ตอนที่ 94 บ้านพัก
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
แม้มหาทวีปแห่งนี้จะไม่ขาดแคลนนักเวท แต่ก็ใช่ว่านักเวททุกคนจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ หากคนคนนั้นไม่ใช่ตัวตนระดับสูง อย่างไรก็ตามการลอยตัวกลางอากาศยังใช้พลังเวทที่มากอยู่ดี หากไม่จำเป็นพวกเขาย่อมไม่ใช้มันออกมาอย่างแน่นอน
ดังนั้นการเดินทางของพวกเขาส่วนใหญ่จึงมักจะเลือกใช้ยานพาหนะที่เป็นอุปกรณ์เวทมนตร์หรือสัตว์พาหนะ
ต่อให้เวทมนตร์จะเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ แต่ทุกคนก็ยังใช้ชีวิตอยู่ในความเป็นจริง พลังเวทของพวกเขามีอยู่จำกัดและทรัพยากรเวทของพวกเขาก็มีอยู่จำกัดเช่นกัน
นักวิชาการเวทส่วนใหญ่จึงมักจะทำการวิจัยในสิ่งที่ลดการใช้พลังเวทให้ได้มากที่สุด
“ดูเหมือนจะอยู่แถวนี้นะครับ”
เมอร์ลินเดินเลาะผ่านร้านค้ามากมาย ในย่านเมืองมหาวิทยาลัยไม่ได้มีร้านค้าที่แน่นขนัดเหมือนในเมืองเจเฮริส ที่นี่ไม่มีสิ่งก่อสร้างเป็นตึกแถว แต่จะเป็นร้านค้าที่คล้ายกับบ้านเป็นหลังๆ มากกว่า
นอกจากนี้ในย่านนี้ยังเห็นที่พักอาศัยของผู้คนมากที่สุด
“น่าจะเป็นบ้านหลังนี้นะครับ” มาร์เทลชี้ไปที่บ้านหลังหนึ่งที่มีพื้นที่บ้านบ้างเล็กน้อย เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นที่มองแล้วรู้สึกอบอุ่น
“ไปกันเถอะครับ”
เมอร์ลินเดินตรงไปที่บ้านหลังนั้นทันที เพราะภาพของบ้านถูกบันทึกในกุญแจแล้วเช่นกัน
ทันทีที่เขานำกุญแจเสียบไปยังประตูบ้าน วงเวทก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับกลอนประตูที่ถูกคลายออก
บ้านหลังนี้แม้จะไม่มีรั้ว แต่ภายในบ้านถูกป้องกันด้วยเวทมนตร์เป็นอย่างดี
ระหว่างนี้เขาไม่ได้เห็นเพื่อนบ้านออกมานอกบ้านแต่อย่างใดจึงไม่ได้เอ่ยทักทายพวกเขา
“ข้างในนี้ดูดีเลยทีเดียว” เมอร์ลินอดที่จะเอ่ยชมไม่ได้เมื่อเห็นฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่อย่างครบครันและการตกแต่งที่เน้นสีขาวดูเรียบง่าย
เขาเดินสำรวจบ้านครู่หนึ่งก็พบว่าบ้านหลังนี้มีสามห้องนอน หนึ่งห้องทำงาน หนึ่งห้องนั่งเล่น หนึ่งห้องครัว และสองห้องน้ำที่มีชั้นบนกับชั้นล่างอย่างละที่
“ผมจะพักอยู่ห้องนอนข้างล่าง คุณเมอร์ลินสามารถใช้ด้านบนได้ตามสะดวก” มาร์เทลกล่าวพร้อมกับเดินไปที่ห้องนอนด้านล่าง
“ได้ครับ”
เมอร์ลินรู้ดีว่ามาร์เทลต้องการให้ความเป็นส่วนตัวกับเขา ยังไงเขาก็มาที่นี่เพื่อเรียนหนังสือ ชั้นบนมีสองห้องนอน หนึ่งห้องทำงาน เขาสามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่
ความจริงมหาวิทยาลัยเจเฮริสนั้นมีหอพักสำหรับนักศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาระดับปริญญาทอง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีแค่นักศึกษาระดับปริญญาไดม่อนและแพทตินั่มเท่านั้นที่จะพักอยู่ด้านนอกมหาวิทยาลัย
แต่เมอร์ลินนั้นเป็นกรณีพิเศษ ยังไงเขาก็เป็นเด็กอายุสิบเอ็ดขวบ ยังต้องการการดูแล ไม่สามารถปล่อยให้อยู่หอพักในมหาวิทยาลัยคนเดียวได้ ซึ่งนี่เป็นความคิดของออสติน เขาจึงจัดมาร์เทลให้มาดูแลเด็กน้อยเป็นพิเศษ
“ผมจะออกไปซื้ออาหารนะครับ” เสียงของมาร์เทลดังออกมาจากด้านล่าง
“ครับ”
เมอร์ลินตอบรับในขณะที่อยู่ด้านบน เขากำลังจัดของในห้องของตนเองและกำลังจะอาบน้ำ
หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จ มาร์เทลก็จัดอาหารบนโต๊ะเสร็จแล้ว
“มาทานข้าวครับ”
“ครับ” เมอร์ลินตอบด้วยรอยยิ้ม เขานั่งลงบนเก้าอี้และเริ่มทานในทันที
“ทานด้วยกันสิครับ”
“ได้” มาร์เทลตอบรับแล้วทานอาหารอย่างไม่ถือตัว
ยังไงเขาก็มาที่นี่ในฐานะผู้ดูแลเด็กไม่ใช่คนรับใช้ เขาจึงไม่จำเป็นต้องเคร็งมารยาทขนาดนั้น หากเปลี่ยนเด็กน้อยเป็นศาสตราจารย์ออสตินเขาคงจะรักษามารยาทอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ไม่จำเป็น
“คุณชอบทานอาหารทำเองหรือซื้อมาจากข้างนอกครับ?”
