“หามิได้พ่ะย่ะค่ะพระชายาอย่าทำให้บ่าวอายุสั้นเลย เป็บ่าวก็สมควรรอเ้านายนั่นเป็สิ่งสมควรแล้วขอพระชายาอย่าได้ใส่ใจเลย ที่กระหม่อมมารบกวนวันนี้มีชุดใหม่และอาภรณ์มาส่งที่จวนกระหม่อมจึงได้นำมันมาเพื่อส่งมอบให้พระชายาด้วยตัวเองพ่ะย่ะค่ะ”
พ่อบ้านโม่ประสานมือขึ้นมาแล้วผายมือไปยังด้านของกล่องที่วางอยู่ประมาณสี่ถึงห้ากล่องได้แต่ละกล่องล้วนมีลวดลายงดงามมีสัญลักษณ์ของแต่ละร้านประทับอยู่เพื่อให้ผู้รับแยกแยะได้
“เมื่อส่งของเรียบร้อยแล้วกระหม่อมขอตัวลาพ่ะย่ะค่ะ”
“เชิญเถิดพ่อบ้านโม่” อู๋เสี่ยวหรันอมยิ้มเล็กน้อยดูเป็หญิงมีมารยาทรู้ความแต่รอยยิ้มนี้เมื่อพ่อบ้านโม่เป็ผู้มองมัน ทำให้เขาขนลุกวาบที่สันหลัง อยู่ ๆก็รู้สึกถึงความหนาวแปลก ๆ ยิ่งเขามองรอยยิ้มนั้นยิ่งเหมือนเขากำลังแหวกหน้าอกเปิดเผยความลับและตัวตนทั้งหมดให้กับนางได้ล่วงรู้
พ่อบ้านโม่ไม่รอช้า ยกมือประสานทำความเคารพแล้วถอยออกจากตำหนักไปทันที พร้อมกับบ่าวทั้งหลายที่ขนของมา
“พ่อบ้านโม่คนนี้มีประวัติอย่างไรนะ” อู๋เสี่ยวหรันถามขึ้นระหว่างที่นางเริ่มให้สาวใช้เปิดหีบออก
“ขออนุญาตพระชายาเล่าเื่ของพ่อบ้านโม่เ้าค่ะ” เป็เหมยฮวาคุกเข่านั่งบนพื้นข้าง ๆ นาง
เมื่ออู๋เสี่ยวหรันพยักหน้าให้นางระหว่างที่มือเรียวงามของนางหยิบชุดสีแดงเืนกขึ้นมาแล้วส่งให้กับเหลียนฮวาที่ยืนอยู่ ให้นางคลี่ชุดออกเพื่อดูชัด ๆ
“พ่อบ้านโม่เขาเป็รุ่นลูกของอดีตพ่อบ้านที่ติดตามมาั้แ่สมัยของบิดาของท่านอ๋อง เมื่ออดีตพ่อบ้านเริ่มแก่ตัวลงก็เป็พ่อบ้านโม่คนปัจจุบันเป็ผู้รับตำแหน่งต่อ
โดยปกติพ่อบ้านคนนี้ทำงานได้ดี จัดการงานต่าง ๆ ได้เหมาะสมไม่เคยมีเื่ร้องเรียนจากบ่าวไพร่เลย แต่เมื่อประมาณห้าถึงหกปีก่อนตอนที่พระชายารองโจวเข้ามาในจวนอ๋องแห่งนี้ และเริ่มรับหน้าที่ดูแลจวนพ่อบ้านโม่ก็เริ่มที่จะเอนเอียงและเอื้อผลประโยชน์ให้กับทางนั้นมากขึ้นเ้าค่ะ”
“เหตุใดตอนนั้นข้าถึงไม่ได้ดูแลจวนกันนะ” อู๋เสี่ยวหรันถาม
“ั้แ่พระชายารองเข้ามาในจวนอ๋องได้ไม่นานท่านก็เริ่มล้มป่วย เริ่มแรกจากเจ็บไข้เล็ก ๆ น้อย ๆจนกระทั่งกลายเป็โรคประจำตัวท่านทำอันใดนิด ๆ หน่อย ๆ ก็จะเหนื่อยหอบท่านอ๋องเห็นดังนั้นจึงให้ท่านพักรักษาตัวให้ดีและทรงมอบหมายให้พระชายารองดูแลเื่ในจวนแทนเ้าค่ะ”
“อ่อ ข้าก็ลืมเื่นี้ไปเลยส่งคนไปจับตาดูพ่อบ้านและคนสนิทของเขาไว้ด้วย” อู๋เสี่ยวหรันกล่าว
“เ้าค่ะ” เหมยฮวาตอบ
