ณ ลานประหารแห่งหนึ่ง ชายคนหนึ่งที่กำลังโดนจองจำตัวไว้อย่างแน่นหนา และกำลังจะโดนประหารด้วยกิโยตีน กับใบมีดที่ถูกมัดไว้กับเชือก ซึ่งเชือกนั้นกำลังโดนไฟเผาไหม้ซึ่งก็เป็นสัญญาณว่าชีวิตเขากำลังจะดับลง"เฮ้พวกเราทุกคน พวกที่ยังเป็นมนุษย์น่ะ พวกแกรู้รึเปล่าว่าทำไมพวกเราถึงต้องมาเจอกัน คงจะคิดว่าเป็นเพราะโชคชะตาล่ะสิ ฮ่าๆๆๆๆ ถ้าฉันจะบอกว่ามันไม่ใช่ล่ะ พวกแกคงจะหาว่าฉันบ้าสินะ""อะไรของเขาน่ะ เพราะโดนจับเลยกลายเป็นบ้าไปแล้วงั้นเหรอ" เสียงผู้คนคุยกันจอแจ"ฉันน่ะรู้ความจริงของโลกใบนี้ รู้หมดทุกสิ่งทุกอย่างอย่างหมดจดเชียวล่ะ ฮ่าๆๆ นี่พวกเรามัวมาทำบ้าอะไรกันอยู่ที่นี่นะ ฉันเข้าใจการตัดสินใจของพวกแกทุกๆคนนะ เพราะเราคือมนุษย์ไงล่ะ เราทำทุกอย่างเพื่ออยู่รอด""...""แต่ถ้าพวกแกได้รู้ความจริงเหมือนฉันล่ะก็ ฮ่าๆๆ พวกแกก็คงจะเหมือนกับฉันตอนนี้ อยากจะหาทางออก แต่ฉันจะขอเตือนไว้เลยนะ ถึงแม้พวกแกจะรู้ความจริง แต่การตาย ก็ไม่ใช่ทางหนีหรอกฮ่าๆ"
ตอนนี้ไฟกำลังเผาเชือกจนจวนจะไหม้ทั้งเส้น"เพราะฉะนั้นฟังไว้ให้ดีนะ!!!" เขาตะโดนด้วยเสียงที่ดังมากๆ"ถึงแม้แกจะสามารถครอบครองดินแดนแห่งนี้ทั้งหมดได้ ถึงแม้แกจะยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์เราก็เถอะ แต่แกจะไม่มีวันได้มันอย่างสมใจหรอก เพราะข้า..ข้ามีของที่ข้าพร้อมจะเดิมพันเอาไว้แล้ว แล้วพวกแกที่กำลังดูฉันตายอยู่ตรงนี้ล่ะ พวกแกไม่คิดที่จะหาคำตอบที่ฉันพยายามหามาทั้งชีวิตงั้นเหรอ แต่ยังไงมันก็เรื่องของพวกแก งั้นฉันจะขอดูผลงาน..ในอีกโลกหนึ่งก็แล้วกัน"
"ฉึบ!!!" เชือกที่โดนไฟเผาจนหมดสิ้น ก็สิ้นแรกที่จะรั้งใบมีดเอาไว้ และแน่นอนหัวของชายคนนั้นก็หลุดออกจากบ่า ท่ามกลางความมึนงงของฝูงชน ก็มีเสียงโห่ดีใจจากอีกฝั่งหนึ่ง"ฮ่าๆในที่สุดมันกับพวกผู้คนโง่ๆของมันทั้งหลายก็ได้ตายไปซักที ฮ่าๆๆ" เสียงโห่ดีใจของฝูงชนอีกฝั่งหนึ่งใกล้กับลานประหาร"เมื่อกี้เขาพูดเรื่องเกี่ยวกับอะไรไปน่ะฉันไม่ค่อยจะเข้าใจเลย" ฝั่งประชาชนทั่วไปก็แสดงความเห็น
หลังจากการตายของชายคนนั้น ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินขึ้นมายังหน้าลานประหาร"นายไม่คิดว่าเมื่อกี้มันพูดมากเกินไปหน่อยงั้นเหรอ""อย่ากังวลไปเลยนาพาลาเดี้ยน ไอ้พวกนี้มันก็แค่คนชั้นต่ำ ยังไงพวกมันทุกคนก็ต้องก้มลงมาแนบแทบเท้าของข้ากันทั้งหมดนั่นแหละ""...""ยังไงก็เถอะพวกเราก็ควรที่จะประกาศอะไรให้มันเป็นทางการซักที"
