Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 3 ตอนที่ 79 ไม่ทราบว่าหมัดทลายปอดของผมเป็นอย่างไร?

            ซูฮ่าวตะลึงงัน

            เขาเอียงหน้ามองไปด้านหลังเห็นชายชราคนหนึ่ง พร้อมกับผู้ชายสองคนที่เดินมาด้วยจังหวะเท้าที่มั่นคงอยู่ด้านหลังพวกเขาค่อยๆ เดินเข้ามา

            ชายชราท่านนี้มีลักษณะคล้ายทหารเป็นอย่างยิ่งถึงกระดูกร่างกายจะคดงอ แต่กลับมีพลังที่แข็งแกร่งที่ไม่ยอมศิโรราบเห็นได้ชัดว่าคือคนที่เดินออกมาจากเขตทหาร

            ผู้ชายอีกสองคนก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันมีกำลังขั้นเซียนเทียนช่วงกลาง ร่างกายกำยำล่ำสัน กล้ามเนื้อปูดออกมาเห็นได้ชัดว่าอยู่ในสนามรบมายาวนาน

            “สหายน้อย ฉันชื่อเว่ยซานเต๋อ นี่คือบอดี้การ์ดสองคนของฉันหลงอีกับหลงเออร์ก่อนหน้านี้เห็นนายฝึกวิทยายุทธอยู่ที่นี่ ก็ดูมาสักพักแล้วพบว่าวิชาหมัดของนายไม่ธรรมดา ฉันเลยแปลกใจมาก ไม่ทราบว่าที่สหายน้อยแสดงออกมาคือวิชาหมัดอะไร?” เว่ยชานเต๋อแนะนำตัวก่อน หลังจากนั้นก็ถามพลางหัวเราะเสียงดัง

            เขากลับไม่ถามเรื่องเกี่ยวกับขอบเขตการลืมสรรพสิ่งและตัวตนกับซูฮ่าวโดยตรงไม่ว่าอย่างไรการทำอย่างนี้มันก็ง่ายต่อการทำให้ซูฮ่าวหวาดระแวงและง่ายต่อการทำให้ซูฮ่าวระวังตัว

            แน่นอนว่าก็พูดได้ว่าเขารู้สึกแปลกใจต่อวิชาหมัดของซูฮ่าวจริงๆดังนั้นจึงอยากเข้าใจเรื่องของวิชาหมัดก่อนสักหน่อย

            ซูฮ่าวเห็นโฉมหน้าที่อ่อนโยนและมีเมตตารวมทั้งไม่มีเจตนาร้ายของเว่ยซานเต๋อ ก็หยุดชะงักพลางพูดว่า “นี่คือหมัดทลายปอด!”

            “หมัดทลายปอด?” เว่ยชานเต๋อบ่นพึมพำมักจะรู้สึกว่าพูดตะกุกตะกัก

            “ผลลัพธ์ของหมัดนี้คือทำลายส่วนปอดของคนอย่างนั้นหรือ?”

            “ก็ประมาณนั้น” ซูฮ่าวพยักหน้า แล้วตอบตรงๆ ว่า “หมัดนี้สยบแข็งด้วยอ่อนสยบหยางด้วยหยิน ตอนที่กระหน่ำต่อยหมัดจะแฝงด้วยพลังหยินอ่อน หลังต่อยโดนคนก็จะทำให้ปอดของคนคนนั้นได้รับความเสียหายได้ ภายในเวลาสั้นๆจะถูกพลังหยินอ่อนกัดกร่อน และชิงเอาพลังหยางของคนคนนั้นไป”

            “สยบแข็งด้วยอ่อน สยบหยางด้วยหยิน เห็นได้ชัดว่านี่ก็คือมวยไท่เก๊ก”หลงอีที่อยู่ข้างๆ ได้ยินแล้วก็รู้สึกขบขัน “นายก็พูดมาตรงๆ ว่าคือมวยไท่เก๊กก็ได้แล้วยังจะพูดว่าหมัดทลายปอดอะไร ฟังดูเหมือนสูงส่ง แต่จริงๆ แล้วก็ไม่เท่าไร”

            ถึงแม้เขาจะรู้สึกตื่นตระหนกกับการที่ซูฮ่าวเข้าสู่ขอบเขตการลืมสรรพสิ่งและตัวตนเป็นอย่างยิ่งแต่พิจารณาจากคำพูดในก่อนหน้านี้ของซูฮ่าว นี่ก็แค่เจ้าคนที่โอ้อวดตนเองเท่านั้น

            สีหน้าของเว่ยชานเต๋อแปรเปลี่ยนและตำหนิทันทีว่า “หลงอี อย่าเสียมารยาท!”

