ทว่าเมื่อเหล่าเจ้าสำนักชรา ได้ยินนามว่า อี้ฟางหรง ผู้นำกลุ่มคาบสมุทร พวกเขาหรือจะกล้า ทำอะไรที่บุ่มบ่ามต่อนาง เพียงแค่นางเอ่ยสั่งการ เหล่าราชันสวรรค์ ที่ลงนามเป็นพันธมิตรคาบสมุทร ก็คงลงมืออย่างไม่ต้องสงสัย เหล่าเจ้าสำนักชราได้แต่ถอนหายใจออกมายาว ไม่คิดอี้เฉิน จะมีคนระดับนี้หนุนหลัง การจะฆ่าสังหารชายหนุ่ม ซึ่งๆ หน้า เกรงว่า คงจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากเสียแล้วในยามนี้
ยี่ผิงนางที่ฟื้นตื่น ขึ้นมาจับจ้องการต่อสู้อยู่บริเวณ อารามหลวง อยู่ตลอดเวลา ทว่าเมื่อนางได้ยินน้ำเสียงของ อี้เฉินคำรามออกมากู่ก้อง ประกาศกร้าวเต็มสองหูนาง ความสัมพันธ์ต่างๆ ของพวกเขาทั้งสอง ยามนี้มันคงขาดสะบั้น พังครืนลงมาไม่มีชิ้นดี หางตา ยี่ผิง แดงน้อยขึ้นมาด้วยความเสียใจ นางอดไม่ได้ที่จะมีน้ำใสไหลซึม เปรอะเปื้อนพวงแก้ม สะอื้นให้ออกมา น้อยๆ ประหนึ่งนางเสียคนรู้ใจ ไปจากนางแล้วคนหนึ่ง หน้าอกที่กระเพื่อมไหว เจ็บแปล๊บ ๆ ราวกับถูกมีดกรีดแทงหัวใจ
เจียหลิน ครั้นนางรับรู้ น้องเล็กของนางฟื้นตื่น ได้ยินทุกถ้อยคำของ อี้เฉินที่เอ่ยพูดออกมา นางได้แต่เข้าไปปลอบโยนน้องสาวของนาง "หากมันพังไปแล้วก็สร้างมันขึ้นมาใหม่สิน้องเล็กของข้า" ก่อนหญิงสาวจะเข้าไปกอดน้องเล็กไว้แน่น หมายมั่นให้นางสู้ต่อไป ในเส้นทางด้านหน้า หากยังเดินต่อไปไม่ช้า พวกเขาย่อมต้องได้พานภพกันอีกครา
"อืม ข้าเข้าใจแล้วพี่หญิงเจียหลิน แต่อย่างไร สิ่งที่เคยพังครืน ลงไปแล้ว มันยากที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ข้ามีเพียงแต่ต้องตัดใจจากเขา"
"เจ้าคิดได้เช่นนั้นก็ดีแล้วน้องหญิงของข้า เผ่าสงครามเรา ติดหนี้เขาหนักหนายิ่งนัก ไม่คิดการมาของชายหนุ่ม จะทำให้เผ่าพันธุ์ผู้ยิ่งใหญ่สั่นคลอน ได้มากถึงเพียงนี้"
...ระหว่างที่อี้เฉิน เดินทางไปพร้อมกับ อี้ฟางหรง ด้วยความเร็วอันหน้าเหลือเชื่อ แหวกห้วงมิติ ออกไปอยู่หลายครา อี้เฉินไต่ถามนางด้วยความสงสัย "เหตุใดท่านถึงทำดีกับข้า ทั้งๆ ที่ข้า ไม่ได้มีค่าอะไรสำหรับท่าน เมื่ออยู่ต่อหน้าท่าน ข้าก็เป็นเพียงเศษฝุ่นผงธุลี เสียด้วยซ้ำ"
อี้ฟางหรง นางยังเร่งฝีเท้าต่อไปไม่หยุด ก่อนบอกกล่าวอี้เฉิน เรื่องราวของดินแดนเบื้องล่างบางส่วน ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ นางมั่นใจว่าชายหนุ่มมีสายเลือดของตระกูล อี้ ของนางไหลเวียนอยู่ "คนของตระกูลอี้ มีบางส่วนถูกเนรเทศลงไปยังดินแดนเบื้องล่าง มันนานร่วม3000ปีแล้วมั้ง ข้าเองก็จำมันไม่ค่อยได้"
นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ บอกกล่าวอี้เฉินอีกครา แววตา คนึงหาใครบางคนอยู่ไม่น้อย "เจ้าอาจจะเป็นลูกหลานของคนพวกนั้นก็เป็นได้"
