สายลมยามเช้าพัดผ่านทิวเขาสลับซับซ้อนในแถบภาคเหนือ หอบเอาไอเย็นชุ่มฉ่ำและกลิ่นดินสดชื่นมาปะทะใบหน้าของผม
ผมยืนสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ มองออกไปสุดสายตา พื้นที่เขียวขจีหลายร้อยไร่ตรงหน้าคือ "ฟาร์มสมปอง" ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัด คอกวัวพันธุ์ดีที่สร้างตามมาตรฐานสากล โรงเรือนกักเก็บเสบียงสัตว์อันทันสมัย แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์กว้างใหญ่ไพศาล และแปลงปลูกพืชชีวมวลที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งหมดนี้คือขุมทรัพย์และความภาคภูมิใจที่ตระกูลของเราสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายและความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกคนในครอบครัว
ผมชื่อ "สมชาย" เป็ลูกชายคนโตของบ้าน ในวัยหนุ่มแน่นยี่สิบสามปีเต็ม ร่างกายของผมกำยำแข็งแรง ไหล่กว้าง อกแน่นจากการลงแรงช่วยงานหนักในฟาร์มมาั้แ่จำความได้ ผิวพรรณคร้ามแดดเล็กน้อยตามประสาคนทำงานกลางแจ้ง แต่ใบหน้าหล่อเหลาเข้มคมและดวงตาที่จริงจังเวลามองงานนั้น ได้รับถ่ายทอดมาจากพ่อค่อนข้างมาก ผมรักงานในฟาร์มแห่งนี้ รักทุ่งหญ้า รักฝูงสัตว์ และภูมิใจในสิ่งที่พ่อของผมสร้างขึ้นมาด้วยสองมือ
"พี่ชาย! ตื่นมารับลมเช้าบนเนินอีกแล้วเหรอ"
เสียงแจ่มใสของ "แพรวา" น้องสาวคนเล็กวัยยี่สิบเอ็ดปี ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่ร่างบอบบางน่ารักจะวิ่งยิ้มร่าเข้ามาหาผม เธอสวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีสดใสกับกางเกงยีนส์ ดูคล่องแคล่วสดชื่นเหมือนดอกไม้แรกแย้มประจำฟาร์ม
"เออระสิ วันนี้มีวัวพันธุ์เนื้อชุดใหม่จากต่างจังหวัดมาส่งแต่เช้า พี่ต้องลงไปตรวจดูคอกกักโรคั้แ่แดดเพิ่งส่อง แล้วเราล่ะ ตื่นเช้าแบบนี้จะไปไหน" ผมยิ้มพลางเอื้อมมือไปขยี้หัวน้องสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"แพรก็จะไปช่วยพี่นั่นแหละ พ่อบอกว่าวันนี้จะให้แพรช่วยจดสถิติการให้นมของฝูงแม่พันธุ์ด้วยนะ แพรอยากเรียนรู้งานไวๆ จะได้ช่วยพี่ชายแบ่งเบาภาระไง" แพรวาทำหน้าย่นใส่ผม แต่ก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
ชีวิตในฟาร์มของเราเต็มไปด้วยความสมบูรณ์และความสุข "พ่อสมปอง" พ่อของผม เป็ชายวัยสี่สิบแปดปีที่ยังดูหนุ่มแน่น อบอุ่น และทรงเสน่ห์มาก พ่อเป็คนเก่ง มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการทำธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์ พ่อเริ่มสร้างฟาร์มนี้มาจากพื้นที่เล็กๆ จนขยายกลายเป็อาณาจักรฟาร์มเลี้ยงสัตว์มั่งคั่งและมีฐานะดีในระดับต้นๆ ของจังหวัด พ่อมีบุคลิกใจดี สปอร์ต ชอบแต่งตัวดูดี และแม้พ่อจะมีนิสัยเ้าชู้ มักพูดจาหยอกเย้าสาวๆ ตามประสาผู้ชายมีเงินมีบารมี แต่สิ่งที่ทุกคนในบ้านรู้ดีที่สุดคือ พ่อรักครอบครัวมาก โดยเฉพาะ "แม่ยุพา" แม่แท้ๆ ของผม
"พูดถึงพ่อ พ่อก็เดินมากับแม่นู่นแล้ว" แพรวาสะกิดแขนผมพลางพยักพะเผยหน้าไปทางเรือนไม้ใหญ่
ผมหันไปมอง ภาพที่เห็นคือพ่อสมปองในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าพับแขน กำลังเดินโอบเอวคลอเคลียมากับแม่ยุพา ร่างของแม่แม้อายุสี่สิบห้าปีแล้ว แต่ยังคงสวยเช้ง ทรวดทรงเอวเอสสะพรั่ง ผิวพรรณขาวเนียนตามแบบสาวเหนือแท้ๆ ละมุนละไมจนใครเห็นก็ต้องเหลียวมอง
