให้ปาล์มมองเปลือกหอยในมือของเธอ “โถ่ก็เก็บไว้เป็นที่ระลึกไง ว่าครั้งหนึ่งฉันกับนายเราเคยหนีตายเดินทางไกลด้วยกัน”น้ำเสียงเธออ่อนโยนและซาบซึ้งในความทรงจำ
ปาล์มพยักหน้าไม่ได้ตอบอะไร แต่ในใจเขารู้สึกถึงความอบอุ่นจากคำพูดของฝนเขาหันไปมองชายหาดที่เต็มไปด้วยความสงบ ก่อนจะเอ่ยออกมา “ตามใจเธอเลย”
ฝนยิ้มกว้างขึ้นและเก็บเปลือกหอยในมือเธอรู้ดีว่าแม้สิ่งนี้จะดูเล็กน้อย แต่สำหรับเธอมันมีความหมายมากมายนี่คือตัวแทนของการเดินทางครั้งสำคัญในชีวิต
แสงอาทิตย์อ่อนๆเริ่มส่องผ่านขอบฟ้าทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนยามเช้ากระทบกับผืนทรายที่ยังคงชื้นจากความชื้นของค่ำคืนที่ผ่านมาฝนยืดแขนขึ้นมาและหันไปมองฟ้าด้วยสีหน้าที่สดใส
"จะเช้าแล้วนิ"ฝนพูดพร้อมกับยิ้มให้กับแสงแรกของวันใหม่ที่เริ่มทอแสงลงบนทะเล
ปาล์มยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นฝนมีท่าทางสดใสในขณะที่เขายังรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าจากการเดินทางที่ยาวนานแต่เขารู้ว่าความเหนื่อยทั้งหมดจะหมดไปเมื่อถึงจุดหมาย
"วันนี้เราไม่ต้องพักแล้วเดินทางต่อเลยไหม"ปาล์มเอ่ยออกมาด้วยท่าทีตัดสินใจ
ฝนหันมามองเขาด้วยความสงสัย"เอ๋ ทำไมละ"
ปาล์มหันไปมองขอบฟ้าที่เริ่มสว่างขึ้นเขารู้สึกถึงความหวังที่ใกล้เข้ามา"ฉันคิดว่าการเดินทางของเราใกล้สิ้นสุดแล้วละ อีกแค่นิดเดียวก็ถึงอาณาเขตของ BIRDROCK แล้ว"
ฝนได้ยินดังนั้นก็ตาโตด้วยความดีใจ"เย้ จะได้พักยาวๆ สักที พอถึงที่นั้น ฉันจะเอาแต่นอนบนเตียงทั้งวันเลย"น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวังและความตื่นเต้น
ปาล์มหันไปชี้มือไปยังพื้นที่ที่พังทลายไร้ซึ่งสีเขียวของธรรมชาติ และซากที่ยังคงอยู่จากสงครามที่ผ่านมา“เราจะออกจากชายหาดกันแล้ว ไปทางนั้น” เขาชี้ไปที่เส้นทางที่พวกเขาต้องเดินต่อ
“ไปกันเลย”เธอพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง ขยับก้าวเดินไปข้างหน้าท่ามกลางแสงอาทิตย์เช้าที่เริ่มอบอุ่นและความหวังที่จะได้พักจากการเดินทางที่ยาวนาน
ในขณะที่ทั้งสองเดินทางออกจากชายหาดไปยังทิศทางที่ปาล์มชี้ไว้ฝนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของการเริ่มต้นใหม่ที่รออยู่ข้างหน้าพวกเขาใกล้จะถึงอาณาเขตของ BIRD ROCK แล้วความเจ็บปวดจากการเดินทางอันยาวนานค่อยๆ หายไปและความหวังในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่รอพวกเขาอยู่
