กลิ่นหอมละมุนที่เจือด้วยความคาวของโลหิตจางๆ ลอยมาตามลมพัดผ่านพุ่มไม้หนา จ้าวหานขยับจมูกสูดดม พยายามแยกแยะทิศทางของกลิ่นนั้นท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของซากใบไม้เน่าเสียในป่าดงดิบ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความโหยหา พลังงานในกล้ามเนื้อที่ถูก "วิชากายาหินผา" เคี่ยวกรำมาจนหนาแน่นบัดนี้กำลังเรียกร้องหาการเติมเต็มอย่างรุนแรง
เขาก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ข้ามผ่านรากไม้ใหญ่ที่ขดตัวราวกับัั์บนพื้นดิน ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาหนักหน่วงและแห้งผาก
[ตรวจพบการสั่นะเืทางชีวภาพในระยะหนึ่งร้อยเมตร... เ้านาย ผมขอเตือนด้วยความหวังดี (อันน้อยนิด) ว่ามวลกล้ามเนื้อของคุณตอนนี้อยู่ในสภาวะ 'ติดลบ' หากคุณไม่รีบยัดอะไรลงท้องภายในสิบห้านาที ร่างกายของคุณจะเริ่มกระบวนการ 'กินตัวเอง' เพื่อรักษาการทำงานของสมองนะครับ] เสียงของศูนย์ (Zero) ดังก้องในหัวด้วยน้ำเสียงยียวน
"รู้แล้วน่า! ถ้าแกไม่ดูดมวลแขนฉันไปยิงไอ้หมานั่น ฉันคงไม่หิวโซขนาดนี้หรอก" จ้าวหานกัดฟันตอบในใจ เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ลอดผ่านช่องว่างของใบไม้ลงมาอาบไล้ิัของเขาจนดูเหมือนก้อนหินที่มีชีวิต
จ้าวหานเดินพ้นพุ่มไม้หนาทึบออกสู่ลานกว้างขนาดเล็กที่มีน้ำตกสายสั้นๆ ตกลงสู่แอ่งน้ำใสกระจายตัวเป็ละอองน้ำระยิบระยับ และที่ริมแอ่งน้ำนั้นเอง ท่ามกลางซอกหินที่มีตะไคร่น้ำเกาะหนา มีต้นหญ้าสีแดงเข้มดุจโลหิตนกสามต้นกำลังชูช่อเด่นสง่า แสงสีแดงจางๆ ที่แผ่ออกมาจากใบของมันดูคล้ายกับชีพจรที่กำลังเต้นอยู่
"หญ้าปราณโลหิต... แถมยังเป็ระดับกลางด้วย!" ดวงตาของจ้าวหานเปล่งประกาย
ในทวีปเทียนหยวน หญ้าปราณโลหิตคือโอสถธรรมชาติชั้นเลิศสำหรับผู้ฝึกกายา มันไม่ได้มีพลังปราณฟ้าดินที่ลึกล้ำมากนัก แต่มันอุดมไปด้วยมวลสารและธาตุเหล็กเข้มข้นที่สามารถซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้ทันที สำหรับจ้าวหานในตอนนี้ มันคืออาหารอันโอชะที่ล้ำค่ายิ่งกว่าทองคำ
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปเก็บสมุนไพรนั้นเอง...
"หยุดมือของเ้าเดี๋ยวนี้!" เสียงใสแจ๋วแต่แฝงไปด้วยความหยิ่งยโสแผดดังมาจากอีกด้านของน้ำตก
จ้าวหานชะงักฝีเท้า หันไปมองตามต้นเสียงทันที และสิ่งที่เขาเห็นคือ เงาร่าง ของสตรีนางหนึ่งที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจาก เงาไม้ หลังโขดหินใหญ่ นางสวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่ดูรุ่มร่ามแต่หรูหราเกินกว่าจะมาเดินป่า ลำตัวของนางประดับด้วยเครื่องประดับทองคำและหยกหลายชิ้นที่สะท้อนแสงอาทิตย์จนแสบตา ใบหน้าของนางงดงามจิ้มลิ้มแต่กลับเชิดขึ้นอย่างถือตัว
ข้างกายของนางมีชายฉกรรจ์ในชุดผู้คุ้มกันสองคนที่มีกลิ่นอายพลังปราณระดับรวบรวมปราณขั้นที่ห้าแผ่ออกมาอย่างเข้มข้น
