คฤหาสน์ตระกูลเว่ยในยามเช้าตรู่ดูเงียบสงบราวกับสุสานที่ถูกลืม แสงแรกของวันส่องผ่านหน้าต่างไผ่ที่ปิดสนิท ทำให้เงาแปลกๆ เกิดขึ้นบนผนังไม้โบราณ เสียงเดียวที่ดังขึ้นเป็นระยะคือเสียงไอเบาๆ ของคหบดีเว่ยที่นอนป่วยอยู่ในห้องนอนใหญ่ ร่างกายของเขาซูบผอมลงทุกวัน ผิวหนังซีดเผือดราวกับคนที่กำลังจะสิ้นใจ
ฮูหยินใหญ่นั่งข้างเตียงสามี มือถือผ้าเช็ดเหงื่อที่เปียกชื้น ดวงตาของนางมีแวววิตกกังวลแต่ก็แฝงไปด้วยความเหม่อลอยแปลกๆ ที่เกิดขึ้นมาไม่นานนี้ นางเช็ดเหงื่อให้สามีอย่างอ่อนโยน แต่ใจกลับคิดถึงคืนที่ผ่านมาที่ได้อยู่กับลู่เฟิ่ง
"ท่าน... ท่านรู้สึกอย่างไรบ้างคะ" นางกระซิบเบาๆ แต่คหบดีเว่ยไม่ตอบสนอง เขานอนหลับใหลอยู่ในโลกแห่งความมืดมิด ไม่รับรู้สิ่งใดรอบตัว
บ่าวรับใช้สองสามคนเดินผ่านไปมาอย่างเงียบๆ พวกเขาทำหน้าที่ตามปกติ แต่ก็รู้ดีว่าอำนาจแท้จริงในคฤหาสน์นี้อยู่ที่ใคร พวกเขาเห็นลู่เฟิ่งออกคำสั่งต่างๆ เห็นฮูหยินใหญ่และคุณหนูเว่ยหลิงเชื่อฟังเขาอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง แต่ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะรู้ว่าการเอาตัวรอดในสถานการณ์เช่นนี้คือการเงียบและทำหน้าที่ของตนให้ดี
คุณหนูเว่ยหลิงเดินผ่านห้องโถงด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปจากเดิม นางที่เคยเป็นหญิงสาวใสซื่อ บัดนี้มีแววตาที่เหม่อลอยและท่าทางที่อ่อนช้อย ราวกับดอกไม้ที่เพิ่งบาน ผิวพรรณของนางเปล่งปลั่งขึ้นอย่างผิดปกติ เนินอกฟูขึ้นและสะโพกโค้งมนขึ้น ผลจากการได้รับ "น้ำรักบำรุง" ของลู่เฟิ่งอย่างสม่ำเสมอ
ลู่เฟิ่งเดินไปมาในสวนด้วยท่าทางของคนสวนธรรมดา แต่สายตาของเขากลับเฉียบคมและเต็มไปด้วยความพอใจ เขาได้ทุกสิ่งที่ต้องการแล้ว ทั้งทรัพย์สิน ทั้งอำนาจ และทั้งสตรีสวยในคฤหาสน์ การที่คหบดีเว่ยป่วยหนักขึ้นทุกวันจากยาพิษที่เขาป้อนให้ ทำให้การควบคุมของเขาแน่นหนายิ่งขึ้น
แต่แล้วในเช้าวันหนึ่ง บรรยากาศเงียบสงบนั้นก็ถูกทำลายด้วยเสียงเคาะประตูหน้าบ้าน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างสุภาพแต่แน่วแน่ บ่าวรับใช้รีบวิ่งไปเปิดประตู และพบกับสตรีสาวที่แต่งกายด้วยชุดเดินทางสีน้ำเงินเข้ม ท่าทางสง่างามแต่เรียบง่าย
"ข้าชื่อมู่ชิง มาจากตระกูลมู่" นางแนะนำตัวด้วยเสียงใสแจ๋ว "ข้าเดินทางผ่านมาและหวังจะขอพักค้างแรมสักคืน หากไม่เป็นการรบกวน"
บ่าวรับใช้รีบไปแจ้งฮูหยินใหญ่ ซึ่งกำลังนั่งเฝ้าสามีอยู่ในห้องนอน เมื่อได้ยินว่ามีแขกมาเยือน ฮูหยินใหญ่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะไม่ค่อยมีใครมาเยือนคฤหาสน์ในช่วงที่สามีป่วยหนัก
"ตระกูลมู่หรือ" นางคิดในใจ "ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธแขกได้"
ฮูหยินใหญ่ปรับแต่งตัวเองให้เรียบร้อย แล้วออกไปต้อนรับแขกที่ห้องรับแขกหน้าบ้าน เมื่อเห็นมู่ชิง นางรู้สึกประทับใจในความงามและท่าทางสง่างามของแขกผู้มาเยือน