“ไอหยา…พระชายาชุดนี้งดงามมากเลยเ้าค่ะหากท่านได้สวมใส่จะต้องงดงามโดดเด่นเป็ราวกับนางฟ้านาง์แน่นอน” เหลียนฮวานำชุดสีแดงที่ดูโดดเด่นที่สุดขึ้นมาแล้วกางออก
“หึหึ เหลียนฮวาของเราปากหวานจริง ๆ ข้าไม่อยากเป็หรอกนางฟ้า” อู๋เสี่ยวหรันแสยะยิ้มออกมา
ชุดแรกนี้เป็ชุดสีแดงเืนกชายแขนเป็ทรงป้านกว้าง ชายผ้าปักลวดลายสมหวังด้วยสีขาวสลับดิ้นเงินปกเสื้อปักลายผีเสื้อหยอกล้อกับกล้วยไม้สีชมพูและขาวนวลแถบกับเอวปักเป็ลวดลายสอดคล้องกันเสริมด้วยไหมสีทองและยังมีเกาะอกตัวในที่เป็สีเืนกเรียบๆ แต่มีการจับจีบเป็ชั้น ๆ ทำให้ดูหน้าค้นหามากยิ่งขึ้น
“หากชุดนี้เปลี่ยนเป็สีแดงสดปักด้วยลายหงส์สีทองคงต้องเป็ชุดแต่งงานที่งดงามที่สุดเลยนะเ้าคะ” หวงหลานที่มองด้วยดวงตาเปล่งประกายกล่าวชมออกมา
“หากพวกเ้าทั้งห้ามีคนใดคนหนึ่งแต่งงานข้าก็จะตัดชุดเ้าสาวที่งดงามเช่นนี้ให้กับทุกคนเช่นกัน” อู๋เสี่ยวหรันกล่าวหยอกล้อสาวใช้ของนาง
ทำให้แต่ละคนนั้นม้วนอายยกมือโบกปฏิเสธกันพัลวันว่าพวกตนไม่้าแต่งงานทำให้อู๋เสี่ยวหรันหัวเราะออกมาในความน่าเอ็นดูของพวกนาง การที่ได้อยู่กับสาว ๆที่จงรักภักดีเช่นนี้ช่างทำให้นางอารมณ์ดียิ่งนัก
ภายในห้องโถงของตำหนักพระชายาเอกแห่งจวนเฉิงอ๋องเต็มไปด้วยเสียงแห่งความสนุกสนาน เสียงพูดคุยหัวเราะคิกคักและเสียงฮือฮาเป็บางครั้งเพื่อชื่นชมความงามของชุดใหม่ที่เพิ่งจะมาส่งถึงจวนในวันนี้เหล่าสาวใช้ทั้งห้าแทบรอไม่ไหวที่จะให้พระชายาของพวกตนได้สวมใส่
“วันนี้บ่าวนำเสื้อผ้าทั้งหมดไปทำความสะอาดอบควันหอมก่อนนะเ้าคะ” ไป๋หลานและหวงหลานยกของที่เป็ผ้าทั้งหมดออกไปจากนั้นเหมยฮวาจึงนำหีบเครื่องประดับออกมาวางตรงหน้าอู๋เสี่ยวหรัน
“พ่อบ้านแจ้งว่าส่วนที่นำมาส่งวันนี้เป็เพียงครึ่งหนึ่งที่ท่าน้าเท่านั้นเ้าค่ะอีกห้าวันร้านเครื่องประดับจะนำมาส่งเพิ่มอีกเพราะพวกเขา้าทำผลงานชิ้นพิเศษให้พระชายาเอกเ้าค่ะ”
เหมยฮวาเปิดกล่องทั้งสามไปด้วยและบอกกล่าวเื่ราวไปด้วย
อู๋เสี่ยวหรันมองไปยังแต่ละกล่องโดยไม่ได้เลือกหยิบชิ้นใดออกมา ตรงหน้ามีปิ่นทอง ปิ่นหยกหวีที่ตกแต่งด้วยอัญมณีหลากสี หยกประดับเอว เข็มขัดและสิ่งของแปลกตาอย่างหนึ่งลักษณะเป็หยกสีขาวมันแพะแกะสลักเป็รูปดอกบัวมีลูกปัดที่ทำมาจากหยกเช่นเดียวกันร้อยเป็เส้นยาวสามเส้นส่วนปลายของแต่ละเส้นถูกห้อยไว้ด้วยแผ่นทองที่ทำออกมาเป็รูปกลีบดอกบัวนางเลือกหยิบสิ่งนั้นขึ้นมา
“นี่เรียกว่าอะไรหรือ”