"สมุนไพรนี่ ขบวนการค้าตระกูลมู่ของเราเป็ผู้พบก่อน เ้าเด็กพเนจรไสหัวไปเสียเถอะ" สตรีชุดฟ้ากล่าวพร้อมสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่ใยดี
จ้าวหานขมวดคิ้ว ความหิวทำให้ความอดทนของเขาต่ำกว่าปกติ "พบก่อน? ข้าเดินตามกลิ่นมันมาั้แ่กิโลเมตรที่แล้ว และที่สำคัญ... บนสมุนไพรนี่ไม่มีชื่อตระกูลมู่สลักอยู่นะแม่นาง"
"บังอาจ! เ้ากล้าย้อนคำพูดคุณหนูมู่รุ่ยเสวี่ยงั้นรึ?" ผู้คุ้มกันร่างั์คนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันพลังปราณออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
จ้าวหานยืนนิ่งไม่ขยับขยับเขยื้อน กายาหินผาของเขาถูกกระตุ้นโดยสัญชาตญาณ ิัเริ่มเปลี่ยนเป็สีเทาเข้มหม่นๆ แม้เขาจะไม่มีพลังปราณ แต่ความหนาแน่นของร่างกายทำให้แรงกดดันระดับรวบรวมปราณไม่สามารถทำให้เขาสยบยอมได้
[เ้านาย... วิเคราะห์สตรีคนนี้แล้ว นางมี 'แหวนมิติ' เกรดต่ำอยู่ที่นิ้วชี้ซ้าย ซึ่งผมเดาว่าในนั้นต้องมีของกินเพียบเลยล่ะ อีกอย่าง ผู้คุ้มกันสองคนนั่น... มวลกล้ามเนื้อหนาแน่นดีนะครับ ถ้าคุณยิงระดับ 1 ใส่พวกเขาตรงๆ ผมการันตีว่าเราจะได้พลังงานสำรองที่คุ้มค่ามาก] ศูนย์ให้ความเห็นที่ดูเืเย็นตามสไตล์เครื่องจักร
"อย่าเพิ่งวู่วามน่าศูนย์ ข้าไม่อยากฆ่าคนโดยไม่จำเป็ โดยเฉพาะตอนที่ไม่มีแรงจะวิ่งหนี" จ้าวหานตอบกลับในใจ
มู่รุ่ยเสวี่ยจ้องมองจ้าวหานด้วยความประหลาดใจ นางไม่เคยเห็นใครที่เป็เพียงคนธรรมดาแต่สามารถยืนหยัดต่อหน้าแรงกดดันของผู้ฝึกตนได้นานขนาดนี้ นางสังเกตเห็นฝุ่นควันและรอยไหม้เกรียมที่ติดอยู่ตามตัวของเขา รวมถึงแววตาที่ดูนิ่งสงบเกินวัย
"คุณหนูครับ... ดูที่ทางเดินด้านโน้นสิครับ" ผู้คุ้มกันอีกคนกระซิบบอกนางพร้อมชี้ไปทางทิศที่จ้าวหานเพิ่งเดินผ่านมา "มีรอยไหม้ประหลาดเป็แนวยยาว และซากต้นไม้ที่หักสะบั้นราวกับโดนอสนีบาตฟาด... เด็กหนุ่มคนนี้อาจจะไม่ธรรมดา"
มู่รุ่ยเสวี่ยหรี่ตาลง นางมองจ้าวหานใหม่อีกครั้ง "เ้าเป็คนทำลายพื้นที่ส่วนนั้นรึ?"
จ้าวหานไม่ตอบ เขาเพียงแค่เดินไปที่ริมแอ่งน้ำแล้วเด็ดหญ้าปราณโลหิตขึ้นมาหนึ่งต้นก่อนจะยัดเข้าปากเคี้ยวสดๆ ทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของคนตระกูลมู่
"หน็อย! เ้ากล้ากินมันต่อหน้าข้า!" มู่รุ่ยเสวี่ยโกรธจนใบหน้าแดงระเรื่อ
หญ้าปราณโลหิตรสชาติขมปร่าและเผ็ดร้อน แต่มันเหมือนกับน้ำมันที่หล่อลื่นเครื่องจักรที่กำลังจะพัง จ้าวหานรู้สึกถึงความร้อนที่พุ่งจากกระเพาะอาหารกระจายไปทั่วแขนขา กล้ามเนื้อที่ซูบซีดเริ่มขยายตัวกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง สภาวะหน้ามืดตามัวค่อยๆ หายไป
"ข้า้าพลังงาน และหญ้านี่ก็เป็ของป่า ใครดีใครได้" จ้าวหานพูดพลางปาดน้ำสีแดงที่มุมปาก "ถ้าแม่นาง้าอีกสองต้นที่เหลือ... ก็เอาของกินมาแลกสิ"
มู่รุ่ยเสวี่ยชะงัก "แลก? เ้าคนพเนจรนี่กล้าต่อรองกับข้า?"
