เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    ​ตอนที่ 696 ตกลงสร้างร้านอาหารและพูดคุยกับเจียงหลง

    ตอนที่ 696 ตกลงสร้างร้านอาหารและพูดคุยกับเจียงหลง

     

    หือ?!

     

    “นี่เจ้าเอาจริงอย่างนั้นเหรอ?เรื่องแบบนี้จะมาพูดเล่นไม่ได้นะ!?” ชายหนุ่มเจียงหลงถึงกับพูดตัวสะดุ้งอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ก่อนจะพูดเตือนเจิ้งฟู่ว่าเรื่องแบบนี้จะล้อเล่นไม่ได้.......

     

    “สหายน้อย! ข้าเองก็ไม่ได้อยากว่าอะไรหรอกนะเพราะมันเป็นสิทธิ์ของเจ้าที่จะตกลงหรือไม่ แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะมีเงินพอที่จะ.........”

     

    วืดดดดดดดด!!

     

    “ในถุงผ้านี้มีผลึกสวรรค์ม่วงระดับสูงอยู่สี่สิบก้อน!เชิญท่านผู้อาวุโสนับดูก่อนได้ขอรับ!” เจิ้งฟู่ไม่รอให้ชายวัยกลางคนหวู่หานพูดจบเขาหยิบถุงผ้าออกมาจากแหวนมิติของเขา ก่อนจะยื่นส่งมันให้กับชายวัยกลางและบอกให้หวู่หานนับดู.......

     

    หือ?!

     

    การกระทำของเจิ้งฟู่ทำเอาทั้งสามคนถึงกับตกตะลึงมึนงงไปเลยแต่ไม่นานชายวัยกลางคนหวู่หานก็รับเอาถุงผ้าจากมือเจิ้งฟู่มา หมับ!!ก่อนจะเปิดออกเพื่อตรวจสอบดู อ๊ะ! “ในนี้มีผลึกสวรรค์ม่วงระดับสูงสี่สิบก้อนจริงๆด้วย!”หวู่หานกลายเป็นตกตะลึงหนักยิ่งกว่าเดิมอีกในตอนนี้เมื่อเขาเห็นว่าภายในถุงผ้ามีผลึกสวรรค์ม่วงระดับสูงอยู่สี่สิบก้อนจริงๆ........

     

    ห๊ะ!?

     

    “ท่านผู้อาวุโสพูดจริงอย่างนั้นเหรอ?”ชายหนุ่มเจียงหลงยังไม่เชื่อหูตัวเอง เขาจึงถามชายวัยกลางคนหวู่หานอีกครั้ง ก่อนจะหันไปมองที่เจิ้งฟู่ด้วยสายตาที่หลากหลายอารมณ์.......

     

    ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!

     

    “เมื่อเจ้าให้ทุนข้าสูงขนาดนั้นข้ารับรองเลยว่าจะสร้างร้านอาหารของเจ้าออกมาให้ดีที่สุด!”ชายวัยกลางเฉินปิงกล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างชอบใจ......

     

    “ขอบคุณท่านผู้อาวุโสเฉินปิง!”เจิ้งฟู่ยกมือขึ้นมาประสานที่หน้าอก จากนั้นก็กล่าวขอบคุณ.......

     

    หลังจากที่ประเมินราคาและจ่ายเงินค่าก่อสร้างเสร็จรวมถึงเซ็นสัญญาเสร็จแล้วชายวัยกลางคนหวู่หานกับเฉินปิงก็กลับไป พวกเขาจะเริ่มงานก่อสร้างในวันพรุ่งนี้และมีกำหนดการแล้วเสร็จคือสองเดือน ซึ่งในช่วงเวลานั้นร้านอาหารแห่งนี้จะต้องปิดทำการไปก่อน......

     

    “ศิษย์น้อง! นี่เจ้าไปเอาผลึกสวรรค์ม่วงมากมายขนาดนั้นมาจากไหนกัน?!”ในที่สุดชายหนุ่มเจียงหลงก็อดที่จะถามอย่างอยากรู้อยากเห็นไม่ได้เขาอยากรู้ว่าเจิ้งฟู่มีผลึกสวรรค์ม่วงระดับสูงมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร........

