กล้าตื่นเช้ากว่าทุกวัน ขณะที่งัวเงียบนเตียงนอน เขาก็นึกถึงเื่เมื่อวานได้ อันทำให้ความง่วงหายไปจนปลิดพริ้ง
“ เอ๊ะ! เมื่อวานเราได้คุยกับคุณอัยย์นี่หว่า ” เพียงแค่นี้ แก้มอูมๆของกล้าก็เริ่มแดงซ่าน
“ ฮ้า เขินจังเลย หรือว่าเราจะฝันไป ” หนุ่มน้อยไม่แน่ใจ เลยเปิดหน้าต่าง เพื่อมองไปยังห้องของอัยย์ จึงพบว่ามีผ้าม่านปิดกั้นอยู่ แต่ถ้าเพ่งให้ดี ก็จะเห็นเงาตะคุ่มๆขยับไปมาอยู่ในนั้น
“ คะ คุณอัยย์แน่ ”
ทันใดนั้นเอง เงานั้นก็หยุดกึกทันควัน แล้วตรงดิ่งมาที่หน้าต่าง พร้อมเปิดผ้าม่านออก ทำให้พบกับอัยย์ในชุดนอนสีชมพู
“ อ้าว กล้า ตื่นแล้วเหรอ ”
กล้าผงะทันควัน และสตั้นอยู่หลายวินาที ก่อนจะตอบกลับ
“ คะ ครับ ”
“ โอเค งั้นเจอกันที่โรงเรียน ” อัยย์ยิ้มให้อีกที พร้อมปิดผ้าม่าน ทิ้งให้กล้ายืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น
“ นี่มันความฝันชัดๆ ”
……………………………
กล้าอาบน้ำ แต่งตัว เพื่อเตรียมไปโรงเรียน ในใจรู้สึกอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก และเห็นใบหน้าของอัยย์ลอยอยู่ตลอด
“ คุณอัยย์ น่ารักจัง ”
และไม่รู้ว่าเขาครึ้มอกครึ้มใจอะไร จึงเดินไปที่กระจก ยืนเอียงข้างนิดหน่อย ยกมือขวาขึ้นมากำหมัดในระดับอก แล้วทำสีหน้าที่ดูมาดมั่น พร้อมเค้นคำเสียงเข้ม
“ ลูกผู้ชายอย่างเซย่า ถ้าชอบใคร ก็ต้องกล้าคุยสิวะ ”
แต่พอมองไปที่เงาตัวเอง ก็พบกับหนุ่มตี๋ร่างอ้วนที่ไม่ว่าเล็งมุมใดก็ไร้ความน่ากลัว เขาเลยกลับมาห่อเหี่ยวเหมือนเดิม
“ เฮ้อ ยังไงเราก็กล้าหาญแบบเซย่าไม่ได้ ” ขณะที่ทอดถอนใจอยู่นั้นเอง แม่ของกล้าก็เคาะประตู พร้อมร้องเรียกเสียงดังจนเด็กหนุ่มผวา
“ สายแล้ว รีบไปโรงเรียนซะ ”
“ ครับๆ จะไปแล้วครับ ”
………………………..
