ARC I: Sand and Grass
บทที่ 17: ทะเลสาบ Arzharyn
หลังจากที่ทุก ๆ คนนั้น เดินทางพ้นผ่านผืนป่าของชาว Sylvaryn ขึ้นมาทางตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไป นั่นคือทะเลสาบ Arzharyn
ท่ามกลางร่มไม้ใหญ่ที่ยังคงเป็ร่มเงาตลอดทาง พร้อมด้วยกลิ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ และเสียงของสรรพชีวิตที่กำลังดำเนินไปตามวิถีของป่า…
เสียงร้องของเหล่ากวาง ที่ดังให้ได้ยินเป็ระยะเคล้ากันไปกับเสียงของสิ่งของเหล่ามวลวิหก ที่ออกหากินอยู่้าของต้นไม้ใหญ่…
ทำเอาเด็กสาวตัวน้อย ๆ ที่จูงมือท่านหญิงเอลฟ์อยู่ด้านหน้าสุดของขบวนนี้
ตาเป็ประกายขึ้นมาในทันทีทันใด…
“ป้า Aelthara ตัวสีน้ำตาล ๆ มีเขาสวย ๆ นั่นคือ…”
“นั่นคือกวางจ้ะหนูน้อย… หากเ้าเสียงดังพวกมันจะใเอานะ”
“และที่สำคัญ… เนื้อของพวกมันอร่อยมากเลยล่ะยัยหนู ฮ่า ฮ่า”
Rowan ที่หอบเอาหีบอุปกรณ์ของ Bromm อยู่ไม่ไกล เอ่ยสมทบขึ้น
“ในหัวมีแต่เื่กินหรือไงไอ้ั์!”
“อย่ามาทำเป็พูดดี เ้าเองก็ไม่ต่างกันหรอก Bromm ตาเฒ่าสมองใส!”
“เอ๋? เนื้อของกวางงั้นเหรอ?”
“ไว้เราถึงทะเลสาบแล้ว ข้าจะลองล่ามันดู… สำหรับมื้อค่ำวันนี้”
“ค่ะ… พี่ Edrin แต่ว่า… อย่าให้มันทรมานมากนะคะ…”
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก Liora มันจะไม่ทรมาน ข้าสัญญา…”
“ถ้าพี่ Edrin ว่ามาแบบนั้น… หนูจะเชื่อนะคะ…”
เด็กสาวตอบกลับ ก่อนจะมองกลับไปยังฝูงกวางที่กำลังแทะเล็มหญ้าอยู่ไกล ๆ อย่างสบายอารมณ์
พร้อมด้วยสีหน้าที่นิ่งลงไปกว่าก่อนหน้า…
“เอาล่ะยัยหนู! เ้าเคยเห็นทะเลสาบมาก่อนไหม?”
“เอ๊ะ! ลุง Rowan เอ่อ… หนูไม่เคยเห็นค่ะ แล้วลุงล่ะคะ?”
“ข้าก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน ฮ่า ฮ่า”
“แล้วพูดขึ้นมาเหมือนเคยเห็น ไอ้ั์เอ๊ย!”
“แล้วเ้าเคยเห็นแล้วเหรอ ทะเลสาบ Arzharyn น่ะ?”
“เคยเห็นอยู่… ตอนนั้นข้าหมดสิ้นแล้วทุกสิ่ง เดินทางข้ามป่านี่ ไปนอนหมดสภาพใกล้ ๆ กับทะเลสาบนั่น”
“หืม… เื่ชักจะดราม่าขึ้นมาซะงั้น แล้วยังไงต่อล่ะ Bromm”
“หลังจากหมดสติไปเพราะความหิว หรือความเหนื่อย ข้าก็จำไม่ได้…”
“รู้ตัวอีกที… นายช่างเอลฟ์คนนั้นก็ช่วยข้าเอาไว้แล้ว…”
“คนที่เ้าบอกว่า สอนเื่การผสานเวทศาสตราอะไรนั่นใช่ไหม Bromm”
“ใช่แล้วล่ะไอ้ั์… เขาช่วยชีวิตข้าไว้ หลังจากนั้นเราก็คุยกันหลายเื่เลย”
“เหมือนคนที่คุยกันถูกคอ ฮ่า ฮ่า แล้วเขาก็สอนข้าในทุกสิ่งเลย…”
“ดาบนั่นของ Edrin และเกราะแขนของเ้า Rowan นั่นคือสิ่งที่เขาสอนข้า และช่วยข้าสร้างมันขึ้นมา”
“ดาบเล่มนั้น มันจะช่วยเพิ่มความสามารถทางกาย การตัดสินใจที่เฉียบคม สัญชาตญาณของนักดาบที่แม่นยำ รวมไปถึงความเร็วและพละกำลัง ให้กับผู้ที่ถือมัน…”
“ข้ารู้สึกได้เมื่อครั้งที่จับมัน… และสู้กับ Arshad นายช่างใหญ่”
Edrin กล่าวขึ้น พร้อมกับเอ่ยถึงตอนที่ปะทะกับ Arshad เมื่อก่อนหน้านี้…
“นั่นแหละไอ้หนุ่ม แต่กระนั้นจิตใจของเ้าจำต้องสู้… เพื่อปกป้องบางสิ่ง แต่หากว่าเ้าถูกจิตสังหารเข้าควบคุม และหวังที่จะเข่นฆ่าเพียงเพราะความกระหายเื”
“ดาบเล่มนั้น… มันก็เป็แค่เศษเหล็กธรรมดา…”
เมื่อ Bromm กล่าวจบ Edrin ก็นิ่งไปพักหนึ่ง ราวกับว่าเขาเข้าใจถึงความหมายทั้งหมด ก่อนจะมองไปยัง Liora ที่เดินอยู่ด้านหน้า ข้าง ๆ ท่านหญิงเอลฟ์
“ถ้าเช่นนั้นแล้ว… ข้าคงรู้เหตุผลที่จับดาบอีกครั้ง ชัดขึ้นแล้วล่ะนายช่าง Bromm”
“ฮ่า ฮ่า ข้ามองเ้าออกแต่แรกแล้ว ถึงได้ยกดาบเล่มนี้ให้เ้าไง Edrin!”
“ส่วนไอ้ั์! สถานการณ์มันพาไปหรอก ไม่ได้ตั้งใจจะให้อะไรทั้งนั้น!”
“อ่าว ไหงพูดแบบนั้น… วันนั้นเ้าเองก็ยื่นเกราะแขนนี่ให้กับมือเลยนะ Bromm!”
Rowan สวนขึ้นมาทันควันก่อนที่บทสนทนานี้จะกลายเป็การโต้เถียงกันที่ดูจะไม่รู้จุดจบ…
“แต่เ้าให้ข้าแล้ว… ข้าไม่คืนให้หรอกนะ Bromm ฮ่า ฮ่า”
“เออ! ข้าก็ไม่ได้จะทวงคืนหรอกนะ อีกอย่างเ้าก็ดูเหมาะสมกับมันขึ้นมาบ้างแล้ว… นิดหนึ่ง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทำเป็ตาเฒ่าปากแข็งไปได้ เ้าเองก็ยอมรับในฝีมือข้าแล้วใช่ไหมเล่า”
“ยอมรับกับผีดิ! กว่าสมองกล้าม ๆ ของเ้า จะเข้าใจกลไกการทำงานของมัน ก็ล่อซะเราเกือบตายกันหมด”
“ก็เ้าไม่อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก่อนนี่หว่า”
“ข้าอธิบายแล้วเ้าฟังไหม! ตอนนั้นเ้าจะพุ่งไปหา Edrin อย่างเดียวเลย”
“เฮ้อ… คุณตา Bromm กับลุง Rowan เถียงกันอีกแล้ว”
“เ้ายังไม่ชินอีกเหรอจ๊ะ หนูน้อย…”
ท่านหญิงเอลฟ์เอ่ยขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ
“จริง ๆ แล้วหนูก็ชินค่ะ… เพียงแต่ว่า…”
“หึหึ ข้าเข้าใจดีเลยล่ะ… งั้นเดี๋ยวข้าจัดการเอง”
“นี่ พวกเ้าทั้งสองคน…”
ท่านหญิง Aelthara เอ่ยขึ้นแทรกบทสนทนของสองชายต่างวัย ที่เถียงกันเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงสักนิด
“คะ คะ คะ ครับผม! ท่านหญิง Aelthara”
“ข้าก็แค่… พูดคุยกันอย่าง… สนิทสนม ก็แค่นั้น”
“ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลยสักคำ… แค่จะพูดว่าพวกเ้าสองคนควรจะเงียบเสียงลงหน่อย”
ท่านหญิง Aelthara มองทั้งสองด้วยสายตาที่เยือกเย็นพร้อมไอเวทจาง ๆ ที่ปกคลุมทั่วทั้งร่าง
เพียงเท่านี้ Rowan ก็พลันยืนตรง อกตั้ง กับเหงื่อตกที่ข้างขมับจนเห็นชัด
Bromm เองก็พลันเงียบลงในทันที ก่อนจะเริ่มมองไปทางอื่น เพื่อหลบสายตาของท่านหญิง…
ก่อนที่เสียงหัวเราะของเด็กสาวจะดังขึ้นแทรกบรรยากาศที่ชวนให้อึดอัดนี้…
“ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทั้งสองคนดู… ตลกจังเลยค่ะ ลุง Rowan หลังตรงเลย! คุณตา Bromm ดูกลัวป้า Aelthara มาก ๆ เลย”
“แฮะ ๆ ยัยหนู เ้าก็ว่าไป ข้าแค่เกรงใจท่านหญิงก็เท่านั้น!”
“ข้าเองก็… ไม่อยากโดนดุเฉย ๆ แฮะ ๆ”
“ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า ฮ่า”
จากนั้นบรรยากาศที่เคยวุ่นวาย และกลายเป็อึดอัด ก็แปรเปลี่ยนเป็เสียงหัวเราะของ Rowan ที่ดังชัด ตามมาด้วยเสียงหัวเราะโดยไม่มีเหตุผลของ Bromm
Liora เองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม แต่กระนั้นเด็กสาวก็เดินขำจนท้องแข็งไปพักใหญ่
พร้อมกับชายที่ท้ายขบวนที่ดูจะนิ่งเงียบ ก็มีรอยยิ้มจาง ๆ ที่ใบหน้า กับเสียงกลั้นขำในลำคออยู่เบา ๆ
แม้แต่ท่านหญิงเอลฟ์ผู้สุขุมเอง ก็มีเสียงหัวเราะให้ได้ยินอยู่พักหนึ่งเช่นกัน…
“ป้า Aelthara คะ?”