“ผมยังไงก็ได้ ว่าแต่คุณทำอาหารเป็นด้วยหรอ?”
มาร์เทลชะงักเล็กน้อยแล้วตอบอย่างเสียงเบา “พอเป็นบ้างครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ซื้อมาจากข้างนอกเถอะครับ ยังไงที่นี่ก็มีร้านค้าอยู่ใกล้มาก ผมไม่ใช่คนกินยากอยู่แล้ว”
“ได้ครับ” มาร์เทลตอบ
“พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปที่มหาวิทยาลัยก่อน แล้วค่อยไปซื้อรถจักรยาน ผมจะไปรับส่งคุณในทุกๆ วัน คุณสามารถใช้ตราสื่อสารติดต่อกับผมได้ถ้าคุณต้องการให้ผมช่วยเหลือ”
เขากล่าวอธิบายหน้าที่ของตนเอง
มาร์เทลไม่ใช่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเจเฮริส เขาไม่สามารถเข้าไปนั่งเฝ้าเมอร์ลินได้ หน้าที่ของเขาจึงมีแค่รับส่งและเตรียมอาหารของใช้ในแต่ละวันให้กับเด็กน้อยเท่านั้น
“ผมทราบแล้ว ขอบคุณคุณมาก”
“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ผมอยู่แล้ว”
หลังจากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกันเรื่องเมืองเจเฮริสที่พวกเขาอยู่ ไม่นานการสนทนาของพวกเขาก็ราวกับจะเป็นเพื่อนกัน ทั้งๆ ที่อายุของทั้งคู่ต่างกันถึงสิบกว่าปี
เมอร์ลินเป็นเด็กที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ นั่นทำให้มาร์เทลไม่รู้สึกว่าเขากำลังคุยอยู่กับเด็กเลย
วันรุ่งเช้ามาร์เทลเปลี่ยนแผนนิดหน่อย
ยังไงเมอร์ลินก็ยังไม่ได้เป็นนักศึกษาจึงไม่จำเป็นต้องซีเรียสเรื่องการไปสาย พวกเขาแวะซื้อรถจักรยานคันหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของพวกเขา
เมืองมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีความเจริญไม่ต่างจากในเมืองเจเฮริสจึงหาซื้อของพวกนี้ได้ อีกอย่างนักศึกษาส่วนใหญ่ก็นิยมใช้รถจักรยานกันอยู่แล้ว มันจึงขายดีในระแวกนี้
ครั้งนี้เมอร์ลินเป็นคนจ่ายเงินของตนเองออกไป ซึ่งมาร์เทลก็ยินยอม แม้ว่าคนที่ใช้มันจะเป็นหน้าที่ของมาร์เทลก็ตาม
มาร์เทลเป็นคนขี่รถจักรยานคันนี้แล้วมีเมอร์ลินเป็นคนซ้อน
หนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่ขี่รถจักรยานเข้าไปมหาวิทยาลัยในเส้นทางที่ร่มรื่นเพราะสองข้างทางนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่มีแสงลอดผ่าน
พื้นที่ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้กว้างมาก ซึ่งที่นี่เป็นที่ดินของตระกูลเจเฮริสที่บริจาคเป็นการส่วนตัว
เมื่อขี่จักรยานผ่านทิวทัศที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ เมอร์ลินก็เริ่มเห็นหอคอยเวทมนตร์มากมายที่อยู่ภายในมหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างที่แปลกตา มันเป็นตึกใหญ่ที่มีลักษณะโค้งกินพื้นที่นับพันเมตร
“นั่นคืออาคารของมหาวิทยาลัยครับ” มาร์เทลเอ่ยแนะนำ
เขาเคยมาที่เมืองเจเฮริสสองครั้งแล้ว และเขาก็เคยมาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ครั้งหนึ่ง
“ใหญ่โตขนาดนี้เชียว?” เมอร์ลินกล่าวอย่างอึ้งๆ
“ครับ ถ้ามองจากมุมนี้อาจจะไม่เห็นอะไรชัดนักนอกจากอาคารที่ใหญ่โต แต่จริงๆ แล้วอาคารแห่งนี้มีลักษณะเป็นวงกลมที่สูงสิบชั้น ด้านในมีสวนและลานสันทนาการที่ถูกตกแต่งเป็นรูปวงเวท ว่ากันว่าค่ายกลป้องกันของอาคารหลังนี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แม้แต่อครจอมเวทแปดวงเวทก็ยังโจมตีมันได้อย่างยากลำบาก”
“อครจอมเวทโจมตีได้ยากลำบาก!”
เมอร์ลินตกใจกับการป้องกันที่น่ากลัวระดับนี้ แม้เขาจะเคยแค่อ่านหนังสือ แต่เขาก็รู้ว่าตัวตนระดับแปดวงเวทนั้นน่ากลัวเพียงใด