            ไม่ว่าที่ซูฮ่าวพูดคือความจริงหรือเท็จแต่ท่าทางในการพูดของหลงอีก็ไม่ถูก

            หลงอีรีบก้มหน้าและบ่นเบาๆ ว่า “เดิมทีก็ใช่ ไท่เก๊กคือวิชามวยดั้งเดิมของหัวเซี่ยพูดออกมาก็ไม่ขายหน้า แต่กลับพูดเสียใหญ่โต ราวกับใช้ไท่เก๊กจะขายหน้ามาก… ”

            “หืม?” เว่ยชานเต๋อชำเลืองมองหลงอีและมีสายตาเยือกเย็น

            หลงอีรีบหุบปากพลางหัวเราะอย่างกระอักกระอ่วนและไม่พูดมากอีก

            “สหายน้อย บอดี้การ์ดคนนี้ของฉันมีนิสัยร่าเริง พูดจาตรงไปตรงมาหากพูดจาไม่น่าฟัง นายก็อย่าถือสาเลยนะ” เว่ยชานเต๋อทำมือคารวะซูฮ่าว และยิ้มขอโทษ

            หลงเออร์ที่อยู่ข้างๆขมวดคิ้ว และอ้าปาก สุดท้ายอยากจะพูดแต่ก็หยุดไป

            เว่ยชานเต๋อคือครูฝึกระดับสูงคนก่อนของเขตทหารเมืองไห่เป่ยและยังเป็นข้าราชการทหารระดับนายพลท่านหนึ่ง สถานะอย่างนี้แค่พูดออกมาเมืองไห่เป่ยก็สั่นสะเทือน คิดไม่ถึงว่าจะพูดกับซูฮ่าวอย่างเกรงใจ ดูไปแล้วก็เหมือนลดตัวจริงๆ

            “ไม่เป็นไร” ซูฮ่าวโบกมือ และมองหลงอี เขาพูดอย่างนิ่งเฉยว่า“หมัดทลายปอดนี้ของผม ถึงแม้มีความเป็นไท่เก๊กอยู่บ้าง แต่ก็มีความแตกต่างกับไท่เก๊กในด้านแก่นแท้คือแบบที่วิวัฒนาการมาจากไท่เก๊ก”

            “แบบที่วิวัฒนาการ?” หลงอีตะลึงงันและพูดอย่างประหลาดใจว่า “อายุอย่างนาย แม้แต่ความลึกลับของไท่เก๊กก็ยังไม่เข้าใจดีก็กล้าพูดว่าวิชาหมัดของตนเองคือแบบวิวัฒนาการของไท่เก๊ก?”

            เขาฝึกไท่เก๊กมาตั้งแต่เด็กๆจนถึงวันนี้ เพิ่งจะประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อย ยิ่งเข้าไปลึก ก็ยิ่งเข้าใจความลึกลับของไท่เก๊กยิ่งคิดว่าไท่เก๊กคือวิชามวยอันดับหนึ่งของหัวเซี่ย

            ซูฮ่าวก็อายุแค่ยี่สิบปีต้นๆจึงทำให้เขาไม่พอใจจริงๆ !

            “ถึงแม้ผมจะไม่เข้าใจลึกซึ้งด้านไท่เก๊ก แต่ก็เข้าใจแก่นแท้ของไท่เก๊กทำไมจะวิวัฒนาการวิชาหมัดที่ยิ่งแข็งแกร่งจากพื้นฐานนี้ไม่ได้ล่ะ?” ซูฮ่าวยักไหล่โดยไม่ให้ดูถ่อมตัวหรือเย่อหยิ่งจนเกินไป

            เขามีพลังพรสวรรค์ของยอดฝีมือแห่งยุคก่อนหน้านี้ตอนที่ฝึกหมัดทลายปอด ในขณะเดียวกันก็ทำให้แก่นแท้ของไท่เก๊กกลายเป็นสิ่งที่ใช้ได้แล้วถึงแม้ไม่มาก แต่ก็ช่ำชอง

            “โอหัง!” หลงอีได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็บูดบึ้งทันที

            “ไท่เก๊กกว้างขวางและล้ำลึก ยอดฝีมือด้านวิทยายุทธบางคนศึกษาครึ่งชีวิตกว่าจะประสบความสำเร็จนายคนนี้ก็โอ้อวดตนเองเกินไปแล้วกระมัง?”