“ว่าไงจ๊ะหนูน้อย…”
“อีกไกลไหมคะ กว่าเราจะถึงทะเลสาบ Arzharyn”
“เ้าเหนื่อยแล้วหรือ Liora?”
สิ้นเสียงของคำถามจากท่านหญิงเอลฟ์ ก็พลันถูกแทรกด้วยเสียงกระเพาะเล็ก ๆ ของเด็กสาวดังขึ้นกลางป่าจนได้ยินชัดไปถึงท้ายกระบวนที่ Edrin เดินตามมาอยู่…
“แฮะ ๆ ขอโทษค่ะ…”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยัยหนูคงหิวแย่”
“งั้นก็พักสักเดี๋ยวไหมครับ ท่านหญิง”
“ถ้าเช่นนั้นก็ พักใต้ร่มไม้ใหญ่นี่ก่อนแล้วกัน… มาเถอะ Liora ข้าพอจะมีเนื้อแห้งเหลืออยู่…”
“เอ๋? เนื้อแห้งงั้นเหรอคะ…?”
“ทำไมกัน Liora เ้าไม่ชอบงั้นเหรอ?”
“ปะ ปะ เปล่านะคะ! หนูกินได้ค่ะ! เพียงแต่ว่าตอนอยู่ที่ Oasis เรากินเนื้อแห้งหลายวันแล้ว… คะ คะ ค่ะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยัยหนูเบื่อเมนูเนื้อเหนียว ๆ เหมือนเคี้ยวเกราะหนังแล้วสินะ”
Bromm หัวเราะดังขึ้นมาทันควัน
พร้อมกับสีหน้าของ Liora ที่ยิ้มแห้ง ๆ ขึ้นมาให้ท่านหญิงเอลฟ์ได้เห็น
“ว่าแต่… Edrin หายไปไหน?”
“เอ๊ะ! หนูไม่ทันได้สังเกตเลยค่ะ ลุง Rowan”
พร้อมกันนั้นเอง เสียงของฝีเท้าที่ไล่เข้ามาใกล้จากด้านหลังของต้นไม้ใหญ่ ที่ทุก ๆ คนยืนอยู่…
“Liora มาหลบหลังข้า ท่านหญิงด้วย เร็วเข้า!”
“รับทราบค่ะ!”
Rowan โยนหีบอุปกรณ์คืนไปให้ Bromm ในทันที พร้อมด้วยท่านหญิงเอลฟ์ และเด็กสาวที่เคลื่อนตัวมาหลบหลังเขาในทันใด
Bromm ที่วางหีบลงก่อนจะหยิบเอาอาวุธคู่ใจออกมาถือไว้มั่น…
เสียงของฝีเท้าที่มุ่งตรงมาใกล้กับต้นไม้ใหญ่… ใกล้เข้ามาจนได้ยินเสียงของใบไม้แห้งที่ถูกเหยียบ…
เกราะแขนของ Rowan เริ่มเปล่งแสงอ่อน ๆ ราวกับว่ากำลังตอบรับเจตนารมณ์ของเขา เพื่อปกป้องทุก ๆ คน
ท่านหญิงเอลฟ์ เมื่อประจำการที่ด้านหลังของแนวป้องกัน เธอร่ายเวทช้า ๆ พอให้เห็นเป็มวลพลังสีดำที่ฝ่ามือ พร้อมโจมตีสนับสนุนในทุกเมื่อ…
โดยมีแม่หนูน้อยยืนชิดอยู่ไม่ห่างในวงล้อมของแนวป้องกันนี้…
และในทันใดนั้นเอง…
“ย๊ากกกก!”
“Rowan! นี่ข้าเอง!”
“อะ อะ อ่าว… Edrin หรอกเหรอ…”
“แล้วทำไมไม่ให้ซุ่มให้เสียงก่อนโว้ย! แล้วนี่เ้าหายหัวไปไหนมา ั้แ่ตอนไหนด้วย?”
“เ้ากับนายช่างใหญ่ เถียงกันเสียงดัง และข้าเห็นเข้ากับกระต่ายป่านี่”
“ก็เลยไปล่ามันมา เผื่อว่าจะมีคนหิว…”
และไม่ทันที่ Edrin จะได้เอ่ยต่อเพื่ออธิบาย… เสียงของกระเพาะน้อย ๆ ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง จากด้านหลังของ Rowan… แทรกขึ้นมาตัดบทสนทนาของทั้งสอง…
“แฮะ ๆ หนูว่าพี่ Edrin ทำได้เยี่ยมไปเลยค่ะ”
“เห็นไหมล่ะ Rowan ข้าเดาถูกจริง ๆ ด้วย”
“เออ อันนี้ชื่นชมเลย Edrin ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ข้าล่ามาได้สามตัว เ้ากับนายช่างใหญ่ และท่านหญิงเตรียมไฟ และอุปกรณ์ทำครัวเถิด”
“ข้าจะจัดการแล่เนื้อมันออกมาก่อน…”
“รับทราบค่ะ พี่ Edrin!”
“เอาล่ะ คุณตา Bromm ในหีบมีชาม มีช้อนส้อมไหมคะ?”
“ฮ่า ฮ่า ขึงขังดีแท้ยัยหนู มา เดี๋ยวข้าช่วยดูนะ!”
ไม่นานนัก ขบวนเดินทางนี้ ก็พลันได้หยุดพักเพื่อเติมพลัง…
Rowan รับหน้าที่หาฟืนเพิ่ม พร้อมกันนั้นท่านหญิงเอลฟ์ ก็ได้ใช้หินเวทย์ไฟ เพื่อจุดกองไฟเล็ก ๆ ขึ้นมาให้เป็การตั้งต้นในการประกอบอาหาร…
หม้อสตูว์และขาตั้งถูกจัดเตรียมไว้แล้วก่อนหน้า…
Liora ได้แบ่งขนมปังให้ทุก ๆ คนอย่างเท่า ๆ กัน แม้ว่า Bromm และ Rowan จะได้มากกว่าคนอื่นนิดหน่อย…
Edrin ที่จัดการกับกระต่ายป่าสามตัวก็แล้วเสร็จ… ก่อนจะยื่นเอาวัตถุดิบง่าย ๆ นี้ให้กับท่านหญิงที่กำลังเตรียมครัว
พอดีกันกับ Rowan ที่มาถึงพร้อมกับฟืน… เขาเติมฟืนเข้ากองไฟ ก็จะรีบรับหน้าที่พ่อครัวแทนท่านหญิงในทันที
ท่านหญิง Aelthara ตกอยู่ในอาการงุนงงเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะหันไปช่วยหนูน้อยเตรียมภาชนะ…
“เกือบไปแล้ว Edrin ถ้าข้ามาช้ากว่านี้…”
“ใช่แล้ว Rowan ถ้าเ้ามาช้ากว่านี้”
“สตูว์นี่จะเค็มไป!” / “สตูว์นี่จะเค็มไป!”
“ฮ่า ฮ่า ใช่เลยเพื่อนเอ๋ย แต่เงียบไว้นะเดี๋ยวท่าน…”
“อะแฮ่ม… พวกเ้ากระซิบกระซาบอะไรกัน หืมมม”
“เปล่าครับท่านหญิง! ข้าก็แค่พูดคุยกันตามประสาเพื่อนรัก ใช่ไหม Edrin”
“ครับท่านหญิง ข้าแค่บอกว่า Rowan ดูงี่เง่า และก็เสียงดังจนทำเอาข้าเกือบไม่ได้กระต่ายป่า…”
“งั้นเหรอ… งั้นก็ทำหน้าที่ของพวกเ้าต่อไป…”
“ครับท่านหญิง...”
Rowan กล่าวรับคำ ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ กลบเกลื่อน
“ที่เ้าหลอกด่าข้า เดี๋ยวคิดบัญชีทีหลัง Edrin”
“ข้าแค่กล่าวความจริง Rowan”
เมื่อกล่าวจบ Edrin ก็ยิ้มออกมาอย่างเ้าเล่ห์ ก่อนจะร่วมด้วยช่วยกันปรุงสตูว์หม้อนี้…
กลิ่นหอมของเครื่องเทศ และน้ำสตูว์ลอยไกลไปเตะจมูกของเด็กสาวตัวน้อยที่นั่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่
เธอเดินเข้ามาดูว่ามื้อเที่ยงของเธอนั้น ในตอนนี้เป็อย่างไรแล้วบ้าง…
“รอบนี้ฝีมือลุง Rowan ใช่ไหมคะ?”
“แน่นอนยัยหนู! รอบนี้เนื้อกระต่ายแน่น ๆ เลยล่ะ กระต่ายป่าน่ะของอร่อย ยิ่งกว่ากระต่ายทะเลทรายเสียอีก”
“งั้นหนูจะตักให้ทุก ๆ คน เลยนะคะ!”
“ฝากด้วยล่ะ Liora”
“ได้เลยค่ะ! พี่ Edrin”
ไม่นานนัก เด็กสาวก็วิ่งตรงดิ่งไปยังชามที่ถูกจัดเตรียมไว้ ก่อนจะวิ่งตรงมาหา Rowan และ Edrin อีกครั้ง
“ชามนี้ของป้า Aelthara ไม่ใส่เนื้อกระต่ายเยอะ”
“เรียบร้อยค่ะ!”
เธอบ่นพึมพำระหว่างที่กำลังตักสตูว์ใส่ชามอย่างระมัดระวัง ก่อนจะวิ่งไปยังจุดที่ Aelthara นั่งพักอยู่
พร้อมกับชามเปล่า ๆ ที่ใหญ่มากกว่าชามก่อนหน้าเท่าตัว
“ชามนี้ของคุณตา Bromm เต็มชามเนื้อกระต่ายเยอะ ๆ!”
