เมื่อเสียงปรบมือจบลง พิภพเดินเข้ามาหาคิริน เดช และพิมพ์ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภูมิใจ
"พวกเธอทำได้เยี่ยมมาก ฉากนี้สำคัญสุดๆ มันคือจุดเริ่มต้นของการเปิดเผยความลับของไวท์ และการแสดงนี่ทำให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดนั้นจริงๆ"
คิรินยิ้มบางๆ "ขอบคุณครับพี่พิภพ"
เดชที่แสดงเป็ชาญก็พยักหน้าเห็นด้วย เขาตบไหล่คิรินเบาๆ "นายทำได้ดีมากจริงๆ นายแสดงได้โคตรอินเลย!"
พิภพหัวเราะออกมาเบาๆ ขณะมองดูทีมงานที่กำลังจัดฉากเพื่อเตรียมถ่ายทำซีนถัดไป
"เอาล่ะ พวกนายสามคนไปพักผ่อนกันก่อนได้เลย อีกสองชั่วโมงเรามีฉากใหญ่ที่ต้องถ่ายกันต่อ เป็ฉากท้ายๆของเื่ที่ไวท์ถูกชาญและพิพม์จับได้ว่าเป็ฆาตกรและถูกนำตัวมาที่ห้องสอบสวน"
ทั้งคิรินและเดชต่างพยักหน้า ขณะที่พิมพ์ที่รับบทเป็อัยการสาวยิ้มบางๆให้คิริน "ฉันอยากดูที่จะเห็นคุณคิรินในฉากนี้จริงๆ"
“ฮะๆ”
หลังจากที่ได้พักผ่อนและทำความเข้าใจกับบทเรียบร้อย ทุกคนก็เตรียมพร้อมสำหรับฉากในห้องสอบสวน ซึ่งจะเป็ฉากที่ไวท์ต้องเผชิญหน้ากับชาญและพิมพ์ที่จับรู้ว่าเขาคือฆาตกรแล้ว
เมื่อถึงเวลาถ่ายทำ คิรินในชุดนักโทษนั่งอยู่ที่โต๊ะสอบสวนโดยสวมกุญแจมือไว้อย่างหนาแน่น สายตาของเขาดูเยือกเย็นไร้อารมณ์ต่างจากตอนปกติที่มักจะมีความอ่อนโยนอยู่เสมอ ขณะที่ชาญในชุดตำรวจเต็มยศและพิมพ์ในชุดทางการนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พิภพยกมือขึ้นเป็สัญญาณและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"เอาล่ะ ฉากนี้จะเป็ฉากที่สำคัญมากๆอีกฉาก ทุกคนเตรียมพร้อมแล้วใช่ไหม?"
"พร้อมครับ!" คิรินตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ขณะที่เดชกับพิมพ์ก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น
"แอ็คชั่น!"
ในฉากนั้น ผู้กองชาญเริ่มต้นการสอบสวนด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาเอียงตัวเข้าหาไวท์และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
"มึงไม่คิดจะอธิบายอะไรหน่อยหรือ? มีข้ออ้างเหี้xๆอะไรที่จะบอกว่ามึงไม่ใช่ฆาตกรที่ฆ่าน้องสาวกู พ่อแม่ของพิมพ์! และคู่หูของกูมั้ยไอ้สัx!"
ไวท์ยิ้มเล็กน้อยและพูดเสียงไร้อารมณ์ "คุณผู้กองที่เคารพ คุณมึงจับกูมาใส่ชุดกับกุญแจนักโทษแบบนี้แล้วจะถามหาพระแสงอะไรวะครับ เหอะๆ"
พิมพ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ชาญแทรกขึ้นด้วยสายตาเกลียดชังระคนผิดหวัง "ไวท์ นายช่วยบอกฉันทีว่ามันไม่จริง ทั้งเื่ที่นายเป็คนฆ่าพ่อแม่ของฉัน และเื่ที่นายเป็ฆาตกรที่ฆ่าคนไปมากกว่า 20 ศพตลอดระยะเวลา 10 ปี! ตอบฉันมาสิไอ้ชั่ว!” พูดจบเธอก็คว้าปืนที่เหน็บอยู่ที่เอวของชาญขึ้นมาแล้วเล็งไปที่หัวของไวท์ โดยมีชาญที่ลุกขึ้นมาห้ามเธอ
“พิมพ์! ใจเย็นก่อน ไอ้หมอนี่มันไม่ควรได้ตายง่ายแบบนี้!”
“...” พิมพ์ไม่ตอบอะไร เธอเพ่งมองไวท์ที่ยิ้มบางๆออกมาโดยที่สายตาไม่ได้ยิ้มตาม
“อะไรกัน ครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่เธอมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น เพื่อนรักคนนี้เสียใจนะเนี่ย แต่จะว่าไปก็รู้สึกฟินแปลกๆแฮะ…” ไวท์เอียงหัวยิ้มใสซื่อให้หญิงสาว ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วจ้องตากับพิมพ์ตาไม่กะพริบแล้วเอาหน้าผากเข้าไปแนบกับปากกระบอกปืนด้วยรอยยิ้มที่แสยะกว้างพร้อมกับสายตาที่บ้าคลั่งของอีกตัวตนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชายที่ชื่อไวท์มาตลอด
“ยิงสิ…”
“...” พิมพ์เลื่อนนิ้วขึ้นมาที่ไกปืนเตรียมลั่นไกใส่ฆาตกรที่เธอตามล่ามาตลอดชีวิต
“ยิงกูเลย…” เสียงของไวท์เ็าไร้อารมณ์ขึ้นเรื่อยๆเมื่อเห็นท่าทางของพิมพ์ที่แข็งกร้าวมากขึ้น
“...” อัยการสาวมองเพื่อนสนิทคนสำคัญของเธอที่ครั้งหนึ่งเคยมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน แต่ในตอนนี้กลับมีแต่สายตาที่บ้าคลั่งน่าขยะแขยงเข้ามาแทนที่กลบความอ่อนโยนจนไม่มีเหลือ
“ยิงกูๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ…ยิงกูสิ!”