การเดินทางของทั้งคู่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ชายแดนที่พังทลาย ที่นี่เต็มไปด้วยเศษซากของสงครามสภาพแวดล้อมที่เคยมีชีวิตชีวาตอนนี้กลายเป็นพื้นที่ไร้สีสันเส้นทางที่เดินยังคงมีหลุมบ่อและก้อนหินกระจัดกระจายฝนที่เดินอย่างร่าเริงเผลอสะดุดก้อนหินก้อนหนึ่งแล้วล้มลงไป
"โอ้ยเจ็บ"ฝนร้องออกมาอย่างตกใจ ขยับตัวจากพื้นทรายที่แข็งกระด้าง
ปาล์มเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและยื่นมือไปดึงฝนขึ้นจากพื้น"ระวังหน่อยสิ"
ฝนยิ้มออกมาแม้จะเจ็บ"ไอก้อนหินบ้านี้คนกำลังมีความสุขเลย"
ปาล์มหัวเราะเบาๆก่อนจะพูดขึ้น "เธอมาเดินใกล้ๆ ฉันเลย เดี๋ยวก็โดนกับดักระเบิดหรอก"
ฝนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย"เอ๋ มีด้วยเหรอ แล้วทำไมไม่รีบบอกให้เร็วกว่านี้นะ"
ปาล์มยิ้มร้ายๆ"หยอกเล่นน่า ไม่มีหรอก"
ฝนทำหน้าเบ้"โถ่ไอบ้าทำเอาฉันตกใจหมด" แต่เธอก็ยิ้มออกมาอย่างขบขัน
ฝนยืดตัวขึ้นและก้าวไปยืนตรงหน้าปาล์ม"นั่งย่อตัวลงแล้วให้ฉันขี่หลังเลย โทษฐานที่หลอกฉัน"
ปาล์มยกมือขึ้นขยี้หัว"ฉันว่าเธอขี้เกียจเดินเองมากกว่านะ"
ฝนยิ้มกว้าง"ไม่รู้แหละ ให้ฉันขี่หลังเลย ไม่งั้นฉันโกรธนะ"
ปาล์มยิ้มอ่อนแล้วย่อตัวลง"ก็ได้ๆ"
ฝนไม่รอช้าเธอกระโดดขึ้นขี่หลังปาล์ม พร้อมกับเสียงหัวเราะ "เย้ ไปกันต่อเลย"
ปาล์มเริ่มเดินไปตามถนนที่พังทลายแม้จะเหนื่อยล้า แต่การมีฝนอยู่บนหลังทำให้เขารู้สึกถึงความสุขเล็กๆในการเดินทางที่ยากลำบากนี้
"เธอดูมีความสุขจังเลยนะสนุกในที่แบบนี้ได้ ดีจังเลยนะ" ปาล์มพูดเบาๆ ขณะก้าวเดินไป
ฝนยิ้มและซบหน้าลงที่หลังของเขา"ก่อนนายไปช่วยฉัน ฉันถูกพวก KITTITECH ขังอยู่ในห้องวิจัยมาตลอด สำหรับฉันนี้นะคืออิสระ ฉันมีความสุขสุดๆ เลยละขอบคุณมากนะที่ช่วยฉันออกมา ขอบคุณนะที่รัก"
คำพูดของฝนทำให้ปาล์มรู้สึกถึงความสำคัญของการกระทำของเขาเขาหันไปยิ้มให้กับฝนที่ขี่หลังเขา "ฉันเองก็ขอบคุณเธอนะที่มอบความรักให้ฉัน"
การเดินทางที่ยาวนานยังคงดำเนินไปท่ามกลางทิวทัศน์ของพื้นที่พังทลาย
ฝนหันมาถามปาล์มด้วยสีหน้ากังวล"นิ นายแน่ใจเหรอ ว่าพวกผู้ก่อการร้าย BIRD ROCK นั้นจะช่วยพวกเรา พวกเขาเป็นผู้ก่อการร้ายนะ จะช่วยพวกเราจริงๆ เหรอ"
ปาล์มมองไปข้างหน้าก่อนจะหันกลับมามองฝน ตอบด้วยความมั่นใจ "ช่วยสิ หัวหน้าของพวกมันนะชื่อ BIRDROCK ตามชื่อกลุ่ม ฉันเคยช่วยมันไว้และสนิทกับมันพอสมควรและอีกอย่างนะที่เธอเรียกพวกเขาว่าผู้ก่อการร้ายนะ มันแล้วแต่มุมมองนะสำหรับบางคนนะ พวกเขาคือฮีโร่นะ"
ฝนยังคงไม่ค่อยมั่นใจนัก"จริงเหรอ"
ปาล์ม "อืม มันก็แล้วแต่มุมมองนั้นแหละ"
ฝนยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่ก็ยังสงสัย "นิเรามาวางแผนอนาคตของพวกเรากันดูไหม"
ปาล์มหันมามองเธอด้วยความสนใจ"อนาคต ทำไมเหรอ"
ฝนขมวดคิ้วเล็กน้อย"หลังจากจบการเดินทาง เราจะเอายังไงต่อดี แล้วนายมีบ้านไหม"
ปาล์มทำหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์"ไม่มีหรอก"
ฝนยิ้มเบาๆแล้วถามต่อ "เอ๋ แล้วพวกเราจะเอายังไงกันต่อละ"
"ปกติฉันอาศัยอยู่กับพ่อค้าของเถื่อนที่ชื่อว่ามอสนะแต่ว่าจะลองขอเงินหมอนั้นไปซื้อบ้านดู" ปาล์มตอบพร้อมกับยักไหล่
ฝนแปลกใจ"ขอเงินซื้อบ้านเหรอ มันจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ"
"หมอนั้นเงินเยอะจะตายฉันเคยแอบขโมยไปซื้ออาหารให้พวกคนไร้บ้านบ่อยอยู่"ปาล์มตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงขำๆ ไม่ได้รู้สึกผิดนัก
ฝนขมวดคิ้วอีกครั้ง"แล้วเขาจับได้ไหมว่านายขโมยไป"
"ได้สิแต่หมอนั้นก็ไม่ว่าอะไรฉันหรอก มั้งนะ ฉันว่าตอนนี้หมอนั้นคงโกรธฉันมากแน่ที่ฉันไปช่วยเธอแล้วทำให้แผนขโมย BioLink ไม่เป็นไปตามแผน"ปาล์มเล่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย
ฝนตกใจ"เอ๋ แล้วเขาจะฆ่าฉันไหม"
"ไม่หรอกไม่มีทาง เพราะเธอเป็นถึงคนรักของฉันนะฉันรับรองได้ว่าจะไม่มีใครกล้าทำร้ายเธอเด็ดขาด" ปาล์มยิ้มให้ฝนและพยายามให้เธอรู้สึกปลอดภัย
ฝนยิ้มหวานขึ้น"แล้วถ้าเพื่อนของนายยังโกรธนายแล้วไม่เอาเงินเราไปซื้อบ้านละ"
ปาล์มคิดครู่หนึ่งแล้วพูด"ในกระเป๋าเป้ที่เธอสพายอยู่ด้านในก็มี BioLink อยู่นิเราขายมันให้เขาในราคาที่พอสมควร หมอนั้นจะซื้อไปแกนกำไรต่ออย่างแน่นอน"
ฝนยิ้มอย่างโล่งใจและเอนหัวลงบนไหล่ของปาล์ม "เข้าใจแล้วละ ถ้าถึงแล้วก็ปลุกฉันด้วยนะฉันขอหลับก่อนนะ ง่วงมากเลย"
"จ่าฝันดีนะที่รัก"ปาล์มพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและยิ้มให้กับเธอ ขณะที่เขายังคงเดินต่อไป ฝนหลับตาลงพักผ่อนบนหลังของปาล์ม
การเดินทางที่ยาวนานยังคงดำเนินต่อไปปาล์มที่ยังแบกร่างของฝนที่หลับใหลอยู่อย่างเงียบๆท่ามกลางอากาศร้อนและทิวทัศน์ของซากบ้านที่พังทลายเขารู้สึกเมื่อยล้าจากการเดินมาเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการมากนัก
"เริ่มเมื่อยแล้วสิอากาศร้อนแบบนี้ยังหลับลงได้นะ สงสัยจะเหนื่อยจากการเดินทางมาก"ปาล์มพูดพึมพำกับตัวเอง ขณะที่ฝนยังคงหลับอย่างไม่รู้ตัว
ฝนขยี้ตาและค่อยๆลืมตาขึ้นมา "พึมพำอะไรอยู่นะ เที่ยงแล้วเหรอ"
"อีกนิดเดียวเดินต่อไปอีก 20 นาทีก็น่าจะถึงแล้วละ"ปาล์มตอบด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายขึ้น
