จารึกที่ 29 : คุกน้ำแข็งและปีกแห่งโชคชะตา : การหลบหนีด้วยปัญญาและเปลวเพลิง
ผืนน้ำในสระมรกตเหมันต์ะเิออกเป็เสี่ยงๆ กระแสวารีรุนแรง พุ่งทะยานขึ้นฟ้าพร้อมกับร่างมหึมาของ "ภูตวารีเหมันต์ตัวแม่" ที่มีความสูงราว หอสูงสามชั้น ผิวกายของมันไม่ได้ใสกระจ่างเหมือนลูกน้อย แต่ขุ่นมัวและหนาเตอะราวกับเกราะน้ำแข็งพันปี ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองมนุษย์ตัวจ้อยสองคนที่กล้ามาขโมยดวงใจของมัน
กร๊าซซซ!
เสียงคำรามของมันไม่ได้เป็เสียงสัตว์ แต่เป็เสียงหวีดหวิวแหลมสูงเหมือนพายุหิมะ คลื่นเสียงกระแทกจนแก้วหูของอาเจียและหลินชิงเสวี่ยแทบดับวูบ
"หนี!" อาเจียะโแข่งกับเสียงคำราม ลากแขนหลินชิงเสวี่ยวิ่งถอยหลังอย่างไม่คิดชีวิต
แต่ทว่า... ช้าไป
แม่ภูตสะบัดมือวาดกลางอากาศ ไอเย็นะเืแผ่พุ่งออกมาครอบคลุมพื้นที่รอบสระ ก่อตัวเป็กำแพงน้ำแข็งสูงชันปิดล้อมพวกเขาไว้ทุกทิศทางราวกับ "คุกน้ำแข็ง" ที่ไร้ทางออก
"แย่แล้ว..." หลินชิงเสวี่ยหน้าถอดสี นางพยายามรวบรวมปราณกระบี่ฟันใส่กำแพงน้ำแข็ง
เคร้ง!
กระบี่เหล็กกล้าบิ่นเสียหายทันทีที่ปะทะกับกำแพง ส่วนน้ำแข็งนั้นไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน "มันแข็งเกินไป! ระดับพลังของข้าเจาะไม่เข้า!"
เงาทะมึนของแม่ภูตทาบทับลงมา มันง้างกำปั้นั์ที่สร้างจากก้อนน้ำแข็งเตรียมทุบเหยื่อให้แหลกละเอียด
สถานการณ์เข้าตาจน! อาเจียสมองแล่นเร็วจี๋ยิ่งกว่าสายฟ้า เขาไม่มีอาวุธหนัก ไม่มีะเิแรงสูง สิ่งที่มีในมือคือ พู่กันนิรันดร์ และ ยันต์เปล่า สองสามแผ่น
[อาเจีย! ข้างบน!] เสียงมู่เฉินะโชี้แนะ [กำแพงน้ำแข็งยังปิดไม่สนิท! ช่องว่าง้าคือทางรอดเดียว!]
อาเจียเงยหน้ามองตาม "สูงขนาดนั้น... จะขึ้นไปได้ยังไงเล่า!"
[ใช้วิชาไม่ทันแล้ว... เ้าต้องสร้าง 'แรงส่ง' มหาศาลในพริบตา! คิดสิเ้าศิษย์โง่! เ้ามีธาตุอะไรบ้าง?]
"ธาตุลม... ธาตุไฟ..." อาเจียพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อ ฉุกคิดอุบาย บางอย่างขึ้นมา "ใช่แล้ว! มวลวายุอัดกระแทก!"
เขาไม่รอช้า คว้าแผ่นยันต์แปะลงที่กลางหลังของหลินชิงเสวี่ยหนึ่งแผ่น และแปะที่หลังตัวเองหนึ่งแผ่น จากนั้นตวัดพู่กันวาดอักขระด้วยความเร็วสูงสุด
บนยันต์ปรากฏ อักขระเฟิง (ลม) ผสมกับ อักขระฮั่ว (ไฟ) หมุนวนพันกันยุ่งเหยิง แต่ก่อนที่มันจะะเิใส่หลัง อาเจียตวัดวาด วงล้อสูญตา (O) ครอบทับลงไปเพื่อบีบอัดทิศทางของพลัง!
"เกาะแน่นๆ นะแม่นางหลิน!" อาเจียะโบอกหญิงสาวที่กำลังงุนงง
"เ้าจะทำอะไ..."
อาเจียไม่รอฟังคำถาม เขาจรดปลายพู่กันกระตุ้นการทำงานของอักขระ พร้อมกับตั้งชื่อวิชาใหม่ที่ผุดขึ้นมาในหัว
"วิชาลับ... ปีกวายุอัคคีเหินเวหา!"
ตูม!
