Rebirth to King Football ย้อนเวลามาเป็นราชาฟุตบอล

    ตอนที่ 98 มีกลิ่น (ตอนฟรี)

            ก่อนเริ่มการแข่งขันจะเริ่มขึ้น เจษก็ได้เดินไปนัดแนะกับแซม โว้คส์ ผู้เป็นกัปตันพ่วงด้วยตำแหน่งเพลย์เมคเกอร์ของทีม..

            "พี่แซม! ในเกมส์นี้ช่วยถ่ายบอลมาที่แดนซ้ายมากขึ้นด้วยนะครับ"

            "ปกติมันก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่!" แซม โว้คส์กล่าวเสียงเรียบเฉยปนสงสัย

            "ไม่ใช่แบบนั้นครับ! ผมหมายถึงถ้าพี่ได้บอล ให้พี่นึกถึงแดนซ้ายไว้ก่อนเลย เดี๋ยวต่อจากนั้นผมจะจัดการเอง.."กล่าวจบเจษก็เดินจากไป เพราะได้เวลาเริ่มเกมแล้ว และบทสนทนาก็จบลงเพียงเท่านี้เพราะเจษได้เดินจากไปแล้ว

            "..?"

            ในเวลานี้แซม โว้คส์ ได้แต่งุนงงกับคำพูดของเจษเป็นอย่างมาก เขาไม่เข้าใจว่าเจษตั้งใจจะสื่อถึงอะไรกันแน่ ทำไมไม่บอกเขาออกมาตรงๆ

            อย่างไรก็ตามพอเริ่มเกมได้ห้านาทีแซม โว้คส์ก็รับรู้ว่าเมื่อตอนนั้นเจษได้หมายถึงอะไร เพราะในตอนนี้ทีมเร้ดดิ้งตั้งรับหน้าปากเขตโทษของพวกเขาซะแน่นเอียด พวกเขาตั้งรับอย่างกับเป็นทีมท้ายตาราง ไม่ใช่ทีมอันดับสองในปัจจุบัน

            ซึ่งทีมวูล์ฟแฮมป์ตันที่ต้องเจอกับการป้องกันที่หนาแน่นเช่นนี้แล้ว เหล่านักเตะในทีมของพวกเขาก็ไม่มีใครที่จะสามารถทะลวงผ่านการป้องกันแบบนี้ไปได้นอกจากเจษ..

            ทว่าระหว่างนั้นเองเจษก็โดน'โจฟิล'แฟนคลับที่คลั่งไคล้บอกรักเขาอย่างดุเดือด..

            "..ไอ้หนู! อย่าคิดว่าจะผ่านฉันไปได้ง่ายๆ คนที่เก่งกว่านายฉันเจอมาเยอะแล้ว.."

            "..อย่าได้คิดว่าตัวเองเก่งมากนัก ฉันจำทำให้นายรู้ซึ้งว่ายังคงมีความต่างระหว่าเรา.."

            ".."

            ลูกพี่เจษที่โดนชายหน้าเหลี่ยมปั่นประสาทก็ได้แต่นิ่งเงียบ เขายังไม่เสียสมาธิง่ายๆกับคำพูดอ่อนหัดแค่นี้หรอก พลางคิดในใจ..

            '..ไอ้คนนี้? สกิลปั่นประสาทของมันทำไมถึงอ่อนด้อยจัง ขอคำที่แรงกว่านี้หน่อยได้ไหมมันถึงจะระคายผิวฉัน..หรือให้ฉันต้องสอนไหม..'

            '..ไม่ดีกว่า ตอนนี้บอลกำลังจะมาถึงเราแล้ว..'

            หลังจากที่ครุ่นคิดเสร็จ เจษที่อยู่ทางกาบซ้ายของสนามก็เพ่งสมาธิให้สูงที่สุดพร้อมกับหันซ้าหันขวาเพื่อสังเกตสิ่งรอบข้าง พลางนำสิ่งที่เห็นมาวิเคราะห์ในใจ

            และทันใดนั้นดีแลนด์ก็กำลังสงบอลมาให้เจษ เขาก็พลางขยับตัวไปรับบอล ทว่าแฟนคลับของเขาก็สังเกตเห็นมันด้วยเช่นกัน พลันวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างไว เพื่อสกัดกั้น

            ตึบ!

            ทันทีที่ดีแลนด์ส่งบอล เจษก็ได้วิ่งเข้าไปรับบอล แฟนคลับของเขาก็ตามมาติดๆด้วยเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าเจษได้ถึงบอลก่อน

            อย่างไรก็ตามทันทีที่เจษครอบครองบอลได้ เขาก็โดนเขาหนัก..

            ตึก! ตึก! 

            ลูกพี่เจษโดนแฟนคลับบอกรักด้วยการเตะไปสองทีโดยปลายสตั๊ดอันแหลมคมของเขา..

            อ้าาา!!!  ฟาวน์!!!