            เว่ยชานเต๋อยิ่งขมวดคิ้วรุนแรงขึ้นเขาอยากจะห้ามหลงอี แต่กลับคิดว่าที่หลงอีพูดนั้นก็ไม่ผิด ทันใดนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะเข้าไปยุ่งอย่างไรจึงทำได้แค่เงียบเฉยเท่านั้น

            “ยอดฝีมือด้านวิทยายุทธบางคนศึกษาครึ่งชีวิตเพิ่งจะประสบความสำเร็จ พูดได้เพียงว่าทิศทางที่พวกเขาศึกษาไท่เก๊กนั้นไม่ถูกต้องเข้าใจไม่ครบทุกด้าน หรือไม่เหมาะที่จะเรียนไท่เก๊กแล้วใครเป็นคนพูดว่าเรื่องที่พวกเขาทำไม่ได้ คนอื่นก็ทำไม่ได้เหมือนกัน?” ซูฮ่าวกลอกตาใส่อย่างจนปัญญา

            “ของบางอย่างก็อาศัยพรสวรรค์ มิฉะนั้นทำไมบางคนฝึกแค่วันเดียวก็ไปไกลพันลี้แต่บางคนฝึกหลายสิบปีกลับเหมือนหนึ่งวัน?”

            หลงอีได้ยินแล้วก็หน้าแดงก่ำ“นาย… นายมันจับแพะชนแกะชัดๆ พูดจาเพ้อเจ้อ!”

            “พี่ชายฉันแสดงพรสวรรค์ด้านการฝึกวิทยายุทธที่น่าตกใจมาตั้งแต่เด็กๆท่วงท่าด้านวิทยายุทธใดๆ อยู่ต่อหน้าเขาก็ล้วนเรียนได้อย่างราบรื่นคนรุ่นเดียวกันก็ตามไม่ทัน แทบจะถูกบดขยี้ แต่ถึงจะมีพรสวรรค์ในการเรียนอย่างนี้ก็เรียนไท่เก๊กได้แค่สามสี่ส่วน หากจะวัดตามพรสวรรค์ที่นายว่า เช่นนั้นในด้านไท่เก๊กเขาก็ต้องบรรลุถึงอย่างน้อยหกเจ็ดส่วนจึงจะถูก”อีกด้านหนึ่งหลงเออร์ก็พูดแทรกขึ้นมาทันที

            “กำลังมีสูงต่ำ พรสวรรค์ก็มีสูงต่ำเหมือนกันพูดได้แค่ว่าพรสวรรค์ของพี่ชายคุณยังไม่บรรลุถึงขั้นที่แข็งแกร่งอย่างนั้น มีแค่พรสวรรค์แค่นิดหน่อยเท่านั้น”ซูฮ่าวเอามือกอดอก และค่อยๆ พูด

            หลงเออร์หน้าดำคร่ำเครียด“คนหนุ่มมั่นใจเกินไปก็ไม่ดี!”

            “ในเมื่อพวกคุณไม่เห็นด้วยกับคำพูดของผม เช่นนั้นผมก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดอีกสู้มาประลองกันจริงๆ จังๆ สักหน่อย ใช้กำปั้นมาพิสูจน์กันดีไหม?” มุมปากของซูฮ่าวกระตุกเล็กน้อย พลางพูดและหัวเราะเบาๆ

            หลงเออร์ยังไม่ทันได้พูดหลงอีก็บิดคอไปมา สายตามีความเด็ดขาด “ก็ได้ คนหนุ่มเลือดร้อน มั่นใจเกินไปควรจะสั่งสอนสักหน่อย!”

            เจ้าคนที่ชื่อซูฮ่าวตรงหน้านี้เป็นคนเย่อหยิ่ง ท่าทางกำเริบ แล้วยังมั่นใจอย่างหน้าไม่อายหากไม่ทำให้อีกฝ่ายได้เห็นดีสักหน่อย เกรงว่าต่อไปก็คงก่อกบฏแน่

            “หลงอีอย่ารังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า!” เว่ยชานเต๋อเห็นบรรยากาศผิดปกติ ก็พูดหยุดยั้งทันที

            คำพูดนี้ของเขาจริงๆแล้วก็ปกป้องซูฮ่าว หลงอีคือยอดฝีมือเซียนเทียนช่วงกลางที่อยู่ในสนามรบมายาวนานความแข็งแกร่งของกำลัง ในขอบเขตเดียวกันแทบจะไม่มีคู่ต่อสู้

            ให้เขาไปประลองกับซูฮ่าวต้องพูดตามตรงว่ารังแกคนไปหน่อยถึงพูดว่าซูฮ่าวเข้าสู่ขอบเขตการลืมสรรพสิ่งและตัวตนได้มีความเข้าใจต่อวิทยายุทธอย่างไม่ธรรมดาแต่เขาสังเกตกำลังของซูฮ่าวอย่างละเอียดแล้ว ก็แค่เซียนเทียนช่วงแรกเท่านั้น

            หากหลงอีที่อยู่ขั้นเซียนเทียนช่วงกลางสู้กับซูฮ่าวที่อยู่ในขั้นเซียนเทียนช่วงแรกนี่จะต่างอะไรกับการบดขยี้?

