“ผมไปด้วยได้มั้ยครับ” เสียงของนัทพงษ์นุ่มต่ำแฝงแววซุกซนอย่างเก็บไม่อยู่
มารตีไม่ตอบ เธอเพียงปรายตามองกลับมา คำตอบนั้นแน่นอนว่าชัดเจนกว่าสิ่งใด
เมื่อทั้งสองเข้ามาถึงห้องพัก ประตูยังไม่ทันปิดดี นัทพงษ์ก็ยื่นแขนไปผลักบานประตูจนแนบสนิทมืออีกข้างตวัดรวบร่างของมารตีไว้แนบอกก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะโน้มลงมาอย่างรู้จังหวะ
หญิงสาวไม่ได้หลบ ไม่แม้แต่จะชะงัก ตรงกันข้าม มารตีสวยยกแขนขึ้นโอบรอบคอเขาดึงเขาเข้ามาใกล้กว่าเดิมริมฝีปากของทั้งคู่คล้องเกี่ยวกันอย่างช่ำชองแต่ไม่รีบร้อนจูบของพวกเขาไม่ใช่แค่เพราะแรงปรารถนาแต่เป็นความคุ้นเคยที่ยังมีประกายสดใหม่ทุกครั้งที่ได้สัมผัส
“ผมหยุดคิดถึงพี่ไม่ได้เลยครับ...” เขากระซิบเบาๆ ที่ข้างหู ขาวเนียน
“ก็อย่าหยุดสิ...” เธอตอบกลับด้วยเสียงพร่าหวานรอยยิ้มของเธอแทบจะทำให้เขาใจละลาย
นัทพงษ์พลิกร่างเธอกลับ ก่อนจะดันไปแนบกับผนังห้องเบาๆมือเขาทาบลงบนเอวบางที่มีเพียงผ้าคลุมจากสปาห่อกายไว้ร่างเธอร้อนวาบเพราะแรงกอดที่แน่นขึ้นทุกนาที กลิ่นเนื้ออุ่นที่ผสมกลิ่นน้ำมันหอมยังแตะปลายจมูกเขาอยู่
เขากดจูบลงที่ไหล่ขาว ก่อนจะไล้ริมฝีปากลงต่ำเรื่อยๆทั้งกายเธอสั่นสะท้านด้วยแรงสัมผัสที่เคลื่อนลงมาพร้อมกับปลายนิ้วที่เริ่มลากเส้นซ้ำไปซ้ำมาบนผิวเนียนจนเธอเผลอครางเบาๆ ออกมา
“คืนนี้เรายังต้องไปทานข้าวกันนะ...” เธอเตือนเสียงสั่น
“ยังมีเวลาเหลืออีกตั้งเยอะนี่ครับ” นัทพงษ์กระซิบข้างลำคอพร้อมใช้ปลายนิ้วสะกิดชายผ้าคลุมให้เลื่อนหลุดลง
ร่างของเธอเปลือยเปล่าท่ามกลางแสงเย็นสีทองที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง นัทพงษ์กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอในความงดงามที่เห็นตรงหน้าแล้วโน้มตัวลงแนบชิดกับเธออีกครั้งร่างกายเขาร้อนจัดจนเธอรู้สึกได้แม้ยังไม่สัมผัสกันอย่างเต็มที่
ชายหนุ่มยกตัวเธอขึ้นแนบอก พาเดินจากผนังไปยังเตียงอย่างมั่นคงทุกจังหวะที่ก้าวคือการสะสมแรงปรารถนา และเมื่อร่างของเธอล้มลงบนผ้าปูสีขาวร่างของเขาก็ตามลงมาโดยไม่มีการเว้นช่วง
จูบของพวกเขากลับมาอีกครั้ง คราวนี้แน่นลึกและยาวนานกว่าเดิมมือของเขาสำรวจเรือนร่างของเธอด้วยความคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยความหลงใหลราวกับต้องการยืนยันว่าเธอยังเป็นของเขาจริงๆ ทุกสัมผัส ทุกเสียง ทุกการเคลื่อนไหวต่างชักนำให้ทั้งสองหลุดลอยจากโลกแห่งความจริง เหลือเพียงห้วงเวลาอบอุ่น หวานล้ำและเร่าร้อนที่ไม่ต้องการอธิบายด้วยคำใดๆ
แต่ก่อนที่เขาจะขยับเข้าไปในตัวเธอมารตีก็รั้งเอาไว้ พลางชันเข่าขึ้นแล้วดันศีรษะนัทพงษ์ลงไปกลางหว่างขาที่อ้าออก “เธออยากลองชิมของพี่ไหมคะ”
ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธ แม้จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสบริเวณนี้แบบตรงๆแต่ก็ไม่ทำให้มารตีผิดหวังสาวสวยบิดกายไปมาอย่างสุดทนก่อนจะดึงร่างนั้นกลับขึ้นมาในท่าคุ้นเคย
