บริเวณสถานที่บุกเบิกหลังจากนั้น เหล่าเทพสงครามก็พบอบิสระดับจ้าวพิภพอีกหลายต่อหลายตนด้วยกัน ดังนั้นเหล่าจ้าวพิภพจึงสั่งยุติการบุกเบิกเสียก่อน และพวกเขาจะลงมือจัดการอบิสระดับจ้าวพิภพด้วยตนเอง เพื่อที่จะป้องกันการสูญเสียนักสู้ระดับเทพสงคราม
ในเวลานี้ไป๋ฉี ภรรยาทั้งห้าคน และหมิงหรง กำลังนั่งอยู่บนหลังเครื่องบินรบและมองดูการต่อสู้ของระดับจ้าวพิภพกันอย่างไม่วางตา โดยเฉพาะหมิงหรง ไป๋ฉีให้เธอศึกษาการต่อสู้ระดับสูงเหล่านี้และให้เธอคิดว่าหากเธออยู่ในสถานการณ์เดียวกันจะรับมืออย่างไร
แน่นอนคำตอบของหมิงหรงนั้นมีมากมาย และมันก็ทำให้ไป๋ฉีพึงพอใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้บางคำตอบมันจะสุดโต่งไปบ้างก็ตามที
"ติ๊ง มีการติดต่อจาก 'พ่อ' ค่ะ มาสเตอร์จะรับสายหรือไม่" เสียง AI หลิงหลิงแจ้งเตือนเข้ามา ไป๋ฉีที่ได้ยินก็รับสายโดยไม่รอช้า ทำให้หน้าจอปรากฏภาพของไป๋เฉินที่กำลังอุ้มเจ้าตัวน้อยทั้งสองขึ้นมาเบื้องหน้าของเขา
"โอ้ เสี่ยวหลง เฟิงเอ่อร์ ดูสิพี่เขารับสายด้วยแห๊ะ" นี่คือประโยคแรกที่ไป๋เฉินกล่าว เด็กน้อยทั้งสองคนที่เห็นหน้าของไป๋ฉีมือน้อยๆก็พลันชี้มาที่เขาและเปิดปากพูดออกมาหนึ่งคำ
'~ปี๊~'
"ว้าว เสี่ยวเอ่อร์ เฟิงเอ่อร์ ของพี่ชายในที่สุดก็เริ่มพูดได้แล้ว เก่งมากๆสมแล้วที่เป็นน้องของพี่ชาย"ไป๋ฉีแย้มยิ้ม การที่ได้เห็นน้องๆของเขาแบบนี้ทำให้หัวใจของชายหนุ่มพองโตเป็นอย่างมาก เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นเจ้าตัวน้อยทั้งสองคนนี้
"ว่าแต่พ่อมีเรื่องอะไรเร่งด่วนหรือเปล่าครับที่โทรมาแบบนี้"หลังจากที่หยอกล้อกับน้องสาวและน้องชายของตัวเองสักพัก ไป๋ฉีจึงหันไปถามพ่อของตนด้วยความสงสัย เพราะโดยปกติแล้วเนื่องจากพ่อกับแม่กลัวว่าจะรบกวนเวลางานจึงไม่ค่อยโทรหาเขาเสียเท่าไหร่ จะเป็นตัวเขาเองที่ติดต่อไปหาในช่วงเวลาพักผ่อนของทุกๆวัน
"เปล่า ไม่มีอะไรหรอก วันนี้เสี่ยวหลงกับเฟิงเอ่อร์ร้องไห้ตลอดเลยน่ะ ก็เลยลองโทรหาลูกดู เผื่อเห็นหน้าลูกแล้วน้องๆจะหยุดร้องบ้าง และมันก็เป็นจริงตามคาด ดูสิทั้งสองคนไม่ร้องแล้ว"ไป๋เฉินกล่าว
