ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

ตอนที่ 172 แหล่งหินโบราณ

ภายในเมืองมังกรวสันต์มีสี่ตระกูลที่เป็นเจ้าของร้านขายอัญมณี สามในนั้นถูกเปิดโดยสมาคมพ่อค้ารายใหญ่สามแห่ง  ชิงไห่ หลิงหยู และลิ่วหัว(บุปผา) ในขณะที่ตระกูลที่สี่เป็นของศาลาเฉินปิง ชื่อของร้านค้าอัญมณีนั้นคล้ายกับของศาลาเฉินปิง เรียกโดยตรงว่า เมืองเฉินปิง เมืองเฉินปิงเป็นอาคารสูงสามชั้นตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองมังกรวสันต์ มันไม่ได้มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาร้านอัญมณีทั้งสี่แห่ง แต่เพราะมีแร่โบราณอยู่ในครอบครองจำนวนมากที่สุด
อีกเหตุผลที่ใหญ่ที่สุด เพราะที่นี่มีเส้นสายขนาดใหญ่ในพื้นที่หุบเขาหลอมกระบี่ ซึ่งสามารถขุดหินแร่โบราณได้ไม่รู้จักจบสิ้น ด้วยเหตุนี้ผู้ฝึกยุทธที่เข้าร่วมการพนันหินจึงมารวมกันที่นี่มากที่สุด เกือบทุกเช้าจะมีนักพนันหินหลายร้อยคนมารวมตัวกันด้านนอก เมื่อเมืองเฉินปิงเปิดประตูพวกเขาจะรีบกรูเข้ามาอย่างตื่นเต้นทว่าช่วงนี้จำนวนของผู้ฝึกยุทธที่รวมตัวกันอยู่นอกอาคารของเมืองเฉินปิงได้เพิ่มขึ้นหลายเท่า “ทำไมคนเยอะจังล่ะเนี่ย” เมื่อถังฮวนและมู่เหยียนไปที่ทางเข้าของเมืองเฉินปิง สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ ฝูงชนที่ไหล่ชนไหล่และหัวคนจำนวนมากขยับเบียดเสียดกันไปมา
พวกเขาทั้งคู่อยู่ภายใต้การแปลงโฉมครั้งใหญ่ ใบหน้าของถังฮวนนั้นเป็นสีเหลืองซีดดูเหมือนคนเพิ่งหายจากอาการป่วยเป็นเวลานาน ส่วนใบหน้างามดังหยกขอมู่เหยียนก็กลายเป็นใบหน้าทั่วๆ ไป นี่เป็นผลมาจากการที่นางละเลงยาไปทั่วทั้งหน้า
หลังจากถังฮวนได้เห็นใบหน้าใหม่ของตน เขารู้ก็สึกประทับใจกับวิธีการของมู่เหยียนมาก ได้มู่เหยียนมาเป็นผู้ติดตามนับว่าคุ้มค่าจริงๆ เพราะนางเชี่ยวชาญเรื่องยาพิษและรอบรู้เรื่องยาอื่น ๆ ในธรรมชาติ สำหรับนางแล้วการปรุงยาเพื่อเปลี่ยนรูปลักษณ์นั้นง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ แน่นอนว่ายานี้มีฤทธิ์อยู่ได้ไม่นาน ในหนึ่งวันมันจะสูญเสียประสิทธิภาพของมันไป แต่สำหรับถังฮวนวันเดียวก็เกินพอแล้ว นอกจากนี้ถังฮวนยังอุ้มเฟิงหมิงมาด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงดูเหมือนพ่อแม่ลูก ใครจะไปเชื่อมโยงพวกเขากับถังฮวนคนนั้น ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งในการประลองจิตวิญญาณฟีนิกซ์ได้ล่ะ “โอ้ย... นี่ยังไม่หมดหรอกพ่อหนุ่ม”เมื่อได้ยินคำพูดของถังฮวน ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ ก็หัวเราะ 
"คอยดูไปเถอะ จะมีคนมามากกว่านี้แน่" “ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ” มู่เหยียนถามอย่างสงสัย “พวกเจ้าไม่รู้หรอกเหรอ?” 
