ภายในฝูงชนที่กำลังค่อยๆแยกย้ายกันไปตอนนี้กลับมีร่างเงาของหลินตงยืนมองอยู่ห่างๆ เขาตอนนี้ถึงกับประหลาดใจเป็นอย่างมากที่มีชายวัยกลางคนมาพร้อมกับสัตว์อสูรระดับสี่ภายในกรงขังนั่น จากความคิดของเขาดูเหมือนว่าเจ้าเมืองหลินหยวนคนนี้จะแจ้งข่าวออกไปให้คนอื่นๆรับทราบและจากที่สังเกตดูเลยว่าชายวัยกลางคนที่มาใหม่นี้เป็นเพื่อนของเจ้าเมืองอย่างแน่นอน พวกเขาทักทายกันอย่างเป็นกันเองซะจนทุกคนที่มองก็รับรู้ได้ทันที
"ดูเหมือนจะมีงานให้ทำแล้วสิน่ะ ก็ดี กำลังขาดแคลนหินลมปราณยุทธอยู่เลย ฮ่าฮ่า"
หลินตงบ่นพึมพำอยู่ภายในใจพลางหัวเราะร่าออกมา ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปยังอาณาเขตของตำหนักเจ้าเมืองเหมือนเช่นเคยฝึกฝนสัตว์อสูรยังงั้นเหรอ สำหรับเขาแล้วไม่ใช่ปัญหาอะไรเลยด้วยซ้ำ ต่อให้จะเป็นแร้งมัจจุราชที่เป็นสายพันธุ์ที่บินได้ก็ตามทีแม้แต่ราชสีห์คลั่งที่ทรงพลังยิ่งกว่ามันตัวของเขาก็สามารถฝึกให้เชื่องได้มาแล้ว บอกได้เลยว่าตราบใดที่ยังมีศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองภพกับสายเลือดเทพมังกรอมตะอยู่ละก็ เขาอาจจะถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในการฝึกฝนสัตว์อสูรเลยก็ว่าได้
ตัดกลับมาที่อีกด้านนึง ภายในลานกว้างที่กำลังก่อสร้างตอนนี้กำลังมีชายวัยกลางคนที่ยืนสั่นสะท้านอย่างหวาดกลัว เขาถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่พร้อมกับจ้องมองมันอย่างตื่นตระหนัก ร่างเงาที่สูงใหญ่เกือบห้าเมตรยืนประจันหน้ากับหวูหนานอยู่ไม่ห่าง ใบหน้าที่ดุร้ายพร้อมกับคมเขี้ยวที่โผล่ออกมาค่อยๆก้มหัวลงไปยังชายวัยกลางคนนั่นพร้อมกับสูดหายใจเพื่อสำรวจ
ราชสีห์คลั่งได้ยินมาว่าเจ้านี้คือเพื่อนของหลินหยวนก็ขอตรวจสอบหน่อยและมันก็ไม่เคยลืมไปด้วย ผู้ฝึกยุทธคนนี้คือหนึ่งในคนที่ล้อมปราบมันในครานั่นเมื่อหลายปีก่อน
หนูหนานตอนนี้ทำได้เพียงยืนอยู่นิ่งๆเพื่อให้มันตรวจสอบ แต่ภายในใจตอนนี้เต้นระรัวอย่างรวดเร็วซะจนจะกระดอนออกมา ให้ตายสิ นี้คือราชสีห์คลั่งตัวนั่นจริงๆ มันตอนนี้ถูกปลดปล่อยออกมาจากกรงขังนั่นแล้วแถมสถานการณ์ที่อธิบายไม่ถูกนี่มันคืออะไรกัน
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังสำรวจซึ่งกันและกันอยู่นั่นเสียงหัวเราะของหลินหยวนก็ดังแทรกเข้ามา
"ฮ่าฮ่าฮ่า เสี่ยวหลินพอได้แล้ว จะทำให้ไอ้เจ้านี้หวาดกลัวจนตายเลยรึยังไง..!!"
เสี่ยวหลินเมื่อเห็นว่าน่าจะพอแล้วก็ชักหัวของตนกลับมาพลางก้าวเดินออกไปอย่างไม่สนใจ เมื่อมันมาถึงจุดโล่งๆมันก็ล้มตัวนอนลงอย่างสบายใจโดยที่ไม่สนถึงสายตาของคนอื่นๆ หยินหยวนที่เห็นมันเริ่มเชื่อฟังเขาแล้วก็พยักหน้าอย่างยินดี ถึงจะสั่งอะไรไม่ได้มากแต่สำหรับเขานั่นเพียงแค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว ขอแค่มันออกมาช่วยเหลือเขาในยามวิกฤตเพียงแค่นี้เขาก็พอใจละ
หวูหนานทำได้เพียงสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ เจ้าหลินหยวนไม่ได้โกหกเลยแม้แต่นิด ราชสีห์คลั่งที่ทรงพลังตนนั่นถึงกับฟังคำสั่งของเจ้าบ้านี้ ในตอนนั่นพวกเขานับสิบคนแทบจะลำบากในการต่อกรกับมัน ต่อให้มีจิตยุทธปฐพีขั้นสูงถึงสิบคนแต่สัตว์อสูรตรงหน้าเขานี้ก็ทรงพลังมากเกินไป ถึงเขาไม่อยากจะเชื่อกับภาพเบื้องหน้าแต่ทว่าการที่เขาได้เห็นมันเต็มๆเช่นนี้ก็ทำให้เขานั่นตกใจอยู่เช่นกัน
"ให้ตายสิ มันคือเรื่องจริง เจ้าสามารถสั่งการมันได้ ว่าแต่ชื่อเสี่ยวหลินยังงั้นเหรอ ห่วยแตกมาก..!!"