เมื่อพวกเขาเดินมาถึงหน้าลานประหาร ก็มีชายคนหนึ่งก้าวขานำคนอื่นมาหนึ่งก้าวและเหมือนจะใช้เครื่องมืออะไรบางอย่างเพื่อที่จะขยายเสียง"เมื่อกี้ทุกคนก็น่าจะได้เห็นกันไปทั้งหมดแล้ว กับคนที่ทุกคนเคยคิดว่ามันเป็นผู้นำ มันบ้า! มันไร้ประโยชน์ งั้นข้าก็จะไม่พูดอ้อมอะไรใดๆเลยละกัน คือพวกเรากลุ่ม"เดอะก็อด" จะมาปกครองดินแดนแห่งนี้ พวกเราจะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างของดินแดนนี้ พวกเราจะไล่จัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้เข้ารูปในแบบของเรา แน่นอนว่าใครจะไม่เห็นด้วยก็ตามแต่ศรัทธา แต่ถ้าเป็นแบบนั้นแสดงว่านั่นคือการกบฏ ข้าจะขอพูดไว้แค่นี้ ใครคิดจะต่อกรกับพวกเราก็เชิญ ถ้าคิดว่าทำได้ล่ะนะ"จากนั้นพวกเขาก็เดินลงไปจากลานประหารพร้อมกับทิ้งความรู้สึกมึนงง หวาดกลัว ปะปนกันให้กับประชาชนแถวนั้น.และแน่นอนว่าตั้งแต่วันนั้นจนปัจจุบัน..เหตุการณ์ในวันนั้น...ก็เป็นฝันร้ายที่ไม่มีจบต่อโลกใบนี้...."เราต้องเตรียมอะไรเพิ่มอีกรึเปล่าครับคุณยาย" เสียงเด็กน้อยอายุประมาณ 9 ขวบ เอ่ยปากถามคุณยายในขณะที่กำลังเตรียมของอะไรบางอย่าง"งั้นจูนช่วยไปหยิบดอกไม้ที่ยายวางไว้ที่หน้าบ้านได้ไหมจ๊ะ""ได้เลยครับยาย"
เด็กชายวิ่งไปที่หน้าบ้านด้วยความเบิกบานใจที่จะได้เห็นดอกไม้"คราวนี้เป็นดอกอะไรกันนะ"
เมื่อไปถึงบริเวณหน้าบ้าน เด็กชายก็รีบหยิบดอกไม้อย่างระมัดระวังแล้วรีบวิ่งกลับไปหาคุณยาย"จูนระวังๆหน่อยสิ""ผมน่ะนักวิ่งมือโปรนะยาย"
ในขณะที่กำลังไปหายายนั้นเกสรดอกไม้ก็หลุดปลิวเข้าไปใส่ดวงตาของเด็กชาย"โอย อะไรเนี่ย"
ในขณะที่กำลังขยี้ตาเพื่อเอาเกสรออกนั้นก็บังเอิญไปสะดุดเข้ากับตอไม้ที่ใช้สำหรับผ่าฟืนแล้วก็สะดุดล้ม"โอ้ยย""นั่นไงล่ะ ไม่ฟังที่ยายเตือนกันเลย บอกแล้วให้ระวังๆ""นาาา พลาดหน่อยเดียวเอง บ่นเยอะไปได้""อุ้ยนั่นแกมีแผลที่คางด้วย เห้อบอกแล้วไงว่าอย่ารีบวิ่งไง มาหายายเร็วเข้า เดี๋ยวทำแผลให้""ไม่เห็นจะเจ็บอะไรเลยยาย อย่าทำให้มันยิ่งใหญ่นักสิ""ยังจะเถียงอีกนะ รีบมานี่เลยเร็วเข้า"..
