ตอนที่ 38 รับมือยาก
"หมัดเดียวอีกแล้ว!!!"
"มันเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ด้วยหมัดเดียวติดต่อกัน"
"แถมมันยังไม่เป็นไรจากการจู่โจมอีกด้วย"
เสียงพูดคุยเกี่ยวกับเต้าหมิงดังออกมาอีกครั้ง
"เป็นยังไงบ้าง?" น่าหลัน เข้ามาดูอาการด้วยความเป็นห่วง เต้าหมิงเพียงตอบสั้นๆว่า "สบาย"
"มีแต่คู่ต่อสู้กระจอกทั้งนั้น"
เต้าหมิง ที่คิดว่าหากเจอกับศิษย์เก่าสายนอกจะสนุกกว่านี้เสียอีก แต่ก็ต้องผิดหวังเหมือนเดิม
"รึว่า...ข้าควรเปลี่ยนมาพบกันหมด?" ความคิดเต้าหมิงแวบออกมา
การพบกันหมดแบบนี้ แน่นอนว่าคู่ต่อสู้เต้าหมิงจะต้องขึ้นบนลานประลองพร้อมกันแน่
จะกลายเป็นว่าคู่ต่อสู้ทั้งสามคนต่างรุมเล่นงานเต้าหมิงคนเดียว
"เจ้าคงไม่คิดวางแผนอะไรอยู่ใช่ไหม?" น่าหลัน เห็นเต้าหมิงนิ่งเงียบราวกับกำลังต้องการทำคิดอะไรบางอย่าง
"ไม่ทำหรอก...เฉพาะตอนนี้นะ" ประโยคแรกตอบน่าหลัน ส่วนประโยคหลังคิดขึ้นมาในหัว
"จริงสิ ได้เท่าไรแล้ว" สายตามองมาทางน่าหลัน
"จริงด้วย ข้าลืมบอกเจ้าไปเลย"
"ประมาณ 5,000 ตำลึงเงินได้"
น่าหลัน คิดสักพักก่อนจะตอบออกมา ราคาต่อรองของเต้าหมิงกับคู่ต่อสู้ห่างกันสุดกู่ ทำให้ได้กำไรมามหาศาล
น่าหลัน ไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะเห็นเงินมหาศาลเพิ่มขึ้นมาในพริบตาเดียว โดยยังไม่ทันข้ามวันเร็วเช่นนี้มาก่อน
"ราคาต่อรองต่างกันสุดกู่?"
ได้ยินเช่นนั้น เต้าหมิงก็เข้าใจขึ้นมาทันที ไม่คิดเลยว่าจะมีราคาต่อรองด้วย ตนเองปล่อยให้น่าหลันจัดการเลยไม่สนใจเรื่องพวกนี้
"รู้งี้ิข้าน่าจะบอกให้น่าหลันทุ่มหมดตัว"
ในใจเต้าหมิงคิดคำนวณเงินอย่างรวดเร็ว ตนเองจะกลายเป็นมหาเศรษฐีของโลกใบใหม่แล้ว
"การทำเงินบนโลกใบนี้ง่ายดายเสียกว่าที่คิดเอาไว้อีก" เต้าหมิง คิดถึงเรื่องเงินๆทองๆขึ้นมา ก็ชักถูกใจโลกใบนี้มากยิ่งขึ้นทุกที แม้ว่าโลกก่อนหน้านี้ ตนเองจะสามารถทำเงินได้มหาศาลก็ตาม แต่นั่นมันต้องมีข้อกำหนด เงื่อนไขยุ่งยากเป็นเงาตามตัวด้วย
ยิ่งหาเงินได้มากเท่าไร ต้องเสียภาษีมากเท่านั้น
ทำให้ได้เงินไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย จากได้ร้อยเปอร์เซ็นต้องลดลงมาเหลือแค่ 70-80 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แม้ที่เสียไปจะเป็นแค่เศษเสี้ยวก็ตาม
แต่โลกนี้ไม่ต้องเสียภาษี สามารถหาเงินเข้ากระเป๋าเต็มร้อยเปอร์เซ็นได้อย่างรวดเร็ว
"สงสัยอัตราต่อรองข้าประมาณสิบเท่า"
"ต่อไปเจ้าเดิมพันเท่าไร?"
