เสียงซุบซิบกันแผ่วเบา จึงทราบว่าคนกลุ่มนี้เป็นอันธพาลที่เพิ่งเข้ามายึดครองที่นี่ยามที่ผู้นำตระกูลหยางและบุตรออกจากตระกูลไปทำกิจธุระภายนอกตนเพียงยืนสงบนิ่งต้องการดูว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นไรหันมองนงคราญสุรางสวรรค์บัดนี้สายตาเย็นเฉียบ รังสีอำมหิตเริ่มแผ่กระจายออกรอบข้างจนกลุ่มของฟู่เฉิงเริ่มสัมผัสได้ แต่ฟู่เฉิงกลับหัวร่อดังสนั่น
"หืม..?..ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถึงกับแผ่รังสีการฆ่าฟันออกมาจนสัมผัสได้นับว่าเป็นกุหลาบมีหนาม นี่สิถึงจะมีรสชาติหน่อย มิจืดชืดเหมือนที่ผ่านมา นางงามน้อยเจ้ามิต้องสนใจเจ้าไก่อ่อน เจ้าหนุ่มอ่อนแอบอบบางข้างกายเจ้า เจ้ามาดื่มกินกับข้า แล้วข้าจะมอบความสุขจุใจให้เจ้ามากกว่าเจ้าหนุ่มไร้เรี่ยวแรงแม้แต่ฆ่าไก่ผู้นั้นเป็นสิบเท่ารับรองว่าเจ้าจะไม่ผิดหวัง "
"ฮ่า ฮ่าฮ่า..นายน้อยฟู่เฉิงช่างมีวาสนาด้านสตรีงามยิ่งนักไม่ว่าจะไปที่ใดมิเคยขาดแคลนซึ่งหญิงงามจริง ๆให้พวกข้าไปจับมาให้ท่านดีกว่าไหมท่านจะได้มิต้องเปลืองมือเท้า"
กังหลงมองสมุนทั้งห้าเห็นพวกมันต่างหัวร่ออย่างสั่นหวั่นไหวชอบอกชอบใจพร้อมพูดประจบประแจงและต่างเสนอหน้าต้องการสร้างความดีความชอบสี่คนต่างมีระดับปราณขุนพลระดับเก้าขั้นกลาง มีเพียงชายหน้าม้าร่างใหญ่คนเดียวเท่านั้นที่มีระดับปราณระดับครึ่งก้าวสู่ราชั้นย์ขั้นสุดนับเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งยากจะหาเจอในเมืองเนตรอสูรที่กังหลงจากมา เพราะบิดาของกังหลงนั้นยังมีระดับปราณเพียงแค่ปราณขุนพลระดับห้าขั้นสุดเท่านั้น พวกคนเหล่านี้ฝึกปรือกันมาอย่างไรหรือภายนอกเมืองเนตรอสูรล้วนมีทรัพยากรที่มากมายและสิ่งเกื้อหนุนต่าง ๆมากมายกว่าเมืองเนตรอสูรนัก
นงคราญสุรางค์สวรรค์ปรากฎสีหน้าเย็นชาอำมหิตแต่มิได้เคลื่อนไหวใดๆ เนื่องจากเห็นกังหลงยังยืนสงบอยู่ข้างกายมิแสดงปฏิกิริยาใดทั้งสิ้นนางได้เห็นฝีมืออันร้ายกาจของกังหลงเป็นที่ประจักษ์กับตาแล้ว หากกังหลงมิบอกกล่าวและไม่แสดงท่าทีใดตนก็ทำได้เพียงยืนสงบนิ่งสะกดความเดือดดาลไว้ในใจเท่านั้น
ฟู่เฉิงได้ยินสมุนต่างเสนอหน้าต้องการจับกุมหญิงสาวมาให้ตนแย้มยิ้มพยักหน้าและกล่าว
"อย่าลงมือให้รุนแรงจนบุปผาบอบช้ำส่วนเจ้าหนุ่มนั่นลงมือเพียงให้บาดเจ็บทางผิวกายแล้วจับมันโยนออกไปให้ไกลเสีย"
"นายน้อยฟู่เฉิงโปรดวางใจพวกข้าจะจัดการเจ้าหนุ่มนั่นก่อนทำให้เจ้าหนุ่มนั่นนอนหยอดน้ำข้าวต้มเป็นแรมเดือนเชียว มิให้มาขวางหูขวางตานายน้อยฟู่เฉิงได้อีก"
"ส่วนสตรีงามผู้นี้พวกเราจะสยบโดยมิให้มีรอยบอบช้ำใดๆ แม้แต่น้อยจะส่งมอบให้นายน้อยอย่างสมบูรณ์ที่สุด"
"เจ้าหนุ่มเจ้ามิอาจโทษใครได้ต้องโทษตัวเองที่มิมีกำลังมากพอ..เพียงขยะชั้นต่ำปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดคิดริบังอาจจะครอบครองบุปผาล้ำค่า..ตัวเจ้ายังไม่มีกำลังพอที่จะพิทักษ์บุปผาผู้ที่มีพลังและอำนาจเท่านั้นจึงจะสามารถครอบครองสิ่งที่ปรารถนาได้ เจ้าจงยอมรับชะตากรรมเถอะฮ่า ฮ่า ฮ่า.."