สวัสดีครับผมฟอร์จูน หรือจะเรียกสั้นๆว่าจูนก็ได้ ในตอนนี้ผมคงจะอายุประมาณ 9 ขวบล่ะมั้ง ในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขมากเลยล่ะ เพราะผมได้อยู่กับคุณยายที่ผมรักถึงแม้จะขี้บ่นไปหน่อยก็เถอะ"โอ้ยยย แสบมากเลยยายเบาๆหน่อยสิ""แหม ก็ถ้าแกระมัดระวังมากกว่านี้ แกก็คงไม่ต้องมาทนแสบแบบนี้หรอกนะ เอ้า..เสร็จแล้ว""ขี้บ่นจริงๆแบร่" ผมแลบลิ้นทำหน้าทะเล้นใส่คุณยาย"ไอ้เด็กนี่" คุณยายเหมือนจะลุกขึ้นมาจะไล่ตีผม"ไม่มีทางที่จะโดนตัวผมได้หรอกน่าา คิคิ" แล้วผมก็วิ่งหนีไปในฐานทัพของผม
ฐานทัพที่ว่ามันก็เป็นแค่แค่พื้นที่ใต้โต๊ะที่คุณยายใช้วางดอกไม้ที่คุณยายปลูกไว้ ก็ตามประสาเด็กน่ะแหละผมก็นำผ้าห่มมาคลุมโต๊ะเอาไว้ให้ชายผ้ามันบังหน้าโต๊ะเพื่อที่จะทำเป็นทางเข้า-ออก แล้วก็นำหินมาวางทัพไว้เพื่อถ่วงน้ำหนักไม่ให้ผ้าห่มหลุดลงมา ส่วนด้านในก็มีผ้าปูรองเอาไว้ แล้วก็มีหมอน มีผลงานศิลปะต่างๆ และที่สำคัญก็มีสิ่งของที่ผมหวงที่สุดที่ผมแทบจะนำมันติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา"วันนี้พวกเราต้องไปข้างนอกกันนะ บัตเตอร์"
บัตเตอร์ หรือก็คือมีดผีเสื้ออันเก่าๆที่ผมได้มาจากคุณตาที่สั่งนักสั่งหนาว่าให้ผมเก็บมันเอาไว้ให้ดี ซึ่งตอนนี้คุณตาก็บอกว่าจะไปทำงานในที่แสนไกลอาจจะไม่ได้กลับมาในเร็ววัน ซึงคุณตาก็บอกเอาไว้แบบนั้น แต่มันก็ 3 ปีแล้วที่ไม่กลับมาเลย ซึ่งคุณยายก็ไม่เคยเอ่ยพูดถึงเรื่องนี้อีกด้วย เพราะฉะนั้นก็ไม่ใช่หน้าที่ของผมที่จะมาสงสัย
ทุกครั้งเมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน คุณยายกับผมเราจะเดินขึ้นไปบนเขาที่แสนห่างไกลจากหมู่บ้าน ความจริงแล้วระยะทางมันก็ไม่เท่าไหร่หรอกนะ แต่ด้วยความเป็นเด็กทุกสิ่งทุกอย่างจึงจึงดูใหญ่และไกลไปหมด
"เหนื่อยจางงเลยย" ผมบ่นแบบนี้ทุกครั้งที่ได้มาที่นี่กับคุณยาย แต่ผมก็ยังคงอยากมาทุกครั้งเพราะมันคือมันครบรอบวันตายของแม่ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมืนกันว่าทำไมหลุมศพของแม่ถึงต้องไปวางไว้ที่ห่างไกลแบบนั้น"ยาย ผมถามจริงๆเถอะ ยายไม่มีภาพเหมือนของแม่บ้างงั้นเหรอ""ก็บอกกี่ครั้งแล้วไงว่ายายไม่มีของแบบนั้น""ก็ผมอยากรู้จักแม่นี่นา ทั้งพ่อทั้งแม่ก็ไม่อยู่ให้ผมรู้จักซักคน""ไม่เป็นไรนะจูน ยังไงก็มียายอยู่นี่ไง""มันจะเหมือนกันได้ยังไงก็ยายน่ะแก่แล้วนะ""ไอ้เด็กนี่" พูดจบยายก็เอากำปั้นมาโขกหัวผมทีนึง