“นี่เป็เครื่องประดับที่ร้านฝู่หร่งออกมาใหม่เรียกว่า‘ยาจิ่น’ เ้าค่ะ ใช้ประดับตรงคอเสื้อหรือแถมผ้ารัดอกสิ่งนี้กำลังเป็ที่้าของหญิงสาวทั่วเมืองหลวงเลยนะเ้าคะหลายคนไม่สามารถหาซื้อได้ต้องรอเท่านั้น” ดวงตาของเหลียนฮวาดูเป็ประกาย
“ร้านฝู่หร่งเป็หนึ่งในกิจการของซ่งฮูหยินเ้าค่ะว่ากันว่านางติดตามสามีที่เปิดสำนักคุ้มภัยไปทั่วทิศจึงได้เห็นสิ่งสวยงามและแปลกตาจำนวนมากไม่แปลกเลยที่นางจะมีความสามารถทำให้ร้านฝู่หร่งที่เพิ่งเปิดมาไม่ถึงปีโด่งดังได้”เหมยฮวาบอก
“ดีจังเลยนะเ้าคะพระชายาจะต้องเป็ผู้ที่ได้ใช้ยาจิ่นนี้เป็คนแรก ๆ” เหลียนฮวาพูดเสริม
ฟังจบอู๋เสี่ยวหรันก็วางมันกลับลงกล่องไปเช่นเดิมใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยเช่นเดิม
“เอาทั้งหมดนี่ไปเก็บไว้ก่อนข้าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย”
พูดจบนางก็ลุกขึ้นแต่ยังไม่ทันได้เดินไปที่ไหนหวงหลานก็เดินมารายงานก่อน
“พระชายารองและอนุทั้งสามมาขอเข้าพบตอนนี้รออยู่ที่ห้องโถงเ้าค่ะ”
อู๋เสี่ยวหรันแม้จะแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็ยังต้องพบพวกนางเ่าั้อยู่ดี
“ได้สิบอกให้พวกนางรอสักครู่ข้าขอผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”
หลังจากผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สมกับฐานะพระชายาเอกและใช้เครื่องประดับใหม่ที่เพิ่งได้มา ใช้เวลาราว ๆ สองเค่อได้จากนั้นจึงเดินเข้าไปในห้องโถง
ตรงทางเข้านางพบบรรดาสาวใช้ที่ยืนรอเ้านายอยู่หน้าห้องประมาณสิบกว่าคนได้
ทุก ๆคนเมื่อเห็นว่าอู๋เสี่ยวหรันเดินเข้ามาต่างแหวกทางออก แล้วโค้งคำนับพร้อม ๆ กันอู๋เสี่ยวหรันจึงโบกมือให้ทุกคนแยกย้ายกันไป
นางก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาทุกคนที่อยู่ในห้องก็ลุกขึ้นมาแล้วย่อตัวลงเท่านั้น
ถึงแม้ว่าท่าทางและน้ำเสียงของพวกนางจะดูอ่อนน้อมแต่ไม่มีใครคุกเข่าลงแม้แต่คนเดียวอู๋เสี่ยวหรันรู้ว่าหญิงสาวเหล่านี้มิได้เห็นนางเป็พระชายาเอกแต่เื่นี้นางก็จะปล่อยผ่านไปชั่วคราวก่อน เื่นี้นางค่อยรวบยอดทีเดียว
อู๋เสี่ยวหรันเดินขึ้นไปยังตำแหน่งที่นั่งประธานแล้วนั่งลงหญิงสาวทั้งสี่เดินขึ้นหน้ามายืนเรียงหน้ากระดานโดยมีพระชายารองยืนอยู่ด้านหน้าอนุทั้งสามอีกประมาณครึ่งก้าว
“ถวายพระพรพระชายาเพคะ”หญิงทั้งสี่กล่าวออกมาพร้อมกัน
อู๋เสี่ยวหรันกวาดตามองทุกคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้านางตอนนี้บางคนก้มหน้าลง บางคนก็เงยหน้าขึ้นมามองอู๋เสี่ยวหรันตรง ๆ อย่างไม่เกรงกลัว