“ถือระวังล่ะ Liora ค่อย ๆ เดินนะ”
“ค่ะพี่ Edrin”
เด็กสาวยิ้มให้เขาก่อนจะค่อย ๆ เดินไปเสิร์ฟสตูว์ชามใหญ่แก่นายช่าง Bromm… พร้อมกับรับเอาขนมปังใส่ชามเปล่า ๆ อีกสองชาม โดยชามหนึ่งนั้นมีขนาดใหญ่พอ ๆ กับชามของ Bromm พร้อมขนมปัง หนึ่งก้อนกับอีกครึ่งก้อน
“ชามนี้ ของลุง Rowan แต่ว่า คุณตา Bromm หักค่าภาชนะไป ครึ่งก้อนขนมปังค่ะ!”
“ขอบใจนะยัยหนู!”
“Bromm ไอ้เฒ่าเ้าเล่ห์!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า โดนซะบ้างไอ้ั์!”
“เดี๋ยวหนูแบ่งให้ค่ะลุง Rowan หนูได้ขนมปังครึ่งหนึ่งจากป้า Aelthara ด้วย”
“งั้นเหรอยัยหนู เ้านี่ใจดีจริง ๆ เลยนะ”
“ค่ะ! แล้วก็ชามนี้ของพี่ Edrin ค่ะ”
“ขอบใจ Liora เ้าส่งชามมาเถิด… พวกข้าตักเองได้ แล้วเ้าก็ไปหยิบชามของตัวเองมานะ”
“ค่ะพี่ Edrin แล้วก็…”
“แล้วก็อะไรงั้นเหรอ?”
“อย่าแอบตักส่วนของหนูเด็ดขาด!”
เด็กสาวพูดขึ้นมาอย่างขึงขัง ก่อนจะวิ่งแจ้นไปเอาชามของตนในทันใด…
ก่อนจะวิ่งกลับมาด้วยความเร็วจนเกือบสะดุดรากไม้เข้า…
“ไม่เป็ไรค่ะ! ยังไม่ล้ม!”
“ระวังหน่อย Liora”
“แฮะ ๆ ขอโทษค่ะ พี่ Edrin แต่! ไม่ได้แอบตักส่วนของหนูใช่ไหม?”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
“ขอบคุณค่ะ ฮิ ฮิ”
“เอาชามมาสิยัยหนู เดี๋ยวข้าตักให้”
“ขอบคุณค่ะ ลุง Rowan”
เด็กสาวยื่นชามน้อย ๆ ของตนให้กับ Rowan ก่อนที่ทั้งสามจะนั่งกินสตูว์ด้วยกันพักหนึ่ง
Rowan ที่ยังคงกินเสียงดัง และกินหมดเป็คนแรก ก่อนที่จะรีบเติม เหมือนเกรงว่านายช่างใหญ่ที่ด้านหลังจะมาแย่งตักส่วนที่เหลือ…
พร้อมกันกับเสียงเรอที่ดังขึ้นมาของ Bromm ก็ทำเอา Aelthara ที่นั่งอยู่ด้วยนั้นส่ายหัวเบา ๆ
ก่อนที่ยัยหนู Liora จะกินสตูว์ในชามจนเกลี้ยงก่อนจะลุกไปตักเพิ่มในไม่กี่อึดใจหลังจากที่ Rowan กินชามที่สองอยู่ไม่ไกลกัน
“ว้าว ยัยหนูกำลังโต กินอีกชามหนึ่งแล้ว”
“เอ๋! หนูแค่ยัง… ไม่อิ่มเท่านั้นเอง แล้วก็ ชามหนูเล็กกว่าของลุง Rowan ด้วย!”
“เ้ากำลังจะกลายเป็ Rowan แล้ว Liora”
“เอ๋? หนูกำลังจะตัวใหญ่แบบลุง Rowan เลยหรอคะ พี่ Edrin”
“อาจจะยาก Liora ถ้าเ้าตัวใหญ่แบบนั้นคงพิลึกน่าดู”
“มันพิลึกตรงไหนกัน Edrin!”
“ตรงที่เป็เ้านี่แหละ Rowan”
“เอ้า! ไอ้นี่…”
“แล้วถ้าหนูตัวโตแบบลุง Rowan จะดูพิลึก… หนูต้องโตไปแบบไหนถึงจะปกติ?”
“เข้าใจถามนะยัยหนู ฮ่า ฮ่า”
“เอ่อ… คงอาจจะแบบท่านหญิง Aelthara แต่ว่าหูเ้าไม่ยาวละมั้ง”
Edrin กล่าวขึ้นก่อนจะแกล้งแหย่ไปที่หูของเด็กสาวจนเธอจั๊กจี้และหัวเราะออกมาเสียงดัง
“พวกเ้านินทาอะไรข้าหรือเปล่า?”
“Edrin มันบอกว่ายัยหนูจะโตขึ้นมาสง่างามแบบท่านหญิงครับ”
“หึ หึ พวกเ้านี่ช่างพูดเสียจริง เดี๋ยว Liora จะจำอะไรแปลก ๆ เข้าหรอก…”
“ถ้าโตขึ้นมาหนูสวยเหมือนป้า Aelthara แบบนั้นหนูชอบนะคะ!”
“จ้าแม่หนูน้อยคนสวย…”
“สวยเหมือนป้า Aelthara ไงละค้าาา”
“ใครพาเ้าพูดแบบนั้นกัน หืม… Edrin Rowan?”
“ฮ่า ฮ่า ข้าเปล่านะท่านหญิง ยัยหนูของเราพูดเองทั้งนั้น”
“ดูเหมือนว่าเ้าไม่ได้อ่านตำรามาหลายวัน คงจะอารมณ์ดีเกินไปแล้ว งั้นวันนี้เริ่มบทเรียนใหม่เลยไหมหนูน้อย”
“หนู… ช่วยล้างชามนะคะ! พี่ Edrin เร็วเข้า!”
“เดี๋ยวสิ Liora …. เอ่อ ท่านหญิง พอดีว่าลำธารอยู่ไม่ไกลนัก ข้าขอตัว…”
“ตามสบายเถิด พวกเ้าทั้งคู่ หึ หึ”
ราวกับว่าแผนหนีเรียนครั้งนี้จะได้ผล Liroa รวบรวมเอาชามของทุกคนพร้อมใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม ก่อนจะเดินนำหน้า Edrin ไปยังลำธารแม้จะไม่รู้ทางก็ตาม
“Liora เดินช้า ๆ และระวังสะดุดล้มล่ะ รอข้าด้วยเดี๋ยวจะหลงป่าเอานะ”
“ค่าาาา พี่ Edrin หนูไม่หลงป่าหรอก!”
“เ้าแน่ใจนะ? งั้นลำธารไปทางไหนกัน?”
“เอ๋? เอ่อ… จากสัญชาตญาณของหนูนั้น… ไปทาง… ขวา!”
“เ้ามั่วแล้ว Liora เ้าต้องเดินไปทางซ้ายถึงจะถูก”
“แฮะ ๆ หนูก็กำลังทดสอบสัญชาตญาณของพี่ Edrin เหมือนกันว่าจะไปถูกทางไหม”
“อย่ามาทำเนียนเปลี่ยนเื่เลย ไปกันเถอะ จะได้ออกเดินทางต่อ”
“รับทราบค่า!”
Edrin เองก็หยิบเอาหม้อสตูว์ที่พักไว้ให้หายร้อนมาล้างทำความสะอาดเช่นกัน ก่อนทั้งสองจะเดินลับหายไปในป่าในไม่นานหลังจากนั้น
ทิ้งเอาไว้เพียงรอยยิ้มของผู้ใหญ่อีกสามคน… ที่ยังคงตกอยู่ในความซนของเด็กสาว
“ยัยหนูดูร่าเริงดีนะ Aelthara”
“ก็ดีแล้วนี่ Bromm…”
“ว่าแต่ว่า… ข้าสงสัยเื่หนึ่ง”
“อะไรงั้นเหรอ.. หืม?”
“ที่ท้องพระโรง… ที่าาเอลฟ์นั่น โกรธเ้าใหญ่ เ้าหน่ะ… ไปทำแบบไหนเข้า”
“องค์รัชทายาทถึงได้ตายล่ะ…”
ท่านหญิง Aelthara ครั้นได้ยินคำถามที่หนักอึ้งนี้ ก็ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง สีหน้าที่ดูแจ่มใสจากบทสนทนาก่อนหน้าของ Liora ก็แปลเปลี่ยนเป็ความเศร้าเล็กน้อย…
“Bromm นี่ถามไม่ดูอารมณ์ท่านหญิงเลยนะ!”
“เอ้า ก็ข้าอยากรู้…”
“ท่านหญิง หากว่าท่านไม่อยากเล่า พวกข้าเองก็เข้าใจ...”
“ไม่เป็ไร Rowan ข้าไม่ได้อยากจะปิดบังอะไรแล้วล่ะ…”
“ท่านหญิง…”
Rowan ที่เดินมาสมทบ ก็ยืนนิ่งไปพักใหญ่ และไม่นานนัก ท่านหญิง Aelthara ก็จึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด
“ครั้งหนึ่งข้าเป็ปราชญ์ผู้แสวงหาความรู้ และความจริงของโลก ข้าเป็อาจารย์แก่เหล่าเอลฟ์รุ่นเยาว์หลายร้อยรุ่นตลอดระยะเวลาที่ข้า ยังคงอยู่ท่ี่ Sylvaryn”
“ยัยหูยาวปากเสียนั่นก็ด้วยเหรอ Aelthara”
“ใช่ Bromm ยัยเด็กหัวดื้อนั่นก็คือหนึ่งในลูกศิษย์ของข้า Myryn เองก็เป็นักเรียนที่ตั้งใจ”
“ฮะ! ยัยเอลฟ์หูยาวนั่นเนี่ยนะ ไม่อยากจะเชื่อ”
“นี่จะฟังต่อ หรือจะบ่นให้ Myryn ดีล่ะ Bromm?”
“ก็ได้ โทษที…”
“ข้าถือเป็คนหนึ่งที่ทำให้รูปแบบการศึกษาของชาวเอลฟ์ มีระบบและระเบียบมาจวบจนถึงทุกวันนี้ และวันหนึ่งข้าได้ไปรู้จักเข้ากับสิ่งนั้น”
“Dark Chaos น่ะเหรอ ท่านหญิง?”