     

    “ข้าได้รับมาจากท่านผู้อาวุโสเสาหลักทั้งห้าขอรับศิษย์พี่!”เจิ้งฟู่ตอบกลับชายหนุ่มในทันทีทว่าคำตอบของเขากลับเป็นเรื่องโกหกที่เขายกขึ้นมาเพราะเขาบอกชายหนุ่มไม่ได้หรอกว่าเขาได้มันมาจากเหมืองแร่สวรรค์ของเขา......

     

    อ่า!

     

    “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!ว่าแต่เจ้าพักอยู่ที่ตำหนักใดกัน ทำไมข้าถึงหาเจ้าไม่พอเลย?”เมื่อรู้ว่าเจิ้งฟู่ได้ผลึกสวรรค์ม่วงมากมายมาจากไหนชายหนุ่มก็เลิกสนสงและทำหน้าสว่างขึ้น เพราะตัวตนอย่างผู้อาวุโสเสาหลักทั้งห้านั้นจำนวนผลึกสวรรค์ม่วงแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาใดๆเลยดังนั้นชายหนุ่มจึงหันมาถามเรื่องที่พักของเจิ้งฟู่แทน.......

     

    “พวกเราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่าคุยตรงนี้เห็นทีจะไม่เหมาะเท่าไหร่!” เจิ้งฟู่ชวนชายหนุ่มเจียงหลงเข้าไปคุยข้างในแทนเพราะเขาสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังแอบมองเขาอยู่.......

     

    อ่า!!

     

    เมื่อเข้ามาภายในร้านอาหารแล้วชายหนุ่มเสี่ยวเฮ้อก็รีบวิ่งออกมาต้อนรับเจิ้งฟู่กับเจียงหลงในทันทีก่อนจะพาเจิ้งฟู่และเจียงหลงไปยังห้องรับแขกพร้อมกับบอกว่าช่างเยวี่ยกับไท่เห๋อออกไปข้างนอกเพื่อหาซื้อของที่ร้านค้าสมบัติซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารนี้มาก.......

     

    ภายในห้องรับแขกพิเศษ........

     

    “ศิษย์น้อง! ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้เจ้าไปอยู่ที่ไหนและทำอะไรมาบ้าง?ข้าละเป็นกังวลกลัวว่าเจ้าจะไปมีเรื่องกับพวกลูกคนใหญ่คนโตจริงๆ ว่าแต่เจ้าไม่ได้ไปมีเรื่องกับใครใช่ไหม?หรือว่าเจ้ามีไปแล้ว? แล้วเจ้ามีเรื่องกับใคร? แล้วเจ้าได้รับเม็ดยาทิพย์หรือยัง?”ชายหนุ่มเจียงหลงรัวถามคำถามเจิ้งฟู่ออกมาเป็นชุดๆด้วยความอยากรู้.......

     

    “เอิ่ม.......ศิษย์พี่จะให้ข้าตอบคำถามไหนก่อนดี?ท่านเล่นถามเยอะจนข้าจำไมได้แล้วว่าท่านถามข้าว่าอะไรบ้าง?”เจิ้งฟู่ถึงกับมึนหัวเลยเมื่อเจอคำถามเป็นชุดแบบนี้.......

     

    “ขอโทษที! ข้าแค่อยากรู้นิดหน่อยนะ!งั้นเอาเป็นคำถามแรกแล้วกัน ตอนนี้เจ้าพักอยู่ที่ไหน?”เจียงหลงยกมือขึ้นมาเกลาหัวตัวเองอย่างเขินอายกับการกระทำของตัวเองเมื่อครู่นี้ก่อนที่เขาจะตั้งสติและถามออกไปใหม่เกี่ยวกับที่พักของเจิ้งฟู่........

     

    “ตอนี้ข้าพักอยู่ที่ภูเขาห่างจากที่นี้ประมาณพันลี้ขอรัยศิษย์พี่!”เจิ้งฟู่ตอบออกไปอย่างตรงไปตรงมาว่าสถานที่ที่เขาพักอาศัยอยู่นั้นอยู่ที่ไหน......

     

    “อื้ม!ที่แท้เจ้าก็พักอยู่บนภูเขานี่เองถึงว่าทำไมข้าและคนอื่นๆถึงตามหาเจ้าไม่.......ห๊ะ! บนภูเขา?นี่เจ้าจะบอกข้าว่าเจ้าได้พักบนภูเขาส่วนตัวอย่างนั้นเหรอ?!” ในตอนแรกเจียงหลงทำหน้าเหมือนจะเข้าใจและไม่คิดอะไรมากแต่พอเขามาคิดดูให้ดีๆแล้วดวงตาของเขาก็พลันเบิกโตขึ้นก่อนจะส่งเสียงร้องตะโกนออกมาอย่างตกใจ......

