สายลมโชยพัดผ่านกองทรายหยาบและเศษท่อพีวีซีสลัว พัดเอาฝุ่นปูนทรายปลิวว่อนบางเบาตัดผ่านพื้นที่ว่างเปล่าระหว่างคนสามคนที่ยืนเผชิญหน้ากันกลางไซต์งานก่อสร้าง ชาญชราชาญและแก้มต่างยืนเบียดเกร็งตัว แขนขาสั่นระริกราวลูกนกตื่นตระหนกยามเผชิญหน้าพรานป่า ทั้งสองสูดลมหายใจแผ่วเบา เฝ้ารอกรงเล็บคำด่าทอเคียดแค้นและการปะทะทางอารมณ์จากวิศวกรเอกอย่างจดจ่อหวาดกลัว ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงเมื่อไหล่กว้างสอบหนาที่เคยตั้งตรงทรนงศักดิ์ของเอกพลันลู่ทอดลง ชายหนุ่มวิศวกรหนุ่มจ้องมองริ้วรอยแห่งความชราเปื้อนดินของบิดาชรา และคราบเขม่าดินมอมแมมบนแก้มเนียนของสะใภ้อดีตเมียรัก ดวงตาคมกริบของเอกสั่นระริกก่อนที่น้ำตาใสเม็ดโตจะค่อยๆ เอ่อล้นขอบเบ้าตาและไหลรินเป็นแนวยาวอาบสองข้างแก้มของเอก ทิ้งคราบรอยทางน้ำใสสะอาดบนผิวพรรณเปื้อนฝุ่นของชายหนุ่ม
เอกพยายามกลืนก้อนสะอื้นอัดอั้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ ชายหนุ่มขยับก้าวเดินเข้าไปข้างหน้าอีกกึ่งก้าว สบตาชาญและแก้มอย่างนอบน้อมเป็นครั้งแรก น้ำเสียงที่ปกติเคร่งขรึมสั่งงานโยธาเด็ดขาดบัดนี้สั่นเครือแหบแห้งคล้ายคนกำลังจะขาดใจ ชายหนุ่มเพ่งมองดูเม็ดน้ำฝนและละอองฝุ่นปูนที่ปลิวกระทบถังพลาสติกน้ำ ชายหนุ่มกล่าวพรั่งพรูแผลใจด้วยจิตวิญญาณสลายทิฐิวิศวกรเกียรตินิยม
"คุณพ่อครับ... แก้มครับ... เอกขอโทษ... เอกกราบขอโทษพวกคุณทั้งสองคนด้วยใจจริงครับ... ยามที่เอกขับรถเก๋งผ่านไซต์งานก่อสร้างแห่งนี้เมื่อวันก่อน เอกเห็นแผ่นหลังของพ่อชาญ... พ่อผู้เคยอุ้มเอกขึ้นบ่ากว้างยามเอกยังเป็นเด็กเล็ก พ่อผู้เคยคอยปกป้องคุ้มครองเอก บัดนี้พ่อกลับต้องมาก้มหลังกระดิกตากแดดแบกกระสอบปูนร้อนระอุใต้รังสีอาทิตย์แผดเผา สองมือชราสั่นเทา แผ่นหลังค่อมโค้งล้าเกร็งปูนซีเมนต์จับหนา และเอกเห็นเมียของเอก... แก้มผู้ที่เอกเคยให้สัจจะสาบานว่าจะคอยปกป้องและดูแลถนอมรักให้ดีที่สุด แก้มกลับต้องมาแบกถังทรายและผสมดินปูนเฉอะแฉะท่ามกลางฝุ่นดินโคลน เอกนั่งอยู่ในรถยนต์เก๋งติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมดูดี มือจับพวงมาลัยหนังแท้ราคาแพง ล้อมรอบด้วยทรัพย์สินที่ชี้วัดความสำเร็จ เอกพลันเกิดความสมเพชและเกลียดชังตัวเองอย่างที่สุด เอกตระหนักดีว่าความเจริญเติบโตโยธาฐานะของเอกในสังคมบัดนี้ ก่อสร้างขึ้นบนคราบเหงื่อไคล ความเจ็บระบมกาย