ฝนยิ้มบางๆ"จริงเหรอ"
ปาล์มเดินเข้าไปในซากบ้านที่พังทลายและนั่งพักลงบนเศษไม้เก่าๆ"ขอพักแป๊บหนึ่งนะ เมื่อยไปหมดเลย"
ฝนลงจากหลังปาล์มและยืนอยู่ข้างๆ"นี้นายแบกฉันมาตลอดหลายชั่วโมงเลยเหรอ ทำไมไม่ปลุกฉันละถ้าเมื่อยก็ปลุกฉันก็ได้นิ"
ปาล์มยิ้มอย่างขำๆ"ก็เห็นเธอกำลังสบายอยู่นิ"
ฝนเบ้ปาก"ให้คนอื่นสบายแล้วตัวเองทรมานเนี้ยนะ"
"ไม่ได้ทรมานสักหน่อยได้เห็นคนที่รักสบายมีความสุขจะตาย" ปาล์มพูดพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นแม้จะเหนื่อยแค่ไหน แต่การได้ดูแลเธอก็ทำให้เขามีกำลังใจ
ฝนยิ้มและยกมือขึ้น"หืม นี้ ขอตีหน่อยเถอะตาบ้า" เธอยิ้มขำแต่ในใจเธอก็รู้สึกอบอุ่นไม่น้อย
ปาล์มหัวเราะเบาๆก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง จนกระทั่งเขากลับมามองฝนด้วยสายตาที่จริงจัง "นิถ้าพวกเราไปถึงแล้ว เธอจะอยู่กับฉันจริงๆ ใช่ไหม"
ฝนทำหน้ามึนงงเล็กน้อยก่อนจะยิ้มให้"อืม เราเป็นแฟนกันแล้วนิ ทำไมเหรอ"
ปาล์มรู้สึกเขินจนหน้าแดง"เอ่อ คือว่า คือ... เธออยากจะแต่งงานกับฉันไหม"
ฝนสะดุดกับคำถามแต่ไม่นานก็ยิ้มออกมาด้วยความเข้าใจ "เอางี้เลยเหรอ เอาสิ แต่ง"
คำตอบที่ตรงไปตรงมาของฝนทำให้ปาล์มแทบไม่เชื่อหูตัวเองเขาหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะยิ้มให้กับเธอ "จริงเหรอ"
ฝนยิ้มหวาน"ก็ใช่น่ะสิ แล้วนายละ เตรียมตัวให้พร้อม เราจะเป็นคู่ชีวิตกันแล้วนะ"
ปาล์มลุกขึ้นพร้อมกับความตั้งใจที่จะจูบฝนแต่ความรู้สึกบางอย่างทำให้เขาหยุดชะงักเสียงรถยนต์และฝีเท้าหลายร้อยคู่กำลังดังมาใกล้ๆเสียงฝีเท้าที่ไม่คุ้นเคยทำให้ปาล์มรู้สึกถึงอันตรายทันที
"โถ่เว้ย"ปาล์มสบถออกมาและวิ่งไปนอกซากบ้านเพื่อดูสถานการณ์ "ฉันผิดเอง ไม่น่ามาพักเลยควรเดินไปให้ถึงตั้งแต่แรก"
ฝนที่ยังไม่รู้เรื่องหันมาถามด้วยความสงสัย "อะไรเหรอ จู่ๆ ก็รีบร้อนอะไร"
"พวกนักล่ามากันเพียบเลยประมาณ 100 คน ไม่สิ อาจ 200 หรือมากกว่านั้น"ปาล์มตอบอย่างร้อนรน เสียงที่เขาได้ยินนั้นไม่เป็นข่าวดีเลย
ฝนตกใจจนลุกขึ้น"หา มันจะเยอะเกินไปแล้ว"
"เพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายในการล่าพวกเราของพวกมันแล้ว"ปาล์มอธิบายและรีบฉุดมือฝนให้วิ่งออกไป
ทั้งคู่วิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิตสถานการณ์ตอนนี้คือการเอาตัวรอดให้เร็วที่สุด ในขณะที่ปาล์มพยายามดึงฝนให้เร็วขึ้นแต่เสียงมอเตอร์ไซค์ที่ดังขึ้นและภาพของนักล่าที่ขี่เข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้เขาต้องหยุดชั่วขณะ