นางได้รับรายงานจากองครักษ์เงาแล้วว่าแต่ละคนในนี้เป็ใครมาจากไหนรวมถึงภาพเหมือนอีกด้วยตอนนี้ที่อู๋เสี่ยวหรันเห็นตัวจริง นางจึงรู้ได้ทันทีว่าใครเป็ใคร
อนุที่หนึ่งมาจากจวนเ้ากรมพิธีการนางมีนามว่า ‘ซ่งหลิว’ นางเป็คนผิวขาว เอวบางร่างน้อยหน้าอกหน้าใจไม่ค่อยมีสักเท่าไร ใบหน้าเล็กเป็คนปากนิด จมูกหน่อยตากลมแต่ไม่โตมาก รวม ๆ แล้วเหมือนเด็กที่ดูน่ารักบอบบางหน้าทะนุถนอมคนหนึ่งแววตานางดูมีความซุกซนและอิจฉาริษยาอยู่ในที
อนุที่สองเป็บุตรสาวลูกของภรรยาเอกแต่เป็บุตรจากบ้านสายรองของจวนมหาอำมาตย์หลี มีนามว่า ‘หลีอันอัน’นางผิวขาวออกจะติดซีด ปากกระจับได้รูป หางตาเชิด เอวบางแต่สะโพกผายหน้าอกกำลังพอดี รวม ๆ แล้วเป็คนงามคนหนึ่งเช่นกัน แต่ดวงตาที่เชิดขึ้นพร้อมกับคางที่ยื่นยาวทำให้นางดูเป็คนหยิ่งผยอง
อนุที่สามมาจากญาติฝั่งมารดาของเฉิงอ๋องนางก้มหน้าก้มตาไม่ยอมมองหน้าของอู๋เสี่ยวหรันใช้แซ่เดียวกันกับมารดาของเฉิงอ๋องมีนามว่า ‘หยางเจินเจีย’ นางเป็คนตัวเล็กเอวบาง แต่หน้าอกกับสะโพกกลับดูใหญ่ ทำให้นางมีรูปร่างแบบนาฬิกาทรายหากดูตามภาพวาดแล้วนางเป็คนที่มีตากลมโต จมูกไม่โด่งมาก ริมฝีปากอวบอิ่มใบหน้ารูปไข่เป็ลักษณะที่ไม่ได้เป็พิมพ์นิยมในปัจจุบันแต่ก็เป็คนที่มิได้ขี้ริ้วขี้เหร่แต่อย่างใด
เมื่อมองหญิงสาวทั้งสี่นางที่อยู่ตรงหน้าแล้วก็ให้รู้สึกว่าเฉิงอ๋องช่างเป็ผู้มีวาสนากับหญิงงามยิ่งนักขนาดว่าตัวของอู๋เสี่ยวหรันที่นางสิงร่างอยู่ตอนนี้ก็นับว่าเป็คนงามล่มเมืองคนหนึ่งเช่นกัน
“เหมยฮวาจัดที่นั่งให้พระชายารองกับอนุทุกคนเถิด”ในที่สุดอู๋เสี่ยวหรันก็บอกให้พวกนางกลับไปนั่งประจำที่ของแต่ละคน
“ขอบพระทัยเพคะ”
หญิงทั้งสี่ยกมือประสานกันข้างเอวด้านซ้ายและย่อกายลงแล้วกลับไปนั่งยังที่นั่งของแต่ละคน
“มิทราบว่าพวกท่านทั้งหลายมาพบเราด้วยเหตุอันใดหรือ”
อู๋เสี่ยวหรันถามโดยไม่ระบุชื่อ
“เรียนพระชายาที่พวกเราพี่น้องมาวันนี้เพื่อจะมาปรึกษาท่านเื่เลี้ยงอำลาท่านอ๋องที่จะเดินทางไปเป็ตัวแทนอวยพรแด่ฮองเฮาองค์ใหม่ของต้าเลี่ยเพคะ” พระชายารองโจวเป็ผู้ตอบคำถามของอู๋เสี่ยวหรัน
✼ ┈┈┈┈┈┈┈ ✼
"ยาจิ่น"(压襟) แปลตรง ๆคือกดทับบริเวณคอเสื้อให้แน่น ไม่ให้หลุดพะเยิบพะยาบไปยาจิ่นนี้ไม่มีกฎเกณฑ์กำหนดชนชั้นว่าใครต้องใส่อะไรชิ้นไหนจะใช้อะไรทับเสื้อก็ตามใจของให้มีเงินเป็พอ ดังนั้นเ้านาย ขุนนาง ผู้ดีมีเงินทั้งหลายจึงสามารถใช้ของมากมายตามแต่ใจชอบรูปแบบหนึ่งที่พบมากคือพวงอุบะเงินทองที่แยกเป็สามส่วนได้แก่ ส่วนสายโยงที่แขวน