"โอ้ งั้นหรือครับ ถ้าแบบนั้นก็ดีแล้ว ว่าแต่พวกแม่ๆไปไหนกันหมดหรือ"ไป๋ฉีกล่าวถาม
ไป๋เฉินยิ้มเจื่อนๆแล้วตอบว่า "แม่ๆของลูกพากันไปช็อปปิ้งน่ะ พ่อเห็นพวกเธอเอาแต่อุดอู้อยู่ในบ้านก็เลยสงสารไม่ได้ พ่อจึงอนุญาติให้พวกเธอไปเที่ยวกันสักพัก"
ไป๋ฉีและภรรยาที่ได้ยินก็ถึงกับหลุดขำออกมา "ฮ่าๆๆ พ่อพูดอะไรน่ะ ผมไม่ใช่เพื่อนร่วมงานของพ่อนะถึงจะเชื่อเรื่องแบบนี้ ตั้งแต่เกิดมาเวลาพวกแม่ไปช็อปปิ้งผมไม่เห็นว่าพวกเธอจะต้องขออนุญาติพ่อเลยสักครั้ง นี่พ่อ! ถ้าพวกแม่ได้ยินประโยคเมื่อกี้ ผมว่าพ่อได้โดนรุมซ้อมแน่ๆ"
ไป๋เฉินถึงกับหน้าซีด "เอ่อ.....งั้นก็ลืมๆมันไปซะ อย่าไปพูดถึงมันอีกเลย"
"หืม ได้ยังไงกัน คำพูดเด็ดๆแบบนี้ ผมให้หลิงหลิงบันทึกเอาไว้หมดแล้ว ผมจะเก็บเอาไว้รีดค่าไถ่จากพ่อตอนผมหมดตัว"ไป๋ฉีพูดขึ้นอย่างขบขัน
"เหลวไหล ลูกจะหมดตัวได้อย่างไรกัน ตอนนี้ลูกมีเงินมากกว่าพ่อกับแม่ๆทั้งสามคนรวมกันเสียอีก"ไป๋เฉินตอบออกไป
"ก็ไม่แน่หรอกครับ ช่วงนี้ผมคิดจะทำโปรเจคใหม่ๆอยู่ด้วย บางทีเงินผมอาจจะหมดภายในพริบตาก็ได้"ไป๋ฉียังคงเอ่ยปากอย่างขบขันทีเล่นทีจริงต่อไป
"เอาล่ะๆ ไม่เถียงกับลูกแล้ว เอาไว้วันที่ลูกหมดตัวก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน............ไป๋ฉีระวังตัวด้วยนะ ไม่ว่าจะเจอกับอะไรก็ตาม อย่าประมาทเด็ดขาดเข้าใจไหม"น้ำเสียงของไป๋เฉินในช่วงท้ายเต็มไปด้วยความจริงจัง
ไป๋ฉีแม้จะแปลกใจก็ตามแต่ก็เขายกยิ้มและพยักหน้าเพื่อตอบรับ "เข้าใจแล้วครับพ่อ ไม่ว่าจะเจออบิสแบบไหนผมจะก็ไม่ประมาทมันโดยเด็ดขาด"
"อืม ดีมาก แล้วก็รีบทำภารกิจและรีบกลับมาเร็วๆล่ะ พ่อกับแม่ๆรวมไปถึงน้องๆคิดถึงลูกมาก"ไป๋ฉีพยักหน้า หลังจากกล่าวลาจนเสร็จสิ้น การติดต่อก็เป็นอันสิ้นสุดลงไป
เหล่าภรรยาของไป๋ฉีพากันยกยิ้มอย่างมีความสุขเช่นเดียวกัน พวกเธอรู้สึกโชคดีมากที่ได้เป็นลูกสะใภ้บ้านนี้ หากอยู่ที่บ้านกับพวกแม่ๆพวกเธอก็ไม่เคยต้องเครียดกับอะไรเลย แถมยังรู้สึกผ่อนคลายยิ่ง
"เอาล่ะ พวกเราควรเตรียมความพร้อมกันได้แล้ว พอผู้พิทักษ์ล่าพวกอบิสจ้าวพิภพเสร็จ พวกเราจะได้บุกเบิกต่อกัน" ไป๋ฉีลุกขึ้นแล้วหันไปพูดกับภรรยาทั้งห้าคน
