ตอนที่ 1 คืนพายุและเสียงเรียกจากความมืด
ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีที่ปกคลุมหมู่บ้านดอนิญญา สายฝนโปรดปรานลงมาอย่างหนักหน่วงราวกับฟ้ารั่ว เสียงฟ้าร้องครืนครั่นดังสนั่นหวั่นไหวเป็ระยะ แสงฟ้าแลบแปลบปลาบส่องสว่างวาบเผยให้เห็นเงาไม้ที่ไหวเอนไปมาตามแรงลมพายุ ดูคล้ายกับมือของปีศาจร้ายที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากขุมนรก
ภายในบ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้านที่ตั้งตระหง่านท้าทายลมฝน ธีรภพ ศราวิญญ์ ชายหนุ่มวัย 21 ปี นั่งอยู่เพียงลำพังในห้องโถงกว้าง แสงจากตะเกียงน้ำมันดวงน้อยวูบวาบไปตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของฝาบ้าน สะท้อนให้เห็นใบหน้าคมคายที่เรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความฉลาดเฉลียว ดวงตาของเขาจดจ้องไปยังสมุดบันทึกเก่าแก่เล่มหนึ่งที่วางอยู่ตรงหน้า
ธีรภพไม่ใช่ชายหนุ่มธรรมดา ตระกูลศราวิญญ์ของเขาเคยเป็ตระกูลหมอธรรมผู้เรืองวิชาในอดีต แต่เมื่อเวลาผ่านไป พลังอำนาจเ่าั้กลับกลายเป็เพียงเื่เล่าปรัมปราที่คนรุ่นใหม่มองว่าเป็เื่งมงาย ยกเว้นแต่ตัวเขาเองที่ััได้ถึงบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในสายเืมาั้แ่เด็ก
“ผู้ควบคุมพลังิญญางั้นเหรอ” เขาพึมพำกับตัวเอง นึกถึงคำทำนายที่ปู่เคยทิ้งเอาไว้ก่อนเสียชีวิต
ซ่า... ซ่า...
เสียงฝนข้างนอกเริ่มเปลี่ยนจังหวะ มันไม่ได้ดังเพียงแค่เสียงน้ำกระทบหลังคา แต่มันกลับมีเสียงแทรกซ้อนที่ผิดปกติ แว่วมาตามสายลม เสียงนั้นคล้ายกับคนกำลังกระซิบเรียกชื่อของเขา
“ธี... ร... ภพ...”
ชายหนุ่มชะงัก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็เพราะสัญชาตญาณบางอย่างที่ตื่นตัวขึ้นมา ลมพายุหอบใหญ่กระแทกเข้ากับบานหน้าต่างจนเปิดออกอย่างแรง พัดเอาละอองฝนและความเย็นเยียบเข้าสู่ตัวบ้าน แสงตะเกียงดับพรึบลงในทันที
ความมืดมิดเข้าครอบคลุมทุกตารางนิ้ว มีเพียงแสงฟ้าแลบที่สาดเข้ามาเป็ระยะ ในจังหวะนั้นเอง ธีรภพเห็นเงาดำทมิฬยืนอยู่ที่มุมห้อง
เงานั้นสูงตระหง่านจนเกือบถึงเพดาน ดวงตาของมันแดงฉานดั่งโลหิตที่กำลังเดือดพล่าน กลิ่นสาบสางของซากศพโชยเข้าจมูกจนเขาต้องยกมือขึ้นปิด
“เ้า... คือผู้ที่มันใช่หรือไม่?” เสียงที่แหบพร่าและทรงพลังดังขึ้นในโสตประสาทของเขาโดยตรง ไม่ใช่การพูดผ่านทางปาก
“แกเป็ใคร” ธีรภพถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มือของเขากวาดไปเจอกับด้ามมีดหมอเก่าๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ
“ข้าคือผู้ทวงถาม สิ่งที่ตระกูลศราวิญญ์่ชิงไปจากนรก”
เงาดำนั้นพุ่งเข้ามาหาธีรภพด้วยความเร็วเหนืุ์ เล็บยาวแหลมคมของมันเงื้อขึ้นหมายจะฉีกกระชากอกของชายหนุ่ม ธีรภพเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ ความว่องไวของเขาสูงกว่าคนปกติทั่วไป แต่ถึงอย่างนั้นปลายเล็บของมันก็ยังถากแขนเสื้อจนขาดวิ่น เืสีแดงสดไหลซึมออกมา
ทันทีที่หยดเืของเขาตกลงสู่พื้นไม้และกระเซ็นไปโดนสมุดบันทึกเก่าแก่เล่มนั้น ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดขึ้น!
