ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    บทที่ 41-4 (เล่ม 3): บทเรียนของความไว้ใจ

            ปรากฏว่าผลงานสามวันแรกไม่สู้ดีนักบรรณาธิการทั้งสองคนก็เข้มงวดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่จุดผิดพลาดเล็ก ๆก็ยังไม่ปล่อยไป มีโอกาสแก้ตัวอีกแค่สองวัน ถ้าทำไม่ได้ก็จะยกเลิกการจ้างรูปแบบนี้พอหันไปทุ่มเทกับข่าวเศรษฐกิจ และอาชญากรรม กลายเป็นว่าละข่าวการเมืองอีกผมเจอไมตรีในลิฟต์ตอนเที่ยง

            “งานที่ท่านส่งมาตอนเช้าหายไปข่าวหนึ่งนะ”

            ผมทำหน้าเหรอหรา เหมือนหูฝาดไป

            “ข่าวดัชนีประชาธิปไตยประเทศเราตกจากอันดับเจ็ดมาอันดับที่แปดไงท่านลืมแล้วเหรอ”

            “ท่านบอกเราให้ทำเรื่องนี้ตอนไหน” ผมเถียงคิ้วของไมตรีขมวดเข้าหากันเหมือนหงุดหงิด

            “ก็หลังจากประชุมเช้านี้ไงบอกว่าขอก่อนเที่ยง เพราะจะมีคนเอาไปทำต่อ ถ้าไม่เชื่อก็เปิดดูข้อมูลในเอวีเอสอีของเราได้

            ผมนึกออกจึงยกมือไหว้ขอโทษช่วงนี้เบลอหนักจริง “เดี๋ยวจะรีบทำให้ครับ”

            “เรารู้ว่าช่วงนี้งานของท่านหนักขึ้นอะไรที่มันไม่สำคัญก็เพลา ๆ ลงบ้าง อย่างไอ้เรื่องหาเสียงไร้สาระนั่น”ไมตรีแนะนำปนตำหนิ สงสัยเก็บกดมาสักพักหนึ่ง ผมก้มหน้าขอโทษซ้ำอีกครั้ง

            “สรุปวิเคราะห์มาให้ดีนะเราขอให้เสร็จภายในบ่ายสอง”

            ไมตรีทิ้งท้ายแล้วก้าวออกจากลิฟต์ชั้นสี่ไปผมรู้สึกอ่อนระรวย บ่ายนี้คงต้องกินยาพาราแก้ปวดหัวก่อนเริ่มงาน คงต้องยกเลิกการรณรงค์ประชาคมโลกทั้งหมดแล้วลุ้นดวงเอาว่าลุงจะได้รับเลือกหรือไม่ถึงจะลำบากแค่ไหนก็ไม่ได้ขอร้องธรณีให้ช่วย รู้อยู่แล้วว่าเขาคงปฏิเสธ เขาเคยออกตัวไว้นานแล้วว่าจะไม่ทำอะไรที่ขัดคุณค่าที่ตนเองยึดเหนี่ยวนั่นก็คือ ความซื่อสัตย์และต่อต้านระบบอุปถัมภ์ คงคล้าย ๆ  นักการเมืองสืบสันดานในสมัยก่อน สุดท้ายแล้วคนเป็นลูกหลานก็ต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่ดีเพื่อให้ได้รับการเลือกตั้งในครั้งต่อไปธรณีก็ไม่สามารถอาศัยบารมีของลุงเพื่อก้าวขึ้นมาทำงานด้านนี้ได้

            “ปี 2090นี้ประเทศนวไทย ได้รับคะแนนดัชนีประชาธิปไตยลดลงมาหนึ่งอันดับกลายเป็นอันดับที่แปดของโลก” ผมอ่านหัวข้อข่าวดัง ๆ ให้ตัวเองไม่ง่วงบรรยากาศเย็นสบายในห้องทำงานชวนให้เคลิ้มหลับได้ทุกเมื่อ ดัชนีนี้เกิดจากคำถามว่าประเทศใดเป็นประชาธิปไตยมากกว่ากันจึงมีการสร้างเครื่องมือขึ้นมาวัด และไม่มีเพดานขั้นสูงสุดที่ชัดเจน หมายความว่ายังพัฒนาให้เป็นประชาธิปไตยได้ยิ่งๆ ขึ้นไป จะมีมุมมองหลัก ๆ ในห้ามิติผมดูตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานส่วนตัว

     