“ ล้า ล้า ล้า มีความสุขจังเลย ” กล้าแทบจะลอยไปโรงเรียนด้วยความเบิกบาน แต่พอถึงประตูทางเข้า อาการดังกล่าวก็หายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมความหวาดผวาซึ่งเข้ามาแทนที่
“ แต่ถ้าทุกคนรู้ว่าคุณอัยย์คุยกับคนอย่างเรา คุณอัยย์อาจโดนดูถูกไปด้วย จะทำไงดีนะ ”
เมื่อกังวลหนัก กล้าก็เริ่มเสียจริตและเดินห่อไหล่ จังหวะก้าวมีความเร็วใกล้เคียงหอยทาก ทำเอาเด็กหลายคนในโรงเรียนถึงกับขำเลยทีเดียว
“ ฮะ ฮะ เอาอีกแล้ว เ้าตัวตลกประจำโรงเรียน ”
“ ไอ้ขี้แพ้อ้วนแหยเอย ”
“ คราวนี้เป็บ้าอะไรอีกล่ะ ”
แม้จะรู้ว่าตกเป็เป้าสายตา แต่กล้าไม่สนใจ เพราะตอนนี้มีสิ่งเดียวที่อยู่ในหัวสมอง
“ เข้าห้องให้เงียบที่สุด ทำตัวเป็ปกติ ไม่คุยกับอัยย์ เธอจะได้ไม่ถูกใครรังเกียจแบบเรา ”
พอถึงห้อง เขาก็ชะเง้อมองลาดเลา จึงเห็นว่าอัยย์กำลังคุยกับกลุ่มเพื่อนหญิงอีกสี่ห้าคนตรงหน้าต่าง หนุ่มร่างสมบูรณ์เลยเริ่มวางใจ
“ ดีเลย คุณอัยย์ไม่น่าจะเห็นเรา ต้องรีบก้าวยาวๆไปที่โต๊ะ ”
กล้าถึงโต๊ะที่อยู่ท้ายห้องอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่มีใครสนใจ เพราะที่ผ่านมา ถ้าไม่เปิ่นจนดูตลก เด็กหนุ่มก็เป็เพียงอากาศธาตุของสังคมอยู่แล้ว
“ ฟู่…ถึงซักที ” กล้าเป่าปากระบายลม และเป้าหมายต่อจากนี้คือนิ่งเงียบให้นานที่สุด จะได้ไม่เป็จุดสนใจของใคร แต่แล้วทุกสิ่งก็ผิดแผน
“ อ้าว….กล้า ถึงแล้วเหรอ ”
แม้ไม่เห็น กล้าก็รู้ว่าใคร เพราะเขาไม่มีวันลืมเสียงนี้ได้ และพอเงยหน้าขึ้นมา ก็พบกับอัยย์ที่ยืนเกาะขอบโต๊ะ
“ อ่า คะ ครับ ถึงแล้ว ” กล้าถึงกับปากคอสั่น เพราะในที่สุด สิ่งที่เขากลัวก็กลายเป็จริง
“ นี่เมื่อคืนดูชั้นเล่นจนจบเลยเหรอ ” ทว่าสาวน้อยเหมือนไม่สังเกตท่าทีของกล้าเลย พร้อมถามอย่างร่าเริง
“ คะ ครับ ” แน่นอนว่ากล้าตอบได้เพียงแค่นั้น และภาวนาให้เด็กสาวจากไปเร็วๆ ด้วยไม่อยากให้อัยย์ต้องมาอยู่สมาคมลูสเซอร์แบบเขา ทว่าเหมือน์จะไม่ปรานี เลยบันดาลให้เด็กสาวพูดมากกว่าเดิม
“ ขอบใจนะที่นายเข้ามาดู ทำให้สตรีมสนุกขึ้นเยอะเลย ”
“ อ่า ครับ มะ ไม่เป็ไร ” ถึงกล้าจะกลัว แต่ถ้อยคำประโยคนี้ก็จะตราตรึงหัวใจของเขาไปตลอดกาล ทำให้เผลอผุดรอยยิ้มเขินๆขึ้นมาบนใบหน้า
เหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในสายตาของทุกคนในห้องจนเกิดความรู้สึกหลากหลาย แน่นอนว่าส่วนใหญ่มักจะเป็ในด้านลบ
“ อะไรกันวะ นางฟ้าของห้องมาคุยกับไอ้ลูสเซอร์ ”
“ ไอ้อ้วนแหยเล่นของแน่ๆ ”
“ หรืออัยย์จะสงสารมัน ”
แม้ทุกคนจะรู้สึกแปลกๆ แต่ยังมีอีกคนหนึ่งที่หงุดหงิดยิ่งกว่า คนๆนั้นคือ “ตุ้ม” จอมเกเรประจำห้องที่เที่ยวต่อยตีไปทั่วจนได้ตำแหน่งหัวโจกโรงเรียน ดวงตาฉายประกายริษยาอย่างชัดเจน ก่อนขยับร่างสูงใหญ่สีทองแดงเข้าหาเป้าหมาย จากนั้นก็แผดเสียงใส่
“ เฮ้ย ไอ้อ้วนแหย ได้ข่าวว่ามึงฮอตถึงขั้นมีนางฟ้าเหาะลงมาคุยด้วยนี่หว่า ”