ระหว่างที่เราเดินไปได้ซักพักบรรยากาศของป่าที่ไม่ค่อยจะอุดมสมบูรณ์นี้ก็ร้อนขึ้นทั้งๆที่ตอนเช้าอากาศก็หนาวแท้ๆนี่คงจะเป็นสภาพอากาศของฤดูใบไม้ร่วงสินะ"เราพักกันซักหน่อยน่าจะดีกว่านะ"
พวกเรานั่งพักกันใต้ร่มไม้ต้นหนึ่ง ผมที่กำลังจะกระโดดจับแมลงที่บินไปบินมา ส่วนคุณยายก็กำลังเตรียมอาหารเที่ยงที่เตรียมมาจากที่บ้าน"จูนมากินข้าวเที่ยงเร็วเข้า""ครับยาย"."วู้ว" ผมตลึงกับอาหารเที่ยงของวันนี้"รีบกินพวกเราจะได้รีบไปกัน"อาหารเที่ยงของวันนี้ก็คือข้าวสวยประมาณกำหมัดกับเนื้อปลาประมาณนิ้วก้อย"ยายไปเอาปลามาจากไหนเนี่ย""ก็ตอนที่ยายไปหาเจ้าของโรงดอกไม้น่ะ เขาบอกว่าบังเอิญเหมือนมีปลาทูมาติดแหไม่กี่ตัว ก็เลยแบ่งมาให้ยายครึ่งตัว""สุดยอดไปเลย ไว้ผมจะไปขอบคุณเขานะ ไม่ได้กินเนื้อมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย""อื้ม ย..ยาย..ขอโทษนะ""อ้าว แล้วยายจะขอโทษผมเรื่องอะไรน่ะ""ก็ไม่มีอะไรหรอก ช่างเถอะ"
เมื่อทานข้าวเสร็จพวกเราก็เดินทางไปกันต่อ"ถึงแม้ยายจะไม่มีอะไรที่เป็นของพ่อของแม่แกให้ดูเลย แต่พ่อกับแม่แกเป็นคนดี ไม่สิ เป็นคนที่เยี่ยมยอดมากๆเลยนะ""ครับยายผมก็เชื่ออย่างนั้นและผมก็จะเยี่ยมยอดให้ได้" เมื่อผมพูดจบคุึณยายก็ยิ้ม"เมื่อถึงวันนั้นแล้วก็ช่วยมาโชว์ความเยี่ยมนั้นให้ยายดูด้วยนะ""ได้เลยผมสัญญา"
พวกเราเดินหน้ากันไปต่อจนมาถึงลำธารเล็กๆแห่งหนึ่ง"ยายครับ ผมขอแวะไปดูขุมสมบัติของผมซักแปปนึงได้ไหมครับ""โถ่เราจะช้าไม่ได้จูน""ทำไมกันล่ะยาย แค่แปปเดียวเองนา แค่นิดเดียวไม่นานหรอก"เมื่อพูดจบคุณยายก็ทำหน้าเอือมๆ จากนั้นก็เงยหน้ามองฟ้าแล้วก็เอากิ่งไม้มาจิ้มกับดินเหือนกำลังจะดูเงาของไม้"ก็ได้ แต่แค่แปปเดียวจริงๆนะและอย่าไปไกลมากล่ะ""ครับยายไม่ต้องห่วงผมหรอกนา ผมน่ะเจ้าป่านี้"
ผมรีบกระโดดข้ามก้อนหินไปเรื่อยๆไปยังขุมสมบัติของผม มันคือหินรูปร่างแปลกๆที่ผมบังเอิญเก็บได้ตอนที่มาหลุมศพแม่คราวก่อน"น่าจะอยู่แถวนี้นะ"เมื่อผมมั่นใจแล้วว่ามันอยู่บริเวณนี้ผมก็จะเริ่มทำการขุดมันขึ้นเพื่อมาดู แต่บังเอิญเหมือนผมจะเห็นลูกหมูป่าตัวหนึ่งกำลังวิ่งหนีผม"นั่นมันหมูป่าไม่ใช่เหรอ" มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากเพราะว่าบริเวณหมู่บ้านของเราแร้นแค้น ไม่ค่อยมีอาหารอุดมสมบูรณ์ แน่นอนว่าสัตว์ป่าก็หายากมากๆ"ถ้าเราจับไปได้ยายจะต้องชอบมากแน่ๆ งั้นแกเสร็จชั้นล่ะ จากนี้ไปชั้นจะเป็นนักล่ามืออาชีพ"จากนั้นผมก็รีบวิ่งตามมันไป แต่วิ่งตามไปเท่าไหร่ก็ไม่ทันมันซักที"ทำไมมันไวอย่างนี้นะกันนะ ปกติในบรรดาเด็กในหมู่บ้านชั้นวิ่งไวที่สุดนะ".