ชายวัยกลางคนมองไปที่ถังฮวนและมู่เหยียนด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นท่าทางไม่รู้เรื่องรู้ราวของพวกเขา จึงอธิบายยิ้มๆ "เมื่อเย็นวานนี้เมืองเฉินปิงได้หินแร่โบราณชุดใหม่มา เพิ่งส่งมาถึงไม่นาน ว่ากันว่ามีเป็นพันเป็นหมื่นก้อน" “สำหรับแร่โบราณเช่นนี้ โอกาสที่จะมีอัญมณีหายากนั้นมีสูงมาก ไม่งั้นจะมีคนมาเสี่ยงโชคเยอะแยะขนาดนี้รึ” “เอ๊ะ ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงอยู่ที่นี่ด้วย”เมื่อนั้นดวงตาของชายวัยกลางคนพลันเปล่งประกายขึ้น เขามองไปข้างหน้าราวกับว่าพบใครบางคนที่คุ้นเคย
ถังฮวนและมู่เหยียนได้ยินแล้วจึงมองหน้ากัน สำหรับคนอื่น ๆ นี่เป็นโอกาสที่ดีในการทดสอบโชคของพวกเขา แต่สำหรับถังฮวนมันไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนัก หินแร่โบราณหลายหมื่นก้อนอาจดูเหมือนเยอะ แต่หากมีผู้คนจำนวนมากขนาดนี้ส่วนแบ่งคงไม่มากนัก ถ้าถังฮวนมีทองคำเพียงพอเขาจะสามารถเข้าไปเลือกซื้อหินแร่โบราณจำนวนมากได้ก่อน แต่สิ่งที่เขาขาดที่สุดในตอนนี้คือเหรียญทองนี่แหละ ปัจจุบันเขามีธนบัตรทองคำเพียงสามใบ สองใบเป็นธนบัตร 200 เหรียญ อีกใบเป็น 100 เหรียญ รวมแล้วเขามีเพียง 500 เหรียญทอง ทั้งหมดนี้ได้มาจากตอนที่ถังฮวนออกจากทางเดินถ้ำของรังฟีนิกซ์ และด้วยความตั้งใจเขาค้นร่างของหูเซินและจงคัง จากที่มู่เหยียนบอก 500 เหรียญทองนั้นเพียงพอที่จะซื้อแร่โบราณที่มีคุณภาพแย่ที่สุดได้เพียงไม่กี่ก้อน ในขณะที่หินแร่โบราณคุณภาพดีที่สุดมีราคาหลายพันหรือหลายหมื่นเหรียญทองต่อก้อน "ต้องลองดู ถ้าเราไม่พบ 'ศิลาไม้สวรรค์' ที่นี่ ค่อยคิดหาวิธีอื่น" ถังฮวนขมวดคิ้วเล็กน้อย ใจเขาเต้นแรง ได้แต่มองไปรอบ ๆ ตอนนี้มีคนมารวมตัวกันแล้วสองถึงสามพันคน และชายวัยกลางคนก็กล่าวไม่ผิดเลย ผู้คนในเมืองมังกรวสันต์ยังคงมุ่งหน้ามายังเมืองเฉินปิงอย่างต่อเนื่อง "บ้าฉิบ! หินโบราณหยาบๆ นับหมื่นชิ้น คราวนี้คงจะได้แค่หนึ่งหรือสองก้อนเท่านั้น""เฮ้ อย่าปากเสียสิ ถ้าข้าจำไม่ผิดเจ้าใช้เงินไปหลายแสนเหรียญทองแล้วนี่ เจ้าคิดว่าถ้าเปิดแล้วจะขายมันได้สักหมื่นเหรียญทองมั้ยถ้าเจ้ารวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน"“ไอ้บัดซบ อย่าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าข้า มันพาโชคร้ายนะโว้ย!”"ฮ่า ๆ ในที่สุดหินแร่โบราณแท้ๆ ของเมืองเฉินปิงก็มาถึงแล้ว ถ้าข้าไม่รอหินแร่โบราณแท้ชุดนี้ข้าคงกลับไปที่ทวีปหรงเหย้าตั้งนานแล้ว""มีข่าวลือว่าหินโบราณที่เมืองเฉินปิงนำมาในครั้งนี้ถือได้ว่าดีที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา""เจ้าได้ยินมาจากไหน ข่าวแม่นยำรึเปล่า""..."