พ่อโอบเอวแม่ยุพาไว้อย่างรักใคร่ มือหนาของพ่อลูบไล้บั้นเอวและสะโพกผายของแม่เบาๆ อย่างเคยชิน ท่าทางหยอกเย้าและสายตาสวาทหวานชื่นที่พ่อมองแม่นั้น เป็ภาพที่ผมและแพรวาเห็นจนชินตามาั้แ่เด็ก พ่อกับแม่ยังคงมีความสัมพันธ์รักที่หวานชื่น หอมหวาน และเร่าร้อนไม่ต่างจากคู่รักวัยรุ่นที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ
"ไง เ้าชาย ยัยแพร ตื่นกันเช้าเชียวนะลูก" พ่อสมปองทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวาน สายตาที่มองมายังคงมีแววตาสดใสและแพรวพราว
"พ่อก็นะ เดินโอบแม่มาั้แ่หน้าบ้าน ไม่เกรงใจลูกๆ บ้างเลย" แพรวาแซวพลางหัวเราะร่า
"แหม แซวพ่อเหรอเรา แม่เราสวยขนาดนี้ พ่อจะปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไงจริงไหมยุพา" พ่อหันไปหอมแก้มแม่ยุพาฟอดใหญ่ จนแม่หน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
"พี่สมปองก็พูดไป ลูกๆ อยู่กันครบนะคะ" แม่ยุพายิ้มหวาน ตบอกพ่อเบาๆ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มอันอบอุ่นให้ผมกับแพรวา "ชาย วันนี้กินข้าวเช้าด้วยกันนะลูก แม่ทำต้มเืหมูกับแกงฮังเลของโปรดไว้ให้"
"ครับแม่" ผมยิ้มรับ อดรู้สึกไม่ได้ว่าครอบครัวเราสมบูรณ์แบบและมีความสุขเหลือเกิน
บ้านของพวกเราเป็เรือนไม้ทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่โต ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของฟาร์มได้ทั้งหมด ภายในบ้านตกแต่งด้วยไม้เนื้อดี กลิ่นหอมของไม้ธรรมชาติผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมละมุนประจำตัวของแม่ยุพา ทำให้บรรยากาศในบ้านน่าอยู่ อบอุ่น และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
โต๊ะอาหารเช้าเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบรรยากาศอันครึกครื้น พ่อสมปองคอยตักอาหารใส่จานให้แม่ยุพาไม่ห่าง มือไม้ของพ่อแอบสะกิดัับั้นเอวและต้นขาของแม่ใต้โต๊ะ จนแม่ต้องส่งสายตาดุแบบไม่จริงจังกลับไป ภาพความรักความหวานชื่นของพ่อกับแม่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นหัวใจเสมอ
"ชาย วันนี้คอกวัวชุดใหม่เข้าตอนแปดโมงเช้า พ่อฝากแกช่วยคุมคนงานลงคอกให้เรียบร้อยนะ ส่วนเื่การสั่งซื้อวัตถุดิบอาหารสัตว์ เดี๋ยวพ่อจะเข้าเมืองไปจัดการเอง" พ่อสมปองหันมาสั่งงานผมขณะจิบกาแฟร้อน
"ได้ครับพ่อ เดี๋ยวผมลงไปจัดการเอง พ่อไม่ต้องเป็ห่วง" ผมตอบรับด้วยความกระตือรือร้น
"แล้วพ่อจะกลับมาทันข้าวเที่ยงไหมคะ" แพรวาถามขึ้น
"ทันสิลูก วันนี้แม่เราบอกว่าจะทำขนมจีนน้ำเงี้ยวสูตรเด็ดให้กิน พ่อไม่ยอมพลาดแน่นอน" พ่อโอบไหล่แม่ยุพาเข้ามากอดเบาๆ พลางส่งสายตากรุ้มกริ่มให้แม่
"พี่สมปองนี่ละก็ เอาแต่กินกับเที่ยว อายลูกบ้างสิคะ" แม่ยุพาหัวเราะเสียงใส แววตาส่องประกายความสุขอย่างเต็มเปี่ยม
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย ผมและแพรวาก็ดำเนินการลงไปยังพื้นที่ฟาร์มด้านล่าง เสียงวัวร้องคำรามเบาๆ ลมูเาพัดเอาความสดชื่นมาตลอดเวลา คนงานในฟาร์มทุกคนต่างทักทายพวกเราด้วยความเคารพและเป็กันเอง เพราะพ่อสมปองดูแลคนงานทุกคนเหมือนคนในครอบครัว
"ลุงยง วัวเนื้อชุดใหม่ที่เพิ่งมาถึงเป็ไงบ้างครับ" ผมเดินเข้าไปถาม "ลุงยง" หัวหน้าคนงานเก่าแก่ประจำฟาร์ม
"เรียบร้อยดีครับคุณชาย วัวพันธุ์สายเืดี สุขภาพแข็งแรงทุกตัวครับ ตอนนี้คุมเข้าคอกกักโรคเรียบร้อย รอคุณชายตรวจดูเช็กลิสต์ครับ" ลุงยงยิ้มตอบพลางส่งแฟ้มเอกสารให้ผม