“ใช่ Rowan มันคือสิ่งนั่น… แรกเริ่มข้าไม่ได้ตั้งใจจะศึกษามันต่อ แต่ทว่า”
“องค์ชาย Varorhan องค์รัชทายาทแห่ง Sylvaryn ทราบเื่เข้า…”
“เขาเสนอเื่ทุน และสนับสนุนการค้นคว้าของข้าเต็มที่ อีกทั้งยืนยันกับข้าเสียงแข็งว่าสิ่งนี้จะพลิกโฉมวิทยาการของพวกเาาวเอลฟ์ได้ทั้งเผ่าพันธุ์”
“และใช่… ข้าตอบรับข้อเสนอของเขา… สำหรับข้าในตอนนั้น ความรู้และความจริงของโลก คือความปรารถนาสูงสุดในชีวิต”
ท่านหญิงเอลฟ์กุมมือของตัวเองแน่นขึ้น พร้อมกับแววตาที่ดูหม่นลง…
ก่อนที่เสียงของนายช่างใหญ่จะแทรกขึ้นมาตัดกับอารมณ์ของท่านหญิงในทันควัน…
“แล้วตอนนั้นเ้าอายุเท่าไหร่ Aelthara”
“Bromm นี่เ้าจะเลิกถามอะไรที่มันไร้สาระสักทีจะได้ไหม?”
“ก็ได้ Aelthara ข้าขอโทษ… ก็แค่สงสัย ก็ตอนเจอกับเ้าที่กระท่อมของนายช่างเอลฟ์ ตอนนั้นเ้าก็ปาไป 750 ปีได้แล้วมั้ง”
“Bromm!”
“Rowan จัดการที!”
บั๊ก!
“เอ๊อะ! นี่ก็ทุบซะแรง”
“เ้าสมควรโดน Bromm!”
“ก็ได้ข้าขอโทษ… สัญญาจะไม่ขัดแล้ว”
“อย่าให้มีครั้งที่สอง Bromm!”
“แล้วถ้ามีครั้งที่สองล่ะ?”
“ครั้งที่สามนี่ไม่ควร Bromm”
“Rowan! อย่าผสมโรง”
“ขออภัยท่านหญิง… ข้าจะไม่ได้จะ ผสมโรง... แค่จังหวะนั้นเสียงในหัวข้ามันทำงานเอง... ครับ!”
“เฮ้อ… ข้าเกลียดพวกเ้า”
“แต่ก็เอาเถอะ… พอหลังจากที่ข้ารับข้อเสนอ ข้าก็ศึกษามันอย่างจริงจัง จนเข้าใกล้การมีอยู่ และเข้าใกล้การนำมันมาใช้”
“องค์ชายเองก็เป็ยอดนักปราชญ์ที่มีความสามารถ เขาเป็ศิษย์ร่วมสำนักของเ้า Bromm เ้าเชื่อไหม”
“เ้าหมายถึง นายช่างเอลฟ์คนนั้น เคยสอนเื่เวทศาสตราให้องค์ชายงั้นเหรอ?”
“ใช่ Bromm และเขาคือศิษย์เอกเลยล่ะ… ไร้ที่ติ แตกต่างจากเ้ามาก”
“แล้วนี่หันมาเหน็บกันทำไมล่ะ…?”
“ข้าแค่เอ่ยความจริง Bromm”
“อันนี้ข้าเห็นพ้องกับท่านหญิง Bromm”
“ให้ตายเหอะ Rowan! แล้ว… เื่เป็ยังไงต่อ Aelthara?”
ท่านหญิงเอลฟ์ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะเริ่มเล่าต่อ…
“องค์ชายสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่จะสามารถดึงพลังของ Dark Chaos ให้ขึ้นมามีตัวตนบนโลกได้สำเร็จ”
“และในวันนั้น ข้าก็ได้เป็ผู้ร่วมทดลอง… มันคือวันที่สิ่งนั้นเปลี่ยนข้าไปตลอดกาล”
“ทันทีที่ข้าได้ััมัน… ข้าเหมือนได้เชื่อมเป็ส่วนหนึ่งกับมัน และข้าได้ยินเสียงของบางสิ่ง พร้อมกับภาษาที่ชาวเอลฟ์อย่างข้าที่เป็เผ่าพันธุ์เก่าแก่ก็ยังมิอาจจะเข้าใจ…”
ท่านหญิง Aelthara หยุดนิ่งไปชั่วลมหายใจหนึ่ง ก่อนจะเหม่อมองออกไปด้านอื่น…
“ในไม่กี่วินาทีที่ข้าได้รู้แล้วว่า สิ่งนี้ไม่ควรถูกพบ ข้าตัดสินใจตัดขาดการเชื่อมต่อของมัน แต่กระนั้นแล้ว องค์ชายกลับไม่เห็นพ้องตามข้า…”
“เขายังคงยืนกรานว่าจะเชื่อมต่อมัน แม้ว่าข้าจะพยายามปิดมันอย่างไรก็ตาม…”
“และก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้าย ก่อนที่สิ่งนั้นจะกลายเป็มหันตภัยที่ทำลาย Sylvaryn ข้าใช้พลังเวททั้งหมดของข้าทำลายอุปกรณ์นั่น และทำลายการเชื่อมต่อ… จนกระทั่งมันค่อย ๆ เปลี่ยนข้าเรื่อย ๆ”
“อุปกรณ์เวทขององค์ชายะเิเป็วงกว้าง ทำลายเอาหอคอยที่พวกเราทำการทดลองอยู่นั้นจนพังพินาศ”
“ข้ารอดมาได้อย่างประหลาด… พร้อมกับ… สภาพที่พวกเ้าเห็นเฉกเช่นทุกวันนี้”
ท่านหญิงเอลฟ์หันมาสบตากับสหายทั้งสอง… พร้อมเอ่ยต่อ
“ส่วนองค์ชายนั้น… ไม่มีใครพบศพ ไม่มีใครเห็นเขาอีก…”
“เมื่อพระาาทราบเื่… ก็ตีตราข้าว่าเป็ผู้กระทำการนอกรีต และเป็ต้นเหตุให้องค์ชายต้องตาย”
“ข้าไม่แม้แต่จะแก้ตัว… หรืออธิบายสิ่งใดอีก… และข้าก็กลายเป็ Aelthara ผู้ขลาดเขลา ก่อนที่จะถูกเนรเทศออกจาก Sylvaryn…”
ท่านหญิงเอลฟ์ก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมกับค่อย ๆ หลับตาลงช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยคำนั้น…
“ตลอดกาล…”
เมื่อกล่าวจบท่านหญิง Aelthara ก็สูดหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้ากลับมาสบตาสหายทั้งสองด้วยท่าทีที่ดูสงบขึ้นกว่าเคย…
“ท่านหญิง… ข้าเสียใจที่ได้ยินเื่ทั้งหมด…”
“ไม่เป็ไร Rowan จะช้าหรือเร็วข้าก็ต้องเล่าให้พวกเ้าฟัง… เพราะตอนนี้พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว”
“และเหนือสิ่งอื่นใด… การที่ Liora ถูกตามล่าจากพวกมัน ส่วนหนึ่งก็เป็ความผิดของข้าเช่นกัน”
“เพราะข้า... เป็ต้นเหตุให้ Dark Chaos ถูกค้นพบ…”
“แต่ว่าในวันนั้น ก็ไม่ได้มีแค่เ้า Aelthara หรือถ้าเราลองวิเคราะห์ดี ๆ ล่ะก็…”
“ป้า Aelthara หนูล้างชามเรียบร้อยแล้วค่า!”
ไม่ทันให้นายช่างใหญ่ได้พูดจนจบประโยค เสียงแจ้ว ๆ ของเด็กสาวก็ดังนำมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างน้อย ๆ ของเธอนั้นจะปรากฏให้เห็นเสียอีก
“ระวังหกล้มล่ะหนูน้อย…”
“ข้าคิดว่าตอนนี้เราควรสนใจเื่ซ่อนตัวแม่หนู กับรีบเดินทางไปยังทะเลสาบให้ทันก่อนจะค่ำน่าจะดีกว่า”
“ตามที่ท่านว่าเลยครับ ท่านหญิง Aelthara”
“นี่เมินกันเหรอ? Aelthara Rowan !”
“เอ๋? คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ?”
เด็กสาวเมื่อเก็บเอาภาชนะทั้งหมดลงหีบของ Bromm เสร็จ ก็หันมามองทุกคนด้วยความฉงน พร้อม ๆ กับเอียงคอเล็กน้อยตามประสาเด็กที่กำลังสงสัย และไม่เข้าใจ
“พวกข้าก็… กำลังหารือกันว่า… เ้าน่ะยัยหนู…”
“เอ๊ะ! หนูทำไมงั้นเหรอคะ ลุง Rowan?”
“เ้าน่ะยัยหนู… เ้ากินสตูว์เพิ่มตั้งสองชาม มีหวังพวกข้าเลี้ยงไม่ไหวแน่!”
“ลุง Rowan!”
“จริงอย่างที่ Rowan ว่าเลย Liora เ้ากินเยอะขึ้นมากเลย”
“พี่ Edrin! ไม่เข้าข้างกันเลยเหรอ?”
“เอาล่ะ… ข้าว่าพวกเราพักกันมาพอแล้ว… ต่อจากนี้ไม่ไกลนัก ก็จะถึงจุดหมาย”
ท่านหญิง Aelthara กล่าวขึ้นแทรกระหว่างการหยอกล้อเด็กสาว
และเมื่อเด็กสาวตัวน้อยได้ยินเข้ากับคำว่า ใกล้จะถึงจุดหมาย แววตาของเธอก็เป็ประกายขึ้นมาทันที ราวกับว่าเื่ที่โดนกล่าวหาว่ากินเยอะนั้นถูกลืมเลือนไป…
“เราใกล้จะถึง… ทะเลสาบแล้วเหรอคะ?”
“ใช่แล้วจ้ะหนูน้อย… ทะเลสาบ Arzharyn…”
“งั้น ออกเดินทางกันเลยค่ะ!”
“อยู่ ๆ ก็คึกคักขึ้นมาดื้อ ๆ เลยนะยัยหนู!”