เมื่อวิ่งไปเรื่อยๆหมูป่าก็วิ่งหนีห่างออกไปไกลจนผมขอยอมแพ้ แต่เมื่อผมกำลังจะหันหลังกลับผมกลับสะดุดเข้ากับรากไม้ใหญ่จนลื่นไถลลงไปในร่องของป่า"ตุบ"โอย ผมปวดหัวและมึนไปหมด ตอนนี้ตัวผมเหมือนมันกำลังจะหลับเลย...."จูนนน!" ผมที่สะลึมสะลือเพราะกำลังจะตื่นเพราะเสียงนั้น"จูนนน! หลานอยู่ไหน" ในที่สุดผมก็ลุกขึ้นมาได้ซักที"อยู่นี่ครับยาย" ผมตื่นมาด้วยสภาพที่มอมแมมไปหมด"จูนหลานไปไหนมาเนี่ย เป็นอะไรมากรึเปล่า""ผมขอโทษครับยายผมแค่มึนหัวนิดหน่อย"...""พอดีผมเจอหมูป่า ผมกำลังไล่ตามมันจะจับไปให้ยายแต่ก็สะดุดอะไรซีกอย่างเข้าน่ะครับ""อื้อช่างมันเถอะ เราต้องรีบไปกันแล้วนะ""ครับ"
ผมนอนไปนานแค่ไหนกันตอนนี้ฟ้าที่แดดจัดๆก็เริ่มหายไป เหมือนท้องฟ้ามันกำลังจะเข้าช่วงเย็นเลย เห้อผมนี่มันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆตอนกลับบ้านยายต้องบ่นสุดๆแน่ๆ"เดินไหวไหม""ไหวครับ"ผมเหลือบไปมองดูยาย ตัวยายก็ดูมอมแมมมากเหมือนกัน เสียงของยายก็ฟังดูแหบๆ มือของยายก็เปรอะเต็มไปด้วยดินและเศษใบไม้ ยายก็คงตั้งใจตามหาเรามากสินะ ทั้งที่เราบอกไว้เองว่าไม่ต้องห่วง เห้อ เรานี่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ
ในที่สุดพวกเราก็มาถึงจุดที่เป็นหลุมศพของแม่ ยายก็เรียกให้ผมเข้าไปไหว้หลุมศพ และทุกครั้งยายจะให้ผมขุดหลุมเล็กๆหลังป้่ายหลุมศพแล้วใส่ดอกไม้ที่เตรียมมาเอาไว้ ซึ่งยายก็จะรอข้างนอกเพื่อวางดอกไม้ไว้ข้างหน้าทางเข้าและก็ทำอะไรตามประสาของยายน่ะแหละ
ที่นี่เป็นหลุมศพที่ผมชื่นชอบในการออกแบบมากๆมันตั้งอยู่ในโพรงไม้ของต้นไม้ใหญ่ ที่นี่ค่อนข้างลึกลับเนื่องจากไม่มีทางเข้ามายังพื้นที่ตรงนี้ พวกเราต้องเดินลัดจากทางหลักเข้ามาในป่านิดหน่อยแล้วก็จะถึงที่ตั้งหลมศพของแม่ ทำไมมันถึงมาตั้งอยู่ในที่ลึกลับแบบนี้กันนะ