ครั้นอี้เฉินได้ยิน เขามีสีหน้าตกอกตกใจอยู่ไม่น้อย จริงๆ อี้ฟางหรงอายุจริงๆ ของนางเท่าใดกันแน่ เหตุใดนางล่วงรู้เรื่องราวของดินแดนเบื้องล่าง ก่อนอี้เฉินไต่ถามเรื่องราวของกลุ่มคนดินแดนเซียน ภายในโลกเบื้องล่าง ที่เขาสงสัยมาตลอด "เหตุใดโลกเบื้องบนเองก็มีดินแดนเซียน เฉกเช่นเดียวกับดินแดน เซียนเบื้องล่าง เล่า พวกเขามีอันใดเกี่ยวข้องกันหรือไม่"
ครั้นคำพูดของอี้เฉินดังขึ้นมา มันก็เหมือนว่าจะสะกิดแผลใจของอี้ฟางหรงไม่น้อย ใบหน้าที่เคยงดงามเพริศพริ้ง แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ ไม่เอ่ยบอกกล่าวเรื่องที่ไม่จำเป็น ให้อี้เฉินรับรู้อีกต่อไป "มันยังเร็วเกินไปที่จะบอกกล่าวตัวเจ้าในยามนี้ เมื่อเจ้าเติบโตขึ้นสักวันเจ้า จะได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ อย่างแน่นอน"
ก่อนนางจะบอกกล่าว เรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่ออี้เฉินในภายภาคหน้า "อี้เฉิน อีกไม่กี่ปี สงคราม เทพพันปี ก็จะเปิดฉากขึ้นในรอบพันปี ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเจ้า ที่เกิดในยุคสมัยนี้ เหล่าอัจฉริยะผู้สูงส่ง ล้วนรอคอยช่วงเวลาในยามนี้ ที่จะเฉิดฉาย ใครจะเป็นผู้ยืนบนหัวเต่ามังกรอย่างแท้จริง กลุ่มจอมยุทธ์ที่เกิดผิดยุคผิดสมัยแช่แข็งตนเอง จะลืมตาตื่นขึ้น เพื่อเข้าร่วมสงคราม เทพพันปี ยุคสมัยที่บ้าคลั่งของเหล่าอนุชนจะถือกำเนิด เทพสวรรค์ จะเกลื่อนกลาดไปทั่วทวีป"
"หากเจ้าคิดจะไล่ตาม ขั้นพลังของผู้เฒ่าชราอย่างพวกข้าให้ทัน มันก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเจ้า ในยามนี้มันจะช่วยให้เจ้าลดระยะเวลาไปได้หลายสิบปี"
อี้เฉินที่ได้ยิน เขาหัวใจสั่นสะท้านในทันที ไม่คิดว่าจะมีสถานที่ ฝึกฝนได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ การจะเป็นเทพสวรรค์ อย่างน้อยๆ อี้เฉินต้องใช้เวลา ถึง50ปี ไม่เคยมีใครอายุน้อยกว่า50ปีแล้วเป็นเทพสวรรค์มาก่อน ทว่าเวลา15ปีภายในสงคราม เทพพันปี มันกลับสร้างเทพสวรรค์ได้เกลื่อนกลาด สถานที่แห่งนั้นมันคืออะไรกันแน่ อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะตกใจ
ทว่าเมื่ออี้เฉินครุ่นคิดถึงเรื่องเวลา15ปีภายในสงคราม เทพพันปี มันก็ยาวนานเกินไป สำหรับตัวเขา เรื่องท่านปู่ของเขาที่รอคอยเขาอยู่ ภายในดินแดนเบื้องล่าง ยังหมู่บ้านลมหวนนั้นอีก 'เขาจะทำเช่นไร มันจึงทำให้ อี้เฉินมีสีหน้าลังเลใจ เขากลัวว่ากลับไปจะไม่ได้พบเจอท่านปู่ของเขาอีกครา'
อี้ฟางหรง นางกล่าวเตือนอี้เฉินด้วยความ จริงใจ "ด้านในสงครามเทพพันปีเต็มไปด้วย ของล้ำค่า ไฟเทพเก่าแก่โบราณมากมาย แม้กระทั่งเหล่าซากศพของเซียนสวรรค์ สถานที่นั้นจึงหนาแน่นไปด้วยปราณพลังเซียน มรรคผลต่างๆ มากมาย ผู้คนล้วนรอคอยช่วงเวลานี้ เจ้าเพียงเสียเวลาแค่15ปี เจ้าคิดให้ดีเด็กหนุ่ม แล้วอีกอย่างช่วงเวลาที่โหดร้ายใกล้จะเข้ามาทุกที หากเจ้าไม่แข็งแกร่งเจ้าจะถูกกลบฝังกลืนกิน หากไร้ซึ่งพลัง"