     

    “ก็ประมาณนั้นขอรับศิษย์พี่!”เจิ้งฟู่ตอบย้ำอีกครั้งพร้อมกับยกไหล่ทั้งสองข้างขึ้น.......

     

    “ไหน! เรื่องมันเป็นมายังไงไหนบอกข้าสิ!ทำไมเจ้าถึงได้พักบนภูเขาส่วนตัว และทำไมระดับพรสวรรค์แสงแดงของเจ้าถึงได้เป็นเพียงแค่ศิษย์ฝ่ายนอกกัน?!”เจียงหลงยังมีเรื่องที่สงสัยและไม่เข้าใจอยู่เขาจึงอยากให้เจิ้งฟู่เล่าให้เขาฟัง.......

     

    “เรื่องมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรหรอกศิษย์พี่หลังจากที่ข้าทดสอบเสร็จในวันนั้นท่านผู้อาวุโสมินโฮก็พาข้าไปพบท่านผู้อาวุโสเสาหลักทั้งห้า จากนั้นพวกท่านก็ทดสอบข้าเมื่อจบการทดสอบแล้วพวกเขาก็มอบภูเขาหนึ่งลูกให้กับข้าโดยให้ข้าสามารถเลือกเองได้อย่างอิสระ ส่วนเรื่องที่ทำไมข้าถึงเป็นเพียงศิษย์ฝ่ายนอกนั้นข้าเองก็บอกไม่ได้เช่นกันว่าทำไม!”

     

    ทุกอย่างที่เจิ้งฟู่พูดออกไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งหมดเขาไม่คิดที่จะปิดบังชายหนุ่มเจียงหลงอยู่แล้วเพราะยังไงเจียงหลงก็เป็นคนรู้จักของเขาและช่วยเขามาตั้งแต่ต้น......

    อ่า!

     

    “เรื่องนี้มันแปลกมาก!ปกติแล้วคนที่มีพรสวรรค์ระดับแสงเหลืองขึ้นไปมักจะได้เป็นศิษย์ส่วนตัวของเหล่าผู้อาวุโสระดับสูงทั้งนั้นและยิ่งไม่ต้องพูดถึงเจ้าที่มีระดับพรสวรรค์แสงแดงเลยเจ้าควรที่จะกลายเป็นศิษย์ส่วนตัวของเหล่าผู้อาวุโสหลักเสียด้วยซ้ำ!” เจียงหลงยังคงไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเรื่องนี้ เพราะปกติแล้วคนที่มีระดับพรสวรรค์สูงแบบนี้ไม่น่าจะเป็นเพียงศิษย์ฝ่ายนอกธรรมดาแบบนี้พวกเขาควรได้เป็นศิษย์ส่วนตัว.......

     

    “ช่างมันเถอะศิษย์พี่!ข้าไม่สนใจหรอกว่าจะได้เป็นศิษย์ฝ่ายนอกหรือศิษย์ส่วนตัว แต่ข้าคิดว่าการที่ข้าได้เป็นศิษย์ฝ่ายนอกนี้ก็ดีเหมือนกันเพราะข้าจะได้ทดสอบตัวเองด้วยการไต่ระดับขึ้นไป มันน่าสนุกและท้าทายดีออกอีกอย่างข้าก็ได้ภูเขาทั้งลูกเป็นที่พักส่วนตัวอยู่แล้ว มันก็สบายมากกว่าต้องไปอยู่เขตตำหนักศิษย์ฝ่ายนอกละนะ”เจิ้งฟู่คิดไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย สำหรับเขาแล้วเขาคิดว่ามันก็ดีไปอีกแบบเพราะเขาจะได้ทดสอบตัวเองไปด้วย.......

     

    “เฮ้อ! ความคิดของเจ้านี่มัน........ข้าละเชื่อเจ้าเลยนะศิษย์น้อง!”เจียงหลงถึงกับต้องส่ายหน้าไปมาอย่างช่วยไม่ได้เขาละไม่เข้าใจความคิดของเจิ้งฟู่เลยจริงๆ.......

