ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 3 บทที่ 86 ลูกสะใภ้เจอแม่สามี

    บทที่ 86 ลูกสะใภ้เจอแม่สามี

         ซูเหยียนคล้องแขนเย่จื่อเฉิน ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันอยู่บนถนน

         เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มข้างกายจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวซูเหยียนจึงอดที่จะถามไม่ได้

         “เป็นอะไร มีเรื่องอะไรในใจหรือเปล่า?”

         เรื่องในใจเหรอ

         เย่จื่อเฉินก็มีจริงๆ นั่นแหละ

         ตั้งแต่ที่เย่จื่อเฉินเกิดความคิดที่จะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตเขาก็คิดมาตลอดว่าต้องทำยังไงถึงจะดูน่าเชื่อถือ

         ในใจก็เอาแต่คิดว่าจะต้องหาโอกาสเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตให้ได้

         ขนาดไม่ต้องใหญ่มากนัก แต่คลังสินค้าจะต้องมีขนาดใหญ่

         บนสวรรค์มีเทพตั้งมากมายขนาดนั้นถ้าวันหน้ากิจการค้าขายของเขามันใหญ่ขึ้น ก็ต้องสต๊อกของเอาไว้เป็นจำนวนมาก

         “ซูเหยียน ฉันอยากเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต เธอคิดว่ามันจะน่าเชื่อถือไหม?”

         คิดไปคิดมา เย่จื่อเฉินถึงได้ลองถามความเห็นของซูเหยียนดู

         “ฮะ?”

         ซูเหยียนอึ้งไปนิด เย่จื่อเฉินที่เห็นสีหน้างุนงงของเธอก็หัวเราะ

         “ไม่มีอะไร คิดว่าฉันไม่ได้พูดก็แล้วกัน”

         “นายอย่าคิดมากสิ เมื่อกี้ฉันก็แค่ตั้งตัวไม่ทัน แล้วทำไมอยู่ดีๆ นายถึงอยากเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตขึ้นมาล่ะ”

         “ก็แค่คิดเอาไว้น่ะ จะเปิดหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจเลย”

         “อ๋อๆ โอเค ถึงยังไงไม่ว่านายจะทำอะไร ฉันก็สนับสนุนนายหมดนั่นแหละ”

         ซูเหยียนยิ้มแล้วซบลงกับไหล่ของเย่จื่อเฉิน แต่โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็กลับดังขึ้นมา

           ‘อี้เหม่ย’

         เย่จื่อเฉินยกขึ้นมารับด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย ซูเหยียนที่อยู่ข้างๆขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่ชอบใจ

         อี้เหม่ย

         ผู้หญิง!

         “ได้ เดี๋ยวผมจะไปเดี๋ยวนี้”

         พอตัดสายไปอย่างรีบร้อน เย่จื่อเฉินถึงได้เห็นว่าซูเหยียนที่อยู่ข้างๆกำลังเม้มปากขมวดคิ้วจ้องเขาอย่างกับสิงโตตัวน้อยที่กำลังเกรี้ยวกราด

         “ซูเหยียน ฉันมีธุระ ต้องไปก่อนนะ”

         “ไปหาอี้เหม่ยคนนั้นใช่ไหม!”

         น้ำเสียงของซูเหยียนแปลกมาก เย่จื่อเฉินยิ้มรับก่อนจะพยักหน้า

         “คู่ขาเฉยๆ”

         ซูเหยียนย่นจมูก แล้วสะบัดแขนเขาทิ้งอย่างแง่งอนก่อนพูดเสียงเย็น

         “รีบไปสิ แต่ฉันคือบ้านใหญ่ เข้าใจไหม! อ้อแล้วงานเลี้ยงรุ่นมอปลายนั่น นายต้องไปกับฉันด้วย”

         ร้านจิวเวลรี่ของเซียวอี้เหม่ย

         ชายอ้วนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวตรงข้ามกับเซียวอี้เหม่ย ตรงหน้าของเขาก็มีสัญญาโอนหุ้นวางอยู่หนึ่งฉบับ

         “อี้เหม่ย”

         เย่จื่อเฉินผลักประตูเดินเข้ามาดวงตาคู่สวยของเซียวอี้เหม่ยเป็นประกาย ริ้วสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้นที่แก้ม

         “จื่อเฉิน ประธานไป๋ทำสัญญาโอนหุ้นมา”

         เซียวอี้เหม่ยชี้ไปยังเอกสารสัญญาที่วางอยู่บนโต๊ะเย่จื่อเฉินเลิกคิ้วก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ข้างชายอ้วน

         ชายอ้วนรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม

         “คุณชายเย่”