และน้ำตาของพ่อและเมียรัก เอกเปรียบเหมือนกษัตริย์ฟาโรห์จอมโง่เง่าที่สร้างพีระมิดหรูหราด้วยหยาดเลือดของครอบครัวตนเอง เอกภูมิใจในใบปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยม ภูมิใจในใบประกอบวิชาชีพวิศวกรควบคุมสะพานทางด่วน แต่จะมีประโยชน์อันใดเล่าหากเอกมีความสามารถคำนวณสะพานเชื่อมแผ่นดินใหญ่ข้ามแม่น้ำกว้างใหญ่ แต่กลับไม่มีปัญญาปูพื้นแผ่นคอนกรีตรักษารอยร้าวสร้างทางเดินเข้าสู่ดวงใจครอบครัวตนเองได้เลย..." เอกร่ำไห้สะอื้นลึกซึ้ง หยาดน้ำตาร่วงหยดลงบนผิวดินทรายเฉอะแฉะทีละหยาด
เอกยกหลังมือปาดน้ำตาช้าๆ พยายามประคับประคองเสียงสั่นระริกสารภาพตราบาปทั้งหมดในใจที่ชายหนุ่มกักเก็บตกผลึกตกตะกอนมาตลอดเส้นทางเดินป่าสระบุรี: "เอกมันโง่เองครับพ่อ... เอกมันกตัญญูจอมปลอมและรักแก้มอย่างโง่เขลา เอกหลงงมงายคิดว่าเกียรตินิยมวิศวะและตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการโครงการเทสะพานข้ามแม่น้ำ เงินเดือนเป็นแสนๆ คือสิ่งพิสูจน์คุณค่าความรักแท้ของเอก เอกอยากเอาชนะความยากจนเปื้อนฝุ่นของพ่อ อยากให้สังคมนับหน้าถือตาตระกูลพวกเรา เอกจึงทุ่มเทชีวิตจัดซื้อบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ปูพื้นหินอ่อนอิตาลีราคาแพงหูฉี่ มีสระน้ำเดี่ยว มีห้องนอนหรูหราถึงห้าห้อง มีโรงจอดรถหรูหรา... แต่ตัวเอกเองกลับไม่เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นเลย เอกปล่อยพ่อชาญผู้แก่ชราภาพวัยห้าสิบสองปีที่ตรากตรำหลังคดค่อมส่งเสียเอกจนจบนั่งอ้างว้างกินข้าวถ้วยคนเดียวสลัวในมุมอับ เอกแทบไม่เคยยอมเดินเข้าไปพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบเรื่องสุขภาพของพ่อเลย เอกปฏิบัติพะเน้าพะนอพ่อประหนึ่งแค่โต๊ะตู้เฟอร์นิเจอร์โบราณชิ้นเก่าที่ตั้งค้างในบ้านหรูหราเพราะแอบละอายอับอายในคราบเหงื่อกรรมกรตัวเปื้อนฝุ่นปูนแดงของพ่อ... เอกลืมไปว่ามือของพ่อปูนที่หยาบกร้านแห้งระบมคู่นี้แหละที่เคยช่วยพยุงประคองไม่ให้เอกล้มคว่ำคะมำดินยามหัดเดินตั้งไข่ตอนเด็กๆ เอกเคยขลาดเขลาอับอายที่มีพ่อเป็นกรรมกรผสมปูนแดงเปรอะเปื้อนเศษขี้ทราย ยามที่เพื่อนๆ ร่วมชั้นสถาบันเอ่ยถามว่าบิดาทำงานอาชีพอะไร เอกมักจะเฉไฉตอบเลี่ยงๆ ไปว่าพ่อชาญเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโยธา เอกเป็นลูกขี้ขลาดที่แอบอายในพระคุณกรรมกรผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตตนเอง พ่อทนหลังขดค่อมเพื่อความสบายของลูก แต่เอกกลับตอบแทนพ่อด้วยห้องนอนเดี่ยวเล็กๆ อ้างว้างในคฤหาสน์โตและเงินทองที่ปราศจากความกตัญญูอบอุ่น... เอกมันเป็นลูกทรพีเลวทรามมากครับพ่อ..." ชายหนุ่มร่ำไห้สะอื้นตัวโยนกลางวงผสมปูนแดง ชาญฟังคำลูกชายแล้วน้ำตาชราพลันไหลซึมปวดร้าวสะท้านอก ชายชราหวนคิดถึงตอนที่เอกยังเป็นเพียงเด็กชายตัวน้อยที่คอยใช้เศษกล่องกระดาษแข็งมาร่างเขียนแบบดีไซน์บ้านกระดาษกล่อง พ่อยิ้มตื้นตันใจส่งเสริมให้เอกได้มีชีวิตสบายไม่ต้องเปื้อนฝุ่นทรายเหมือนช่างปูน แต่บัดนี้มองดูน้ำตาลูกชายชราภาพแผลใจ ชายชราทรมานใจแสนสาหัส
เอกสูดหายใจหอบสะอ้าน หันสายตาพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตามองไปที่แก้ม สะใภ้อดีตภรรยาที่ยังคงสะอื้นเกร็งสั่นระรัวอยู่ข้างหลังชาญ ชายหนุ่มวิศวกรหนุ่มเอ่ยต่อพรั่งพรูแผลใจสั่นสะท้าน: "และแก้มครับ... เอกกราบขอโทษแก้มเหลือเกิน... เอกหลงคิดว่าการจัดซื้อสร้อยคอเพชรราคาแพงๆ ประเคนให้อดีตเมียคือหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัวที่ดี เอกกักขังแก้มไว้ให้อยู่คนเดียวอย่างเงียบเหงาหนาวเย็นดุจวิญญาณสลัวในคฤหาสน์หินอ่อนอิตาลีหลังใหญ่โต เอกบ้างาน คอยตรวจเช็กแปลนสะพานสระบุรี คอยเช็กข้อความเมลโทรศัพท์งานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ยามแก้มไข้หวัดเจ็บไข้ได้ป่วยหนาวสั่น เอกก็ทำเพียงคีย์หน้าจอบอกปัดส่งข้อความบอกให้แก้มทานยาเม็ดเอาเอง ยามแก้มโหยหาอารมณ์รักและสัมผัสความชื้นอบอุ่นทางกายจิต เอกก็นอนแยกห้องเดี่ยวหรือแสดงความเหน็ดเหนื่อยปฏิเสธความต้องการทางเพศกามารมณ์เสน่หาของเมียรักอย่างไร้ใยดี... เอกเพิกเฉยต่อแววตาของแก้มที่หม่นแสงลงไปทุกวันๆ เอกไม่ได้มองเห็นว่าแก้มเจ็บปวดอย่างไรในวิมานหรูหราแห้งแล้งหลังนั้น แก้มโหยหาความรักและความเอาใจใส่ทางร่างกายและใจ ทว่าเอกกลับกักขังหล่อนไว้ให้อ้างว้างเปลี่ยวเหงาประหนึ่งตุ๊กตากระเบื้องดินเผาหยาบชิ้นงามประดับบ้านเดี่ยว เอกลืมเลือนไปว่าแก้มก็เป็นมนุษย์สตรีที่มีหัวใจ มีเลือดเนื้อ มีความเสียวซ่านแรงปรารถนาตัณหาทางกามตามกลไกธรรมชาติที่สมควรได้รับการรักและร่วมเตียงเคียงหมอนตอบสนองจากสามี เอกเองต่างหากที่เป็นฝ่ายบกพร่องศีลธรรมสมรสและละเลยความสุขทางเพศรสรักผัวเมียจนบ่อนทำลายตึกความสุขของชีวิตสมรสจนพังพินาศ... ยามเอกหนีไปทำงานที่ไซต์งานสระบุรี