"ข้าเห็นพวกท่านมีขบวนรถม้าจอดอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ในนั้นคงมีเนื้อสัตว์และโอสถบำรุงอยู่มาก ข้า้าอาหารจำนวนมากเพื่อฟื้นฟูกายา แลกกับหญ้าปราณโลหิตอีกสองต้น... ยุติธรรมดีออก" จ้าวหานเสนอด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
มู่รุ่ยเสวี่ยหัวเราะในลำคอ "เ้าเป็ผู้ฝึกกายาชั้นต่ำสินะ ถึงได้หิวโหยปานนี้... ก็ได้ ข้ากำลัง้าหญ้านี่ไปปรุงยาแก้พิษให้ท่านพ่อพอดี หากเ้ามอบอีกสองต้นให้ข้า ข้าจะให้เ้าติดตามขบวนไปถึงเมืองเมฆาคราม และให้เ้ากินจนอิ่มหนำ"
นางยอมตกลงไม่ใช่เพราะความสงสาร แต่เป็เพราะความสงสัยในรอยไหม้เกลี่ยที่เห็นก่อนหน้านี้ นาง้าตรวจสอบว่าอาวุธหรือวิชาที่เด็กหนุ่มคนนี้ใช้คืออะไรกันแน่
"ตกลง" จ้าวหานเด็ดหญ้าอีกสองต้นขึ้นมาแล้วเดินนำหน้าคนตระกูลมู่ออกไปจากน้ำตกอย่างไม่เกรงกลัว
ระหว่างทางกลับสู่ขบวนรถม้า ศูนย์แอบกระซิบในใจจ้าวหานอีกครั้ง [เ้านาย... ผมตรวจพบแรงอาฆาตอ่อนๆ จากผู้คุ้มกันสองคนนั่นนะ พวกเขาไม่ได้อยากแบ่งอาหารให้คุณหรอก พวกเขาแค่อยากจะหาจังหวะเชือดคุณทิ้งหลังจากได้สมุนไพรไปแล้วต่างหาก]
"ฉันรู้... พวกตระกูลใหญ่ก็เป็แบบนี้เสมอแหละ" จ้าวหานลูบคลำรอยสักมิติที่แขน "แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่า ถ้าพวกเขาเริ่มก่อน... ฉันจะเปลี่ยนรถม้าคันนั้นให้กลายเป็ฝุ่นผงภายในพริบตา"
ขบวนรถม้าตระกูลมู่ตั้งอยู่บนถนนสายหลักริมชายป่า มีรถม้าหรูหราสามคันและผู้คุ้มกันอีกนับสิบชีวิต มู่รุ่ยเสวี่ยสั่งให้คนรับใช้นำเนื้อตากแห้งและหมั่นโถวลูกใหญ่ออกมาให้จ้าวหานถาดใหญ่
จ้าวหานไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาหยิบหมั่นโถวเข้าปากทีเดียวสามลูกและเคี้ยวอย่างรวดเร็ว กายาหินผาของเขาดูดซับสารอาหารประดุจฟองน้ำที่แห้งขอด แสงสีเทาจางๆ วนเวียนรอบิัของเขาจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
มู่รุ่ยเสวี่ยที่นั่งมองอยู่บนรถม้าถึงกับขมวดคิ้ว "การดูดซับรวดเร็วถึงเพียงนี้? เขาไม่ได้ใช้พลังปราณจริงๆ ด้วย แต่มันเป็พลังงานทางกายภาพล้วนๆ... นี่เขาสังกัดสำนักฝึกกายาที่ไหนกัน?"
ในขณะที่จ้าวหานกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย เสียงกระดิ่งแจ้งเตือนภัยจากท้ายขบวนก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าของสัตว์ร้ายนับร้อยที่กำลังมุ่งตรงมาทางนี้
"อสูรวานรเขี้ยวดาบ! พวกมันมากันเป็ฝูง!" เสียงผู้คุ้มกันะโด้วยความตระหนก
จ้าวหานหยุดชะงักหมั่นโถวในมือ เขามองไปทางท้ายขบวน เห็น เงามืด ของวานรั์ที่มีเขี้ยวยาวเฟื้อยกำลังกระโจนข้ามยอดไม้มาอย่างรวดเร็ว
"ศูนย์... มวลสารที่เพิ่งกินเข้าไป พอยิงระดับ 1 เต็มกำลังได้กี่นัด?" จ้าวหานถามพร้อมกับวางถาดอาหารลง แววตาเปลี่ยนเป็คมกริบ
[วิเคราะห์สารอาหาร... ขนมปังแป้งห่วยๆ กับเนื้อเกรดต่ำนี่ให้พลังงานไม่มากนัก แต่ถ้าเ้านายยอมเสียสละมวลพุงที่เพิ่งขยายออกมาเมื่อกี้... ยิงระดับ 1 เต็มกำลังได้ 3 นัดครับ!]
"3 นัดรึ... เกินพอที่จะโชว์ให้แม่นางนั่นดูว่าข้าไม่ใช่แค่คนหิวโซ"
จ้าวหานลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คุ้มกันที่กำลังชักดาบออกมารับมือ เขาเดินไปยืนขวางหน้าทางรถม้าของมู่รุ่ยเสวี่ยอย่างมั่นคง
"แม่นางมู่... มื้อนี้ข้าขอขอบคุณด้วยการ 'กำจัดขยะ' พวกนี้ให้ก็แล้วกัน"
สัญลักษณ์มิติที่แขนขวาของเขาเริ่มเปล่งแสงสีฟ้าครามออกมาอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของปืนสีดำทมิฬที่สั่นะเืด้วยความหิวโหยไม่ต่างจากเ้าของของมัน!