            ซูฮ่าวโบกมือและพูดอย่างสบายว่า “ไม่เป็นไร หากคือเซียนเทียนช่วงหลัง ผมยังจะไตร่ตรองสักหน่อยแต่หากอยู่ในขั้นเซียนเทียนช่วงกลาง ผมก็ยังคงจัดการได้”

            “มีอย่างที่ไหนนายก็อย่าหาว่าฉันเป็นผู้ใหญ่รังแกผู้น้อยล่ะ!” หลงอีโกรธมาก

            เขามาจากวงการวิทยายุทธประสบความสำเร็จมานับไม่ถ้วน เคยถูกเด็กดูถูกเสียที่ไหน?

            “ไม่ต้องพูดมากจะสู้ก็สู้!” ซูฮ่าวยื่นมือออกมาเรียก แต่ไม่ลนลานแม้แต่น้อย

            เขากำลังอยากจะลองอานุภาพของหมัดทลายปอดบนตัวคนสักหน่อยเอาหลงอีมาเป็นเป้าหมายในการทดลองก็ดีเช่นกัน

            “ไอ้หนู นายพูดเองนะอย่าตำหนิฉันล่ะ” หลงอีเผยสายตาดุร้าย และกุมกำปั้น ปล่อยเสียงดังออกมา

            วันนี้ เขาจะทำให้ซูฮ่าวได้รู้ว่าอะไรคือปลาหมอตายเพราะปาก

            เว่ยชานเต๋อเห็นอย่างนี้ก็ถอนหายใจแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

            เห็นได้ชัดว่าเขาก็คิดว่าซูฮ่าวมั่นใจเกินไปแล้ว

            “ชิ้ว!”

            การต่อสู้เพิ่งเริ่มขึ้นซูฮ่าวลงมือก่อน โน้มตัวไปด้านหน้า ราวกับห่านฟ้าที่จับกระต่าย แมวที่จับหนูออกหมัดราวกับงูที่ปราดเปรียวร่ายรำ ว่องไวหลากหลาย ทรงพลังรวดเร็ว รวดเร็วจนน่าประหลาดใจ

            หลงอีมีสีหน้าปกติร่างกายผ่อนคลายจากบนลงล่าง จมลงใต้เท้า ราวกับผ่อนคลายแต่ไม่หนักหน่วง

            ไท่เก๊กพิถีพิถันเรื่องสยบแข็งด้วยอ่อนท่วงท่าของวิชาหมัดมีเร็วมีช้า ความคิด พลัง ท่วงท่า จิตของผู้ฝึกต้องค่อยๆผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว มีแค่อย่างนี้จึงจะละทิ้งความคิดของตนเองและคล้อยตามผู้คนได้ กระตุ้นให้คว้าน้ำเหลวใช้พลังน้อยเอาชนะพลังมาก

            ช่วงที่กำปั้นของซูฮ่าวมาถึงมือซ้ายของเขาไหลไปตามกำปั้นของซูฮ่าวและจับ ทำท่าที่คล้ายกับการยิงธนูไม่ใช่แค่แก้ไขการโจมตีของอีกฝ่าย แต่ยังลากอีกฝ่ายมาตรงหน้าได้อีกด้วย

            ในขณะเดียวกันเวลานี้มือขวาที่เตรียมไว้นานแล้วก็ผลักออกมาทันทีต้องการใช้ประโยชน์จากพลังภายนอกของไท่เก๊กโจมตีซูฮ่าวอย่างดุดัน

            แต่ใครจะรู้ว่าช่วงที่มือขวาของเขาผลักออกมา มืออีกข้างของซูฮ่าวโค้งงอเล็กน้อยข้อศอกมีพลังเล็กน้อย และชนเข้ากับไหล่ของเขาแล้ว

            ข้อศอกโจมตีดั่งภูเขาทับพลังมหาศาลทรงพลังมาก ทำให้หลงอีถอยออกไปติดต่อกันหลายก้าว

            “เวรเอ๊ย!” หลงอีรู้สึกถึงความเจ็บตรงไหล่ก็แอบด่า เห็นได้ชัดว่าคิดไม่ถึงว่าซูฮ่าวจะมีการตอบสนองรวดเร็วเช่นนี้

            ขณะที่อยากจะโต้กลับแต่ซูฮ่าวกลับกระโดดขึ้นมาจากที่เดิม ราวกับเทพมาเยือนโลก รวดเร็วดั่งฟ้าแลบอานุภาพสะสมถึงขั้นสุดยอด

            “หมัดแรกของหมัดผงาดฟ้า : หมัดทลายใจ!”