    Democracy index 2090

    กระบวนการเลือกตั้งและพหุนิยม(Electoral Process and Pluralism) – 9.99

    การทำงานของรัฐบาล(Functioning of Government) – 8.94

    การมีส่วนร่วมทางการเมือง(Political Participation) - 9.07

    วัฒนธรรมทางการเมือง(Political Culture) - 9.79

    เสรีภาพพลเมือง(Civil Liberties) - 9.88

     

            ผมเขียนสรุปข่าวและวิเคราะห์ว่าคะแนนที่ได้เพิ่มขึ้นในหัวข้อพหุนิยมมาจากความหลากหลายของอาชีพและอายุเฉลี่ยของคณะรัฐมนตรีก่อนหันเหมาทางการเมืองสาเหตุที่คะแนนในมิติการทำงานของรัฐบาลน้อยลง เพราะว่ามีนโยบายที่ไม่ผ่านเคโอไอจำนวนมากขึ้นและสาเหตุที่คะแนนการมีส่วนร่วมทางการเมืองเกือบน้อยสุด เพราะประชาชนเดลิเกตมากเกินไป

            จุดชี้เป็นชี้ตายของชีวิตผมกระชั้นชิดเข้ามาทุกขณะยิ่งเห็นโพลแห่งชาติในคืนวันพุธความหวังยิ่งริบหรี่เพราะปิติวัฒน์ตีสูสีคู่คี่กับ ดร.คลอว์มาโดยตลอด ตอนนี้คลอว์เป็นฝ่ายนำอยู่ ราว 20%แต่ธรณีก็ให้กำลังใจผมว่ายังเร็วไปประชาชนอาจยังได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน อาจมีการเปลี่ยนแปลงในโค้งสุดท้ายเหลืออีกแค่สองวันนี่ยังไม่สุดท้ายอีกเหรอ ใจผมตกต่ำลงไปสุดขีดแล้วสิ่งที่ผมพยายามทำมาทั้งหมดดูสูญเปล่า พูดนานแค่ไหนผู้ฟังก็ไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนใจมาเชื่อ พอถามกลับไปมีสองแบบคือยืนกรานไม่เลือกตามเดิม กับคำว่าขอคิดดูก่อนไม่มีใครยกนิ้วให้ผมแล้วตะโกนว่าเลือกแน่นอนยกเว้นอิทธิคนเดียวที่ผมเชื่อว่าเขาคงตัดสินใจมาแล้วก่อนหน้าที่จะเจอผมอย่างที่ธรณีบอก ทำดีที่สุดเท่าที่ได้ ทุกคนมีคริติคัลธิงกิ้งของตนเองผมจึงหันไปจดจ่อกับการทำข่าวให้ผ่านมาตรฐานแทน ไหน ๆสี่วันที่ผ่านมาก็ได้ไปพื้นที่เอฟอีเอแค่ครั้งเดียวแถมยังอยู่ไม่ถึงสามชั่วโมงด้วยซ้ำ

             

            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่วันเลือกตั้งปิดการโหวตตอน 18.00 น.ประชาชนบางส่วนอาจเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วด้วยเป็นครั้งแรกที่ผมทำข่าวเสร็จก่อนเวลา อาจเพราะเมื่อคืนเตรียมข่าวไว้ล่วงหน้าเยอะแล้วเหล่าบรรณาธิการก็ไม่เปลี่ยนหัวข้ออะไรที่ผมเสนอ ผมโด้ปยาบ้าเมทโฟร์ตีทูในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงมีเวลาอีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงไม่รู้จะได้ประโยชน์แค่ไหน ผมลงพื้นที่ไปโคเวิร์คกิ้งสเปซที่ชั้น B3 อันโปรดปรานคิดว่าเป็นสถานที่มีโอกาสเจอคนหน้าใหม่หน้าเก่าได้มากที่สุดอาจมีอันอื่นที่มากกว่านี้แต่ผมไม่รู้จัก

            ยังไม่ทันเริ่มแจกใบปลิวก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ดังมาจากด้านหลังเสาต้นใหญ่ผมรู้ทันทีว่าเป็นใครจึงย่องไปนั่งโต๊ะตัวที่ใกล้ที่สุดซึ่งตั้งอยู่แนวเดียวกับเสา อาศัยแท่งคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นตัวช่วยพรางตา 

            “ท่านยังไม่ยอมรับเรื่องนี้อีกเหรอนี่ก็ผ่านมานานแล้วนะ” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น ท่าทางโกรธเคืองบางอย่าง