ทันใดนั้นนักล่าคนหนึ่งที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาพร้อมกับดาบยาวในมือกำลังจะโจมตีเขาปาล์มไม่รอช้า ควักมีดออกมาหมุนตัวแล้วแทงมันที่คอจนล้มลงไปทันที ก่อนที่จะตะโกนให้ฝนวิ่ง
"วิ่งสิวิ่งไป อย่าหยุด" ปาล์มตะโกนเสียงดัง ขณะที่ฝนยังคงไม่เข้าใจ ปาล์มกระชากมือฝนวิ่งต่อไป
ขณะที่พวกเขาวิ่งไปข้างหน้านักล่าคนอื่นๆ ก็เริ่มตามมา ห้าคนตามมาแล้วก็เจ็ดคน และมากขึ้นเรื่อยๆปาล์มต้องหยุดบ้างเพื่อป้องกันตัวเองจากการโจมตีสลับกับวิ่งไป
เสียงกรีดร้องของนักล่าและคำสั่งที่ดังขึ้นมาให้ฆ่า"ฆ่ามัน ฆ่าไอ PALMER46 ฆ่ามันเลย"ทำให้ปาล์มรู้สึกถึงความเป็นจริงของสถานการณ์ที่ไม่อาจหนีไปจากมันได้เขาพยายามวิ่งต่อไปแต่ในที่สุดก็โดนยิงที่แขนซ้ายจนต้องกัดฟันทนจากความเจ็บปวดเสียงปืนที่ดังขึ้นต่อเนื่องทำให้ปาล์มรู้สึกถึงชีวิตที่กำลังจะหลุดมือไปทุกวินาที
นักฆ่าจำนวนมากมารวมตัวกันรอบตัวเขาและปาล์มเริ่มรู้สึกว่าเวลาของเขากำลังหมดไปเขาพยายามหลบหลีกการโจมตีอย่างสุดความสามารถแต่ทุกก้าวที่เขาก้าวไปมันก็เหมือนยิ่งทำให้เขาหมดแรงมากขึ้น
ในระหว่างนั้นฝนที่วิ่งไปข้างหน้าเงยหน้ามองกลับไปเห็นปาล์มถูกโจมตีจากทุกทิศทางสายตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้าและในทันทีที่เธอเห็นนักล่าคนหนึ่งวิ่งตรงมาหาเธอ ฝนจึงหยุดวิ่งและตะโกน"ปาล์ม"
นักฆ่าคนนั้นเข้ามาถึงตัวฝนและกำลังจะจับตัวเธอปาล์มที่บาดเจ็บหนักไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเขารีบโยนมีดที่เก็บจากนักล่าคนที่เพิ่งฆ่าลงไปและมีดนั้นก็แทงทะลุคอของนักล่าที่กำลังจะโจมตีฝนจนมันล้มลงไป
ปาล์มในสภาพที่เต็มไปด้วยบาดแผลเริ่มสูญเสียแรงแต่ยังคงกัดฟันพูดออกไป "วิ่งสิ วิ่งต่อไป อย่าหยุดสิ...เธอต้องวิ่งไปให้ถึงนะ ฉันจะถ่วงเวลาให้เอง... พวกมันเยอะเกินไปฉันคงจะหนีไปกับเธอไม่ได้แล้ว... ไปเถอะ...เธอต้องไปให้ถึงเพื่ออิสรภาพของเธอ"
ฝนน้ำตาซึมออกมาจากตาเมื่อได้ยินคำพูดของปาล์มเธอไม่อยากทิ้งเขาไป "ไม่ เราต้องหนีไปด้วยกันสิไหนนายบอกว่าเราจะแต่งงานกันไง... นายต้องรอดไปกับฉันสิ"
ปาล์มพยายามยืนหยัดแต่ความเจ็บปวดและอ่อนล้าทำให้เขาพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "ไม่...ไม่ได้ มันไม่ทันแล้ว โถ่เว้ย... วิ่งไปสิ ถ้าเธอเป็นห่วงฉัน เธอต้องไปให้ถึงไปสู่ความเป็นอิสระของเธอ... นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ... หนีไปซะ ไปสิวะ"