“ที่ลุง Rowan หาว่าหนูกินเยอะ หนูยังไม่ได้ลืมนะคะ”
“แย่จังเลยนะ… งั้นข้าจะชดเชยให้เป็การทำปลาย่างเกลือก็แล้วกัน”
“ตกลงค่ะ! ส่วนของพี่ Edrin หนูก็ยังไม่ได้ลืมเหมือนกันนะ!”
“งั้นข้าคงต้อง… ขโมยปลาจาก Rowan อีกทีเห็นจะง่ายกว่า…”
“อ้าวไอ้นี่! ทำไมไม่ไปล่าสัตว์เหมือนตอนแรกล่ะ…”
“ให้เ้าหาอาหารสำหรับพวกเราบ้างจะเป็ไรไป Rowan”
“เอาเป็ว่าตกลงตามนี้เลยค่ะ พี่ Edrin ออกเดินทางกันเถอะค่าาาา!”
“เดี๋ยวก่อน Liora เ้ารีบวิ่งออกไปแบบนั้น จะหลงป่าเอานะ!”
ท่านหญิง Aelthara พูดขึ้นมาด้วยความกังวล ก่อนจะลุกขึ้นเดินตาม Liora ไปในทันใด…
“หนูไม่หลงค่ะ เพราะหนูรู้ว่า ป้า Aelthara จะต้องตามหนูมาแน่นอนนนน!”
“จ้าแม่หนูตัวแสบ… ถึงทะเลสาบข้าจะให้คัดลายมือเพิ่ม!”
“ฮ่า ฮ่า ยัยหนูคึกคักจังเลยนะ ไปกันเถอะไอ้ั์ Edrin!”
“เดี๋ยว ๆ Bromm แล้วหีบเ้าล่ะ?”
Rowan กล่าวด้วยความฉงนเกี่ยวกับหีบใบนั้นของ Bromm
“ถามมาได้… เ้าก็แบกไปไง เหมือนเดิมนั่นแหละ”
“เร็วเข้า Rowan เราอีกแค่นิดเดียวเ้าก็จะได้ตกปลาแล้ว…”
Edrin กล่าวขึ้น ก่อนจะเดินตามนายช่างใหญ่ออกไปเงียบ ๆ
ทิ้งไว้เพียง Rowan กับหีบใบโต…
“เฮ้อ… สุดท้ายก็เป็ข้าที่ต้องแบบหีบนี้อีกตามเคย… ฮึบ!”
“ช่วยเดินรอข้าบ้างจะได้ไหม”
“ตามมาเร็วค่าาา ลุง Rowan!”
เสียงแจ๋ว ๆ ของเด็กสาวดังสวนมาทันควันอย่างเริงร่า พร้อม ๆ กันกับ Rowan ที่เผลอยิ้มออกมาทั้งที่กำลังแบกหีบใบโต…
ทุก ๆ คนออกเดินทางอีกครั้งหลังอิ่มท้องจากมื้อเที่ยง… หรือมื้อบ่ายก็มิปาน…
มุ่งหน้าสู่ทะเลสาบอันเงียบสงบที่ชายป่าของชาวเอลฟ์ ติดกับชายแดนของอาณาจักรมนุษย์…
ทะเลสาบแห่งนี้นั้นครึ่งหนึ่งกินพื้นที่ของป่าแห่ง Sylvaryn ส่วนอีกฟากนั้นจะตั้งอยู่บนแผ่นดินของอาณาจักร South Verdant อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชผลการเกษตร และแม่น้ำหลายสายที่ไหลผ่าน…
จากม่านไม้ของต้นแอชที่สูงตระหง่าน…
เริ่มเปลี่ยนผ่านเป็ป่าโอ๊คที่ขึ้นแซม… พร้อมกับต้นคอปเปอร์บีชที่กางใบสีม่วงก่ำจนเกือบเป็แดงสว่างเมื่อยามกระทบกับแสงของดวงอาทิตย์ พอให้เห็นเป็่ ๆ ตัดกันกับใบเขียว ๆ โดยรอบของต้นโอ๊คซึ่งยืนต้นเคียงกัน…
ทิวทัศน์ที่เริ่มเปลี่ยนไปก็ทำเอาเด็กสาวสังเกตได้ และอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“ป้า Aelthara คะ… ทำไมต้นไม้รอบ ๆ ตัวเราตอนนี้ ถึงเริ่มไม่เหมือนกับตอนที่อยู่ในป่าก่อนหน้าคะ?”
“เ้านี่ช่างสังเกตนะหนูน้อย…”
ท่านหญิงเอลฟ์ค่อย ๆ ััที่ศีรษะของเด็กสาวอย่างเบามือและอ่อนโยน พร้อมเอ่ยอธิบาย
“ณ อาณาจักรเอลฟ์นั้น ต้นแอชโบราณจะขึ้นปกคลุมเสียจนต้นไม้อื่นแลดูเล็กจ้อย…”
“แต่สำหรับที่ ๆ เราอยู่ตอนนี้ ค่อย ๆ เปลี่ยนห่างจากที่นั่นมากแล้ว ต้นไม้ที่เ้าเห็นนั้น…”
ท่านหญิงเอลฟ์ ชี้นิ้วไปยังต้นโอ๊คต้นหนึ่งใกล้ ๆ กับเด็กสาว พลางเป็การยกตัวอย่าง
“นี่เรียกว่าต้นโอ๊ค… ส่วนไม่ไกลกันนั้น ที่ตรงนั้น เ้าเห็นหรือเปล่า?”
“ที่ใบออกสีม่วง ๆ แต่เอ๊ะ! ทำไมบางใบก็ดูเป็สีแดง ๆ คะ?”
“เก่งมากจ้ะหนูน้อย… ต้นนั้นคือคอปเปอร์บีช… และที่สีของใบออกจะดูเป็สีแดงสว่าง ๆ นั่ันก็เพราะแสงของดวงอาทิตย์ที่มากระทบเข้ากับใบสีม่วง ๆ นั่นไงล่ะจ๊ะ”
“ว้าว…”
เด็กสาวตาเป็ประกายเมื่อได้เข้าใจ และได้เชยชมทิวทัศน์ของธรรมชาติโดยรอบ…
สายลมที่พัดผ่านช่องว่างของกิ่งก้านและม่านไม้พอให้เส้นผมของเด็กสาวปลิวไหวอยู่เบา ๆ และภาพที่ท่านหญิงเอลฟ์ผู้สุขุมได้เห็น ก็ทำเอาเธอยืนนิ่งพร้อมใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอยู่พักหนึ่ง…
“ไปกันต่อเถอะ Liora เราใกล้จะถึงที่หมายแล้วล่ะ…”
“ค่ะ ป้า Aelthara…”
และทุก ๆ คนจึงเริ่มก้าวเดินกันอีกครา โดยที่เสียงถกเถียงของ Rowan และ Bromm ที่ยังคงเป็ไปอย่างเคย เคล้ากับเสียงของเหล่านกตัวเล็กที่บินไปมา ระหว่างกิ่งหนึ่งของต้นโอ๊ค ข้ามไปยังอีกกิ่งของต้นคอปเปอร์บีช…
พร้อมกันกับสายลมที่พัดพาเอากลิ่นของไอดิน และทะเลสาบพอให้รู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้น…
และการเปลี่ยนผ่านของทิวทัศน์ที่ห้อมล้อมพวกเขา… จากไม้โอ๊คที่ยืนต้นหนาขึ้นแซมกับต้นคอปเปอร์บีช ก่อนเผยให้เห็นเป็ต้นวิลโลว์ให้เห็นห่าง ๆ เคล้าคละกันไปกับต้นพอพพลาที่เรียงกันอย่างไม่เป็ระเบียบเรียบร้อยนัก
จากภาพของป่าที่หนาและทึบแน่น ก็เปิดโล่งรับลมที่พัดผ่านเข้ากระทบกับผิวกายและเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเป็ประกายของเด็กสาวตัวเล็ก ๆ
แววตาของเธอกลับมาเป็ประกายอีกครั้ง…
สะท้อนรับกับผิวน้ำที่ระยิบระยับด้วยแสงอาทิตย์ที่ส่องกระทบเหนือผิวน้ำ…
ของทะเลสาบ Arzharyn…
“ป้า Aelthara คะ…”
“ว่าไงจ๊ะ Liroa”
“นี่เหรอคะ… ทะเลสาบ Arzharyn…”
“ใช่จ้ะหนูน้อย… เ้าไปดูให้ใกล้ขึ้นอีกนิดก็ได้นะจ๊ะ…”
พลันเมื่อท่านหญิงเอลฟ์เอ่ยจนจบประโยค… มือเล็ก ๆ ของเด็กสาวที่เคยจับมือของท่านหญิงเอลฟ์เอาไว้จึงได้คลายออกช้า ๆ
เธอเดินตรงไปข้างหน้าทีละก้าวโดยที่สายตายังไม่ได้ละจากทิวทัศน์อันตระการตาเบื้องหน้า
ก่อนที่เด็กสาวจะก้าวเท้าเร็วขึ้นอีกนิด ก่อนจะเริ่มวิ่งอย่างเร็วไวด้วยความตื่นเต้นและหัวใจที่พองโต…
สีหน้าที่เคยตกอยู่ในห้วงของความประหลาดใจจนดวงตาเบิกโพลง
ได้แปรเปลี่ยนไปเป็รอยยิ้มที่ฉีกกว้างจนแก้มปริ…
ก่อนที่ก้าวเล็ก ๆ ของเธอจะหยุดอยู่ ณ ปลายพื้นดินที่ยื่นรับกับพื้นน้ำที่คละกันไปด้วยก้อนหินน้อยใหญ่…
เสียงของน้ำที่กระทบเข้ากับแนวหินหลายร้อยหลายพันก้อนที่เรียงรายเป็แนวยืนดังชัดเป็จังหวะ
ััของทะเลสาบที่เย็นกระทบรองเท้าหนังคู่เก่า ๆ ของเด็กสาวอยู่เป็่ ๆ
เธอก้มลงมองไปยังเงาสะท้อนของตัวเองที่ผิวน้ำ ก่อนจะจิ้มนิ้วเล็ก ๆ ัักับความสดชื่นนี้โดยตรง
พร้อมด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ิ้ม และแค่นเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ
เด็กสาวหันกลับมามองป้า Aelthara ของเธอที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันนักพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยน…
พร้อม ๆ กันกับตา Bromm ที่เดินโผล่พ้นแนวต้นไม้มาชื่นชมกับความงามนี้อีกคน…
และ Edrin กับ Rowan ที่เดินตามมาสมทบในเวลาไม่นานนัก…
“พี่ Edrin! ลุง Rowan! ทะเลสาบสวยมากกกกกกกก!”