            “ท่านมีหลักฐานอะไร”เสียงหญิงคนหนึ่งกล่าวราบเรียบ ดูไม่แยแส

            “หลักฐานเดิมท่านยังอธิบายให้เราไม่ได้เลยอย่างแรกทำไมท่าทีเพื่อนท่านเปลี่ยนไปตั้งแต่วันนั้น ทำไมถึงเลิกกับประชาอย่างที่สองตอนที่เราดูภาพจากเอวีเอสอี มีช่วงหนึ่งที่ขาดหายไป ไม่ใช่เพราะแบตหมดแต่เป็นเพราะท่านกำลังลบหลักฐานบางอย่างในอีเมลของประชาใช่ไหม”

            ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเช่นนั้นแต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงดังออกไป คู่สนทนาเป็นสหายกับรฐรักษ์ไม่ผิดแน่คำพูดนี้เป็นเรื่องยืนยันว่าทั้งคู่ร่วมกันแฮ็กอีเมลของผมจริง ถ้าผมใส่เอวีเอสอีมาด้วยในวันนี้คงได้คำสารภาพจากปากทั้งคู่เป็นหลักฐานไปแล้วพลาดไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้นอกจากตั้งใจฟังต่อ

            “เราบอกท่านไปแล้วว่าอีฟก็ไม่ได้บอกว่าทำไมเลิกกับประชา เราไม่เกี่ยว”

            “แหม...น่าเชื่อตายแหละ”น้ำเสียงชายหนุ่มฟังดูกระแนะกระแหน “แอบดูกล้องวงจรปิด ส่องพฤติกรรมเขามาเป็นเดือนๆ เรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้”

            หญิงสาวเงียบไปชั่วอึดใจราวกับคิดหาคำตอบ“เราไม่ได้เจออะไรจริง ๆถ้าท่านไม่เชื่อก็ต้องหาข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนมากกว่าการกล่าวหาลอย ๆ“ 

            แสดงว่ารฐรักษ์กับอิสราไม่ได้บอกสหายเรื่องความลับของผมหรือว่าเธอเกิดสงสารขึ้นมาจับใจ ลามไปถึงความรู้สึกผิดของตนเองที่วางแผนทำร้ายผมช้าไปเสียแล้ว มาสำนึกอะไรตอนนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตผมกลับไปเป็นเหมือนเดิม

            “ก็ได้เราไม่พึ่งท่านก็หาคำตอบเองได้ คอยดูแล้วกัน” เสียงชายหนุ่มพูดเหมือนรำคาญแล้วตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ จางลงทุกขณะ สหายน่าจะเดินจากไปแล้วผมรออีกสามนาทีเพื่อให้มั่นใจว่าชายหน้าหล่อจะไม่วกกลับมาอีก ผมเหลียวมองซ้ายขวามีพนักงานนั่งประปรายในโถงโคเวิร์คกิ้งสเปซแห่งนี้ ไม่มีใครในรัศมีที่ใกล้เกินไปผมลุกขึ้นพรวด สาวเท้าเข้าไปหาหญิงร่างท้วม กำหมัดแน่นทำให้กระดาษใบปลิวถูกบีบไปด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะคุยกับเธอตรง ๆตั้งแต่เกิดเรื่อง

            “เราได้ยินหมดแล้วนะท่านเป็นคนที่แฮ็กอีเมลของเราจริงด้วย!”ผมคำราม จ้องหน้ารฐรักษ์ด้วยสายตาอาฆาต บทสนทนาของทั้งคู่ปลุกความคับแค้นใจให้เดือดดาลพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่เกือบจะลืมมันไปแล้วหญิงสาวผู้นี้คือต้นเหตุของความฉิบหายทั้งหมด แทนที่จะคุยกันตรง ๆกลับแอบถ่ายรูปผมไปโพสต์แล้วตามสืบเอง ถ้าไม่เริ่มต้นเจาะเข้าแฮ็กอีเมลแต่แรก ผมก็คงไม่เลิกรากับอิสราถ้าได้ค่อย ๆ เปิดอกพูดคุยกันถึงเหตุผลที่ต้องปกปิดความลับด้วยตัวเองแฟนผมก็คงไม่ตัดสินใจเช่นนี้ 

            “เดี๋ยวก่อนสิใจเย็นก่อน นั่งลงก่อน” เธอชักชวน แต่ผมไม่เย็นพอที่จะนั่งลงผ่อนคลายจนกระทั่งเหลือบไปเห็นพนักงานคนหนึ่งกำลังมองมาผมเลยต้องยอมย่อตัวลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเธอเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต

            “ข่าวลือที่แพร่กระจายในบริษัทหลายครั้งนั่นก็ฝีมือท่านด้วยใช่ไหม”

            “พูดอะไรของท่านกล่าวหากันเกินไปรึเปล่า” รฐรักษ์ยักไหล่ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้”

            “เราไม่มีหลักฐานหรอกแต่เรื่องที่ท่านแฮ็กอีเมลเราแล้วดูดไฟล์วิดีโอนั่นไปเป็นเรื่องจริง เราได้ยินสหายเต็มสองหูท่านไม่ต้องโกหกหรอก เราอัดเสียงไว้หมดแล้ว” ผมต้องข่มขู่เธอไว้ก่อนทั้งที่กดอัดทันแค่บางส่วน เพราะมัวแต่ตื่นตระหนก

            “มันผ่านมาแล้วประชาไม่ต้องไปสนใจหรอก” รฐรักษ์ยอมรับชัดเจน แล้วกำลังเบี่ยงประเด็น

            “ไม่สนใจได้ไง ท่านทำลายชีวิตเรา”

            “ท่านทำลายชีวิตตัวเองไม่ใช่เหรอท่านเป็นคนเริ่มก่อน อย่าคิดว่าเรื่องอีเมลจะเอาผิดเราได้ ท่านไม่มีหลักฐานด้วยซ้ำจะไปร้องเรียนบริษัทอีเมลให้ตามสืบเหรอ เขาไม่ลงทุนทำให้หรอกเพราะความเลินเล่อของท่านเองหรอกในเมื่อไม่ยอมตั้งระบบรักษาความปลอดภัยให้ดีเองอีกอย่างเรารู้นะว่าท่านไม่กล้าเสี่ยงเปิดเผยตัวตนว่ามาจากอดีต เพราะกลัวว่าเขาอาจจะติดต่อตำรวจยิ่งเป็นอีเมลที่ไม่ยืนยันตัวตนตอนสมัครแบบนี้ อีสเมลเขายิ่งไม่สนใจจะรู้ได้ไงว่าคนที่ร้องเรียนตอนนี้เป็นท่านจริงไม่ใช่แฮกเกอร์ นอกจากท่านจะเอาวิดีโอตอนสมัครเอวีเอสอียื่นให้ต้องขอบคุณอิสรานะ ถ้าเขาไม่ขอร้องเราไว้เราคงเอาคลิปท่านไปเป็นหลักฐานแจ้งตำรวจไปแล้ว”

            ผมยอมจำนนด้วยเหตุผลหญิงสาวผู้นี้ถือไพ่เหนือกว่า ไม่มีอะไรไปเล่นงานกลับเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าอิสราบอกเรื่องการข้ามเวลาของผมให้เพื่อนสนิทรู้

            “ถามจริงเถอะท่านอยากทำลายอนาคตเรา อยากให้เป็นแบบนี้จริง ๆ เหรอ” ผมขึ้นเสียง คงจี้ตรงจุดทำให้รฐรักษ์ก้มหน้าลง ราวกับตระหนักถึงบาปที่ตนเองก่อไว้

            “เราไม่ได้อยากหรอกแต่เราไม่มีทางเลือก เราต้องปกป้องเพื่อนเรา” หญิงสาวเงยหน้ามองผม สายตาวิงวอน“ขอร้อง ท่านปล่อยอีฟไปเถอะนะ เราไม่ว่าอะไรที่ท่านจะรณรงค์เรื่องนโยบายประชาคมโลกทำอะไรก็ทำไปเลย ขอแค่อย่ามายุ่งกับเพื่อนเราอีก ไม่ต้องมาขอให้อีฟไปช่วยท่านด้วยเธอไม่ทำหรอกเพราะว่าเลือกคลอว์ไปแล้ว”

            ชื่อนั้นกระตุ้นโทษะผมให้พุ่งขึ้นอีกครั้ง

            “เราไม่เชื่อท่านบังคับให้อิสราเลือกใช่ไหม” ผมตวาด เสียงดังจนคนที่โต๊ะใกล้สุดหันมามองเขาจะได้ยินก็ช่างประไร ไม่มีใครสนใจคนแปลกหน้าขนาดนั้นหรอก

            “เราไม่ได้ทำ”รฐรักษ์ส่ายหน้ายืนกรานปฏิเสธ

            “เราทำเองมีอะไรรึเปล่า” เสียงหนึ่งดังมาจากทางด้านหลังใจผมหล่นไปที่ตาตุ่มเมื่อหันไปเผชิญหน้ากับอิสราการที่เธอโผล่มาด้านหลังอย่างเงียบเชียบทำให้ผมอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก

            “ถ้าเราจะมองว่าคลอว์เป็นคนที่มีภาวะผู้นำมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ มีการตัดสินใจที่ดี เรารู้เพราะว่าติดตามผลงานเขามาโดยตลอดเราผิดตรงไหน” อิสราพูดเป็นเชิงเย้ยหยัน

            “ก็เพราะเรื่องนี้รึเปล่าเธอเลยไม่ยอมช่วยฉันตั้งแต่แรก ส่วนหนึ่งก็เพราะเธอไม่ได้สนใจฉันแล้ว สนใจแต่ ดร.หนุ่มโพรไฟล์ดีคนนั้น ตอนที่เห็นเธอจ้องเขาตาเป็นประกายครั้งแรกที่เซนทรัลพาร์ก ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรแต่ตอนนี้เริ่มคิดแล้ว”

            “แล้วแต่จะคิด”อิสราแบมือสองข้างเป็นสัญลักษณ์ว่าไม่แยแส ถ้อยคำประชดประชันของผม“เราเคยคิดว่าท่านจะเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักแยกแยะมากกว่านี้เสียอีก เราชื่นชมคลอว์เหมือนชื่นชอบดาราคนหนึ่ง

            “สาบานได้ไหมว่าเธอไม่รู้สึกไปไกลกว่าดาราเธอไม่ได้อยากได้เขาเลยสักนิด”

            เพียะ!

            ทันใดนั้นผมก็รู้สึกเจ็บแปลบที่แก้มซ้ายพร้อมกับเสียงที่ดังข้างหูตอนนี้คนแทบทั้งหมดในบริเวณนั้นเหลียวมาสนใจเป็นจุดเดียวกัน อิสราเพิ่งควบคุมอารมณ์ไม่อยู่และตบหน้าผมเต็มแรงสมองผมตื้อไปชั่วขณะ...นี่ผมเผลอพูดถ้อยคำอันน่าอัปยศอดสูออกไปไม่แปลกเลยที่เธอจะเกลียดและทิ้งผมไป

            ผมพยายามจะพูดอะไรสักอย่างแต่เสียงมันจุกอยู่ที่คอ ทำได้เพียงจ้องเธอกลับไปอย่างเจ็บปวด

            “ฟ้องเราข้อหาทำร้ายร่างกายเลยสิ ถ้าท่านแน่จริง”อิสราท้าทายผมทั้งน้ำตา “เราไม่น่าหลงเชื่อท่านแต่แรกเลย ถ้าอันชันไม่บอกเราคงถูกท่านหลอกไปตลอดชีวิต อันชันเป็นเพื่อนสนิทของเราไม่ทรยศเราเหมือนใครบางคน”

            ความโกรธเกรี้ยวของผมมลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นใบหน้าอันหมองเศร้าและน้ำเสียงสั่นเครือแสนน่าสงสารของเธอ

            “ฉันไม่ได้หลอกเธอ แค่...”

            “แค่อะไร...หะ...แค่บอกความจริงไม่หมดพูดเพราะหวังดี จะเลี่ยงบาลียังไงก็ช่าง...สุดท้ายมันก็คือโกหกหลอกลวงนั่นแหละ!”อิสราตะเบ็งเสียงใส่ผม แล้วจ้ำพรวดเดินจากไป ผมผุดตัวลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติหมายจะตามไปดูเธอด้วยความเป็นห่วงแต่รฐรักษ์เขยิบตัวเข้ามาขวางไว้พลางยกมือขึ้นห้าม

            “ท่านปล่อยเราสองคนไปเถอะไปสนใจสหายดีกว่า ชายคนนั่นไม่ได้ใจดีเหมือนเรา ความมุ่งมั่นเขาแรงกล้าถ้ารู้ความจริง คงกัดท่านไม่ปล่อยแน่”

            พูดจบรฐรักษ์ก็วิ่งตามเพื่อนไปติด ๆอย่างน้อยอิสราก็มีเพื่อนสนิทคอยดูแล มีครอบครัวคอยสนับสนุนจิตใจเธอก็แข็งแกร่งพอที่จะรับมือเรื่องนี้ และปรับตัวได้รวดเร็วอยู่แล้ว