ผมรับแฟ้มมาตรวจเช็กอย่างละเอียด โดยมีแพรวาช่วยเดินสำรวจความเรียบร้อยรอบคอกวัว การทำงานในฟาร์มเต็มไปด้วยความแข็งขัน ทุกคนทำงานด้วยความตั้งใจเพราะมีผู้บริหารที่ดีอย่างพ่อสมปอง
่สายของวัน พ่อสมปองขับรถกระบะคันโปรดกลับมาจากเมือง พร้อมขนเสบียงและของฝากมาเพียบ พ่อเดินยิ้มร่าเข้ามาในคอกวัวพลางตบไหล่ผมเบาๆ
"ทำงานได้ดีมากชาย สมเป็ลูกชายพ่อจริงๆ อีกหน่อยพ่อคงวางมือยกฟาร์มนี้ให้แกดูแลได้สบายๆ แล้วละ" พ่อสมปองพูดด้วยความภาคภูมิใจ
"พ่อยังหนุ่มอยู่เลยครับ ยังคุมฟาร์มไปได้อีกนาน" ผมหัวเราะตอบ
"หนุ่มอะไรกัน แกร่งแค่ไหนก็ต้องมีเวลาพักผ่อนไปกกแม่แกบ้างสิ" พ่อพูดพลางหัวเราะหื่นๆ ตามสไตล์คนอารมณ์ดี ทำเอาลุงยงและคนงานบริเวณนั้นหัวเราะครื้นเครงกันใหญ่
เมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน พวกเราทุกคนก็ขึ้นไปรับประทานอาหารบนเรือนไม้ แม่ยุพาเตรียมต้อนรับด้วยขนมจีนน้ำเงี้ยวรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศถิ่นเหนือ รสชาติอร่อยจนพ่อสมปองรับประทานไปถึงสามจาน ท่ามกลางเสียงหัวเราะและความอบอุ่นของครอบครัว
ในยามบ่าย พ่อสมปองพาผมขับรถตรวจดูแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์และโครงการขยายแปลงปลูกพืชอาหารสัตว์รอบฟาร์ม พ่อสอนเทคนิคการบริหารจัดการ การเจรจากับคู่ค้า และการดูแนวโน้มตลาดสัตว์เลี้ยงให้ผมฟังอย่างอารมณ์ดี ผมเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากพ่อด้วยความเคารพในความสามารถของพ่อเสมอ
"ชาย รู้ไหมว่าสิ่งที่พ่อภูมิใจที่สุดในชีวิต ไม่ใช่ฟาร์มใหญ่โตหลายร้อยไร่นี้หรอกนะ" พ่อสมปองพูดขึ้นขณะจอดรถมองดูวิวทิวเขา
"แล้วคืออะไรเหรอครับพ่อ" ผมถามด้วยความสงสัย
"คือการที่มีแม่แก มีแก แล้วก็มียัยแพรนี่แหละ ครอบครัวคือที่สุดของพ่อแล้ว" พ่อสมปองยิ้มให้ผมด้วยแววตาจริงใจและอบอุ่น
ตกเย็น ยามพระอาทิตย์กำลังจะลับทิวเขา แสงแดดสีส้มทองสาดส่องลงมากระทบทุ่งหญ้าและเรือนไม้ใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบและสวยงามจนน่าหลงใหล
ผม แพรวา พ่อสมปอง และแม่ยุพา นั่งพักผ่อนร่วมกันที่ระเบียงเรือนไม้ พ่อสมปองนั่งโอบกอดแม่ยุพาไว้บนเก้าอี้โยกไม้ตัวใหญ่ สายตาของพ่อมองแม่ด้วยความรักใคร่ถวิลหา ขณะที่แม่ยุพาซบหน้าลงกับอกอันอบอุ่นของพ่ออย่างมีความสุข
"สมชาย แพรวา..." แม่ยุพาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "แม่มีความสุขมากเลยนะที่มีลูกๆ และพ่ออยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ ไม่ว่าอนาคตจะเป็ยังไง แม่ก็อยากให้พวกเรารักและดูแลกันแบบนี้ตลอดไปนะลูก"
"แน่นอนครับแม่ ผมจะดูแลฟาร์มและดูแลครอบครัวเราให้อย่างดีที่สุดครับ" ผมตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงใจ
"แพรก็ด้วยค่ะแม่ แพรจะรักพี่ชายกับพ่อแม่ที่สุดเลย" น้องสาวเอ่ยพลางยิ้มหวานเข้ามากอดแขนแม่ยุพา
แสงดาวเริ่มพร่างพราวเต็มท้องฟ้าเหนือทิวเขาภาคเหนือ ลมหนาวอ่อนๆ พัดผ่านเรือนไม้ เสียงหัวเราะและความรักของครอบครัวสมปองอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ ทิวทัศน์อันงดงามและความอบอุ่นในหัวใจทำให้ผมรู้สึกว่า ชีวิตในฟาร์มแห่งนี้ช่างเต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบและความสุขที่สุด...
โดยที่ผมไม่อาจรู้เลยว่า ความอบอุ่นงดงามเหล่านี้ คือความทรงจำอันล้ำค่า ก่อนที่พายุแห่งความเปลี่ยนแปลงและโชคชะตาจะพัดพาความลับและจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่มาสู่ชีวิตของพวกเราในวันข้างหน้า...