“น้ำเย็นมากเลยค่ะ!”
“Liora ระวังจะตกน้ำเอานะ”
“ไม่ตกค่ะ! หนูระวังสุด ๆ เลยล่ะ พี่ Edrin”
Edrin ค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้เด็กสาวก่อนจะหยุดยืนมองบรรยากาศโดยรอบ พร้อมกับสายตาที่ไปสะดุดเข้ากับอีกฟากหนึ่งของทะเลสาบแห่งนี้
กระท่อมไม้ที่ถูกสร้างอย่างแข็งแรง แม้ว่าจะดูโดดเดี่ยวแต่กระนั้นก็ดูมีความพิเศษอย่างแปลกประหลาด
“Liora เ้าเห็นกระท่อมหลังนั้นไหม?”
“เอ๊ะ! หลังไหนคะ?”
เด็กสาวยืนขึ้นอย่างเร็วไวจนทำเอาน้ำกระเด็นชุ่มชายกระโปรงของเธอเล็กน้อย…
ก่อนจะกวาดสายตามองไปยังกระท่อมหลังนั้นที่ Edrin เอ่ยถึง…
“กระท่อม… กระท่อมของป้า Ael..tha…ra… นั่นไง! หนูเห็นแล้วค่ะ”
“ป้า Aelthara กระท่อมไม้หลังนั้น… เราจะค้างคืนกันที่นั่นใช่ไหมคะ?”
“ใช่แล้วจ้ะหนูน้อย… มาเถอะ ก่อนที่ฟ้าจะมืดเอา เห็นอยู่ตรงนั้น กว่าจะอ้อมทะเลสาบไปก็ไกลอยู่นะ”
“เอ๊ะ! รอหนูด้วยค่าาาา”
“ระวังสะดุดล้มนะ Liora”
“ค่าาา พี่ Edrin รับทราบ ๆ”
เมื่อหยุดชมความงดงามของทะเลสาบแห่งนี้เป็ครั้งแรก เด็กสาวจึงได้เริ่มก้าวขา กับเร่งฝีเท้าตามท่านหญิงเอลฟ์ไปโดยเร็ว… ทำเอาเกือบจะสะดุดล้มแต่ก็ทรงตัวเอาไว้ได้ พร้อมหันมายิ้มเจื่อนให้ Edrin ที่เดินตามมาอยู่ไม่ห่าง…
“ข้าพึ่งเตือนเ้าไปเมื่อครู่ Liora”
“แฮะ ๆ หนูขอโทษค่ะ… จะระวังมากขึ้น ไปเถอะค่ะ พี่ Edrin!”
ทันทีที่เด็กสาวสำนึกผิด… หรืออาจจะไม่ก็ตามแต่…
เธอจับมือของ Edrin แน่นก่อนจะพากันวิ่งแซงท่านหญิงเอลฟ์ไปยังกระท่อมหลังนั้น…
เลาะเรียบแนวทะเลสาบไปเรื่อย ๆ โดยมีต้นวิลโลว์ที่แตกกิ่งใบให้เห็นเป็ร่มเงา เคล้ากับม่านไม้ที่ทอดยาวจากยอดเลื้อยเลาะลงมาจรดพื้นหญ้าเขียว ๆ
พร้อมกันกับกลิ่นของมอสที่เกาะรากไม้ซึ่งโผล่พ้นดิน หรือเกาะอยู่ที่ก้อนหินใหญ่ใกล้ ๆ กับริมทะเลสาบพอให้รู้สึกสบายอารมณ์ทุกครั้งที่สูดหายใจ…
และหากมองไปยังอีกฟากหนึ่งจะเห็นเป็แนวเขาสูงระฟ้า… ที่มองเห็นเป็ฉากอันตระการตาเหนือพื้นน้ำทะเลสาบที่ส่องประกายระยิบระยับด้วยแสงกระทบจากดวงอาทิตย์ยามเย็น…
เคล้ากันกับเสียงของน้ำที่ซัดเข้าหาฝั่งอยู่เป็จังหวะ พอให้ซาบซ่านและชื่นฉ่ำหัวใจของเด็กสาวอยู่เป็ระยะ
ก่อนที่เด็กสาวจะปล่อยมือของ Edrin และเริ่มเดินนำหน้าทุก ๆ คน พร้อมกับะโต่ำ ๆ ไปข้างหน้าตามจังหวะก้าวเดินของเด็กที่เริงร่าสบายอารมณ์ในยามเย็นที่แสนอบอุ่นหัวใจ…
จนใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ พอให้เห็นกระท่อมไม้หลังหนึ่ง…
ไม่ได้ถูกสร้างให้หรูหรา หรือใหญ่โตอะไรนัก…
“กระท่อมของป้า Aelthara…”
“ใช่แล้วล่ะ Liora ว่าแต่ทำไมมันดูไม่ทรุดโทรมเลยนะ…”
“เอ๊ะ! จริงด้วย ๆ พี่ Edrin”
“นั่นเพราะว่าข้าสร้างมันด้วยเวทมนตร์ของชาวเอลฟ์เมื่อครั้งยังมีตำแหน่งของปราชญ์ผู้มากด้วยองค์ความรู้”
“มันจึงแตกต่างจากการสร้างด้วยสิ่งก่อสร้างทั่วไปแบบมนุษย์ หรือคนแคระ”
“ว้าว… ป้า Aelthara สุดยอดเลยค่ะ”
เด็กสาวเมื่อได้ยินถึงคำอธิบายของท่านหญิงเอลฟ์ แววตาก็เป็ประกายในทันที
พร้อมกับท่านหญิงเอลฟ์ที่เดินเข้ามายืนเคียงกันกับเด็กสาว ก่อนจะลูบหัวเธอเบา ๆ
“แต่ข้ากลับรู้สึก… แปลกไปเล็กน้อย…”
“ทำไมเหรอ ท่านหญิง?”
“ก่อนที่ข้าจะร่วมเดินทางกับ Bromm ข้าจำได้ว่าข้าลงเวทเพื่อปิดและพันธนาการกระท่อมหลังนี้เอาไว้ Edrin”
“แต่กระนั้นข้ากลับ… รู้สึกถึงไอเวทที่แปลกไป… ไอเวทของใครอื่นที่ไม่ใช่ของข้า…”
“เอ๋? ป้า Aelthara คะ… แบบนี้ก็แสดงว่า มีคนที่เปิดกระท่อมของป้าเข้าไปก่อนหน้านี้เหรอคะ?”
“อาจเป็เช่นนั้นหนูน้อย… ข้าขอเวลาเดี๋ยวนะจ๊ะ สำหรับข้อพิสูจน์เื่กระท่อม”
“ระหว่างนี้ หนูน้อย เ้าช่วย Edrin Rowan และ Bromm ในการจัดเตรียมพื้นที่ ตั้งกระโจมก่อนดีกว่า”
“รับทราบค่ะ! ป้า Aelthara คนสวย!”
“ไปกันเร็วพี่ Edrin หนูคิดว่าตรงนี้เหมาะมากเลยจะตั้งกระโจม! คุณตา Bromm ลุง Rowan มาเร็วค่ะ!”
“ข้าขอตัวครับท่านหญิง… หากมีอะไรที่อันตราย ข้ายังอยู่รอบ ๆ นี่”
“ขอบใจนะ Edrin บางทีกวางสักตัว อาจจะเหมาะกับมื้อค่ำก็เป็ได้ ข้าล่ะอยากลองทำเมนู…”
“ไว้ข้าจัดการเื่นั้น!…. กับ Rowan จะดีกว่าครับท่านหญิง เชิญสำรวจกระท่อมก่อนดีกว่า เื่อาหาร และกวาง รวมถึง Liroa ท่านไม่ต้องห่วง”
“หืม… เ้าพูดเหมือนกับว่าข้าไม่ควรปรุงอาหารเย็นในวันนี้ยังไงยังงั้น”
“ข้ามิอาจกล่าวหาท่านได้… เพียงแต่้าที่จะ… แบ่งเบาภาระครับ”
“งั้นเหรอ… แต่เ้าดูเหงื่อตกมากกว่าปกตินะ Edrin”
“อาจเพราะการเดินทางไกล และยาวนานครับท่านหญิง Rowan มาโน่นแล้ว ข้าขอตัวนะครับ”
“ตามแต่เ้า้าเถิด Edrin”
Edrin ที่ดูลนลานจนเหงื่อตก ก็พลันเบี่ยงประเด็นไปช่วย Rowan ที่ตามมาสมทบพร้อมหีบใบโต ก่อนที่เขาจะอาสายกหีบใบนั้นต่อ และโดน Rowan บ่นเอายกใหญ่…
ท่านหญิง Aelthara เริ่มตั้งสมาธิอยู่ด้านหน้ากระท่อมหลังนี้ ก่อนจะร่ายเวทเบา ๆ อยู่ครู่หนึ่ง คล้ายเป็การปลดผนึกเพื่อก้าวเท้าเข้าสู่ด้านในของกระท่อมไม้…
โดยที่รอบนอกนั้น…
หนูน้อย Liora ก็มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรม…
ไม่ว่าจะเป็การก่อกองไฟสำหรับมื้อเย็น…
การตั้งกระโจมของนายช่างใหญ่ และ Rowan
Edrin เองนั้นเมื่อช่วยเหลืองานด้านการก่อไฟ และการตั้งกระโจมเพื่อพักนอน เขาก็ปลีกตัวเข้าไปในป่าด้านหลังของกระท่อมไม้ในทันที พร้อมกับหน้าไม้ที่หยิบมาจากพวก Chain Tracker ที่เขาเคยประมือด้วยก่อนหน้า…
ก่อนที่จะถูกหยุดเอาไว้ด้วยนายช่างใหญ่…
“เดี๋ยวไอ้หนุ่ม!”