แกร๊ก!
ปืนในมือของพิมพ์ถูกเธอปล่อยลงพื้นด้วยมือที่สั่นเทา โดยมีชาญที่คว้าปืนเอาไว้ได้ทัน เขาเข้าไปประคองพิมพ์ที่นั่งลงบนเก้าอี้ผู้สืบสวนอย่างไร้เรี่ยวแรง เธอมองไวท์ด้วยสายตาแดงก่ำและสับสน
“แกไม่ใช่ไวท์ที่ฉันรู้จัก”
“อย่ามาตอแหล! มึงก็ไม่ได้อยากรู้จักไวท์จริงๆอยู่แล้วนี่ เอาแต่คิดว่าอยากจะให้ความสัมพันธ์แบบเพื่อนอยู่กับมึงตลอดไป โดยทำเป็ไม่รู้ว่าไอ้ไวท์มันรู้สึกยังไงกับมึง แล้วสุดท้ายก็ไปเลือกไอ้ตำรวจโง่ๆดีแต่ใช้กำลังนี่ ถุย!”
“ไอ้เหี้xนี่” ชาญเข้ามากระชากคอเสื้อของไวท์ขึ้นมา
“ใจเย็นสิผู้กอง เื่ของเพื่อนรักคุยกัน คนนอกอย่าเสือก!” ไวท์หันมามองผู้กองชาญด้วยสายตาไร้อารมณ์ราวกับกำลังมองดูสิ่งมีชีวิตไร้ค่าตัวหนึ่ง”
“มึง!”
ในขณะที่ชาญกำลังจะชกหน้าของไวท์ให้ฟันออกปาก เสียงของพิมพ์ก็ดังขึ้นมา
“แกเอาไวท์ตัวจริงไปไว้ที่ไหน”
“หืม พูดอะไรน่ะเพื่อนรัก ฉันไวท์ไง ไวท์ที่ชอบเธอมากกว่าใครในโลกนี้น่ะ คิกๆ”
“แกมันก็แค่ปรสิตที่ฝังอยู่ในจิตใจที่อ่อนโยนของเขา!”
“ถุย! ปรสิตเหรอ? ใครกันแน่ที่เป็ปรสิต ไม่ใช่พ่อแม่เธอรึงไง ที่มาเลียแข้งเลียขาพ่อแม่ฉันจนกลายเป็ผู้พิพากษาแต่สุดท้ายก็ทรยศโดยหาเื่ใส่ร้ายพ่อแม่ของฉันจนพวกท่านต้องฆ่าตัวตามเพราะความเสียใจที่ถูกคนที่ไว้ใจทรยศน่ะ พอเ้าหนูไวท์วัย 15 ขวบรู้ความจริงนี้เข้ามันก็เลยสร้างกูขึ้นมาเพื่อลงทัณฑ์พวกคนทรยศให้หมอไปจากโลกเน่าเฟะนี่โดยเริ่มที่พ่อแม่เธอยังไงล่ะ คิกๆ”
“โกหก!”
“จะเชื่อรึไม่ก็แล้วแต่ ที่แน่ๆก็คือเธอไม่สามารถหาความจริงได้อีกต่อไป ทำไมนะ อ้อ เพราะพ่อแม่เธอโดยฉันเอาค้อนทุบหัวตายคาที่ไปแล้วน่ะสิ ฮ่าๆๆๆ”
พลั่ก!
ชาญที่เห็นภาพน่าอึดอัดตรงหน้าไม่รอช้ารีบเข้าไปซัดคางของไวท์จนเขาหน้าหันเืกลบปากทันที
“หึๆ หมัดเบาแบบนี้สอบตำรวจผ่านมาถึงขั้นผู้กองได้ไงวะ”
“เรากลับกันก่อนเถอะค่ะชาญ ถ้าขืนอยู่นานไปมากกว่านี้ฉันอาจได้ลั่นไกจริงๆแน่” พิมพ์เอ่ยเสียงเย็นขณะมองไวท์ที่จ้องเธอตอบยิ้มๆ ก่อนจะหันหลังออกจากห้องสอบสวนไป
“ไว้เจอกันใหม่นะเพื่อนรัก!” ไวท์ยิ้มหวานโบกมือทั้งสองข้างที่สวมกุญแจมือให้อัยการสาวโดยมีชาญที่หันมามองอย่างรังเกียจ
‘ไอ้เวรเอ๊ย แกทำพิมพ์ร้องไห้ทำไมวะ ปล่อยฉันออกไปนะ ฉันจะต้องขอโทษเธอ’ เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของไวท์
“หนวกหูน่า ฉันอุตส่าห์ระบายความในใจของแกออกมาให้เธอรู้ แกควรขอบใจฉันมากกว่านะคู่หู” ไวท์เอนหลังเอามือประสานท้ายทอยเงยหน้ามองเพดานอย่างเหม่อลอยพลางผิวปากเบาๆเป็ทำนองเพลงโปรดของเขาอย่างอารมณ์ดี