สายตา จ้องมองน่าหลันขึ้นมากะทันหัน
"ข้ากะว่าจะลงเพิ่มอีกสัก 100,200 ตำลึงเงิน"
น่าหลัน ตอบกลับออกมาอย่างเรียบง่าย
"เป็นผู้หญิงที่มักน้อยดีจริงๆ สงสัยไม่ชอบเล่นการพนันแน่" ได้ยินเช่นนั้น เต้าหมิงก็เข้าใจลักษณะนิสัยอีกฝ่ายเพิ่มขึ้น
"หากลงเพิ่มแค่นั้นมันจะได้สักเท่าไรกัน"
เต้าหมิง ตัดสินใจบอกให้น่าหลันลงไปเลยอีก 1,000 ตำลึงเงิน
น่าหลันได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจออกมา ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะบ้าเลือดได้ขนาดนี้ แต่น่าหลันไม่คิดจะพูดอะไรตอบกลับ ในเมื่อเงินพวกนี้มันคือเงินของเต้าหมิง และอีกฝ่ายคงไม่ฟังที่ตนเองพูดอยู่ดี
"ฝากจัดการด้วย!!!" เต้าหมิง ลุกไปลานประลอง เพื่อเจอกับคู่ต่อสู้คนที่สาม
เบื้องหน้าคราวนี้เป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 20 ต้นๆ หน้าตาดี หุ่นบึกบึน ดูแล้วน่าจะมีความสามารถระดับหนึ่ง
"เจอกับ เซินสี่ เจ้านั่นแพ้แน่"
"ใช่ มันไม่มีทางพลิกผันอีกเด็ดขาด"
"มันโง่ ดันมาท้าสู้กับ เซินสี่ แบบนี้"
"ทำไงได้ละ ทักษะ เซินสี่ นำไปฝึกเค้าว่าดีสุดในบรรดาทักษะอื่นๆ"
"แต่ข้าได้ยินว่าฝึกยากสุดด้วยเช่นกัน"
เสียงซุบซิบนินทาดังออกมาอีกครั้ง เต้าหมิงได้ยินอย่างชัดเจน แม้ไม่ได้ยินเสียง เพียงอ่านปากก็รู้แล้วว่าพวกผู้ชมพูดอะไรกันอยู่
"ทักษะดีสุด ฝึกยากสุด?" สายตามองอีกฝ่าย ในใจตัวเองคิดออกมาว่า "ชักอยากรู้แล้วสิ"
"ไม่เลวเลย เจ้าสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ก่อนหน้านี้ได้ด้วยหมัดเดียว ข้าละอดชื่นชมเจ้าไม่ได้จริงๆ" เซินสี่ ทักทายออกมาด้วยการกล่าวชมเชย ด้วยการที่เต้าหมิงเป็นศิษย์ใหม่ แต่สามารถเอาชนะศิษย์เก่าสายนอกมาได้ด้วยหมัดเดียว เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
"ดูการต่อสู้ของข้าก่อนหน้านี้ด้วย?" ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะสนใจการต่อสู้ของคนอื่นมาก่อน
เต้าหมิงคิดว่าการที่เป็นศิษย์เก่าสายนอกจะมีความมั่นใจ หยิ่งทระนงในตัวเอง จึงไม่มีความจำเป็นต้องมาเสียเวลาดูการต่อสู้ของคนอื่น
"เอาละนะ" ทันใดนั้นอีกฝ่ายก็ชักกระบี่ออกมา
"กระบี่?" เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกับคนใช้อาวุธแบบนี้
แม้ว่าจะเคยเจอกับอันธพาลถือมีดมาแล้วก็ตาม แต่นี้คือ การต่อสู้กันของจอมยุทธ คงไม่เหมือนพวกเอามีดมาไล่แทงกัน หรือยกพวกตีกันแย่งชิงหัวเข็ดขัดแน่
"ไม่คิดจะใช้ปราณ?" อีกฝ่ายแปลกใจ เมื่อตนเองเตรียมพร้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่อีกฝ่ายยังทำใจเย็นไม่ใช้ปราณออกมา
"ข้าอยากใช้ก็ต่อเมื่อข้าต้องการใช้เท่านั้น"
คำพูดยียวนกวนประสาท ตอบกลับใส่อีกฝ่าย
"ยอดเยี่ยม...นอกจากจะมีร่างกายที่แข็งแกร่ง หมัดทรงพลัง ยังปากดีอีกด้วย" เซินสี่ ได้ยินแบบนั้น จัดการสวนกลับมาอย่างใจเย็น
"เป็นพวกใจเย็น?" เต้าหมิง ไม่คิดเลยว่าคำพูดยั่วยุจะทำให้อีกฝ่ายนิ่งเฉยอยู่ได้แบบนี้โดยไม่สะท้านใดๆเลย แถมยังสังเกตุการต่อสู้แบบละเอียดเสียด้วย
ฟู่ม
เพียงเต้าหมิงคิดแบบนั้นไม่นาน ลมปราณก็แผ่ออกมาจากร่างเซินสี่ทันที
"พวกใจเย็น แต่อารมณ์ร้ายนิ่งลึกสินะ" สายตาวิเคราะห์คู่ต่อสู้ออกมาในฉับพลัน
เต้าหมิงตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือครั้งแรก
ในใจคิดว่า "พวกแบบนี้รับมือยากน่าดู"
"ปราณยอดมนุษย์ขั้น 9!!!" ตอนนี้เต้าหมิง สามารถตรวจสอบปราณได้แล้วจากการแนะนำของน่าหลันให้ลองตรวจสอบลมปราณด้วยตัวเอง
โดยใช้หลักการแตกต่างจากตอนใช้เทคนิคปราณขยายเพื่อตรวจสอบบริเวณรอบตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีวัดพลังปราณจากที่แผ่ออกมานอกร่างกายได้
ฟุ่บ
เซินสี่ บุกเข้ามาในพริบตา
"เร็ว!!!" กระบี่แทงเข้าท้องเต้าหมิงอย่างรวดเร็ว
ฉั่วะ
เต้าหมิงได้รับบาดเจ็บครั้งแรกจากการประลอง
กระบี่เฉือนผิวออกไปเล็กน้อย หลังจากเต้าหมิงหมุนตัวหลบในทันที