“ว่าอย่างไรครับ นายช่าง Bromm”
“จะล่าสัตว์ใช่ไหม? ขอดูหน้าไม้เ้าหน่อยซิ”
“นี่ครับ นายช่าง Bromm”
“อืม… ข้าว่ามันดูอันเล็กไปนะ และงานฝีมือของช่างทะเลทรายก็ห่วยแตกด้วย… ทุบทิ้งตีเป็เศษเหล็กดีกว่า”
“รอข้าเดี๋ยวนะ Edrin”
นายช่างใหญ่เข้าไปในกระโจมของตนที่ถูกขึงจนแข็งแรง ก่อนจะง่วนอยู่กับการหาหน้าไม้ หรือไม่ก็บางสิ่งที่สามารถใช้แทนกับของเดิมได้…
“เอ้า! รับนี่ไปใช้ มันเป็ของเก่าเก็บ แต่ก็หวังผลได้ ถ้าใช้ล่าสัตว์ ข้ายึดแบบการสร้างตามหลักช่างคนแคระ เพราะฉะนั้นมันจะมีอานุภาพการทะลุทะลวงมากกว่าหน้าไม้ของมนุษย์มากนัก ฮะ ฮะ”
“ส่วนนี่ลูกดอก อาจจะมีไม่เยอะนัก แต่ฝีมือระดับเ้า Edrin นั่นหมายถึงจำนวนของสัตว์ที่เ้าล่าได้ทั้งหมด”
Edrin รับเอาหน้าไม้ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าของเดิมที่เขาหยิบมาจากพวก Chain Tracker มาก ก่อนจะรับเอาลูกดอก กับซองหนังสำหรับเก็บมัน… ซึ่งนับได้ ราว ๆ 10 ลูก…
มันเป็หน้าไม้ที่มีโครงสร้างหลักเป็ไม้เนื้อแข็งั้แ่ส่วนกลางไปจนถึงด้ามจับที่มีแป้นไกซึ่งไว้ใช้ในยิงให้ลูกศรพุ่งทำลายยังเป้าหมาย และพานท้ายที่แกะสลักนูนต่ำลายกวางเอลก์ที่มีเขาสยายแผ่ออกอย่างงดงาม
พร้อมกับส่วนหน้าที่ทำจากเหล็กอันแข็งแกร่งและดุดันตามแบบของช่างคนแคระแห่ง Thar-Durak แต่กระนั้น น้ำหนักก็เบามืออย่างประหลาดผิดจากหน้าตา…
ที่ส่วนปลายเหล็กนั้นจะมีคันศรที่โค้งพอให้เห็นความประณีตในงานช่าง… และห่วงเหล็กที่ส่วนปลายหน้าไม้ ซึ่งมีไว้สำหรับใช้เท้าเหยียบเพื่อยึดไว้กับพื้นขณะขึ้นสายเตรียมยิง
“ขอบคุณท่านมาก นายช่าง Bromm ขนาดและน้ำหนักกำลังเหมาะมือข้าเลย…”
“แล้วก็… ขอกวางตัวใหญ่ ๆ สำหรับมื้อเย็นด้วยล่ะ ข้าไปช่วยไอ้ั์ กับยัยหนูกางกระโจมอีกหลังก่อนนะ”
เมื่อได้รับอุปกรณ์คู่กาย ชายหนุ่มจึงเร้นกายหายไปในป่าพร้อมกับความเงียบ และสัญชาตญาณของนักล่าที่สั่งสมมาอย่างยาวนานท่ามกลางทะเลทราย…
แม้อาจจะต้องมีการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมในการล่าเล็กน้อย แต่กระนั้นทักษะอื่น ๆ ในการแกะรอย ก็มิได้แตกต่างจากสิ่งที่เขาคุ้นชินมากนัก…
และไม่ไกลจากกระท่อมของท่านหญิงเอลฟ์ พื้นที่โล่งใต้ต้นวิลโลว์ที่ยืนสูงแผ่ใบเป็ริ้ว ๆ เลื้อยลงมา…
กระโจมของ Bromm ที่ถูกขึงจนเสร็จสิ้นและแข็งแรง ใกล้ ๆ กันนั้นเป็กระโจมหลังเดิมที่ Rowan เคยพักอาศัย กับรูโหว่ขนาดใหญ่ที่ถูกดาบของุ์ฟันขาดเมื่อครั้งที่อยู่ ณ Oasis
“อืม… รูมันใหญ่ซะข้าเดินลอดได้สบาย ๆ เลย Bromm”
“มัวแต่มอง… รูมันคงหุบได้มั้งไอ้ั์!”
“นี่ค่าาา! อุปกรณ์ที่นายช่างใหญ่สั่งให้หามา!”
“ฮะ ฮะ เก่งมากยัยหนู ไหนดูซิ… อืม…”
นายช่างใหญ่ใช้เวลาสักพักในการซ่อมกระโจมหลังโตของ Rowan และ Edrin
ก่อนที่เด็กสาวจะเริ่มเดินไปรอบ ๆ พร้อม ๆ กับหาอะไรทำเพื่อแก้เบื่อ…
เธอเดินออกมาจากกระโจม พร้อมกับหยุดมองไปที่ทะเลสาบครู่หนึ่ง… ก่อนจะนิ่งกับบรรยากาศตรงหน้าไปสักพัก
“เอ๊ะ! ป้า Aelthara มีอะไรให้หนูช่วยไหมนะ?”
เด็กสาวเอ่ยขึ้นกับตัวเองก่อนจะวิ่งปรี่ไปยังทางเข้ากระท่อมไม้หลังเก่า…
แต่ดูเหมือนคุณป้าคนสวยของเธอจะไม่อยู่ตรงนั้นเช่นเดิม… พร้อมกับประตูไม้ที่เปิดไว้ คล้ายเป็สัญญาณของการอนุญาตให้เด็กสาวเข้าไปสำรวจด้านใน…
เธอค่อย ๆ เดินผ่านเข้าประตูไม้บานนั้นช้า ๆ พร้อมกับมองดูสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ด้านใน…
สมุนไพรที่ถูกแขวนไว้ที่ผนัง พร้อมกับเหล่าเครื่องรางรูปแบบต่าง ๆ ที่เด็กสาวเองก็ไม่เคยเห็น กับแสงไฟสลัวที่ส่องสว่างพอให้เห็นทางเดินที่พาไปสู่ห้องทำงานของท่านหญิงเอลฟ์
พรมเก่า ๆ ที่ผ่านการใช้งานมาเป็เวลานาน กับข้าวของเครื่องใช้และอุปกรณ์ปรุงยาที่วางอย่างเป็ระเบียบอยู่บนโต๊ะไม้สีเข้ม… และท่านหญิงเอลฟ์ที่ยืนอ่านบางอย่างอยู่เงียบ ๆ ด้วยท่าทีที่ดูประหลาดใจเล็กน้อย…
พร้อมบันทึกเล่มเก่าในมือของท่านหญิง Aelthara ที่กำลังอ่านมันอย่างตั้งใจ…
“เ้าเองสินะที่พยายามเปิดกระท่อมไม้ของข้า…”
“สำหรับความพยายามของมนุษย์… ระยะเวลาหนึ่งปีกว่า ๆ ในการปลดล็อคกระท่อมหลังนี้”
“น่าสนใจ… มนุษย์ที่มีความสามารถระดับนี้... นับั้แ่ที่ข้าสอนเด็กคนนั้น มันผ่านไปแล้วกี่ร้อยปีกันนะ...”
ท่านหญิงเอลฟ์มีสีหน้าที่ดูจริงจัง ก่อนจะเปิดหน้าของบันทึกเล่มเก่าไปอีกหน้าหนึ่ง…
พร้อมกับััไปที่หน้ากระดาษของบันทึกเล่มนี้ คล้ายกับว่ากำลังไล่อ่านทุกตัวอักษรอย่างตั้งใจ
มือของท่านหญิง Aelthara หยุดลงที่ย่อหน้าสุดท้าย ซึ่งเป็ลายมือที่เป็ระเบียบและอ่านง่าย ก่อนจะอ่านมันออกมาเบา ๆ กับตัวเอง
“…หากท่านหญิงแห่งทะเลสาบในตำนาน ผู้ซึ่งเป็ที่ถกเถียงในหมู่ของจอมเวทมนุษย์… พวกเขามองว่าข้าเสียสติ กับการพิสูจน์ว่าท่านหญิงแห่งทะเลสาบนั้น มีตัวตนอยู่จริง… เพราะข้าเชื่อว่า เวทมนตร์ที่ท่านจอมเวทหญิงคนแรกอย่าง Syoria นั้น …ไม่ได้เกิดมาแล้วกลายเป็แสงสว่างในทันที…”
ท่านหญิงเอลฟ์พลันอ่านถึงประโยคนี้ก็นิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง… ก่อนจะอ่านข้อความในบันทึกเล่มนั้นต่อ
“ข้าไม่้าโต้เถียงกับเหล่าจอมเวทคนอื่น แต่ความตั้งใจในการค้นพบสถานที่แห่งนี้ คือหลักฐานว่าข้าคิดถูกมาโดยตลอด…”
“Elowen…”
“Elowen…ใครกันเหรอคะป้า Aelthara?”
เด็กสาวเอ่ยขึ้นหลังจากเดินเข้ามาพบกับท่านหญิงเอลฟ์ที่ด้านในกระท่อม…
“ว่าไงจ๊ะหนูน้อย… เดี๋ยวนี้หัดแอบฟังเป็แล้วงั้นเหรอ?”
“นะ นะ หนูเปล่านะคะ… เพียงแค่บังเอิญได้ยินเฉย ๆ จริง ๆ นะคะ!”
เด็กสาวเมื่อพูดจบก็พลันยืนหลังตรงดิ่งไปเองอัตโนมัติ…
“ข้าแค่แกล้งเ้าเล่นน่ะหนูน้อย… คนที่เ้าถามถึงนั้น… ข้าเองก็ไม่รู้หรอกว่าเธอเป็เช่นไร เพียงแต่ว่าเธอสามารถเปิดกระท่อมของข้าได้… และนั่นทำให้ข้า…”
“ป้า Aelthara กำลังชื่นชมคุณ Elowen ที่เปิดกระท่อมของป้าได้ใช่ไหมคะ?”