เปลวเพลิงสีครามพุ่งพวยพุ่งออกมาจากแผ่นยันต์ด้านหลัง ผสมผสานกับกระแสลมที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็ ลำแสงพุ่งทะยานทรงพลัง! แรงส่งมหาศาลดีดร่างของทั้งสองคนให้พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับลูกธนู แหวกฝ่าม่านหมอกและไอเย็น พุ่งลอดช่องว่างเล็กๆ เหนือกำแพงน้ำแข็งออกไปได้อย่างเฉียดฉิว!
แม่ภูตน้ำแข็งคำรามด้วยความเจ็บใจเมื่อเห็นเหยื่อบินหนีไปต่อหน้าต่อตา มันพยายามขว้างหอกน้ำแข็งตาม แต่ระยะห่างก็ไกลเกินไปเสียแล้ว
...
ตุบ!
ร่างของทั้งสองคนร่วงลงกระแทกพื้นหญ้านุ่มๆ บนยอดเขาอีกลูกหนึ่งอย่างไม่สวยงามนัก (เพราะอาเจียยัง คาดคะเน วิธีลงจอดได้ไม่ดีพอ) กลิ้งหลุนๆ ไปคนละทิศละทาง
"โอ๊ย..." อาเจียลูบก้นป้อยๆ สำรวจร่างกายตัวเอง "แขนขาอยู่ครบ... เงินอยู่ครบ... รอดตายแล้วโว้ย!"
หลินชิงเสวี่ยค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าตามอมแมม แต่แววตาของนางกลับจ้องมองอาเจียด้วยความทึ่ง
"วิชาเมื่อกี้..." นางเอ่ยถามเสียงสั่น "เ้าทำได้ยังไง? การผสมธาตุไฟกับลมให้กลายเป็แรงขับเคลื่อนโดยไม่ะเิใส่ตัว... นี่มันระดับปรมาจารย์ชัดๆ!"
[อืม...] เสียงมู่เฉินดังขึ้นในหัวอาเจีย น้ำเสียงเจือแววชื่นชมอย่างหาได้ยาก [การใช้วงล้อสูญตาบีบอัดทิศทางของะเิให้พุ่งออกด้านเดียว เพื่อสร้างแรงยก... เ้าคิดได้ในเสี้ยววินาที แถมตั้งชื่อว่า 'ปีกวายุอัคคี' ฟังดูเข้าทีและสื่อความหมายได้ตรงตัว...]
[นับว่าเ้าเริ่มมี 'สุนทรียะ' แห่งอักขระบ้างแล้ว... ไม่เสียแรงที่ข้าสั่งสอน]
อาเจียยืดอกรับคำชมจนหน้าบาน "แหะๆ... ก็ศิษย์มีอาจารย์ดีนี่ขอรับ!" (ความจริงคือข้าเคยเห็น ดอกไม้ไฟ ในงานเทศกาลแล้วจำมาลองทำดู)
"พักก่อนเถอะ" หลินชิงเสวี่ยกล่าว พลางมองไปรอบๆ "ที่นี่ดูปลอดภัย แต่เราต้องหาที่หลบซ่อนก่อนตะวันตกดิน... อากาศบนยอดเขานี้ตอนกลางคืนน่าจะหนาวจนแข็งตายได้"
อาเจียพยักหน้าเห็นด้วย เขาเดินสำรวจบริเวณโดยรอบ จนกระทั่งไปสะดุดตากับเถาวัลย์กลุ่มหนึ่งที่ขึ้นปกคลุมหน้าผาหินอย่างผิดธรรมชาติ
"เดี๋ยวนะ..." อาเจียเดินเข้าไปใกล้ ใช้ด้ามพู่กันเขี่ยเถาวัลย์ออก
เผยให้เห็น "ปากถ้ำโบราณ" ที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง ปากถ้ำสลักเสลาด้วย ลวดลายยันต์อักขระ แปลกตา ไม่เหมือนศิลปะของยุทธภพทั่วไป แต่ดูคล้าย... วงล้ออักขระ?
"นี่มัน..." อาเจียลูบไล้ลวดลายนั้น ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว ผ่านความทรงจำของ เนตรอสูรา ที่เขาเก็บไว้
[กลิ่นอายนี้...] มู่เฉินเสียงเครียดขึ้นมาทันที [ระวังตัวด้วยอาเจีย... ถ้ำนี้ไม่ใช่ถ้ำธรรมชาติ... แต่มันคือ 'ช่องทางเดินลมปราณ' ของสุสานศัสตรามารที่เ้ากำลังตามหา!]
อาเจียกลืนน้ำลายเอือก หันไปมองหลินชิงเสวี่ย แล้วฉีกยิ้มแห้งๆ
"แม่นางหลิน... ดูเหมือนคืนนี้เราจะได้นอน 'วิมานพำนัก' (ที่มีผีสิง) กันแล้วล่ะ" 1