            เมื่อเสียงตะคอกดังขึ้นมาก็เห็นแค่หมัดต่อยออกมาราวกับพายุฝน

            “อะไรกันเนี่ย?” หลงอีตกใจและรีบยื่นมือออกมาต้านทันที

            “ตุ้บ!”

            พลังหมัดที่แข็งแกร่งดั่งน้ำท่วมเขื่อนด้วยระดับพลังความน่ากลัวที่พินาศย่อยยับ ทำให้หลงอีถอยไปไกลหลายเมตร

            หลงเออร์กับเว่ยชานเต๋อที่มองเห็นเหตุการณ์นี้ก็ตกตะลึงคิดไม่ถึงว่าหลงอีที่อยู่ในขั้นเซียนเทียนช่วงกลางจะถูกซูฮ่าวที่อยู่ในขั้นเซียนเทียนช่วงแรกกดดันแล้ว?

            “เวรเอ๊ย!” เมื่อหลงอีเห็นว่าซูฮ่าวเหนือกว่าก็โกรธจัด ในสายตามีความเยือกเย็น

            จากนั้นมือทั้งคู่ของเขาก็เปลี่ยนไปมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดพลังถูกส่งขึ้นไปที่หน้าอก สะสมอยู่ที่ขา ครอบงำอยู่ที่เอวหลังจากสะสมพลังแล้วค่อยปะทุ

            ทันใดนั้นเขาก็ปล่อยฝ่ามือออกมาพัวพันกันจากภายในสู่ภายนอก ปล่อยพลังปิงจิ้นของไท่เก๊กตรงเข้าไปยังจุดสำคัญของซูฮ่าว

            การเผชิญหน้ากับฝ่ามือนี้ทำให้ซูฮ่าวดวงตาลุกวาว แต่ยังไม่หลบ จากนั้นก็ปล่อยพลังออกมาจากกระดูกสันหลัง จังหวะเท้าเปลี่ยนไปตามตัวเก็บแล้วก็วาง วางแล้วก็เก็บ

            ขาดและต่อเนื่องไปมาซ้ำซ้อน

            อ่อนโยนที่สุดหลังจากนั้นก็แข็งแกร่งที่สุด

            สามารถหายใจได้และสามารถติดตามได้หลังจากนั้น

            “หมัดที่สองของหมัดผงาดฟ้า : หมัดทลายปอด!” เขาตะโกนเบาๆ จากนั้นก็กระโจนตัวเข้าไป ออกหมัดตามอำเภอใจพลังหยินอ่อนพุ่งไปทางพลังปิงจิ้นที่หลงอีสำแดงออกมาพร้อมกำปั้น

            “ปัง!”

            ช่วงที่ทั้งสองฝ่ายปะทะกันพลังหยินอ่อนกัดกร่อนพลังปิงจิ้นโดยตรง หลังจากนั้นก็โจมตีโดนหลงอีด้วยความเร็วดั่งฟ้าร้องที่แทบจะปิดหูไม่ทัน

            “โอ๊ย!”

            หลงอีไม่ได้ถูกโจมตีจนถอยกลับไปแต่กลับยืนอยู่ที่เดิม เลือดแดงฉานพุ่งออกมาจากปากของเขา ปอดได้รับความเสียหายการหายใจอ่อนลงเล็กน้อย ยากที่จะสู้ต่อแล้ว

            ในขณะเดียวกันพลังหยางที่อยู่ในตัวของเขาถูกพลังหยินอ่อนช่วงชิงไปมากกว่าครึ่งจึงทำให้ใบหน้าขาวซีดทันที ริมฝีปากเป็นสีม่วง คิ้วผนึกเป็นน้ำแข็งราวกับถูกทำให้แข็งจนขยับไม่ได้แล้ว

            จนกระทั่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาซูฮ่าวจึงหยุดลง และเดินมาตรงหน้าของเขา มือทั้งคู่ไขว้หลัง ท่าทางราวกับผู้ที่สูงกว่าก้มมองผู้ที่ต่ำต้อยกว่า

    “ยอดฝีมือด้านวิทยายุทธไม่ทราบว่าหมัดทลายปอดของผมเป็นอย่างไรบ้างครับ?”