ชายวัยกลางคนที่ได้ยินการตั้งชื่อของเพื่อนตนก็ทำได้เพียงก่นด่าออกมาอยู่นิดหน่อย
"ฮ่าฮ่าฮ่า ตอนนี้ก็ทำได้เช่นนี้ละ"
"โอ้..? ท่านปรมาจารย์"
หลินหยวนหัวเราะร่าออกมาอย่างคักคัก ขณะเดียวกันนั่นเขาก็เห็นร่างเงาที่คุ้นเคยเดินเข้ามาก็ไม่รอช้าที่จะพูดขึ้นอย่างเคราพ เขารีบผายมือเชื้อเชิญให้ชายหนุ่มมายังบริเวณนี้อย่างรวดเร็ว
ชายวัยกลางคนหวูหนานเมื่อเห็นถึงคนที่เพื่อนของตนเรียกว่าปรมาจารย์ก็ถึงกับตกตะลึงอยู่ยกใหญ่ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนนึงที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับเส้นผมสีเงินที่ดูสะดุดตานั่น ส่วนกลิ่นอายของพลังยุทธคงจะไม่ต้องพูดถึง ขั้นพลังยังมีเพียงจิตยุทธวิญญาณขั้นหนึ่งเท่านั่น ต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้สำหรับตัวเขานั่นได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ใครจะไปคิดว่าปรมาจารย์ผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรที่สามารถทำให้ราชสีห์คลั่งเชื่องได้จะเป็นชายหนุ่มที่ดูอายุน้อยเช่นนี้
"ดูเหมือนข้าจะมีงานแล้วสินะ..!!"
หลินตงมาถึงเบื้องหน้าของทั้งสองก็พูดขึ้นด้วยท่าทางที่สบายอารมณ์
"แน่นอนท่านปรมาจารย์ ข้าขอแนะนำตัวก่อน นี้คือหวูหนานเป็นเพื่อนของข้าเอง เขามีสถานะเป็นถึงหัวหน้าการค้าที่ใหญ่โตในรอบบริเวณหัวเมืองต่างๆของอาณาเขตเราและเมื่อหลายวันก่อนข้าจำได้ว่าเพื่อนของข้าคนนี้มีสัตว์อสูรที่ยังไม่สามารถควบคุมได้จึงได้เขียนจดหมายออกไปว่ามีผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์เช่นท่านอยู่ หวังว่าท่านจะไม่ว่าอะไรที่ข้าทำไปโดยพละการเช่นนี้..!!"
หยินหยวนรีบเอ่ยออกมาพลางทำหน้ากังวลอยู่บ้าง การที่เขาทำไปโดยไม่ปรึกษาอะไรเลยอาจจะทำให้ปรมาจารย์หลินตงนั่นไม่ค่อยจะพอใจแต่ทว่าหลังจากนั่นลักษณะที่ปรากฏออกมาจากตัวชายหนุ่มมันกลับผิดคาดเป็นอย่างมาก
"ฮ่าฮ่าฮ่า สบายๆท่านหลินหยวน ข้าอยากจะขอบคุณท่านด้วยซ้ำ ในตอนนี้กำลังขาดแคลนหินลมปราณยุทธที่เอาไว้ฝึกฝนอยู่พอดี..!!"
หลินตงพลางปัดมือบอกเป็นนัยๆว่าไม่เป็นอะไรและเขาพร้อมที่จะช่วยทำให้มันเชื่องอีกด้วย การที่ชายวัยกลางคนทำเช่นนี้สำหรับเขาแล้วมันถือว่าดีเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มยังไม่ต้องออกตระเวนหาผู้คนที่ต้องการให้เหนื่อยเปล่าอีกด้วย เรียกได้ว่าไม่มีเสียอะไรแถมมีแต่ได้กับได้
เมื่อทั้งสองคนได้ยินก็ลอบมองหน้ากันอย่างยินดี จากที่ฟังน้ำเสียงของเขาแล้วดูเหมือนว่าจะมั่นใจมากหน้าดู
"แน่นอนว่าข้าก็ไม่มีปัญหาเช่นเดียวกัน ถ้าเกิดท่านปรมาจารย์สามารถทำให้แร้งมัจจุราชของข้ารับฟังคำสั่งข้าได้ละก็ ข้าจะให้ของตอบแทนท่านอย่างงามเลยทีเดียว..!!"
ชายวัยกลางคนหวูหนานก้าวออกมาเบื้องหน้าพร้อมกับยกมือคำนับอย่างเป็นทางการ ถึงเขาตอนนี้จะไม่ค่อยอยากจะเชื่อมันเท่าไหร่แต่การที่ชายหนุ่มถูกหลินหยวนเรียกว่าปรมาจารยแล้วกับมีความมั่นใจเช่นนี้ การที่จะให้เขาได้ลองฝึกฝนมันนั่นก็ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น