แต่คราวนี้มันแปลกประหลาดหน่อยๆถึงแม้ว่าผมจะขุดดินและใส่ดอกไม้ไว้แล้วแต่ที่นี่ก็รู้สึกแปลกๆไปจากทุกๆครั้งเลย ด้านในเหมือนจะถูกคุ้ย รอบนอกก็มีรอยโดนขุดใหม่ๆ เหมือนมีคนเพิ่งมาที่นี่ไม่นานเลย เมื่อผมกำลังจะนำความสงสัยนี้ไปถามยาย ผมก็ได้ยินเสียงคนคุยกันตรงบริเวณที่ยายอยู่"โอ้ๆ ดูซิเราเจอใครกันนะเจอแรค""ตามที่ผู้บัญชาการบอกน่ะแหละที่นี่คงจะเป็นจุดนัดพบของพวกมันแน่นอนสมศักดิ์""พวกแกพูดเรื่องอะไรกันน่ะ""อย่ามาตีหน้าซื่อหน่อยเลยยายแก่ ถึงแม้จะแก่กว่าในรูปแต่ก็ไม่ผิดแน่แกคือ โอรี โรส คงจะเป็นสายลับของไอพวกกบฏไม่ผิดแน่นอน""แกอย่ามาพูดบ้าๆนะชั้นแค่มาเยี่ยมวันครบรอบศพของลูกสาวชั้น""หือลูกสาวงั้นเหรอ ที่ป้ายเขียนไว้ว่างไงล่ะ มารี อาดี งั้นเหรอนั่นมันชื่อของอีโง่ที่ไหนกันล่ะ ลูกสาวของแกมันชื่อ กันยาส โรส นี่ สายลับตัวเป้งที่โดยตัดคอไปแล้วน่ะ""นี่แกพูดเรื่องบ้าอะไรกันที่พวกแกพูดมาชั้นไม่รู้จักใครทั้งนั้นแหละ""นี่อีแก่! แกคิดว่าพวกชั้นโง่มากงั้นเหรอวะ พวกเราขุดทั่วหลุมศพแถวนี้หมดแล้วไม่พบศพขี้เถ้ากระดูกห่าอะไรเหลือซักอย่าง งั้นแกจะบอกอีมารี อาดี อะไรนั่นมันหายตัวไปได้งั้นเหรอวะ""...""ฮ่าๆ แกนี่มันโง่จริงๆแกคงจะรู้ถึงความสามารถของเจอแรคสินะว่าเขาทำอะไรกับใต้ดินนั่นได้ แกถึงไม่เถียงอะไรทั้งนั้น ทั้งที่คนปกติต้องเถียงฉอดๆ""...""ฮ่าๆช่างโง่เขลาจริงๆ งั้นแกกำลังรอพบใครอยู่ล่ะ หึ้..ไหนบอกพวกเราหน่อยซิ""ชั้นไม่ได้รอพบใครทั้งนั้นแหละ ถ้าแกไม่เชื่อก็ลองมานั่งรอกับชั้นแบบนี้ไหมล่ะจะได้รู้ไปเลยว่าเรื่องสายลับบ้าสายลับบออะไรนั่นมันเรื่องปัญญาอ่อน""อ๋องั้นเหรอ ชั้นยังไม่พูดอะไรแต่ก็มั่นใจจะให้นั่งรอก็แสดงว่าสารที่แกติดต่อกับไอพวกนั้นมันก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวแกแต่ต้องเป็นในหลุมศพนี่เป็นแน่สินะ งั้นพวกเราเข้าไปเช็คอีกรอบกันเถอะเจอแรค""เดี๋ยวก่อน! นี่พวกแกจะเข้าไปทำบ้าอะไรน่ะ พวกแกไม่ให้เกียรติลูกสาวชั้นซักหน่อยงั้นเหรอ""เกียรติง้ันเหรอ อย่ามาตลกไปหน่อยเลย พวกแกก็เป็นแค่คนชั้นต่ำกับอีแค่ศพโง่ๆของลูกสาวแกเรื่องแค่นี้ทำไมเราจะตรวจสอบไม่ได้ล่ะห๊ะ""หรือว่ายายแก่นี่อาจจะซ่อนอะไรเอาไว้ข้างในนั้น""อ๋ออย่างนี้นี่เองสินะเจอแรค....แกนี่มันลูกเล่นเยอะจริงๆนะ แต่ถึงยังไงระดับสายลับแบบนี้ก็คงจะไม่ส่งสารแบบโง่ๆให้พวกเราเห็นโต้งๆแน่""เพราะฉะนั้นที่ไม่อยากให้เราเข้าไปนั้นก็คงไม่ใช่เพราะสารหรอกนะ""แล้วมันคืออะไรล่ะเจอแรค" เมื่อพูดจบทั้งคู่ก็มองหน้ามาที่ยาย"...""อืม...