แน่นอนว่าพวกเธอไม่มีใครคัดค้าน ในตอนนี้การบุกเบิกโดยรวมอยู่ที่สามหมื่นสองพันตารางกิโลเมตรแล้ว ถือว่าไวกว่ากำหนดการเดิมที่มากโข นี่เป็นเพราะทุกคนต่างทำงานกันอย่างหนัก หากความเร็วในการบุกเบิกยังเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าอีกไม่กี่เดือนก็น่าจะเสร็จสิ้น
"ตึกๆ"
ในขณะที่ไป๋ฉีกำลังจะเดินเข้าไปในเครื่องบินรบของตัวเองเพื่อเตรียมความพร้อม อยู่ดีๆหอคอยจักรวาลที่ตั้งตระหง่านอย่างมั่นคงก็เกิดการสั่นไหว
ไป๋ฉียกมือกุมไปที่บริเวณหน้าอกของตนเองด้วยความประหลาดใจ แล้วทำการกล่าวถามเสี่ยวไป๋ในใจทันที 'เสี่ยวไป๋ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันปกติหอคอยจักรวาลไม่เคยเห็นสั่นสะเทือนขนาดนี้'
"นายท่าน รีบนำเครื่องบินออกจากตรงนี้ให้ไวเลยเจ้าค่ะ ตอนนี้มีศัตรูขนาดใหญ่กำลังตรงมาที่นี่ด้วยความเร็วสูง อีกไม่กี่นาทีมันก็มาถึงแล้ว"เสี่ยวไป๋กล่าวอย่างร้อนรน
ไป๋ฉีไม่รอช้า รีบพาภรรยาและหมิงหรงเข้าไปในเครื่องบิน จากนั้นก็สั่งการให้มันบินออกจากที่นี่ด้วยโดยไม่คิดไถ่ถามให้มากความ ถ้าเสี่ยวไป๋บอกให้หนีแบบนี้ เกรงว่าศัตรูตนนั้นจะไม่ธรรมดา
โรส เซอิน จางจิวลี่ ซุนหรง และโนอา ตอนนี้รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก พวกเธอไม่เคยเห็นไป๋ฉีร้อนรนขนาดนี้มาก่อน แต่พวกเธอก็ยังไม่กล้ากล่าวถามอะไร
"ถึงเทพสงครามและผู้พิทักษ์ทุกคนที่อยู่ทางทิศตะวันออก ตอนนี้กำลังมีอบิสที่อันตรายมากกำลังมาที่นี่ ถอนกำลังเดี๋ยวนี้ หากไม่อยากตายก็ถอนกำลังออกมา!!"ไป๋ฉีรีบเปิดช่องสัญญาณติดต่อกับเหล่าเทพสงครามคนอื่นๆรวมไปถึงผู้พิทักษ์โดยไม่รอช้า
คนที่รู้จักกับไป๋ฉีเป็นการส่วนตัวพากันถอยออกมาโดยไม่ลังเลใจ แต่ทว่าคนอื่นๆที่ไม่รู้จักกับไป๋ฉีนั้นก็ยังคงพากันเตรียมพร้อมสำหรับบุกเบิกต่อไปอยู่อย่างนั้น
"ฉันเตือนได้เท่านี้ ที่เหลือก็แล้วแต่เวรแต่กรรม"ไป๋ฉีถอนหายใจออกมา คนที่เชื่อเขามีไม่น้อยแต่ทว่าคนที่ไม่เชื่อก็มีเยอะมากเช่นเดียวกัน แม้แต่จ้าวพิภพก็มีครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่เชื่อไป๋ฉีและถอนตัวออกมา