            ผมต่างหากที่อาการน่าเป็นห่วงธรณีผู้ซึ่งพร่องมิติทางอารมณ์ก็ช่วยปลอบใจได้แค่ส่วนหนึ่งตอนแรกผมกะว่าจะหาเวลาขอโทษอิสราอย่างเป็นทางการสักวันแต่วันนั้นคงไม่มีวันมาถึงตลอดไป

            เราไม่มีทางอยู่ร่วมกับคนที่แนวความคิดไม่ตรงกับเรากันได้ความเห็นต่างทางการเมืองกับความสัมพันธ์ไม่สามารถไปด้วยกันได้

            การทะเลาะกับอิสรารอบสองยิ่งตอกย้ำความเชื่อนี้ให้หนักแน่นขึ้นผมไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรอีกแล้วภาพใบหน้าอันเศร้าโศกของหญิงสาวที่ผมรักยังคงตามมาหลอกหลอนผมทอดทิ้งการงานทุกอย่างแล้วจินตนาการล่วงหน้าไปถึงการลาทั้งสัปดาห์ไมตรีอาจเห็นใจเมื่อได้ฟังเสียงไร้วิญญาณของผม แล้วหาคนมาทำแทนหรือในทางตรงข้ามหัวหน้าอาจเบื่อพฤติกรรมนี้ของผมจนด่าอย่างสาดเสียเทเสียเกลียดที่แจ้งกะทันหันแล้วดันหยุดยาว เช่นเดียวกับบรรณาธิการอีกสองคนผมคงปล่อยให้คำพูดพวกนั้นลอยเข้าหูซ้ายแล้วก็ทะลุออกหูขวาโดยไม่ซึมเข้าสมองไม่สนคำตำหนิติเตียนว่าจะพ่วงอะไรมาบ้าง จะให้หยุดงานพิเศษหรือจะไล่ออกบริษัทก็ช่างมันประไร

            รู้ตัวอีกทีผมก็นั่งตากแอร์เย็น ๆอยู่บนโซฟาที่ห้องจิบเบียร์ที่ซื้อมาใหม่พลางกดทีวีดูไปเรื่อยเปื่อยด้วยจิตใจอันวอกแวกเหม่อลอยเป็นระยะ บางทีก็มีความหลังเก่า ๆ ช่วงที่ยังคบกับอิสราแทรกขึ้นมาบางทีก็เป็นเรื่องบอบช้ำในอดีต ไม่ว่าเรื่องไหนก็ยิ่งทำให้ผมจมดิ่งลึกลงไป

            ตลอดเวลาเกือบสามชั่วโมงผมปล่อยให้ร่างกายลุกเดินเท่าที่จำเป็น แค่ไปขับถ่ายในห้องน้ำกับไปกินขนมที่เหลือในตู้เย็น พอได้ทำสมาธิอยู่กับตนเองก็เริ่มรู้สึกสงบจนไม่อยากกลับไปทำงานอีก อยากหลับแล้วตื่นขึ้นมาก็พบว่ากลับไปโลกยุคเดิมแล้ว ภาพและเสียงบนจอทีวียังคงเล่นของมันต่อไปโดยไม่สนใจผู้ชมผู้ชมเองก็ไม่ได้จดจ่ออยู่กับเนื้อหาบนนั้น

            “หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพิ่งมีมติเห็นชอบให้ ‘คุณทนทานทรหดเรืองสมัย’เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27ได้ไม่นาน ลองมาดูผลของประชาชนบ้าง ผลการคัดเลือก รมว.มหาดไทยออกมาแล้ว หลังจากปิดการโหวตตอนหกโมงเย็นที่ผ่านมา...”เสียงนักข่าวในจอภาพดังมาจากที่ไกล ๆ ผมแทบไม่ได้ยิน

            ทันใดนั้นสิ่งที่ปรากฏบนจอทีวีทำให้ผมตาเบิกโพลงอะไรก็พลิกผันได้จริง ๆ ในโลกยุคนี้

            “จริงเหรอ กูไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม”ผมตะโกนบอกตัวเอง แล้วโน้มตัวเข้าไปดูภาพบนจอให้ใกล้ขึ้นอีก

            ใบหน้าของผู้ชนะเป็นชายชราที่เพิ่งเกษียณอายุแทนที่จะเป็นเด็กหนุ่มที่นำอยู่ในโพลก่อนหน้านี้

            “ขอแสดงความยินดีกับปิติวัฒน์ อัธิกตังรมว.มหาดไทยคนใหม่ด้วยครับ” นักข่าวประกาศก้อง

     

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องประชา : 2090 (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852