     

    อ๊า!

     

    “จริงด้วยศิษย์พี่!!ท่านเอาแผนที่ของท่านออกมาสิ เดี๋ยวข้าจะบอกว่าข้าพักอยู่ที่ไหนคราวหลังท่านจะได้ไปหาข้าถูก!” ทันใดนั้นเจิ้งฟู่ก็คิดขึ้นมาได้เกี่ยวกับแผนที่ที่ปรับปรุงใหม่ของเขาเขาคิดว่าจอบถ่ายทอดมันให้กับเจียงหลงด้วยรวมถึงบอกตำแหน่งที่ตั้งภูเขาที่เขาอยู่.......

     

    อ่า!!

     

    วืดดดดดดดด!!

     

    พรึบ!!

     

    ชายหนุ่มเจียงหลงพยักหน้าและหยิบเอาแผนที่ของตนออกมาในทันทีทว่าแผนที่ของเจียงหลงนั้นยังมีข้อมูลและส่วนที่เปิดอยู่เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้นซึ่งมันเหมือนกับแผนที่ของเจิ้งฟู่ก่อนหน้านี้ก่อนที่เขาจะได้รับการถ่ายทอดแผนที่ฉบับใหม่จากไท่เห๋อ........

     

    วืดดดดดดดดด!!

     

    หือ?!

     

    “ศิษย์น้อง! แผนที่ของเจ้ามัน?”เมื่อเจียงหลงเห็นแผนที่ของเจิ้งฟู่ที่เต็มไปด้วยเส้นทางและรูปภาพจำนวนมากกว่าของตนชายหนุ่มก็อดที่จะส่งเสียงถามขึ้นมาไมได้อย่างอยากรู้........

     

    “นี่คือแผนที่ดินแดนนิกายบัญชาสวรรค์ฉบับปรับปรุงใหม่ซึ่งข้าได้รับมันมาจากคนของข้าเอง และเพื่อที่ท่านจะมาหาข้าได้ถูกข้าจะทำการถ่ายทอดแผนที่ฉบับปรับปรุงนี้ให้กับท่าน!” เจิ้งฟู่กล่าวอธิบายตอบชายหนุ่มเจียงหลงในทันทีก่อนจะหยิบเอาแผนที่ของชายหนุ่มมาติดกับแผนที่ของเขาจากนั้นก็ทำการกระตุ้นกระบวนการถ่ายทอด........

     

    พรึบ!!

     

    วืดดดดดดดดดดด!!

     

    “เสร็จแล้วศิษย์พี่!ข้าได้ถ่ายทอดแผนที่ฉบับใหม่ให้กับท่านแล้วซึ่งภายในแผนที่จะมีตำแหน่งภูเขาที่ข้าอาศัยอยู่ด้วย ท่านสามารถไปตามแผนที่นั้นได้!”เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว เจิ้งฟู่ก็คืนแผนที่ให้กับเจียงหลงพร้อมกับชี้บอกตำแหน่งที่ตั้งภูเขาของเขา........

     

    อื้ม!

     

    “ศิษย์น้อง! ถึงแม้ว่าข้าจะช่วยอะไรเจ้าได้ไม่มากแต่ข้าก็พร้อมที่จะยื่นมือช่วยเหลือเจ้าอย่างเต็มที่และแน่นอนว่ารวมถึงร้านอาหารแห่งนี้ของเจ้าด้วยข้าจะขอร้องท่านพ่อให้หาผู้คุ้ม..........”

     

    “ศิษย์พี่ไม่ต้องรำบากหรอก!ศิษย์น้องได้จ้างผู้คุ้มกันระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงเอาไว้แล้วถึงสิบคนด้วยกัน  เรื่องความปลอดภัยของร้านอาหารนี้ท่านวางใจได้!”ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันได้พูดจบ เจิ้งฟู่ก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนแล้วว่าเขาได้วาจ้างผู้คุ้มกันเอาไว้แล้วแถมยังเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงด้วยถึงแม้ว่าจะแค่สิบคนแต่มันก็มาพอที่ตระกูลระดับต่ำแถวนี้จะไม่กล้ายุ่งด้วย.....

     

    อ่า!!

     

    “เจ้านี่มักจะรอบครอบเสมอเลยนะ!ข้าเองก็ลืมไปเลยว่าเจ้ามันจ้าวแผนการเหลี่ยมจัด ทุกอย่างที่เจ้าทำเจ้ามักจะมีแผนการรองรับเอาไว้เสมอแต่ทุกอย่างมันอาจะไม่เป็นอย่างที่เจ้าคิดเอาไว้เจ้าควรที่จะระวังตัวให้มากเข้าไว้ ตราบใดที่เจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอโอกาสที่เจ้าจะเจอของแข็งก็ยังเป็นไปได้หากว่าร้านอาหารของเจ้าเข้าตาพวกตระกูลใหญ่เข้าละก็..........”

     

    “เรื่องนั้นข้าคิดเอาไว้แล้วหากว่ามันเกิดกว่าที่มือของข้าจะรับได้ ข้าจะทำลายร้านอาหารแห่งนี้ทิ้งสะ!ข้าจะไม่ให้ใครได้มันไปสักคนเดียวถึงแม้จะต้องเสียร้านอาหารนี้ไปก็ตาม!” เจิ้งฟู่รู้ดีอยู่แล้วถึงผลในอนาคตข้างหน้าหากตัวเขายังอ่อนแออยู่ เขาก็ไม่มีทางที่จะหนีพ้นกลุ่มผู้มีอำนาจเหล่านั้นไปได้เจิ้งฟู่จึงคิดเอไว้ว่าหากเกิดเหตุร้ายขึ้นมาจริงๆเขาจะทำลายร้านอาหารนี้ทิ้งสะ........

     

    อื้ม!!

     

    “ว่าแต่เจ้าจะกลับเข้าไปที่สถานศึกษาหลักหรือไม่?อีกเจ็ดวันที่จะถึงนี้จะเป็นวันแรกที่การประลองจัดอันดับศิษย์จะเริ่มขึ้น โดยจะแบ่งเป็นสามสนามใหญ่ด้วยกันมีสนามศิษย์ฝ่ายนอก สนามศิษย์ฝ่ายใน และสนามของศิษย์หลัก ซึ่งศิษย์ทุกคนสามารถเข้าร่วมชมการประลองของสนามประลองใดก็ได้โดยไม่มีข้อหวงห้ามแน่นอนว่ามันเป็นโอกาสที่ดีของศิษย์ระดับต่ำที่จะได้ดูพวกศิษย์ระดับสูงต่อสู้แล้วนำแนวทางเหล่านั้นมาฝึกฝนเพิ่มระดับให้กับตัวเอง หรือว่าเจ้าจะเข้าร่วมประลองก็ได้นะ!แต่เจ้าที่เป็นศิษย์ฝ่ายนอกจะสามารถลงประลองได้แค่สนามของศิษย์ฝ่ายนอกเท่านั้นไม่อาจลงสนามประลองของศิษย์ที่ระดับสูงกว่าได้!”

     

    ในขณะที่นั้นเจียงหลงก็คิดอะไรขึ้นมาได้เกี่ยวกับเรื่องการประลองจัดอันดับประจำปีซึ่งในอีกเจ็ดวันข้างหน้านี้จะเป็นวันแรกที่งานประลองจะเริ่มขึ้นซึ่งศิษย์ทุกคนสามารถเข้าร่วมประลองหรือรับชมได้อย่างอิสระเว้นแต่ผู้ที่จะเข้าร่วมประลองต่อสู้พวกเขาจะเข้าร่วมได้เฉพาะสนามของระดับศิษย์ที่ตนเป็นอยู่เท่านั้นไม่สามารถลงข้ามระดับได้..........

     

    อื้ม!

     

    “เอาไว้ข้าคิดดูก่อนก็แล้วกัน! หากข้าสนใจข้าจะไป! แต่ก่อนอื่นข้าขอรายละเอียดอย่างอื่นเพิ่มเติมได้หรือไม่ศิษย์พี่ข้าอยากรู้ว่าศิษย์ฝ่ายนอกที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นใคร และมีพลังอยู่ในระดับใด และรางวัลที่จะได้รับในแต่ละระดับมีอะไรบ้าง?!”เจิ้งฟู่ยังไม่คำตอบในตอนนี้ไม่ได้ เพระเขายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงานประลองนี้เขาจึงอยากที่จะรู้รายละเอียดให้มากกว่านี้........

    คล้ายกับเรื่องเหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์) ที่คุณอ่าน