“หึ หึ ตามที่เ้าว่าเลย Liora ข้าเองก็คงกำลังชื่นชมเธออยู่… หรือไม่ก็อาจจะสนใจ”
“งั้นก็แสดงว่า…”
เด็กสาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ปลายนิ้วเล็ก ๆ จรดที่ปลายคางของตัวเอง ก่อนจะมองกลับไปที่คุณป้าคนสวยของตนแล้วเอ่ยขึ้นอีกว่า
“แสดงว่าคุณ Elowen ต้องเป็คนที่เก่งมาก ๆ ค่ะ… ไม่อย่างงั้นป้า Aelthara คงไม่สนใจ”
“เ้าชักจะพูดจาเกินตัวไปมากแล้วนะหนูน้อย…”
“เอ๋? หนูพูดอะไรไม่ดีไปเหรอคะ?”
เด็กสาวเอียงคอสงสัย ก่อนที่ท่านหญิงเอลฟ์จะตอบกลับด้วยการลูบหัว Liora เบา ๆ อย่างเอ็นดู พร้อม ๆ กันกับเสียงเฮลั่นจากด้านนอก…
“ข้าคิดว่าพวกเขาน่าจะได้มื้อเย็นของเราแล้วล่ะ Liora”
“หนูก็คิดว่าแบบนั้นค่ะ ป้า Aelthara ไปกันเถอะค่ะ!”
“เดี๋ยวก่อนหนูน้อย…”
“คะ ป้า Aelthara?”
“ข้าคิดว่า… ข้ามีชุดกระโปรงตัวหนึ่งของเด็กสาวที่อายุราว ๆ เ้านะ…”
ท่านหญิงเอลฟ์มองไปยังหีบเก็บของใบใหญ่ ก่อนจะเปิดออกและปรากฏเป็แสงอ่อน ๆ ที่สว่างออกมาจากด้านในเล็กน้อย พร้อมกับหยิบเอาชุดกระโปรงชุดหนึ่ง…
เดรสสีน้ำตาลเข้มเรียบ ๆ ที่บริเวณหน้าอก ประดับด้วยลูกปัดหลากสีหลาย ๆ เม็ดเป็วงกลม… พร้อมส่วนของแขนเสื้อที่ยาวพอดีกับเด็กสาวกับลายจุดสีขาว พอให้ตัดกันชัดกับสีผ้า…
“ข้าคิดว่าเ้าควรจะมีชุดใหม่บ้างสักชุดนะหนูน้อย…”
“ว้าว! สวยมากเลยค่ะป้า Aelthara ของหนูจริง ๆ เหรอคะ?”
“ก่อนหน้านี้เคยมีเด็กคนหนึ่งเป็เ้าของชุดน่ะ… แต่นั่นก็ผ่านมานานมากแล้วล่ะหนูน้อย… ตอนนี้ข้าคิดว่าชุดนี้เหมาะกับเ้า Liroa”
ท่านหญิงเอลฟ์มีแววตาที่ดูอ่อนลง พร้อม ๆ กับน้ำตาที่เอ่อคลออยู่เล็กน้อย… เด็กสาวเดินเข้าไปใกล้ ๆ กับท่านหญิงเอลฟ์ ก่อนจะค่อย ๆ รับเอาชุดเดรสตัวนี้มาไว้กับตัว เธอมองมันอยู่พักหนึ่ง…และเอ่ยออกมากับตัวเองเบา ๆ
“คุณคงเป็คนที่สำคัญกับป้า Aelthara ของหนูมาก ๆ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ…”
“ป้า Aelthara ในตอนนี้ไม่เป็อะไรแล้ว”
เมื่อกล่าวจบ… เด็กสาวเงยหน้ามอง และสบตากับท่านหญิงเอลฟ์ด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
“ใช่ไหมคะ ป้า Aelthara คนสวย”
“จ้า.. หนูน้อย… เอาล่ะเปลี่ยนชุดกันเถอะ ข้าช่วยเอง…”
“ขอบคุณค่ะ ป้า Aelthara”
และท่านหญิงเอลฟ์กับเด็กสาว ก็ใช้เวลาด้วยกันพักใหญ่ จนพระอาทิตย์ที่เคยส่องแสงยามเย็นนั้น ได้ลาลับขอบฟ้าไปในเวลาต่อมา…
ก่อนที่ความมืดมิดและแสงจันทร์จะเข้าแทนที่ในไม่กี่อึดใจ…
กองไฟที่ด้านนอกถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง… หม้อสตูว์ และตะแกรงย่างเนื้อได้ถูกจัดเตรียมจนพร้อมสรรพ Edrin ที่กำลังย่างเนื้อกวางโร ที่เขาล่ามาได้ตัวหนึ่ง…
Rowan ที่กำลังปรุงสตูว์เนื้อกวางตามฉบับของตน… ที่แม้จะไม่ได้อร่อยเลิศรส แต่กระนั้นก็ไม่เค็มจนเกินไปแบบใครบางคนที่อยู่ในกระท่อม…
Bromm ที่จัดเตรียมภาชนะ และจัดเตรียมเก้าอี้เล็กสำหรับทุก ๆ คนในการนั่งกินมื้อเย็นนี้พร้อม ๆ กัน
.
.
“พี่ Edrin ลุง Rowan คุณตา Bromm! …นี่ค่ะ ชุดใหม่ของหนู ป้า Aelhtara เป็คนให้”
“โอ้ว ยัยหนู… ดูดีไม่หยอกเลยนะ”
“ดูเหมาะกับเ้านะยัยหนู ฮะ ฮะ มาเถอะ ๆ ข้าเตรียมชามสตูว์กับขนมปังให้แล้ว”
“เ้าดูดีมากเลยล่ะ Liora แล้วชุดเก่าล่ะ?”
“ชุดเก่าเหรอคะพี่ Edrin… ป้า Aelthara บอกว่าให้เอาไปซักด้วย แต่ไว้พรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ”
“งั้นเหรอ Liora มาเถอะ ข้ามีเนื้อกวางย่างร้อน ๆ มากินด้วยกันเร็ว”
“ค่ะ… โห้ววว กลิ่นหอมมากเลย”
เด็กสาวเอ่ยขึ้น พร้อมเดินไปนั่งที่เก้าอี้ ซึ่งได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้โดยนายช่างใหญ่… เธอรับเอาชามของตนที่ตักสตูว์มาให้โดย Rowan พร้อมกับรับเอาขนมปังจาก Bromm ก้อนหนึ่ง…
Edrin เดินมาพร้อมกับเนื้อกวางย่างร้อน ๆ ชิ้นโตในจาน ก่อนจะวางลงที่โต๊ะอาหารไม้เล็ก ๆ เบื้องหน้าเด็กสาว
กลิ่นของสตูว์ที่ถูกปรุงจนหอมด้วยเครื่องเทศ และเนื้อกวางที่เคี้ยวจนสุก เคล้ากันกับกลิ่นของสมุนไพรป่าที่นำมาหมักและคลุกเคล้ากับเนื้อกวางโรอันโอชะ หอมตลบอบอวนไปทั่วพื้นที่เล็ก ๆ นี้…
ทุก ๆ คนกำลังเพลิดเพลินกับมื้อเย็นตรงหน้า พร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ…
“พวกเ้าไม่คิดจะชวนข้าเลยงั้นเหรอ?”
“Aelthara ฮะ ฮะ มา ๆ เร็วเข้า เดี๋ยวสตูว์จะเย็นชืด และเนื้อนี่จะไหม้เกรียม!”
“ข้าแบ่งส่วนของท่านเอาไว้แล้วท่านหญิง กันไว้ว่า Bromm จะกินจนเกลี้ยง!”
“ไอ้ั์!”
“ฮะ ฮะ ข้าแค่แกล้งเล่นไปอย่างนั้น… อืม… กลิ่นหอมใช้ได้”
“มาค่ะ ป้า Aelthara ตรงนี้ยังมีที่ว่างเสมอ!”
“ขอบใจจ้ะหนูน้อย…”
ท่านหญิงเอลฟ์ยิ้มออกมาต่อหน้าทุก ๆ คน หลังได้ยินคำเชิญจากเด็กสาว พร้อมกับเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารที่แสนเรียบง่ายและติดดิน…
พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นมาชัดขึ้น คงเป็ครั้งแรกจากระยะเวลากว่าหลายร้อยปีของท่านหญิง Aelthara… ได้มีโอกาสนี้ จากบรรยากาศอันแสนอบอุ่นที่เกิดขึ้น…
โดยเด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่สูงไม่พ้นขอบโต๊ะทำงานของไม้ตัวใหญ่…
แม้ตัวเธอเองจะไม่เคยรู้ตัวเลยก็ตาม
ท่ามกลางสายลมของทะเลสาบ Arzharyn และภาพสะท้อนของดวงจันทร์ ณ ตรงใจกลางทะเลสาบ ตามมาด้วยเสียงของน้ำที่กระทบฝั่ง… กลิ่นหอมของมื้อเย็นที่เคล้ากันกับกลิ่นดิน กับมอสชื้น ๆ
บางทีการเดินทางนี้อาจจะเป็จุดสิ้นสุด… หรือบางทีอาจจะเป็เพียงแค่การเริ่มต้นของบางสิ่งอย่างเงียบ ๆ
กองไฟยังคงลุกไหม้ และหัวใจก็ยังคงอบอุ่นอยู่เช่นเคย… แม้อาจจะแค่คืนนี้… แต่ลึก ๆ ในใจนั้น… ก็แอบหวังเอาไว้ว่า… ความอบอุ่นแบบนี้นั้นจะคงอยู่…
“ตลอดไป…”
ข้อความจากนักเขียน…
จบเล่ม 1 อย่างเป็ทางการครับ…
ขอบคุณที่เดินทางมาด้วยกันจากทะเลทรายที่ร้อนระอุ… จนมาถึงทะเลสาบที่แสนเย็นสบาย…
แต่ตอนนี้ ผมหวังว่าความอบอุ่นเล็ก ๆ ของพวกเขาทุกคน… จะทำให้ทุกท่านหายเหนื่อยนะครับ
^ ^