เอกก็อ่อนแอหนีปัญหา เอกใช้สุราวิสกี้กรอกปากเพื่อเผาทำลายความรู้สึกผิดและแผลในใจ เอกยอมปล่อยตัวมีสัมพันธ์ทางกายสวาทเสน่หากับริน ผู้หญิงเจ้าของบาร์ที่คอยให้ความอบอุ่นชั่วคราวแก่เอก... เอกใช้เรือนร่างของหญิงอื่นเพื่อประชดหนีความเป็นจริงและความหนาวเย็นในใจตนเอง เอกทำบาปศีลธรรมข้อเดียวกัน เอกไม่มีความสะอาดและไม่มีสิทธิ์ก่นด่ากล่าวหาพวกคุณสองคนเลยแม้แต่นิดเดียว... แก้มและพ่อชาญไม่ได้ทรยศเอกเพราะเลวหรอกครับ... เอกต่างหากที่เป็นฝ่ายละทิ้งโยนพวกคุณสองคนเข้าสู่ความหนาวเหน็บอ้างว้างก่อน เอกทิ้งพวกคุณให้อยู่คนเดียวจนความเงียบบีบให้พวกคุณหันมาร่วมพึ่งพิงชื้นอุ่นกายใจกันเพื่อเอาชีวิตรอด... บาปกรรมรอยร้าวสายเลือดครอบครัวโยคะใจทั้งหมดนี้ เอกเป็นผู้รับผิดชอบก่อสร้างมันขึ้นมาด้วยน้ำมือวิศวกรจอมถือทิฐิคนนี้เอง เอกขอยอมรับบาปกรรมและผลพวงพินาศทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียวครับ... เอกจะไม่ด่าฟ้องร้องหรือโกรธเคืองพวกคุณสองคนเลยแม้แต่น้อยนิดเดียว..." ชายหนุ่มกล่าวประโยคยาวเหยียดนี้ด้วยความจริงใจรวดร้าวสะอึกสะอื้นตื้นตันนึกย้อนสำนึกผิดจับใจ
ชาญและแก้มต่างตระหนกตกใจนิ่งอึ้งระคนงุนงงใจอย่างสุดซึ้ง ทั้งสองคนยืนเบิกตาโพลงจ้องมองดูใบหน้าหล่อเหลาเปียกเปื้อนน้ำตาปูนปานอาบเหงื่อของเอก ทั้งคู่จินตนาการและเตรียมตัวรับกระแสทุบตีด่าประจาน ทว่าสิ่งที่ได้ฟังกลับเป็นคำสารภาพตราบาปขออโหสิกรรมลดทิฐิตัวเองปูนขาว ชาญอ้าปากค้างนัยน์ตาแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริกพยายามสะกดน้ำตากรรมกรไม่ให้หลั่งไหล แก้มเองเบิกตากว้างอารมณ์ละอายใจสะอื้นล้นเบ้า หยาดน้ำตาชุ่มฉีดเปียกแก้มมอมแมม สองมือของหล่อนกอดปล่อยชายเสื้อชาญและก้าวเขยิบมาด้านข้างจ้องมองเอกอย่างไม่เชื่อหูเชื่อตากลางไซต์งานฝุ่นทรายสีส้มโพล้เพล้ ปลายเล็บและปลายนิ้วของสะใภ้สั่นไหวกอดกระชับประชดความสำนึกผิดล้นอก ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ลับขอบฟ้าลงไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงแสงสีม่วงครึ้มสลัวคละคลุ้ง ทรายก่อสร้างและฝุ่นปูนแดงบนตัวคนทั้งสามสะท้อนประกายหมองหม่น ทว่าภายในความเงียบงันปวดร้าวนี้ เริ่มเผยรอยร้าวสายใยรักความอบอุ่นบางเบาที่เตรียมขยับกอบกู้ซ่อมแซมวิมานรักใหม่ขึ้นมาอีกครั้งอย่างสงบเงียบ