สิ้นคำยียวน อัยย์ก็ยืนกอดอก พร้อมจ้องมองนักเลงขาสั้น คิ้วเรียวขมวดนิ่ว สีหน้าแฝงแววไม่พอใจ แต่ตุ้มกลับแกล้งทำเป็เมิน พร้อมยื่นมือไปขยุ้มไหล่หนาๆของกล้า
“ กูถาม มึงก็ตอบสิวะ อย่าเอาแต่เงียบ ”
“ อู้ย คะ ครับ ” สีหน้าของกล้าดูเหยเก เพราะแรงบีบของหัวโจกนั้นมากมายไม่เบา
“ อืม ดีมาก ไอ้อ้วนแหย ทีนี้ลองบอกมาซิว่ามึงกำลังยุ่งกับเด็กใคร ” ตุ้มกระชากเสียงเหี้ยมที่เคยทำให้เด็กวัยเดียวกันขวัญผวามานักต่อนัก กล้าเลยรู้สึกว่าตัวหดเล็กลงเหลือเพียงแค่กำมือ ปากสั่นจนพูดไม่ออก
เมื่อตุ้มเห็นอย่างนั้น เขาก็คุกคามหนักด้วยการกระชากคอเสื้อของกล้าขึ้นมา พร้ะคอกใส่อย่างดุดัน
“ จำไว้ ไอ้อ้วนแหย อย่าได้มายุ่งกับเด็กของข้าอีก ”
“ หยุดเลย ใครเป็เด็กนาย ” อัยย์โต้กลับแบบไม่เกรงกลัวจนทำให้ตุ้มผงะเล็กน้อย สองมือปล่อยคอเสื้อของกล้า เลยทำให้เด็กหนุ่มร่างสมบูรณ์หลุ่นตุ้บกลับมานั่งที่เดิม
“ อุ้ก ”
“ ก็ถ้าไม่ให้ชั้นทำแบบนี้ แล้วทำไมเธอถึงสนใจมัน ” ตุ้มเริ่มหันมาตวาด แต่เด็กสาวไม่ถอยหนี แม้เธอจะตัวเล็กกว่าอีกฝ่ายชนิดคนละไซส์
“ ชั้นจะสนใจใคร แล้วเกี่ยวอะไรกับนาย เราไม่ได้เป็อะไรกันซักหน่อย ”
กายสูงใหญ่ที่ดำทะมึนสั่นระริกด้วยแรงโกรธ ใบหน้าถมึงทึงจ้องมองอัยย์ทีกล้าทีอย่างแค้นเคือง ปิดท้ายด้วยการคำรามใส่เสียงแข็ง
“ นี่เธอชอบแบบนี้เหรอ ”
“ ก็ถ้าชั้นชอบ แล้วนายจะทำไม ” ดูเหมือนขนาดหัวใจของเธอจะใหญ่กว่าร่างกายมาก อัยย์เลยลอยหน้าลอยตาใส่แบบไร้ความหวาดกลัว
“ ฮึ่ม….” ตุ้มกัดฟันกรอดใหญ่ เพราะศักดิ์ศรีหัวโจกถูกเหยียบย่ำอย่างรุนแรง สมองมีแต่คำถาม ทำไมสาวที่หลงรัก จึงไม่สนใจเขา แถมยังมาพูดคุยกับไอ้ลูสเซอร์ประจำโรงเรียนแบบสนิทสนมอีก มันบีบหัวใจสุดๆ และในขณะที่นักเลงโตจะประเคนกำปั้นลงไปบนใบหน้าของกล้าซักที อัยย์ก็เข้ามาขวาง
“ และถ้านายใช้กำลังกับกล้า ชั้นจะฟ้องครูจริงๆด้วย เพื่อนทั้งห้องเป็พยาน ”
“ อึก ” ตุ้มชะงักไปอึดใจ ก่อนจะเริ่มคิดได้ว่าเขาอาจจะซวย ถ้าลงมือตรงนี้ เลยออกจากห้องไปแบบคนพาล
“ เฮ้ย ไอ้เวร มองอะไรวะ ไม่เคนเห็นคนรึไง ” พูดจบ ตุ้มก็เตะเก้าอี้ที่เด็กหนุ่มเคราะห์ร้ายคนนึงนั่งจนร่วงไปพร้อมกัน
อัยย์ยังคงยืนกอดอก สายตามองตุ้ม และพอหัวโจกหายไปโดยสมบูรณ์ คนในห้องก็เข้ามาถาม
“ นี่อัยย์ไม่กลัวรึไง ไอ้ตุ้มมันนักเลงนะ ”
“ ใช่แล้ว เธอน่าจะคุยดีๆ ”
แต่อัยย์เหมือนไม่แคร์ ซ้ำยังตอบเนือยๆแบบไม่ใส่ใจ
“ แล้วไง ถ้าไม่กลัวซะอย่าง มันจะทำอะไรเราได้ ”
“ อ้า ชั้นอยากกล้าได้แบบเธอจัง ” เพื่อนสาวหลายคนพูดอย่างนั้น พร้อมมองอัยย์ด้วยสายตาชื่นชม
ขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในความวุ่นวายแกมสุขที่สามารถตะเพิดวายร้ายอย่างตุ้มออกจากห้อง ก็มีช่องว่างให้กล้าได้พูดคุยกับอัยย์
“ เอ่อ คุณอัยย์ เอ๊ะ! อัยย์ ”
“ ว่าไง กล้า ” อัยย์หันมา สีหน้าดูสงสัย
“ เอ่อ อ่า…” กล้าชั่งใจอยู่นานว่าจะพูดดีมั้ย ก่อนจะยอมเปิดปาก
“ อัยย์ต้องระวังตัวให้มากๆนะ ”
ทันทีที่ได้ยินคำนั้น อัยย์ก็ออกแนวเหวอนิดๆ ก่อนจะยิ้มรับ
“ ขอบใจจ้า….”