ฉันจำได้ว่ายายคนนี้เลี้ยงหลานเอาไว้คนนึงนี่ถ้าเป็นแบบนั้นเด็กนั่นก็คงต้องตายไปด้วยอะนะ""เดี๋ยวสิเด็กนั่นไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยด้วยนะ ไม่สิพวกเราทั้งหมดไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ""ฮ่าๆ ยายแก่นี่จนถึงตอนนี้ก็ยังมาตีหน้าซื่ออีกอย่างนั้นเหรอช่างน่าขำจริงๆ""งั้นพวกเราลองไปสำรวจด้านในกับรอบๆอีกซักครั้งกันเถอะสมศักดิ์".นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ตอนนี้เราต้องทำยังไงดี เราต้องแอบสินะ ใช่..เราเล่นซ่อนแอบเก่งที่สุดในหมู่บ้านแล้ว เราต้องทำได้..*ในความคิดของคุณยาย* ไอ้พวกนี้มันรู้เรื่องได้ยังไงกันนะ พวกมันแอบตามสืบมานานแค่ไหนแล้วนะเนี่ย แต่ช่างเถอะ ถ้ามันเจอจูนเข้าล่ะก็มันต้องจับมาเค้นข้อมูลจากเราแน่..ขอร้องล่ะ จูนก็คงจะได้ยินที่เราพูดกันแล้วก็คงจะรู้ว่าจะต้องทำอะไร ขอให้ไม่เจอจูนทีเถอะ..ผ่านไปประมาณ 10 นาที .."อื้ม...ไม่อะไรจริงๆแฮะ แต่ยังไงเราก็คงต้องขอจับตัวแกไปก่อนละกันนะ สายลับแก่""ใจเย็นก่อนสมศักดิ์ ฉันว่าฉันรู้แล้วล่ะว่าควรจะต้องทำอะไร...ส่งมีดของนายมาให้ฉันหน่อย""เอ๋..นี่นายจะเอาจริงงั้นเหรอ" เมื่อพูดจบเขาก็ส่งมีดให้"มันก็คงจะต้องใช้เลือดเพื่อล่อบางสิ่งบางอย่างให้ออกมายังไงล่ะ"
*ในความคิดของคุณยาย* เสร็จกันนี่พวกมันจะเล่นแบบนี้งั้นเหรอ ยายขอโทษนะจูน."ถ้าไม่พูดละก็จะปาดคอให้ขาดไปเลยละกัน!!!" เจอแรคตะโกนเสียงดังมาก จากนั้นเขาก็กำลังจะเอามีแทงไปที่ท้องของยาย"หนีไป!!!" ยายตะโกนสวน"ฉึ้บ" ปลายมีดก็ได้จิ้มเข้าไปในตัวยายแบบเบาๆ"ยายยยย!" ผมตะโกนและวิ่งออกมา"ฮ่าๆๆช่างโง่เขลาจริงๆ นายนี่มันสุดยอดจริงๆเจอแรค งั้นถ้าชั้นขอหักแขนหักขาไอ้เด็กนี่เล่นๆซักสองสามชิ้นคงจะไม่เป็นไรนะ""ไม่นะจูนหนีไป!!".ผมงงไปหมดแล้วว่าจะต้องทำยังไง ผมควรจะเข้าไปช่วยยายมั้ย แต่ถ้าเข้าไป ก็คงทำอะไรมากไม่ได้แน่ๆ งั้นเราก็ควรจะต้องหนีตามที่ยายบอกสินะ"จะไปไหนล่ะไอ้เด็กเวร"บ้าจริงเราไม่ทันจะได้วิ่งด้วยซ้ำก็โดนจับซะแล้วนี่เราจะโดนพวกมันหักแขนหักขาจริงๆรึเปล่าเนี่ย แต่ไม่ว่ายังไงเราจะไม่กลัวเด็ดขาด เราขะช่วยยายให้ได้เลย!!!
-to be continued-
-จากผู้เขียน-ของคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านด้วยนะครับ ร่วมกันผจญภัยไปกับเรื่องราวของจูนกันต่อในตอนต่อไปนะครับ โดยผมตั้งใจจะให้ทุกตอนจะลงในทุกๆวันอังคารนะครับ