"ยินดีต้อนรับค่ะคุณหนูมู่" ฮูหยินใหญ่กล่าวด้วยรอยยิ้ม "ข้าคือฮูหยิน ภรรยาของคหบดีเว่ย เจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้"
มู่ชิงทำความเคารพอย่างสุภาพ "ขอบพระคุณมากค่ะท่านฮูหยิน ข้าหวังว่าจะไม่เป็นการรบกวนในยามที่ไม่เหมาะสม"
"ไม่เลยค่ะ" ฮูหยินใหญ่ตอบ แต่ใจกลับคิดว่าควรจะแจ้งลู่เฟิ่งให้ทราบเรื่องนี้ "คหบดีของข้าป่วยอยู่ แต่ข้ายินดีต้อนรับคุณหนูเป็นอย่างยิ่ง"
มู่ชิงแสดงความเป็นห่วง "คหบดีป่วยหนักหรือคะ มีอะไรที่ข้าช่วยได้บ้างไหม"
"ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ" ฮูหยินใหญ่ตอบ "ท่านป่วยมาหลายเดือนแล้ว แต่โชคดีที่มีลุงจางคนสวนที่เก่งเรื่องสมุนไพรคอยดูแล อาการจึงไม่เลวร้ายเกินไป"
มู่ชิงเงยหน้าขึ้นด้วยความสนใจ "ลุงจางคนสวนหรือคะ ฟังดูเหมือนท่านจะมีความรู้เรื่องการรักษาด้วย"
"ใช่ค่ะ ลุงจางมาทำงานที่นี่ไม่นานนัก แต่ช่วยเหลือตระกูลเราได้มาก" ฮูหยินใหญ่พูดโดยไม่รู้ว่าคำพูดของนางกำลังให้ข้อมูลที่สำคัญแก่มู่ชิง "ท่านเป็นคนดีมาก เอาใจใส่ดูแลสามีข้าเหมือนญาติพี่น้อง"
มู่ชิงจิบชาที่บ่าวรับใช้เสิร์ฟมาให้ แล้วถามอย่างสบายๆ "ข้าขอพบลุงจางท่านนั้นได้หรือไม่คะ ข้าสนใจเรื่องสมุนไพรเหมือนกัน อยากจะขอคำแนะนำ"
ฮูหยินใหญ่ลังเลเล็กน้อย "เอ่อ... ลุงจางท่านกำลังทำงานในสวนค่ะ ข้าจะไปเรียกท่านมา"
"ไม่ต้องรบกวนหรอกค่ะ" มู่ชิงยิ้ม "ข้าจะไปหาท่านเองดีกว่า อยากเดินชมสวนด้วย ได้ยินว่าสวนของคฤหาสน์ตระกูลเว่ยสวยงามมาก"
ลู่เฟิ่งที่กำลังตัดแต่งกิ่งไผ่อยู่ในส่วนลึกของสวน ได้ยินเสียงผู้หญิงคุยกันจากด้านหน้าบ้าน เขาหยุดมือและเงี่ยหูฟัง เมื่อได้ยินว่ามีแขกมาเยือนและต้องการพบเขา สัญชาตญาณของจอมโจรก็ส่งสัญญาณเตือนภัย
เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ โดยซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไผ่ใหญ่ที่สามารถมองเห็นทางเดินที่นำไปสู่สวนได้ชัดเจน เมื่อเห็นมู่ชิงเดินมาพร้อมกับฮูหยินใหญ่ เขารู้ทันทีว่าสตรีผู้นี้ไม่ธรรมดา
ท่าทางการเดินของมู่ชิงแม้จะดูสง่างามและอ่อนช้อย แต่ลู่เฟิ่งเห็นได้ว่านางมีการเคลื่อนไหวที่ระมัดระวังและพร้อมรับมือกับอันตรายได้ทุกเมื่อ การวางเท้า การหมุนศีรษะมองไปรอบๆ และแม้แต่การวางมือ ล้วนบ่งบอกว่านางเป็นนักสู้ที่มีฝีมือสูง
"มือปราบ" เขาคิดในใจ "และดูเหมือนว่านางไม่ได้มาเยือนเพียงเพื่อพักค้างแรม"
สายตาของมู่ชิงไม่ได้มองแบบสบายๆ ของนักเดินทางทั่วไป แต่เป็นการสำรวจแบบมืออาชีพ นางมองดูโครงสร้างของอาคาร ทางออกทางเข้า และแม้แต่ตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการซ่อนตัวหรือหลบหนี
ลู่เฟิ่งถอยลึกเข้าไปในสวนมากขึ้น เขาต้องการเวลาในการประเมินสถานการณ์และวางแผน การมาเยือนของมู่ชิงในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน
เขาแอบสังเกตดูว่ามู่ชิงมีอาวุธซ่อนอยู่หรือไม่ แม้ชุดเดินทางของนางจะดูเรียบง่าย แต่เขาสังเกตเห็นรอยนูนเล็กๆ ที่เอว ซึ่งน่าจะเป็นมีดหรืออาวุธเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ นอกจากนี้ ท่าทางของนางยังบ่งบอกว่านางพร้อมที่จะใช้ศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าได้ทุกเมื่อ
"ลุงจางค่ะ" ฮูหยินใหญ่เรียกเมื่อเดินเข้ามาในสวน "มีแขกอยากพบท่าน"
ลู่เฟิ่งออกมาจากที่ซ่อนตัว ทำท่าเป็นกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ "ขออภัยขอรับ ข้าไม่ทราบว่ามีแขกมาเยือน" เขาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพของคนสวนธรรมดา
"ขออภัยที่รบกวนเจ้าค่ะ" มู่ชิงกล่าวด้วยเสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว "ข้าชื่อมู่ชิง เป็นคุณหนูจากตระกูลมู่ที่เดินทางผ่านมาและขอพักค้างแรมสักคืน ได้ยินว่าท่านเก่งเรื่องสมุนไพร ข้าจึงอยากขอคำแนะนำ"
ลู่เฟิ่งมองมู่ชิงอย่างละเอียด นางเป็นสตรีที่งดงามสะดุดตา มีรูปร่างสูงโปร่ง สมส่วนไร้ไขมันส่วนเกิน หน้าอกอิ่มภายใต้ชุดรัดกุมที่เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน ใบหน้าของนางงดงามราวกับหยกสลัก ดวงตาคมกริบฉายแววฉลาดเฉลียว แต่ก็แฝงไว้ด้วยความใสซื่อและอ่อนต่อโลกของสตรีที่มุ่งแต่ฝึกวรยุทธและหน้าที่การงาน
"ยินดีต้อนรับขอรับคุณหนูมู่" ลู่เฟิ่งเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา "ข้าคือลุงจาง คนสวนของคฤหาสน์แห่งนี้ เรื่องสมุนไพรข้ารู้บ้างเล็กน้อย"
มู่ชิงพยักหน้าเล็กน้อย "ขอบคุณท่านลุงจาง" นางกวาดสายตามองไปรอบๆ สวนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย "สวนแห่งนี้ดูเงียบสงบดีนะเจ้าคะ และคฤหาสน์ก็เช่นกัน"
ลู่เฟิ่งยิ้มมุมปาก เขารู้ดีว่าสตรีผู้นี้ไม่ได้มาเยือนเพียงเพื่อพักค้างแรมหรือขอคำแนะนำเรื่องสมุนไพรเท่านั้น สัญชาตญาณของจอมโจรบอกเขาว่านางกำลังสืบหาบางสิ่งบางอย่าง และสิ่งที่นางกำลังสืบหานั้น อาจจะเกี่ยวข้องกับตัวเขาเอง
"คฤหาสน์แห่งนี้สงบมานานแล้วขอรับคุณหนู" ลู่เฟิ่งกล่าว "แต่บางครั้ง ความสงบก็อาจจะซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างไว้"
มู่ชิงมองลู่เฟิ่งด้วยแววตาที่จับจ้อง นางรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่แฝงอยู่ในตัวคนสวนเฒ่าผู้นี้ พลังที่ยากจะคาดเดาและน่าค้นหา แม้เขาจะแต่งกายและวางท่าทางเป็นคนสวนธรรมดา แต่นางรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดาแฝงอยู่
"ท่านพูดถูกค่ะ" มู่ชิงตอบ "บางครั้งสิ่งที่เราเห็นก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด"
ฮูหยินใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างๆ รู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างลู่เฟิ่งกับมู่ชิง ราวกับทั้งคู่กำลังสื่อสารกันด้วยภาษาที่นางไม่เข้าใจ
ลู่เฟิ่งไม่ได้รู้สึกกลัวมือปราบสาวผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกตื่นเต้นและท้าทาย มู่ชิงเป็นเหยื่อรายใหม่ที่น่าลิ้มลอง นางมีความงามที่เย้ายวน ความฉลาดที่น่าค้นหา และความใสซื่อที่ทำให้เขามองเห็นช่องทางที่จะช่วงชิงความบริสุทธิ์ของนางมาเป็นของตน
"คุณหนูมู่คงจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง" ลู่เฟิ่งเอ่ยขึ้น "ให้ข้าจัดเตรียมห้องพักให้คุณหนูเถิดขอรับ"
"ขอบคุณท่านลุงจาง" มู่ชิงพยักหน้า "แต่ข้าอยากเดินชมสวนก่อน หากไม่เป็นการรบกวน"
"ไม่เลยขอรับ" ลู่เฟิ่งตอบ "แต่ข้าต้องไปเตรียมสมุนไพรให้คหบดีก่อน หากคุณหนูไม่รังเกียจ ให้ฮูหยินใหญ่พาชมสวนดีกว่า"
ฮูหยินใหญ่พยักหน้า "ข้ายินดีค่ะ"
ลู่เฟิ่งโค้งคำนับแล้วเดินจากไป แต่ใจกลับคิดไปต่างๆ นานา การมาเยือนของมู่ชิงทำให้เขาต้องปรับแผนการ เขาต้องระมัดระวังมากขึ้น และที่สำคัญ เขาต้องหาทางจัดการกับมือปราบสาวผู้นี้ให้ได้
ขณะที่เดินไป เขาได้ยินเสียงฮูหยินใหญ่พูดคุยกับมู่ชิงเรื่องต่างๆ ในคฤหาสน์ เขายิ้มในใจ ฮูหยินใหญ่กำลังให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เขาโดยไม่รู้ตัว
ลู่เฟิ่งกลับไปที่ห้องเล็กๆ ของเขาในส่วนหลังของคฤหาสน์ เขานั่งลงและคิดทบทวนสถานการณ์ การมาเยือนของมู่ชิงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ นางต้องมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง และจุดประสงค์นั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับเขา
"นางอาจจะเป็นมือปราบที่มาตามหาข้า" เขาคิด "หรือไม่ก็อาจจะมาสืบหาเรื่องอื่น แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร ข้าต้องระมัดระวัง"
เขาคิดถึงแผนการต่างๆ ที่จะจัดการกับมู่ชิง การฆ่านางทิ้งเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่การทำเช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมา หากนางมาจากตระกูลใหญ่หรือมีคนรู้จักมาก การหายตัวไปของนางอาจจะทำให้มีคนมาตามหา
ทางเลือกอื่นคือการหลอกลวงนาง ทำให้นางเชื่อว่าเขาเป็นเพียงคนสวนธรรมดา และไม่มีอะไรน่าสงสัยในคฤหาสน์ แต่จากการสังเกตเมื่อสักครู่ เขารู้ว่านางไม่ใช่คนที่จะหลอกได้ง่ายๆ
แล้วเขาก็นึกถึงทางเลือกที่สาม ทางเลือกที่เขาชอบที่สุด นั่นคือการทำให้มู่ชิงกลายเป็นหนึ่งในคอลเลกชันของเขา การช่วงชิงความบริสุทธิ์ของมือปราบสาวผู้เก่งกาจแต่ใสซื่อ และทำให้นางตกเป็นทาสสวาทของเขาเช่นเดียวกับฮูหยินใหญ่และคุณหนูเว่ยหลิง
"นั่นสิ" เขายิ้มในใจ "นางจะเป็นเพชรเม็ดใหม่ในคอลเลกชันของข้า"
เขาเริ่มวางแผนอย่างละเอียด เขาต้องศึกษานิสัยและจุดอ่อนของมู่ชิงก่อน หาทางเข้าถึงตัวนาง และค่อยๆ ดักแก้ให้นางตกหลุมพรางของเขา
ลู่เฟิ่งนำมู่ชิงไปยังห้องพักรับรองที่อยู่ไม่ไกลจากห้องนอนของคหบดีเว่ย เขาเดินนำหน้ามู่ชิงไปอย่างช้าๆ โดยแอบเหลือบมองเรือนร่างของนางที่เดินตามมาข้างหลัง แผนการใหม่ได้ก่อตัวขึ้นในใจของจอมโจรเฒ่าผู้นี้แล้ว แผนการที่จะช่วงชิงความบริสุทธิ์ของมือปราบสาวผู้เก่งกาจแต่ใสซื่อผู้นี้มาเป็นของตน และทำให้คฤหาสน์ตระกูลเว่ยแห่งนี้ กลายเป็นรังรักที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น