และคำๆนั้นก็ทำให้กล้าหน้าชาไปอีกพักใหญ่เลยทีเดียว
“ มะ ไม่เป็ไร ”
แน่นอนว่าทุกบทสนทนา ทุกคนล้วนได้ยิน พอกลับมานั่งที่ หนึ่งในเพื่อนสนิทของอัยย์ก็ไถ่ถาม
“ แน่ใจแล้วเหรอว่าอัยย์จะชอบคนแบบนั้น ”
ทว่าอัยย์กลับยิ้มอย่างมีเลศนัย พร้อมตอบแบบทีเล่นทีจริง
“ ก็แล้วทำไมจะชอบไม่ได้ล่ะ ”
…………………………
ตลอดทั้งวัน กล้าเรียนไม่เป็สุข เพราะรู้ว่าตนเพิ่งถูกหัวโจกหมายหัว ในใจกำลังคิดว่าจะขอแม่ย้ายโรงเรียนดีมั้ย แต่คงทำไม่ได้ เพราะทางบ้านไม่มีเงินขนาดยัดลูกเข้าเอกชนที่ไหนก็ได้
“ เฮ้อ….คงซวยไปตลอดเทอมแหงๆ ” ระหว่างที่กล้าเดินไปถอดถอนใจไป ก็บังเอิญเจอใครคนนึงที่ประตูโรงเรียน คนๆนั้นก็คืออัยย์
“ ไง กล้า กลับบ้านด้วยกันมั้ย ”
“ คะ ครับ ” และนี่คือคำแรกที่กล้านึกขึ้นมาได้ ก่อนจะหน้าแดงอีกรอบ
…………………………
ระหว่างทางอัยย์พยายามชวนคุย แต่กล้ากลับเอาแต่ก้มหน้าตอบ เด็กสาวจึงเปลี่ยนวิธีมาถามในเื่ที่หนุ่มร่างสมบูรณ์สนใจ
“ นายคิดว่าคนอย่างเซย่ามีจริงมั้ย ”
พอได้ยินคำถามนั้น ดวงตาของกล้าก็เปล่งประกายแวววาว พร้อมอธิบายถึงความเป็เซย่าได้หลายแง่มุม อันเป็การวิพากษ์วิจารณ์อย่างชาญฉลาดและลุ่มลึก
ด้านอัยย์ได้แต่เฝ้ามอง สีหน้าแฝงแววชื่นชมอยู่ในที และพออธิบายจบ กล้าก็กลับมาเขินอายอีก เพราะถูกอีกฝ่ายจ้องนานเกินไป
“ ฮ้า เื่ราวก็เป็นี้แหละครับ ”
ทว่าอัยย์กลับไม่ได้ยินคำนั้น ในหัวมีแต่ความคิดที่ว่า “เวลาพูดในเื่ที่สนใจ เขาดูไม่เหมือนคนเดิม” แต่สุดท้ายก็ต้องหลุดจากภวังค์ เมื่อได้ยินคำถามของกล้า
“ เออ คุณอัยย์เป็อะไรครับ ทำไมถึงนิ่งแบบนั้น ”
“ โอ้ เปล่าๆ เราแค่กำลังคิดน่ะ ” อัยย์สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ทำให้กล้าสงสัยกว่าเดิม
“ คิดอะไรเหรอครับ ”
“ อืม…ก็แค่คิดว่า เวลาพูดเื่นี้ นายดูเท่ขึ้นแฮะ ”
“ ฮ้า อัยย์อย่าพูดเล่นสิ ผมเขินนะ ” กล้าแทบล้มทั้งยืน ซึ่งก็ตลกพอตัว เพราะสามารถเรียกเสียงหัวเราะจากอัยย์ได้