ครั้นเมื่อร่างกายหลอมรวมจนไร้ช่องว่างเสียงครางที่แผ่วเบากลับยิ่งดังชัดในใจของทั้งสองคน มารตีหลับตาแน่น รับแรงกระแทกอย่างมั่นคงและอ่อนโยนจากชายหนุ่มที่ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกเหมือนสิ่งใดนอกจาก"คนที่เธอเลือก"
ความรักครั้งนี้อาจไม่ได้เปิดเผยต่อใครแต่ร่องรอยของมันแนบแน่นอยู่ในไอร้อนของทุกครั้งที่ได้อยู่กันตามลำพัง...โดยไม่ต้องมีคำสัญญาใดๆ
ช่วงก่อนหน้านั้น พีชแสร้งเดินเลี่ยงขึ้นมาที่ล็อบบี้เพียงลำพังขณะทั้งมารตีและนัทพงษ์เดินเคียงกันอย่างแนบชิด ออกมาจากห้องสปา เธอเห็นมารตีหัวเราะเอียงศีรษะไปพิงไหล่ของนัทพงษ์และอีกฝ่ายก็หอมหน้าผากเธอเบาๆ
พีชอยากจะมองไปทางอื่น...แต่กลับทำไม่ได้ เมื่อเธอกลับมาที่ห้องพักเธอทิ้งตัวลงบนเตียง แขนทั้งสองข้างกอดตัวเองไว้หลวมๆ ราวกับกำลังปลอบโยนตัวเอง
“ฉันรู้สึกอะไรกับเธอกันแน่นะ...” เธอพึมพำเสียงแผ่วสายตาเหม่อมองไปยังเพดานห้องหรู
มันไม่ใช่ความหลงใหลแบบรุนแรงฉับพลันไม่ใช่ความอยากได้อยากมีในทางเดียวกับนัทพงษ์ แต่มันคือแรงดึงดูดอ่อนโยน ซับซ้อนและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แทรกซึมทีละน้อย…จนน่ากลัว...กลัวว่าเธอจะหลงรักมารตีจริงๆแต่ในขณะเดียวกัน ความกลัวนั้นก็สั่นไหวด้วยความตื่นเต้นเล็กๆ ในใจที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินชื่อของเธอ
พีชไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อจากนี้ ไม่รู้ว่าความรู้สึกของเธอเป็นเรื่องที่ควรเก็บไว้ลึกๆหรือปล่อยให้ไหลไปตามจังหวะของมัน แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ในวันนี้ก็คือ…เธอไม่ได้เป็นแค่ผู้เฝ้ามองอีกต่อไป
หลังอาหารเย็น นัทพงษ์ยังคงเฝ้าตามติดมารตี ไม่ต่างจากเงา เสียงคลื่นเบาๆจากทะเลด้านนอกยังคงกระซิบลอดเข้ามาผ่านบานกระจก มารตียืนอยู่ริมระเบียงชุดเดรสยาวผ้าบางพลิ้วสีควันบุหรี่แนบลำตัวทุกส่วนใต้แสงจันทร์ที่อาบผิวเธออย่างอ่อนโยน
นัทพงษ์เดินเข้ามาช้าๆ มารตีหันกลับมามอง ดวงตาทอประกายเมื่อมองเห็นเขารอยยิ้มของเธอในยามค่ำคืนดูนุ่มนวลและมีบางอย่างที่ลึกล้ำยิ่งกว่าคำพูด เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆราวกับรับรู้ว่าเขาจะจับตามองเธอในทุกอิริยาบถ
“คืนนี้เงียบจังเลยนะ…” เสียงของเธอเบาและนุ่ม ราวกับสายลมที่พัดผ่านใต้ชายผ้าที่ตากรับลมไว้
นัทพงษ์เดินเข้ามาใกล้ ไม่พูดอะไร เพียงยื่นมือออกไปเบาๆวางปลายนิ้วไว้ที่ไหล่ของเธอ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนนิ้วไล่สายเดรสลงจากบ่าข้างหนึ่ง สายเดรสตกลงอย่างนุ่มนวลราวกับพรมที่ถูกเปิดเผย ผิวเนียนใต้ผืนผ้ากำลังเผยตัวภายใต้แสงสลัวราง ริมฝีปากของเขาโน้มลงแตะหว่างอกที่เบียดชิดของเธอเบาๆราวกับจูบของคนที่กลัวจะทำให้ดอกไม้บอบบางช้ำ