วูบบบบ
แสงสีแดงเข้มดุจทับทิมะเิออกมาจากสมุดบันทึก ตัวอักษรขอมโบราณที่เคยจางหายกลับเด่นชัดและลอยล่องขึ้นมากลางอากาศ วงจรเวทมนต์ที่สลับซับซ้อนหมุนวนรอบตัวธีรภพ ราวกับว่าเืของเขาคือกุญแจที่ไขพันธนาการ
“ในนามแห่งศราวิญญ์ ผู้เปิดประตูแห่งิญญา” ธีรภพร้องะโออกไปโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าคำพูดเ่าั้มาจากไหน
ที่หลังมือขวาของเขา ปรากฏรอยปานแดงที่ค่อยๆ เปลี่ยนรูปทรงเป็ลวดลายประหลาด มันคือ “ตราผนึกิญญาโลหิต” อาคมต้องห้ามที่หายสาบสูญไปนับพันปี!
ความเ็ปแล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจ ราวกับถูกเหล็กเผาไฟจารึกลงบนิั ธีรภพกัดฟันกรอด พลังงานมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาจนเส้นเืปูดโปน ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็สีแดงประกายทอง
“นี่มัน... พลังอะไรกัน”
เงาดำนั้นหยดชะงัก มันถอยร่นไปด้วยความหวาดกลัว “ตราผนึกิญญาโลหิต เป็ไปไม่ได้ อาคมนั่นมันถูกทำลายไปแล้วนี่”
“ไม่ว่ามันจะเคยเป็อะไร แต่ตอนนี้มันคืออาวุธของฉัน” ธีรภพยื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า วงเวทสีเืขยายตัวออกกว้าง “อาคมต้องห้าม... ผนึกิญญา”
โซ่ตรวนที่ทำจากแสงสีแดงพุ่งออกจากวงเวทเข้าพันธนาการร่างของเงาดำนั้นไว้อย่างแ่า เสียงหวีดร้องด้วยความเ็ปของิญญาร้ายดังระงมไปทั่วหมู่บ้าน ิัของมันเริ่มมอดไหม้เมื่อัักับพลังอาคมบริสุทธิ์
“ปล่อยข้า เ้าเด็กเมื่อวานซืน หากนายท่านของข้ารู้ เ้าจะไม่มีวันได้ตายดี”
“นายท่านของแกงั้นเหรอ ไว้ฉันจะไปถามเขาเองในนรก” ธีรภพกำหมัดแน่น โซ่สีแดงรัดเข้าหากันจนร่างของปีศาจร้ายสลายกลายเป็เพียงหมอกควันสีดำที่ถูกดูดเข้าไปเก็บไว้ในตราประทับที่หลังมือ
ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง เสียงฝนภายนอกเริ่มซาลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของธีรภพ เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มองดูหลังมือขวาที่บัดนี้มีรอยตราประทับรูปวงกลมที่มีอักขระประหลาดล้อมรอบ มันยังคงเรืองแสงจางๆ และให้ความรู้สึกอุ่นวาบอยู่ตลอดเวลา
เขาเพิ่งจะเข้าใจในวินาทีนี้เองว่า ชีวิตที่สงบสุขแบบคนธรรมดาของเขาได้จบสิ้นลงแล้ว
เช้าวันต่อมา อากาศหลังพายุช่างสดใสจนดูขัดกับเหตุการณ์สยองขวัญเมื่อคืน ธีรภพเดินออกมาที่ชานบ้าน เขาพันแผลที่แขนไว้ใต้เสื้อแขนยาว แม้ความเ็ปจะทุเลาลงแล้ว แต่เขาััได้ว่าประสาทััของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เขาสามารถมองเห็นละอองพลังงานสีจางๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ เห็นเงาสีดำบางเบาที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ และได้ยินเสียงกระซิบที่คนทั่วไปไม่มีวันได้ยิน
ขณะที่กำลังจมอยู่ในภวังค์ เสียงใสๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากหน้าบ้าน
“ขอโทษนะคะ... ที่นี่คือบ้านของคุณธีรภพ ศราวิญญ์ ใช่ไหมคะ”