กล่าวพลางมองด้วยสายตาเหยีดหยามมองไปสิ้นเสียงทั้งห้าก็พุ่งเข้าจู่โจมฟาดฝ่ามือด้วยพลังสามส่วน เนื่องจากคิดว่าขยะชั้นต่ำปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดเพียงพลังสามส่วนของคนทั้งห้า เจ้าหนุ่มเบื้องหน้าโดนเข้าก็ปางตายแล้วความเร็วของทั้งห้ารวดเร็วยิ่งพริบตาพลังก็ถึงร่างบุรุษหนุ่มบังเกิดเสียงดังกึกก้อง ผู้คนรอบด้านต่างยกมือปิดตามิอาจมองดูสภาพน่าสังเวชของบุรุษหนุ่มรูปงามได้
"วูบบบบ"
"บึ้ม..!!"
แต่เหตุการณ์กลับมิเป็นดั่งที่หลายคนคาดคิดไม่มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของบุรุษหนุ่มเกิดขึ้น หลายคนเปิดตาดูพร้อมกับเริ่มมีเสียงกระหึ่มขึ้น
"โอ๊ะ..เจ้าหนุ่มนั่นมิได้เป็นอะไรแม้แต่น้อยนิดหรือเจ้าพวกนั้นใจอ่อนมิได้จู่โจมเข้าใส่ร่างเจ้าหนุ่มนั่น..!!"
"อา..มิ..มิใช่ เจ้าพวกอันธพาลนั่นรุมจู่โจมพร้อมกันทั้งห้าคนแต่เจ้าหนุ่มนั่นมิได้รับอันตรายใดๆ ข้ายืนดูอยู่ตลอดเวลามิได้กระพริบตา"
ผู้เฝ้ามองดูเหตุการณ์คนหนึ่งระล่ำระลักกล่าวขึ้นด้วยหน้าตาตื่นตระหนก ฝ่ายสมุนทั้งห้าของฟู่เฉิงถึงกับชะงักอึ้งไปเช่นกันทุกคนคล้ายรู้สึกว่าขณะพลังฝ่ามือของทั้งห้าจู่โจมไปยังร่างบุรุษหนุ่มเหมือนมีสายลมพัดวูบผ่านไปพลังฝ่ามือทั้งหมดคล้ายจู่โจมถูกธาตุอากาศทั้งที่สายตายังมองเห็นบุรุษหนุ่มมิได้ขยับตัวไปไหนทั้งห้าคนหันมามองหน้ากันและส่งสายตาเป็นความหมายร่วมมือกันจู่โจมอีกครั้งแล้วทั้งห้าก็พุ่งเข้าหากังหลงพร้อมฟาดฝ่ามือด้วยพลังที่เพิ่มขึ้นถึงห้าส่วน
"ย๊ากกกกก.."
"จงแหลกไปซะ..!!"
"วูบบบ"
"บึ้ม..!!"
ผลที่ออกมายังเป็นเช่นเดิมชายหนุ่มยังยืนอยู่ที่เดิมมิมีอันตรายใดร่างกายไร้รอยขีดข่วนใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าที่เฝ้าดูเหตุการณ์ต่างยืนปากอ้าตาค้างครานี้ทุกคนมิได้ปิดตาเช่นคราแรกจึงเฝ้ามองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างตลอดสายตาที่รับรู้เพียงเห็นการโจมตีของอันธพาลทั้งห้ามิอาจทำอันตรายใด ๆกับบุรษหนุ่มได้ หลายคนพึมพำออกมา
"คงมิใช่เหตุการณ์ที่ปกติแล้วหรือเจ้าหนุ่มนั่นมีเวทมนต์ ?"