มารตีหลับตา หายใจเข้าเนิบช้าร่างกายของเธอรับรู้แรงสัมผัสทุกระลอกอย่างลึกซึ้งเกินกว่าคำใดจะบรรยายได้หมด นัทพงษ์พาเธอเดินกลับเข้ามาในห้องดึงผ้าบางเบาที่คลุมตัวออกด้วยมือที่นุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึกว่าถูกปลดเปลื้อง ผ้าผืนเดียวหลุดลงอย่างแผ่วเบาเหมือนสายหมอกแล้วเขาก็พาเธอเอนตัวลงบนเตียงสีขาวสะอาดที่ถูกจัดเรียงไว้เรียบร้อย ใต้แสงไฟหรี่ความเงียบและเสียงลมหายใจเริ่มประสานกันเป็นจังหวะหนึ่งเดียว
จูบของเขาไม่ร้อนแรงในทันที หากแต่เป็นการลูบไล้ ละเลียด ลิ้มรสและรอคอยให้ความปรารถนาค่อยๆ ขยายตัวขึ้นจากภายในจังหวะรักของเขาและเธอเหมือนการร่ายรำของไฟที่ลุกช้าแต่แผดเผาไปถึงเส้นประสาทสุดท้าย มือของนัทพงษ์ลูบไล้แผ่นหลังเธออย่างเชื่องช้านิ้วมือเขาวาดเส้นสายเหมือนจดจำลายแทงลับเฉพาะของเธอความรู้สึกอุ่นชื้นและแนบแน่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายมารตีจนเธอต้องครางเบาๆ ในลำคอไม่ใช่เพราะความร้อนแรง แต่เพราะความเข้าใจในจังหวะของกันและกัน
“นัทพงษ์…” เธอเรียกชื่อเขาเสียงพร่า
“ครับ…” เขาก้มลงกระซิบที่ข้างหู พลางซุกหน้าลงตรงซอกคออุ่น
เขาไม่ต้องการความเร่งเร้า แต่เขาต้องการให้เธอรับรู้ว่า เขารู้จักเธออย่างแท้จริง รู้จักจังหวะที่เธอหายใจ รู้ว่าเมื่อใดเธอกำลังสั่นไหวและรู้ว่าตอนไหนเธอกำลังยอมเปิดทุกประตูของหัวใจให้เขา เมื่อจังหวะของรักค่อยๆรุนแรงขึ้นทีละนิด มันไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกายแต่มันคือการสื่อสารที่ลึกที่สุดในระดับที่ไม่ต้องใช้คำพูด
ใต้แสงไฟนั้น ไม่มีคำว่า "ผิด" หรือ "เหมาะสม"มีเพียงแค่ชายหญิงสองคนที่กำลังหลอมรวมกันผ่านการหายใจ จูบ และเสียงครางเบาๆที่สะท้อนกับผนังห้องหรู คืนทั้งคืนถูกแบ่งปันกันด้วยสัมผัสและความรู้สึกที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วยตรรกะใดๆ
มารตีหลับตาลงหลังจากที่จังหวะสุดท้ายจบลง เธอกระชับผ้าห่มขึ้นมาปิดอกพลางยิ้มอย่างอ่อนล้าแต่สุขล้ำ ข้างกายเธอคือชายหนุ่มที่หลับตาพริ้มมือของเขายังคงจับมือเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยแม้ในยามหลับและส่วนนั้นก็ยังอยู่ในตัวเธอ
ภายในห้องยังคงอบอวลด้วยกลิ่นไวน์ กลิ่นเทียนและกลิ่นกายของทั้งสองที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ผสานกับกลิ่นคาวประหลาดแต่หอมกรุ่นคืนนี้อาจไม่ใช่คืนสุดท้ายของพวกเขา แต่มันเป็นคืนที่ทำให้มารตีรู้ว่า...หัวใจเธอเริ่มรู้สึกกับนัทพงษ์อย่างไม่อาจย้อนกลับได้แล้ว
แสงอาทิตย์อ่อนๆ ส่องลอดผ้าม่านผืนบางเข้ามาแตะปลายเท้าเขาเบาๆกลิ่นน้ำทะเลอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นสบู่หอมอวลอยู่ในอากาศเป็นกลิ่นของเช้าที่ไม่เร่งรีบ เป็นเช้าของความต่อเนื่องจากคืนที่ลึกซึ้ง