“ ฮะ ฮะ ฮะ ”
แต่แล้วความสงบสุขก็อยู่ได้ไม่นาน ด้วยหนทางเบื้องหน้ามีตุ้มและพรรคพวกอีกสองคนดักรออยู่ ทำให้อัยย์เริ่มหัวเสีย
“ นายอีกแล้วเหรอ ”
“ ใช่ ชั้นเอง และเรามีเื่ต้องคุยกัน ” ตุ้มพูดจบ เขาก็ย่างสามขุมเข้าหา ทำให้อัยย์นึกผวา แต่ก็ข่มใจทำเป็กล้า เพื่อสวนกลับ
“ ไม่มีอะไรต้องคุย เพราะเราไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ”
“ ไม่สน ชั้นรักเธอมานานแล้ว รู้มั้ย ” ตุ้มยังคงขวาง และพออัยย์ทำท่าจะเดินผ่าน เขาก็จับเเขนของเด็กสาว
“ โอ๊ย เจ็บนะ ”
“ เจ็บก็ดีสิ เธอจะได้รู้ว่าความรู้สึกของชั้นมันเป็ยังไง ”
“ ปล่อยชั้นนะ กล้าช่วยด้วย ” อัยย์รีบร้องให้ช่วย กล้าจึงใและรีบเข้าไปหาโดยเร็ว แต่โดนสองลิ่วล้อเข้ามาขวาง พร้อมต่อยเด็กหนุ่มเสียหนึ่งหมัดจนหน้าสะบัด
“ ผั้ว ”
“ เฮ้ย ไอ้อ้วนแหย ไม่ใช่เื่ของมึง อย่าเสือก ”
“ ว้าย ตายแล้ว ทำไมต้องทำแบบนี้ ” อัยย์กรีดร้อง แต่ตุ้มดันเธอติดกำแพง ก่อนจะรีบเข้ามาประชิดตัว
“ หุบปาก ถ้าวันนี้ เธอไม่รับรักชั้น ก็อย่าหวังว่าจะไปจากทีนี่ได้ ”
“ ฮ่า ฮ่า เอาล่ะสิ ลูกพี่ของขึ้นแล้ว วันนี้ได้เมียแน่ ” อีกลิ่วล้อหัวเราะชั่วๆ ก่อนแลบลิ้นเลียปากอย่างหื่นกระหาย
กล้าร้อนรน ยิ่งมองเข้าไปในดวงตาของอัยย์ที่ส่งมาขอความช่วยเหลือ ใจยิ่งแตกสลาย แต่ไม่รู้ทำไม สองขาจึงไม่ขยับซักที ทำให้เด็กหนุ่มนึกด่าตัวเอง
“ ขยับสิ เข้าไปช่วยเธอสิ นายจะขี้ขลาดไปถึงไหน ”
พอตุ้มทำท่าจะชะโงกหน้าเข้าไปจูบอัยย์ กล้าก็แทบจะร้องไห้ แน่นอนว่าเด็กสาวไม่อาจผลักไส ด้วยหัวโจกตัวใหญ่กว่ามาก ทว่าในขณะที่เด็กเกเรกำลังจะทำสำเร็จ ก็มีใครคนหนึ่งยื่นสเก็ตบอร์ดมาขวางไว้ได้ก่อน
“ เฮ้ย! ใครวะ ” ตุ้มรีบถอยฉาก พร้อมพ่นน้ำลายลงพื้นเสียหลายที ด้วยได้กลิ่นดินที่ติดมากับสเก็ตบอร์ด และเมื่อได้เห็นบุรุษผู้มาใหม่ ก็พบว่าเป็หนุ่มรุ่นพี่วัยประมาณ 17 ผมบนศีรษะย้อมเขียว ร่างสันทัดดูปราดเปรียวแบบนักกีฬา ที่สำคัญ หน้าตาโคตรจะยียวน
“ ไง พวก สเก็ตบอร์ดของชั้นสวยถูกใจมั้ย ถ้าชอบ ก็รีบยกสินสอดมาขอ ”
“ กูถามว่ามึงเป็ใคร ” ตุ้มยังตะคอกไม่เลิก หนุ่มหัวเขียวเลยยกมือขึ้นจุ๊ปาก
“ เป็เด็กเป็เล็ก พูดจาให้มีสัมมาคารวะหน่อย นายกำลังคุยกับว่าที่แชมป์สเก็ตบอร์ดโลกเลยนะโว้ย ”
“ ไม่สนโว้ย ” ตุ้มเดือดจัดที่ถูกขัดจังหวะ เลยวิ่งเข้าไปต่อย แต่ไม่ว่าสาวหมัดซักกี่ที ก็ไม่โดนตัวของหนุ่มหัวเขียวเลย
“ เฮ้ มีชั้นเชิงกว่านี้หน่อยสิ อ่านทางง่ายไป ต่อยอย่างงี้อีกสิบปี ก็ไม่โดน ” หนุ่มหัวเขียวยังคงยั่ว ตุ้มเลยไม่มีทางเลือก
“ พวกมึงสองคนรอเห้ยไรวะ รีบเข้ามารุมดิ ”
“ ฮะฮ้า หมาหมู่เหรอ แบบนี้ชั้นก็ต้องเอาจริงแล้วสินะ ” หนุ่มหัวเขียวพูดจบ เขาก็เหวี่ยงสเก็ตบอร์ดใส่กระบาลตุ้มเสียหนึ่งที ทำเอาหัวโจกม่อยในทันที
“ อั้ก ”
“ เฮ้ย! ลูกพี่เป็อะไรมั้ย ”
“ เอิ้กๆ ไม่เป็ไร ชั้นแค่ฟาดเบาๆเอง คงสลบซักชั่วโมง ” หนุ่มหัวเขียวหัวเราะชอบใจ พลางยกสเก็ตบอร์ดขึ้นขู่ ประมาณว่าถ้าอยากรับประทานสิ่งนี้ ก็จงเข้ามา
สองลิ่วล้อนึกแหย เลยรีบถอย แต่ก่อนจะไป ก็ลั่นคำขู่
“ ฝากไว้ก่อนเถอะ มึง ”
“ เออ รีบมาถอนล่ะ ดอกชั้นแพงนะ ” หนุ่มผมเขียวตอบกลับทันควัน อันเป็การฟ้องถึงความกวนบาทาที่ไม่เป็สองรองใคร
พอหัวโจกถูกหิ้วปีกไปแล้ว อัยย์ก็รีบตรงมายกมือไหว้ขอบคุณหนุ่มหัวเขียวเป็การใหญ่
“ ขอบคุณมากเลยนะคะ ถ้าไม่ได้พี่ช่วย มีหวัง….”
“ ฮะ ฮะ ไม่เป็ไร วันหลังถ้าจะผ่านซอยเปลี่ยว น้องควรหาบอดี้การ์ดที่ดีกว่านี้หน่อย ” หนุ่มหัวเขียวหัวเราะ ก่อนหันไปแขวะกล้า
“ อีกอย่าง นายอ้วน ”
“ คะ ครับ ”
หนุ่มหัวเขียวถือโอกาสเข้าไปกอดคอ ก่อนจะเริ่มสาธยายถึงเหลี่ยมคูต่างๆนาๆ
“ ถ้านายคิดว่าตัวเองอ่อนแอเกินไป ไม่เข้าไปลุย ถือว่าฉลาด แต่ต้องมีสกิลตอแหลด้วย อย่างเช่นแหกปากร้องเรียกตำรวจ ไอ้เด็กเวรพวกนั้นมันโง่จะตาย ยังไงก็เชื่อ นอกนั้นยังมีอีกหลายวิธีที่ใช้เอาตัวรอดอย่างเช่น บลา บลา บลา….”