         เอกสารสัญญาบนโต๊ะเป็นเอกสารโอนหุ้นจริงๆ โอนหุ้นห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ของร้านจิวเวลรี่ต้าฟาโดยไร้ซึ่งเงื่อนไข

         เย่จื่อเฉินมองดูเอกสารสัญญาเล็กน้อย ก่อนนั่งลงที่โซฟาในห้องทำงาน พูดพลางหัวเราะเบาๆ

         “ประธานไป๋ คุณยินดีที่จะทุ่มหมดเนื้อหมดตัวจริงๆ เหรอ”

         “คุณชายเย่พูดอะไรอย่างนั้น ในมือคุณมีแร่หินอยู่เป็นจำนวนมากประธานเซียวใช้แร่หินพวกนี้ขยายธุรกิจได้ภายในระยะเวลาอันสั้นนี่เป็นสิ่งที่คนในแวดวงดูหินรู้กัน แล้วนี่ผมเอาหุ้นมาให้คุณชายเย่ครึ่งหนึ่ง จะว่าไปแล้วผมก็ได้เปรียบอยู่นะครับ”

         ประธานไป๋ยิ้มเหมือนเด็ก ไขมันบนใบหน้าทำให้เกิดรอยย่นขึ้นหลายชั้น

         เย่จื่อเฉินตาวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง หลังจากที่ได้ยิน ก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย

         “งั้นเหรอครับ ประธานไป๋ได้เปรียบอย่างนั้นเหรอ แบบนั้นก็ไม่ได้สิคนอย่างผมไม่ชอบเสียเปรียบใคร ประธานไป๋จะไม่เพิ่มหุ้นให้ผมอีกหน่อยเหรอ?”

         ใบหน้าของชายอ้วนเหวอไปทันที

         ถ้าไม่ใช่เพราะโดนขู่มา หุ้นห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์นี้เขาไม่มีทางให้เด็ดขาด

         นี่เป็นรากฐานที่เขาสร้างมันขึ้นมาอย่างยากลำบาก

         เย่จื่อเฉินยิ้มอย่างมีเลศนัยเมื่อได้เห็นสีหน้าบึ้งตึงของประธานไป๋ ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟา

         “ล้อเล่นน่า ประธานไป๋อย่าเครียดสิครับ”

         ตบบ่าชายอ้วนสองที แล้วชี้ไปยังเอกสารสัญญาบนโต๊ะ ก่อนจะพูดขึ้น

         “ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีทนาย ถ้าไม่มีปัญหาอะไรแล้วก็เซ็นสิ”

         “ครับๆ”

         หลังจากที่ประธานไป๋หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อลงไปบนสัญญาแล้วก็ยื่นสัญญาไปตรงหน้าเซียวอี้เหม่ย

         ในตอนที่เซียวอี้เหม่ยกำลังจะเซ็นสัญญานั้นเย่จื่อเฉินก็เอ่ยห้ามไว้ด้วยรอยยิ้ม

         “ผมเซ็นเอง”

         ไม่สนใจปฏิกิริยาของใครเย่จื่อเฉินตวัดปลายปากกาเขียนชื่อตัวเองลงไปบนสัญญาทันที

         ใบหน้าของชายอ้วนบึ้งตึงขึ้นมาทันที แต่เย่จื่อเฉินกลับพูดขึ้นด้วยท่าทางไม่เข้าใจ

         “ประธานไป๋ เป็นอะไรไปครับ ไม่สบายตัวเหรอ? แบบนี้ไม่ได้นะ คุณคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในร้านจิวเวลรี่ของผมในอนาคตสุขภาพสำคัญมากนะครับ”

         “ขอบคุณคุณชายเย่ที่เป็นห่วง ผมไม่เป็นไร”

         “งั้นก็ดี โอเค เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว ประธานไป๋ก็ไปได้แล้วครับเดี๋ยวอีกไม่กี่วันผมจะไปตรวจงานที่ร้านจิวเวลรี่ของผม”

         “ครับ”

         ประธานไป๋เดินออกไปจากห้องทำงานด้วยใบหน้าบึ้งตึง เซียวอี้เหม่ยถึงได้เอ่ยถามขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ

         “จื่อเฉิน ทำไมเมื่อกี้นี้ต้องเซ็นชื่อเธอลงไปในเอกสารนั่น ไหนบอกว่าให้ร้านจิวเวลรี่ของเขารวมกับร้านของฉันไม่ใช่เหรอ?”