"เจ้าหนุ่มนั่นกลับมิหลบหลีกการโจมตีอันหนักหน่วงเช่นนั้นเป็นไปได้อย่างไร ?"
ครานี้สมุนทั้งห้าสมุนทั้งห้าของฟู่เฉิงต่างหน้าถอดสีด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เริ่มคิดได้ว่าบุรุษหนุ่มที่พวกตนมองว่าขยะคงมิใช่ธรรมดาแล้วต่างเริ่มคิดถอยหนี
กังหลงนั้นอาศัยท่าร่างอันเลิศล้ำเก้ามายาอัศนีไม่ทิ้งรอยเคลื่อนไหวหลบการจู่โจมอย่างรวดเร็วแล้วกลับมาอยู่ที่เดิมในชั่วพริบตาจนผู้ที่ระดับปราณต่ำกว่าปราณราชันย์ยากจะสังเกตุได้ว่ามีการเคลื่อนไหวใดเกิดขึ้น ฟู่เฉิงก่อนหน้านี้ยืนหลับตาอย่างเย่อหยิ่งมิแยแสสิ่งใดแต่การจู่โจมครั้งที่สองของสมุนทั้งห้าของตนล้วนอยู่ในสายตาของฟู่เฉิงทั้งสิ้นแม้แต่ตัวมันเองก็มิอาจสังเกตุได้ว่าบุรุษหนุ่มที่ดูอ่อนแอไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่ฆ่าไก่หลบหลีกการโจมตีได้ด้วยวิธีใด ทราบว่าบัดนี้พวกตนได้ไปเตะเอาแผ่นเหล็กกล้าเข้าให้แล้วจึงรีบเปลี่ยนท่าทีฉับพลันรีบกล่าวขึ้น
"ข้าต้องขออภัยแทนลูกน้องที่ไม่เอาไหนที่บังอาจมาล่วงเกินจอมยุทธทั้งสองบังเอิญข้านึกได้ว่าบิดากำลังต้องการพบตัว ข้าต้องขออำลาพวกท่านตอนนี้เลย"
"สายไปเสียแล้วพวกเจ้าอาศัยอำนาจและพลังฝีมือข่มเหงผู้อ่อนแอและที่ข้ารังเกียจที่สุดคือการล่วงเกินทำร้ายอิสตรี !!หากจะไปต้องทิ้งแขนขวาไว้ข้างหนึ่ง."
เสียงเหี้ยมเกรียมหลุดออกมาจากปากบุรุษหนุ่มพร้อมรังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนทุกผู้คนในบริเวณนั้นรวมทั้งรวมทั้งอันธพาลทั้งหกถึงกับขนหัวลุกฟู่เฉิงและสมุนทั้งห้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นคิดว่ามิมีทางถอยอย่างอย่างโอ่อ่าแล้วและมิอาจสูญเสียอวัยวะใดได้ต่างส่งสายตาให้แก่กัน ฟู่เฉิงกล่าวขึ้นอย่างโกรธแค้น
"ต่อให้มีฝีมือเก่งกล้าปานใดแต่มีแค่ตัวคนเดียว ทุกคนรุมกำจัดมันหลังจากสังหารมันสตรีนางนั้นก็มิอาจพ้นเงื้อมมือพวกเราไปได้ "
"ฆ่ามัน..!!"
ทั้งหกต่างชักอาวุธออกมามีทั้งกงจักรดาบ แส้ ขวานและทวน แต่เป็นแค่อาวุธธรรมดาเท่านั้นมีเพียงฟู่เฉิงเท่านั้นที่ดึงดาบอาวุธระดับราชันย์ออกมาจากแหวนมิติทั้งหมดกระโจนออกไปพร้อมกัน
"ดาบผ่าบรรพต"
"แส้ทลายศิลา"
"ทวนนพเก้า"
"ขวานสยบเมฆา"
"กงจักรมรณะ"
"ดาบผลาญวิญาณ"
ท่าไม่ตายต่าง ๆถูกใช้ออกมาเพื่อมุ่งสังหารชายหนุ่มในคราเดียวแต่มิอาจกระทบแม้ชายเสื้อของบุรุษหนุ่ม กังหลงอาศัยท่ารา่งเก้ามายาอัศนีไม่ทิ้งรอยพุ่งฉวัดเฉวียนหลบหลีกไปมาจนปรากเงาร่างเพิ่มขึ้นทีละร่าง ...สอง...สาม..สี่...ห้า...หก