ฝนน้ำตาซึมจนเปียกเต็มหน้าเธอเช็ดน้ำตาแล้วหันหลังให้ปาล์ม วิ่งไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลังเพื่อไปยังอาณาเขตของ BIRD ROCK ที่มีความหวังเดียวที่จะทำให้เธอปลอดภัย
ปาล์มหันกลับไปมองสภาพของตัวเองที่ลุกลามจากบาดแผลเขาคิดว่านี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขา นักล่ากำลังโจมตีเขาโดยไม่หยุดหย่อนคนหนึ่งโยนระเบิดเข้ามาปาล์มรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีแล้วหยิบระเบิดกลับไปโยนใส่พวกมันจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น
แต่การต่อสู้ยังไม่จบลงนักล่าเข้ามาอย่างไม่ลดละปาล์มถูกแทงเข้าที่ท้องและฟันเข้าที่แขนและลำตัวหลายครั้งแต่เขาก็ยังพยายามสู้ต่อไป ร่างกายของเขาเริ่มอ่อนแรงมากขึ้นทว่าความตั้งใจที่จะให้ฝนหนีไปถึงที่ปลอดภัยยังคงทำให้เขายังคงมีชีวิตอยู่
เสียงหายใจหอบๆของปาล์มยิ่งทวีความเจ็บปวดขึ้นทุกที เขารู้ว่าเขาทำไม่ได้แล้ว...แต่แค่พยายามให้ฝนได้มีชีวิตรอดคือสิ่งที่เขาต้องทำให้สำเร็จแม้ชีวิตของเขาจะต้องจบลงที่นี่
เมื่อฝนวิ่งไปข้างหน้าเธอหันไปมองปาล์มเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหลับตาลงด้วยน้ำตาที่ไม่หยุดไหลรู้ว่าทุกก้าวที่เธอเดินไปคือการทำตามคำสัญญาที่ปาล์มให้ไว้กับเธอ...
เสียงระเบิดที่ดังสนั่นเมื่อปาล์มโยนระเบิดกลับไปทำให้เขากระเด็นไปข้างหลังจากแรงระเบิดร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลและเลือดไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อนปาล์มยังพยายามฝืนร่างกายที่แทบจะไร้เรี่ยวแรงลุกขึ้นจากพื้นและหันกลับไปสู้กับเหล่านักล่า
ความเจ็บปวดที่รุมเร้าเขามากขึ้นทุกวินาทีแผลที่ถูกแทงและฟันจากการต่อสู้กำลังทำให้เขาใกล้หมดสติไปทุกทีแต่ปาล์มยังไม่ยอมแพ้ เขากัดฟันลุกขึ้นและวิ่งต่อไป ตลอดเวลาที่เขาต่อสู้ร่างกายที่ล้มเหลวเริ่มไม่สามารถรับภาระนี้ได้อีกต่อไปแต่มันก็ยังมีบางสิ่งที่ผลักดันเขาให้ก้าวต่อไป คือความรักที่เขามีต่อฝนและคำสัญญาที่เขาให้ไว้
ท่ามกลางความบ้าคลั่งของการต่อสู้ทุกอย่างเริ่มช้าลงในสายตาของเขา ปาล์มรู้ดีว่าเขาทำได้แค่ยืดเวลาออกไปให้ฝนหนีได้เขาไม่สามารถวิ่งหนีไปพร้อมกับเธอได้ แต่เขาก็พอใจที่ทำหน้าที่ของเขาเสร็จแล้ว"ฉันทำได้แค่นี้..." เขาพูดเบาๆ ในใจ ขณะพยายามยืนขึ้นอีกครั้งจากความล้มเหลวของร่างกายความหวังสุดท้ายของเขาคือการปกป้องคนที่เขารัก แม้ชีวิตของเขาจะต้องจบลงที่นี่