         “เจ้าอ้วนนี่ดูแปลกๆ ถึงยังไงร้านจิวเวลรี่นั่นก็คือเลือดเนื้อของเขาเอามายกให้คนอื่นง่ายๆ แบบนี้มันแปลกเกินไปหน่อย”

         “แบบนี้นี่เอง”

         เซียวอี้เหม่ยพยักหน้าเข้าใจทันทีแต่แล้วเย่จื่อเฉินก็ได้พุ่งเข้าไปหาพร้อมกับเลียมุมปาก

         “พี่เหม่ย…”

         เย่จื่อเฉินคว้าเอวเซียวอี้เหม่ย พร้อมกับกดเธอลงบนโต๊ะทำงาน

         “อย่า ไม่เอาที่นี่นะ…”

         ใบหน้าของเซียวอี้เหม่ยแดงก่ำขึ้นทันทีมือขาวเล็กดันบ่าของเย่จื่อเฉินเอาไว้

         “ไม่เห็นเป็นไรเลย พวกเขาไม่กล้าเข้ามาหรอกน่า”

         สิ้นเสียง ริมฝีปากหนาของเย่จื่อเฉินก็ทาบทับลงไปอย่างไม่ลังเล

         จากนั้น กลิ่นกรุ่นความรักก็อบอวลไปทั่วทั้งห้อง

         ...

         “คุณพ่อ คุณแม่ พวกเราจะไปไหนกันเหรอคะ?”

         เถียนเถียนซบอยู่กับอกของเย่จื่อเฉิน เอ่ยถามเสียงใส

         “ไปบ้านคุณพ่อครับ”

         เย่จื่อเฉินลูบผมเถียนเถียน เมื่อวานนี้ทั้งคู่ปรึกษากันแล้วว่าจะให้หนูน้อยอยู่ที่นี่ เพื่อความปลอดภัยของเถียนเถียน

         เซียวอี้เหม่ยที่ขับรถอยู่นั้นใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นเดี๋ยวก็ต้องเจอกับแม่ยายแล้ว เธอไม่รู้เลยว่าอีกเดี๋ยวจะเป็นยังไง

         “ไม่ต้องตื่นเต้น”

         อันที่จริงเย่จื่อเฉินตื่นเต้นยิ่งกว่าเซียวอี้เหม่ยเสียอีกตอนบ่ายให้ซูเหยียนเจอแม่ไป นี่ผ่านไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็พามาอีกคน

         ไม่รู้เลยว่าแม่จะคิดยังไง

         บ้านของเย่จื่อเฉิน

         แม่กำลังนั่งเหม่ออยู่หน้าบ้านคนเดียว เย่จื่อเฉินถอนหายใจออกมาแล้วยิ้มก่อนพูดขึ้น

         “แม่ครับ”

         “กลับมาแล้วเหรอจื่อเฉิน ลูกกับหนูซูเหยียน…”

         พอหันมา เย่หรงก็อึ้งไป

         เธอคิดว่าจะเป็นเย่จื่อเฉินคนเดียว แต่ใครจะไปคิดว่า…

         จะพาครอบครัวมาด้วย

         “สวัสดีค่ะคุณป้า ฉันชื่อเซียวอี้เหม่ยค่ะ”

         ความตื่นเต้นในใจของอี้เหม่ยแสดงออกชัดตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นความรู้สึกตื่นเต้นของลูกสะใภ้ที่เจอแม่สามี

         ส่วนทางฝั่งของเย่จื่อเฉินความตื่นเต้นของเขาก็ไม่ได้น้อยไปกว่าเซียวอี้เหม่ยเลย

         ลูกกระเดือกยังเต้นไม่หยุด มือก็ยกขึ้นเกาหัวอย่างทำอะไรไม่ถูก

         “สวัสดีจ้ะ”

         ดูเหมือนว่าแม่ของเย่จื่อเฉินจะยังไม่ได้สติจากการจู่โจมครั้งนี้ ทันใดนั้นเถียนเถียนก็วิ่งเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มร่าเริง

         “สวัสดีค่ะคุณย่า”

         “สวัสดีจ้ะ เจ้าตัวน้อยน่ารักจริงๆ”

         การปรากฏตัวของเถียนเถียนทำให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเย่หรงทันทีแถมยังทำลายความเงียบภายใต้ลานบ้านไปด้วย

         “รีบเข้าบ้านเถอะ”

         เย่หรงจึงจับมือเล็กของเถียนเถียน แล้วหันไปยิ้มให้เซียวอี้เหม่ยจากนั้นจึงถลึงตาดุใส่เย่จื่อเฉิน

         เห็นดังนั้น หัวใจของเย่จื่อเฉินก็เต้นรัวขึ้นมาทันที ก่อนจะฉีกยิ้มแห้ง

         “โอ๊ะ! เสี่ยวไป๋ล่ะ แม่ครับดูเหมือนว่าเสี่ยวไปจะหายไป ผมไปตามหาเสี่ยวไป๋ก่อน แม่คุยกันไปก่อนเลยนะ”

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน