สามวันเต็ม...
สามวันที่คำอินทร์ร่อนเร่ไปในป่าลึกราวกับิญญาไร้ที่สถิต เขากินผลไม้ป่าและดื่มน้ำจากลำธารเพื่อประทังชีวิต ร่างกายที่เคยาเ็เริ่มฟื้นฟูด้วยพลังของแก่นอาคม แต่หัวใจของเขากลับยิ่งแห้งเหี่ยวลงทุกขณะ
รอยเท้าของชาวบ้านที่เขาติดตามมานั้นขาดหายไปเป็่ๆ และดูเหมือนจะยิ่งไร้ทิศทางมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับคนนำทางเองก็กำลังสับสนและสิ้นหวัง
ความหวังในใจของคำอินทร์เริ่มริบหรี่ลงทีละน้อย...จนกระทั่งในเช้าวันที่สี่...เขาก็ได้กลิ่นมัน
กลิ่นควันไฟ...
มันเป็กลิ่นที่เจือจางอย่างยิ่ง ลอยมาตามสายลมจากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แต่สำหรับจมูกที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีของเขา มันชัดเจนพอที่จะจุดประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง!
"ควันไฟ!"
หัวใจที่เคยด้านชากลับมาเต้นระรัว เขาทะยานร่างไปตามทิศทางของกลิ่นนั้นทันที ในใจเต็มไปด้วยภาพของชาวบ้านที่กำลังนั่งล้อมวงก่อไฟผิงกายและหุงหาอาหาร รอยยิ้มของลุงผู้ใหญ่บ้าน เสียงบ่นของป้าสมร และเสียงหัวเราะสดใสของเด็กๆ…
โดยเฉพาะเสียงของ "มะลิ" เด็กหญิงตัวน้อยวัยเจ็ดขวบที่ชอบนำดอกไม้ป่ามาให้เขาทุกครั้งที่เจอหน้า
ยิ่งเข้าใกล้...กลิ่นควันก็ยิ่งชัดเจนขึ้น...แต่พร้อมกันนั้น...กลิ่นอื่นที่เขาไม่ปรารถนาก็เริ่มลอยมาปะปน
มันคือกลิ่นอายจางๆ ของโลหิต...และกลิ่นไหม้ที่ไม่ใช่แค่การเผาฟืนธรรมดา...
ฝีเท้าของคำอินทร์เริ่มช้าลงโดยไม่รู้ตัว...ลางสังหรณ์อันเลวร้ายที่สุดที่เขาพยายามกดมันไว้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา บัดนี้ได้ผุดขึ้นมาเกาะกุมหัวใจของเขาจนหายใจแทบไม่ออก
เขามาถึงชายป่าที่เปิดออกสู่ลานกว้างเล็กๆ แห่งหนึ่ง...และภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า...ก็ได้แช่แข็งิญญาของเขาให้หยุดนิ่งอยู่กับที่
มันคือขุมนรกบนดิน...
กระท่อมที่พักชั่วคราวที่สร้างขึ้นอย่างหยาบๆ หลายหลังกำลังถูกเพลิงเผาผลาญจนเหลือแต่ซากโครงไม้สีดำ ควันไฟสีเทาเข้มลอยคละคลุ้งบดบังแสงตะวันจนทั่วทั้งบริเวณกลายเป็สีหม่นหมอง และบนพื้นดินที่ชุ่มโชกไปด้วยเื…
ร่างไร้ิญญาของชาวบ้านลับแล...นอนเกลื่อนกลาดอยู่ทั่วทุกแห่ง
ร่างของชายฉกรรจ์ที่พยายามต่อสู้จนตัวตาย…
ร่างของหญิงสาวและคนชราที่ถูกสังหารอย่างโเี้...
คำอินทร์ยืนนิ่งงันราวกับถูกสาป...สมองของเขาปฏิเสธที่จะยอมรับภาพเบื้องหน้า เขาก้าวเดินเข้าไปในลานสังหารนั้นช้าๆ...ราวกับคนละเมอ...ทุกย่างก้าวเหยียบย่ำลงบนผืนดินที่อาบย้อมไปด้วยเืของ "ครอบครัว" ของเขา
สายตาของเขามองเห็นร่างของ "ลุงมั่น" ผู้ใหญ่บ้าน...นอนแน่นิ่งอยู่ข้างเกวียน ในมือยังคงกำดาบเก่าคร่ำคร่าของตนไว้แน่น...ดวงตาเบิกโพลงมองท้องฟ้า...บ่งบอกว่าได้สู้จนสิ้นใจ
เขาเห็น "ตาเหม" พรานป่าชรา...นอนฟุบอยู่ใกล้แนวป่า...ราวกับพยายามจะพาใครสักคนหนีไปเป็คนสุดท้าย...
เขามองหา...หัวใจของเขาภาวนาอย่างบ้าคลั่ง...เขาพยายามมองหาร่างเล็กๆ ร่างหนึ่ง...ภาวนาขออย่าให้ได้เจอ...
แต่แล้ว...เขาก็เห็น...
ข้างๆ กอหญ้าที่เปื้อนเื...คือร่างของเด็กหญิงมะลิ...
เด็กหญิงตัวน้อยในชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ นอนขดตัวอยู่...ดวงตากลมโตที่เคยสดใสดั่งลูกกวางน้อย บัดนี้กลับเบิกค้างอย่างไร้แวว...และในมือน้อยๆ ของนาง...ยังคงกำ "ตุ๊กตาไม้" ที่เขาเคยแกะสลักให้เมื่อหลายเดือนก่อนไว้แน่น...
วินาทีนั้น...โลกทั้งใบของคำอินทร์ก็พังทลายลง...อย่างสมบูรณ์
"มะ...ลิ..."
เขาคุกเข่าลงข้างร่างเล็กๆ นั้นอย่างช้าๆ...มือไม้สั่นเทาจนควบคุมไม่ได้...เขาเอื้อมมือไปััแก้มน้อยๆ ที่เย็นเฉียบและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเืและดินโคลน...
ไม่มีเสียงกรีดร้อง…
ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว...
ความเ็ปที่ถาโถมเข้ามานั้นมันรุนแรงเกินไป...รุนแรงจนร่างกายและจิตใจของเขาไม่สามารถแสดงออกมาได้อีกต่อไป...มันกลายเป็ความว่างเปล่าอันเย็นเยียบที่กัดกินทุกสิ่งทุกอย่างในใจของเขาจนหมดสิ้น
เขาค่อยๆ ช้อนร่างที่ไร้ิญญาของมะลิขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน...กอดนางไว้แนบอก...ราวกับจะมอบความอบอุ่นสุดท้ายให้...ทั้งที่ร่างกายของเขาเองก็เย็นเฉียบไม่ต่างกัน
แล้วจู่ๆ...พลังงานในกายเขาก็ปะทุขึ้น!
แก่นอาคมแผ่นดินที่เคยสงบนิ่ง...บัดนี้ได้ตอบสนองต่อแรงอารมณ์ที่แตกสลายของภาชนะที่มันสถิตอยู่ มันคำรามก้องอยู่ในร่างของคำอินทร์อย่างบ้าคลั่ง!
ครืนนนนนนนนน!
แผ่นดินทั่วทั้งลานสั่นะเือย่างรุนแรง! เปลวไฟที่กำลังเผาไหม้ซากกระท่อมลุกโชนสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับอสูรร้าย! สายลมเริ่มหมุนวนรอบกายของคำอินทร์อย่างเกรี้ยวกราด...พัดพาเถ้าถ่านและกลิ่นคาวเืให้ฟุ้งกระจายไปทั่ว!
น้ำตาหยดแรก...หยดลงมาจากดวงตาของเขา...กระทบลงบนใบหน้าของมะลิ…
ตามมาด้วยหยดที่สอง...หยดที่สาม...
แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า...อ้าปาก...แต่ไม่มีเสียงใดเปล่งออกมา...มีเพียงเสียงสะอื้นอันแ่เบาที่แตกสลายและเ็ปเกินกว่าจะบรรยายเป็คำพูดได้...
เขากำลังร้องไห้...ให้กับโชคชะตา...ให้กับความไร้เดียงสาที่ถูกเหยียบย่ำ...และให้กับความอ่อนแอของตนเอง...
เขานั่งกอดร่างของมะลิอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานเท่าใดก็ไม่อาจทราบได้...จนกระทั่งความโศกเศร้าได้ถูกแผดเผาจนมอดไหม้...เหลือทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านแห่งความแค้นที่ดำมืดและเย็นเยียบที่สุด...
เขาค่อยๆ วางร่างของมะลิลงอย่างนุ่มนวลที่สุด...จัดเสื้อผ้าของนางให้เรียบร้อย...แล้ววางตุ๊กตาไม้ไว้ในอ้อมแขนของนาง...
จากนั้น...เขาก็ลุกขึ้นยืน...
ใบหน้าของเขาปราศจากคราบน้ำตา...แววตาของเขาว่างเปล่าและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก...ไม่มีความโศกเศร้า...ไม่มีความเ็ป...ไม่มีความเป็มนุษย์ใดๆ หลงเหลืออยู่อีกต่อไป...
สายตาของเขากวาดไปเห็นรอยเท้าของทหารพม่าที่เพิ่งจากไป...พวกมันไม่ได้รีบร้อน...มีร่องรอยของการนั่งดื่มสุราและโห่ร้องอย่างสนุกสนานก่อนจะจากไป...พวกมันเฉลิมฉลอง...บนกองศพของครอบครัวของเขา
คำอินทร์หันไปมองรอยเท้าที่ทอดยาวออกจากลานสังหารนั้น...
เขาก้าวเท้าแรก...ย่ำลงบนรอยเท้าของศัตรู...
"พวกมึง...จะไม่มีวัน...ได้เห็นแสงตะวันของวันพรุ่งนี้อีกต่อไป"
เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นเยียบราวกับเสียงกระซิบจากยมโลก...
พยัคฆ์ไม่ได้ออกล่าเพื่อหาอาหารอีกต่อไป…
แต่มันกำลังออกล่า...เพื่อสังหาร