แล้วในที่สุดปาล์มก็ไม่สามารถทนต่อความเจ็บปวดได้อีก เขาล้มลงไปหมดสภาพร่างกายที่เสียเลือดจนหมดแรงเขาไม่สามารถต่อสู้ได้อีก และในที่สุดเขาก็หลับตาลงท่ามกลางเหล่านักล่าที่รุมล้อมเขา
นักล่าคนหนึ่งเดินเข้ามาหยิกผมของปาล์มด้วยท่าทางดุร้าย"กูคือคนจัดการมันได้ หัวของมันเป็นของฉัน"เขาพูดเสียงดังพร้อมกับยิ้มเยาะ ขณะที่นักล่าอีกคนเดินเข้ามาและเริ่มโต้เถียง“ไม่! ของกุต่างหาก! ฉันจัดการมันก่อน”ทั้งสองเริ่มทะเลาะกันเสียงดังโดยไม่สนใจปาล์มที่นอนหมดสภาพอยู่ตรงนั้นพวกนักล่าหลายคนที่อยู่รอบๆ ต่างแย่งกันว่าใครจะได้หัวของปาล์มไปเพื่อลงรับรางวัล
การสั่นสะเทือนของแผ่นดินที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนหยุดชะงักเสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์ที่ดังมาจากไกลๆทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดและคับแค้นทันทีนั้นถูกขัดจังหวะจากสิ่งที่ไม่คาดคิดรถถังและยานเกราะอาวุธหนักจำนวนมากโผล่มาเรียงแถวเป็นระเบียบจากนั้นก็มีทหารที่ติดอาวุธจำนวนมากลงจากยานพาหนะสะท้อนถึงการมาถึงของกองกำลังที่มีอำนาจเหนือการต่อสู้ที่เกิดขึ้น
“อย่าพึ่งตายนะได้โปรด”ฝนที่มาพร้อมกองกำลังพึมพำเสียงสั่น ขณะที่เธอวิ่งเข้าไปใกล้ปาล์ม กองกำลังที่มีอำนาจจากBIRD ROCK ซึ่งเป็นกลุ่มที่เธอเคยขอร้องให้ช่วยปาล์มคือคนสำคัญที่ไม่สามารถปล่อยให้ตายไปง่ายๆ
เสียงคำสั่งดังขึ้นจากทหารที่คุมทัพBIRDROCK “ปล่อย PALMER46 ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ทิ้งอาวุธแล้วไสหัวพวกมึงกลับไป”เสียงคำสั่งนั้นเต็มไปด้วยความเด็ดขาดและอำนาจที่ไม่อาจฝ่าฝืนได้พวกนักล่าที่กำลังข่มขู่และแย่งรางวัลกันแทบจะตกใจเมื่อเห็นทัพ BIRD ROCK ที่มาถึงอย่างรวดเร็ว พวกเขารู้ดีว่าไม่มีทางสู้กับกองทัพนี้ได้จึงต้องยอมทิ้งอาวุธและถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว
ฝนยังคงยืนตัวสั่นรู้สึกถึงความโล่งใจที่พวกนักล่าถอยออกไปจนหมดแต่สายตาของเธอก็ยังจับจ้องไปที่ร่างของปาล์มที่นอนหมดสภาพเลือดออกจนหมดสติไป
ทันทีที่พื้นที่ว่างจากการคุกคามของนักล่าฝนไม่รอช้า เธอวิ่งเข้าไปกอดร่างของปาล์มที่เต็มไปด้วยเลือดและแผลพรุน “ไม่อย่าตาย ห้ามตายเด็ดขาด” น้ำตาเธอไหลรินออกมา “เราคุยกันแล้วนะว่าเราจะแต่งงานกันนายบอกฉันเอง... ห้ามตาย” ฝนร่ำไห้สะอื้นออกมาเสียงดังเพราะไม่อาจทนเห็นเขาในสภาพนี้
ทหารจาก BIRDROCK รีบเข้ามาและยกร่างของปาล์มขึ้นจากพื้นเพื่อนำตัวไปยังยานพาหนะเพื่อพาเขาไปยังศูนย์การรักษาที่ไม่รู้ว่าจะช่วยชีวิตเขาได้หรือไม่แต่ฝนยังคงยืนอยู่ที่นั่น น้ำตาของเธอไม่หยุดไหลหวังเพียงแค่ปาล์มจะรอดและได้ฟื้นคืนกลับมา