ทุกคนกระซิบกระซาบหรือคุยกันเสียงดัง มีเสียงโห่ร้องดังขึ้นและมีบ้างบางคนที่ล้มลง ดวงตาของผู้ฝึกยุทธ์หลายคนเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง มีผู้ฝึกยุทธ์บางคนที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหลืออด หวังว่าพวกเขาจะสามารถเข้าสู่หอคอยของเมืองเฉินปิงได้ทันที
“แอ๊ดด”ขณะที่ทุกคนรอคอย ประตูของเมืองเฉินปิงก็เปิดออกในที่สุด
ถังฮวนและมู่เหยียนถูกผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ข้างหลังดันมาจึงได้แต่ก้าวไปข้างหน้าเท่านั้น ไม่นานนักทั้งสองคนก็ผ่านห้องรับรองชั้นหนึ่งของศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์มา และเข้าไปในอาคารที่เชื่อมต่อกับมัน อาคารหลังนี้สูงประมาณสี่เมตร มีความยาวและความกว้างหลายร้อยเมตร ทำให้ดูแล้วมีขนาดกว้างใหญ่มาก และรอบ ๆ อาคารมีกำแพงสูงมากมาย หากต้องการเข้าไปในต้องผ่านทางเข้าของเมืองเฉินปิงนี้เท่านั้น เพียงแวบเดียวถังฮวนก็เห็นสภาพด้านใน อาคารแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็นช่อง แต่ละพื้นที่มีป้ายประกาศ หากเข้าไปในเพิงจะมีพื้นที่ของหินอยู่ทางด้านซ้ายมือและพื้นที่เก็บเงินทางด้านขวามือ เบื้องหน้าของเขาคือแร่โบราณ แบ่งออกเป็นสี่ด้านตามคุณภาพ ได้แก่ ระดับต่ำ กลาง สูงและสูงสุด ตามลำดับ ผู้ฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่ที่เข้ามาในเพิงจะรีบวิ่งไปยังแหล่งหินหยาบระดับกลางและระดับสูง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ไปยังส่วนหินหยาบระดับสูงสุด ในขณะที่มีเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้นที่วิ่งไปยังพื้นที่หินหยาบระดับต่ำ
ถังฮวนและมู่เหยียนมองหน้ากันแล้วจึงเดินไปยังแหล่งแร่ระดับต่ำทางด้านขวา ไม่ใช่ว่าถังฮวนไม่ต้องการเห็นหินระดับกลาง ระดับสูง และแม้แต่แหล่งหินโบราณชั้นยอด แต่เขารู้สึกว่าเงินของเขาที่มีนั้นน้อยนิด จึงทำได้แค่ไปที่แหล่งหินแร่โบราณระดับต่ำ ส่วนสามพื้นที่นั้นถ้าไม่มีเหรียญทองนับหมื่นเหรียญก็ไม่ควรไปเข้าใกล้ แร่แต่ละก้อนมีขนาดใหญ่เท่าชามเปล มันมืดไม่มีสีสัน พื้นผิวเรียบแต่เป็นหลุมเป็นบ่อ และมีรูปร่างกลมแปลกๆ ในบริเวณนี้มีหินแร่โบราณอย่างน้อยหลายหมื่นชิ้นวางเรียงรายกันให้คนเลือก แร่โบราณบางก้อนมีสีสดใส เห็นได้ชัดว่ามันเพิ่งถูกย้ายมาที่นี่ แต่แร่โบราณส่วนใหญ่มืดสลัวและไร้ประกาย  มองเพียงครั้งเดียวก็พอจะบอกได้ว่ามันอยู่ที่นี่มาระยะหนึ่งแล้ว ผู้ฝึกยุทธหลายสิบคนที่อยู่หน้าถังฮวนและคนอื่น ๆ ได้กระจัดกระจายไปทุกทิศทางแล้ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเหมือนกับถังฮวนที่ไม่มีทองคำมากนัก พวกเขามาที่นี่เพื่อลองเสี่ยงโชค ทว่าความสนใจของคนส่วนใหญ่ล้วนมุ่งเน้นไปที่แร่โบราณที่เพิ่งมาใหม่ สำหรับแร่โบราณที่อยู่มานานแล้ว ทุกคนเพียงมองผ่านไป

-โปรดติดตามบทต่อไป-

คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ ที่คุณอ่าน