และเหมือนเด็กสาวจะรำคาญหรือยังไง ไม่ทราบได้ เธอจึงรีบอำลา
“ ยังไงก็ลาก่อนนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ”
แต่ก่อนที่จะไป กล้าก็รวบรวมพลังใจ เพื่อร้องเรียกอีกครั้ง
“ อัยย์ ”
เด็กสาวหยุดชะงัก ก่อนหันมามองนิ่งๆ สีหน้าดูเศร้าสร้อย แถมขอบตายังมีน้ำใสๆไหลปริ่ม
“ ชั้นคิดว่านายจะ….ไม่เป็ไร ช่างเถอะ ” อัยย์พูดค้างไว้แค่นั้น แล้ววิ่งหนีไป
เหมือนมีอะไรมาแทงหน้าอกจนหัวใจที่อยู่ภายในแหลกลาญไม่มีชิ้นดี กล้าเลยดูห่อเหี่ยวลงทันทีจนหนุ่มหัวเขียวรู้สึกได้
“ เอ่อ นายไหวมั้ย ”
“ ไม่เป็ไรครับ ” กล้าบอกปัดน้ำใจของหนุ่มรุ่นพี่ แล้วเดินกลับบ้านด้วยอาการเซื่องซึม โดยไม่สนรอยฟกช้ำบนใบหน้า ทำให้หนุ่มหัวเขียวต้องยืนเหงาคนเดียว ก่อนจะพึมพำเบาๆ
“ แล้วตกลงจะมีใครถามชื่อชั้นมั้ยเนี่ย ชั้นชื่อมาวินนะ ”
……………………………
กล้านั่งอยู่หน้าคอม มือไม้สั่นไปหมด ด้วยความกลัว เจ็บใจ และรังเกียจตัวเอง
“ ไอ้บ้าเอย ทำไมนายถึงขี้ขลาดแบบนั้น ”
กล้าพยายามพิมพ์ไลน์ไปหาอัยย์หลายที โดยมีทั้งคำว่า “ขอโทษ” “เมื่อกี้ผม” แต่สุดท้าย เขาก็ไม่ส่ง
ขณะที่นั่งล่องลอยอยู่กับความเ็ป เสียงข้อความจากเฟสบุ๊คก็ดังขึ้น
“ ตึ้ง ตึ้ง ”
กล้ารีบดู ในใจภาวนาให้เป็ข้อความของอัยย์ แต่สุดท้ายกลับเป็ของ….เซนต์แพนโดร่า
“ รอยยิ้มที่นายหวงแหน กลับมีคนอื่นชิงปกป้องไปซะแล้ว ”
แต่แทนที่กล้าจะหวาดกลัว เขากลับโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ และรีบพิมพ์กลับ
“ นายเป็ใคร ตามดูชั้นทำไม ” แต่ไม่ทันได้กดส่ง เซนต์แพนโดร่าก็พิมพ์มาอีก
“ ในโลกนี้ นายไม่มีวันเป็คนที่เคียงข้างกับเธอได้ ”
“ แก….ไอ้ ” กล้าโกรธจัดกว่าเดิมจนเตรียมสบถคำหยาบคายที่เขาไม่ได้ใช้มาหลายปี ทั้งที่ใจลึกๆหนุ่มน้อยรู้ว่าเซนต์แพนโดร่าพูดถูก แต่ไม่ทันได้ด่า หมอนั่นก็พิมพ์กลับมาอีก
“ โลกที่คนขี้ขลาดอย่างนายไม่มีวันเปลี่ยนแปลงตัวเอง ยังน่าอยู่อีกเหรอ ” ถึงตรงจุดนี้ กล้าเริ่มคิด
“ ถ้านายยังอยากได้โอกาสเป็ชายชาตรีอีกครั้ง โปรดตอบรับ ”
ทันใดนั้นเอง บนหน้าจอคอมก็กลายเป็สีดำ มีตัวอักษรสีรุ้งปรากฏบนนั้น
ตอบรับ หรือ ปฏิเสธ
โอกาสมีเพียงหนเดียว นายเลือกเอา
และนั่นเป็สิ่งที่กล้าหนักใจมากๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าปรากฏการณ์ตรงหน้าคืออะไร แถมยังไม่แน่ใจ ถ้าเลือกข้อใดข้อหนึ่ง จะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่ในอนุสติกลับผุดภาพอัยย์ร้องไห้ ทำให้เด็กหนุ่มร่างสมบูรณ์เผลอกด “ตอบรับ” ไปแบบไม่รู้ตัว
“ เราต้องดีขึ้นให้ได้ จะไม่ยอมให้อัยย์เสียใจอีก ”
แล้วแสงสว่างในคอมก็เรืองรองจนกล้าแสบตา สองมือยกขึ้นมาป้องโดยอัตโนมัติ
“ โอ้ว อะไรกันเนี่ย ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