ธีรภพหันไปมอง พบกับหญิงสาวรูปร่างโปร่งบางในชุดพื้นเมืองสีขาวสะอาดตา ใบหน้าของเธอสวยหวานราวกับภาพวาด ดวงตากลมโตแฝงไปด้วยความอ่อนโยนแต่ก็มีความเด็ดเดี่ยวอยู่ในแววตา เธอสะพายย่ามที่มีลวดลายดวงจันทร์เสี้ยว
“ใช่ครับ ผมเอง คุณเป็ใคร” ธีรภพถามด้วยความระแวดระวัง
หญิงสาวพินิจมองเขาครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นเงาพลังงานที่หมุนวนรอบมือขวาของชายหนุ่ม แม้เขาจะซ่อนมันไว้ก็ตาม
“ฉันชื่อ ลลินทิพย์ ค่ะ... ลลินทิพย์ จันทราเวท” เธอแนะนำตัวพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ
“ฉันมาจากสมาคมจอมเวทย์ และที่ฉันมาที่นี่ เพราะเมื่อคืนมีการตรวจพบการสั่นะเืของอาคมระดับสูงที่หมู่บ้านแห่งนี้”
ธีรภพขมวดคิ้ว “สมาคมจอมเวทย์ โลกนี้มีเื่แบบนั้นจริงๆ งั้นเหรอ”
“โลกที่คุณเห็นเป็เพียงเปลือกนอกเท่านั้นค่ะ คุณธีรภพ” ลลินทิพย์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น “มีโลกอีกใบที่ซ่อนอยู่ในเงามืด โลกของผู้ที่ถืออาคม และดูเหมือนว่าคุณเองก็เพิ่งจะก้าวเข้าสู่โลกใบนั้นด้วยเท้าข้างหนึ่งแล้วสินะคะ”
เธอหยุดยืนตรงหน้าเขา กลิ่นหอมจางๆ ดุจดอกไม้ป่าโชยมาจากตัวเธอ “ตราผนึกที่มือของคุณ... มันไม่ใช่อาคมธรรมดา แต่มันคือสิ่งที่จะดึงดูดทั้งมิตรและศัตรูเข้ามาหาคุณไม่หยุดหย่อน”
ธีรภพมองหน้าหญิงสาวที่เพิ่งพบกันครั้งแรก เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่เยือกเย็นและบริสุทธิ์จากตัวของเธอ มันต่างจากพลังที่ดุดันและร้อนแรงในตัวเขา “คุณมาเพื่อจะจับผมงั้นเหรอ”
ลลินทิพย์หัวเราะเบาๆ “ไม่ใช่ตอนนี้ค่ะ ฉันแค่มาเตือน... และดูเหมือนว่าคำเตือนของฉันจะมาช้าไปนิดหน่อย เพราะดูเหมือนบางอย่างท้ายหมู่บ้านกำลังเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”
สายตาของเธอเปลี่ยนไป มองข้ามไหล่ธีรภพไปยังทิศทางของบ้านร้างหลังเก่าที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ชายป่า ที่นั่นคือที่มาของข่าวลือเื่ผีเฮี้ยนที่คนในหมู่บ้านไม่กล้าแม้แต่จะเดินผ่าน
“บ้านร้างนั่น...” ธีรภพพึมพำ
“ใช่ค่ะ มีคนหายตัวไปที่นั่นเมื่อคืน และร่องรอยของอาคมดำมันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ” ลลินทิพย์หันมาสบตาเขา “ในฐานะที่คุณเป็ผู้ตราผนึกิญญาโลหิต คุณจะปล่อยให้มันสิงสู่คนบริสุทธิ์ต่อไป หรือจะเริ่มเรียนรู้วิธีใช้พลังในตัวคุณกันแน่”
ธีรภพกำหมัดแน่น ความเด็ดเดี่ยวฉายชัดในแววตา “ผมไม่ชอบใช้คุณไสยกับคน แต่ถ้าเป็พวกสิ่งที่รังแกคนบริสุทธิ์ ผมก็ไม่ปล่อยไว้เหมือนกัน”
ลลินทิพย์ยิ้มกว้างขึ้น “งั้นก็ดีค่ะ ถือว่านี่เป็การร่วมงานกันครั้งแรกของเราก็แล้วกัน”
การพบกันของ “ผู้กล้าแห่งโลก” และ “ผู้ควบคุมพลังจันทรา” ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการ ท่ามกลางชะตากรรมที่กำลังจะสั่นะเืทั้งภพิญญาและโลกมนุษย์
จบตอนที่ 1
สนับสนุนค่ากาแฟ หรือโดเนทเป็กำลังใจได้
4380169722 : ธนาคารไทยพาณิชย์