สามวันหลังจากการต่อสู้ที่หนักหน่วงปาล์มค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาจากอาการบาดเจ็บในห้องรักษาที่ไม่ค่อยทันสมัยนักเสียงของเครื่องเครื่องมือที่ดังเบาๆและแสงไฟที่นวลลอยจากหลอดไฟบนเพดานทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่ยังคงเหลืออยู่ในโลกนี้ภาพแรกที่เขาเห็นเมื่อได้สติก็คือฝนที่นั่งอยู่ข้างเตียง กุมมือเขาไว้อย่างอ่อนโยนน้ำตาของเธอไหลลงมาอย่างไม่อาจควบคุมได้เมื่อเห็นว่าเขาฟื้นขึ้นมา
“ฝน...นั่นเธอเหรอ” ปาล์มพูดเสียงแหบแห้งรู้สึกมึนงงจากการตื่นขึ้นมาในสภาพที่ไม่คุ้นเคย
ฝนรีบยิ้มอย่างปลื้มปิติและพูดไม่ออกน้ำตาของเธอไหลลงเต็มใบหน้า “ในที่สุด... ในที่สุดนายก็ได้สติสักทีฉันโครตกลัวเลย... ฉันกลัวที่จะต้องเสียนายไป...” เธอสะอื้นออกมาเสียงของเธอสั่นไปหมด
ปาล์มยิ้มบางๆแม้จะเจ็บปวดจากแผล แต่ก็พยายามจะปลอบใจเธอ “มีนางฟ้าแสนงดงามมาอยู่ข้างๆแบบนี้ฉันคงตายไปแล้วจริงๆสินะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แม้จะพยายามขบขันแต่ก็เห็นได้ว่าความเจ็บปวดของเขายังไม่หาย
ฝนทำหน้าบึ้งและเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว“ตาบ้า... ไม่ตลกนะ” เธอบอกเสียงแข็งแต่ก็เห็นได้ว่าใจของเธอยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณและรักลึกๆที่เขารอดชีวิตมา
ปาล์มลูบหัวฝนเบาๆอย่างอ่อนโยน “โอ้ๆ ไม่เป็นไรแล้วน่าที่รัก... นี้ฉันรอดมาได้ยังไงนะ”
ฝนยิ้มทั้งน้ำตาก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวของสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาล้มลง “ฉันวิ่งไปถึงชายแดนของBIRDROCK ฉันตะโกนขอความช่วยเหลือจากพวกเขาบังเอิญผู้นำของพวกเขาที่ชื่อว่า BIRD ROCK อยู่ที่นั่นพอดี...ฉันบอกเขาว่า PALMER46 กำลังต้องการความช่วยเหลือด่วนที่สุดตอนนั้นพวกเขาก็ไม่เชื่อฉันนะ...ขนาดฉันเอาหน้ากากของนายที่นายฝากไว้ในกระเป๋ามาให้ดู... พวกเขายังไม่เชื่อเลย...”น้ำตาฝนเริ่มไหลลงอีกครั้งเมื่อจำช่วงเวลานั้นได้ “ตอนนั้นฉันเสียใจมากจริงๆ...แต่พอ BIRD ROCK เห็นน้ำตาฉันแล้วเขาก็เชื่อฉันและออกมาช่วยนายทันที”
ปาล์มยิ้มให้เธออย่างจริงใจ“เหรอ... เก่งมากเลยที่รักของฉัน” เขาพูดด้วยเสียงแหบแห้งแต่น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความขอบคุณ
ฝนยิ้มบางๆและยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา “ไม่ต้องพูดเลย... รีบหายดีไวๆละ... ที่รักของฉัน...”เสียงของเธออ่อนลง