อี้เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเอ่ยพูดพึมพำ "ข้านั้นยังอ่อนแอเกินไปท่านปู่ โปรดท่านรักษาตัวรอคอยวันที่ข้าจะไปพบท่านในอีกสักวัน ข้านั้นรู้ซึ่ง ในความอ่อนด้อยของตนเองดี หากไร้ซึ่งพลัง ข้าก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เป็นได้แค่แกะตัวน้อยท่ามกลางฝูงหมาป่าที่หิวโหยเท่านั้น"
อี้ฟางหรง ยกยิ้มน้อยๆ มองชายหนุ่มไม่ผิดไปจริงๆ ก่อนนางจะบอกกล่าว เรื่องจะพาอี้เฉินไปยังสถาบันยอดเขาสวรรค์ ซึ่งเป็นแหล่งรวมสุดยอด อัจฉริยะรุ่นใหม่ในยามนี้ที่ตั้งอยู่ ทวีปโพ้นทะเล หนานหยาง "อี้เฉิน ข้าจะพาเจ้าไปยัง สถาบันยอดเขาสวรรค์ ทว่ายามนี้ พวกเขาปิดรับสมัครศิษย์ในรอบ10ปี มา3เดือนแล้ว เจ้าต้องเอาป้ายแนะนำตัวข้าไป ส่วนเรื่องต่อจากนี้ข้าไม่อาจก้าวก่าย ได้อีกต่อไป" ก่อนอี้ฟางหรง จะโยนป้ายหยกศิษย์เก่าของนางให้ อี้เฉินไม่รู้ว่าทำเนียม ศิษย์เก่า สถาบันยอดเขาสวรรค์ ยังจะใช้การได้หรือไม่
"ขอบคุณท่านอาจารย์" อี้เฉินกล่าวพร้อมคำนับตัวนางด้วยความนอบน้อม ทว่าความรู้สึกของอี้เฉิน กลับมองว่า อี้ฟางหรง เป็นพี่สาวของเขาคนหนึ่ง เมื่อเห็นแววตาของนางจ้องมองเขาด้วยความเป็นห่วง ราวกับมองลูกหลานในตระกูลของนาง คนหนึ่ง มันก็อด ไม่ได้ที่อี้เฉิน จะคลายความเคลือบแคลงใจ จากตัวนางไป
อี้ฟางหรง ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนบอกกล่าว "อี้เฉิน สถาบันยอดเขาสวรรค์ ไม่ง่ายดายอย่างที่เจ้าคิด ด้านในเต็มไปด้วยเหล่าอัจฉริยะ ไม่แน่พวกเขาอาจจะไม่รับตัวเจ้า แม้ว่าข้าจะขอร้องด้วยตนเองก็ตาม เหล่าชายแก่ หญิงชราพวกนั้น คงไม่ยอมให้ใครข้ามหน้า ข้ามตาพวกเขา ข้าส่งเจ้าได้แค่ด้านหน้าสถาบันยอดเขาสวรรค์ เท่านั้น ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับเจ้า ..หากเจ้ายังคงอยากจะรู้อดีตสายเลือดของเจ้า ปราการทมิฬจะเป็นคำตอบของเจ้า สถานที่นั้นจะเป็นเหมือนบ้านของเจ้าในยามนี้" ก่อนที่อี้ฟางหรง นางจะหันไปมองที่ไกลสุดสายปรายตา จ้องมองไปยังเขตแดนทวีปมืด
"อืมๆ ข้าเข้าใจแล้ว โปรดท่านรักษาตัวด้วย ท่านอาจารย์"
ครั้นอี้ฟางหรง ส่งอี้เฉินเสร็จสิ้นนางก็จากไป จากสถานที่แห่งนี้ ในทันที ทว่าประกายตาในกรอบสายตา ของนางกลับวูบไหวไม่น้อย เอ่ยกล่าวคำพูดพึมพำออกมา "ท่านพี่ ที่อยู่ดินแดนเบื้องล่าง หวังว่าท่านจะสบายดี?" ทว่าใจลึกๆ ของนางก็รับรู้ได้เป็นอย่างดี ดินแดนที่ต่ำต้อยเฉกเช่นนั้น จะสามารถมีขั้นพลังระดับสูงได้เยี่ยงไรเล่า
ด้านอี้เฉินมายืนด้านหน้าสถาบันยอดเขาสวรรค์ เขาได้แต่ถอนหายใจออกมายาว อยู่ครู่ใหญ่ ก่อนสูดลมหายใจเข้าไปภายในปอดจนเต็มที่ รอบ บริเวณภูเขาในยามรุ่งสางนี้ เต็มไปด้วยปราณพลังฟ้าดินที่หนาแน่น ไม่น้อย ครั้นสูดลมหายใจเข้าไปลึก จึงรับรู้กลิ่นอายที่เก่าแก่ บรรพกาลได้อย่างไม่ยากเย็น เหมาะเป็นที่ฝึกตนไม่น้อย อดไม่ได้ที่จะกล่าวชมสถานที่แห่งนี้