            ขณะที่กำลังกลิ้งอยู่บนพื้น ลูกพี่เจษได้ร้องตะโกนออกมาอย่างดังราวกับโลกจะแตก

            อย่างไรก็ตาม ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก ผู้ตัดสินให้เล่นต่อเพราะยังเป็นลูกได้เปรียบ

            ขณะเดียวกันตัวต้นเหตุนั้นก็ได้จับแขนของเขาพลางกระชากอย่างแรง..

            "ลุกขึ้น! อย่าได้สำออยนัก!!"

            อ้าาาา!!!

            แน่นอนว่าลูกพี่เจษก็เหลี่ยมจัดเช่นกันพลางร้องออกมาอย่างหนักทันทีที่โดนจับแขน เพราะทันทีที่โดนกระทำซ้ำเช่นนั้นมันก็ได้เข้าทางเขานั่นเอง..

            ..

            ระหว่างนั้นที่ข้างสนาม เชสเตอร์ก็ได้กดดันผู้ตัดสินที่สี่อย่างหนักอยู่เช่นกัน..

            "..ใบเหลือง! มันต้องใบเหลืองเท่านั้น!! เฮ้! เขาทำร้ายลูกทีมของผมนะโว้ยยย!!" เชสเตอร์อารมณ์ฉุนเฉียวอย่างหนัก เขาไม่พอใจอย่างมากที่'ลูกรัก'ของเขาโดนคนอื่นรังแก

            ".."ผู้ตัดสินที่สี่ก็นิ่งเงียบไม่ตอบกลับ พลางทำเป็นเมินเฉยอีกด้วย

            ..

            ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ตัดสินชี้ขาดในสนามก็ไม่ได้เป่าหยุดเกม เพราะผู้เล่นวูล์ฟแฮมป์ตันยังครองบอลได้ตั้งแต่ต้นจนจบ..

            ซึ่งสามสี่นาทีถัดมาลูกพี่เจษก็ได้แต่จำใจลุกขึ้น พลางแสดงอาการว่าตนเองบาดเจ็บเล็กน้อยเพื่อความแนบเนียน ทั้งทั้งที่เขาไม่ได้ไม่ได้บาดเจ็บมากมายอะไร

            ซึ่งโจฟิลแฟนคลับเบอร์หนึ่งของเจษก็ได้รู้พิษสงของเจษในตอนนี้..

            '..ไอ้เจ้านี่เหลี่ยมจัดเป็นบ้า..เอ็งเหลี่ยมจัดนักใช่ไหม! ได้! จากนี้เอ็งได้เจอของจริง..'

            โจฟิลมีน้ำโหสุดๆที่โดนเจษใช้เล่ห์เหลี่ยมกับตน เขาเกือบเสียท่าแล้วเชียว จึงทำให้เขาแค้นเจษอย่างหนักในเวลานี้ เหตุผลเป็นเพราะเจษนั้นกระทำได้ดีกว่าเขา เรื่องนี้มันยอมกันไม่ได้!

            ..

            การครองบอลของทีมวูล์ฟแฮมป์ตันนั้นดีอย่างมากในเกมนี้ อาจเป็นเพราะตัวเลือกในการส่งบอลพวกพวกเขามากขึ้นก็เป็นได้ เพราะสามคนในทางกาบซ้ายได้เฝ้าระวังเจษโดยเฉพาะ ทว่าด้วยเหตุนั้นทีมวูล์ฟแฮมป์ตันก็ไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาสทำประตูได้เช่นกัน

            ในเวลานี้ลูกพี่เจษของพวกเราได้ลุกขึ้นมาแล้ว พลางวิ่งได้อย่างปกติ ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บเหมือนอย่างเมื่อครู่แต่อย่างใด 

            และทันใดนั้นเจษก็ส่งสัญญาณให้กับแซม โว้คส์ พลางวิ่งไปยังจุดนัดพบในเวลาต่อมา..

            แซม โว้คส์ที่ได้เห็นสัญญาณของเจษก็ได้ขอบอลจากเพื่อนร่วมทีมเสียยกใหญ่อยู่ที่ทางกาบขวา ทันทีที่ได้บอล เขาก็โยนข้ามฟากไปที่ริมเส้นทางกาบซ้ายไปให้เจษในทันที.. 

            และลูกนี้ลูกพี่เจษเอาบอลลงได้อย่างสวยงามอีกเช่นเคย ทั้งยังได้เลี้ยงจี้เข้าไปในเขตโทษในเวลาต่อมา เพราะการป้องกันนั้นมีแค่ด่านเดียวในเวลานี้

            อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เจษเลี้ยงเข้าไปในเส้นเขตโทษ มันก็ได้มีสีขมุกขมัวปรากฎที่หางตาข้างขวาของเขา ก่อนที่เขาจะได้ตัวลอย..

            ฟึ่บ!! พรื๊ดดดด

            กึก! ตึง!

            อ้าาา!!!!

            ลูกพี่เจษได้กู่ร้องออกมาอย่างสุดเสียงขณะที่กำลังหมุนตัวกลางอากาศ เพราะครั้งนี้เขาเจ็บจริง

            เป็นโจฟิลที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนเข้ามาตัดเกมส์ในจังหวะนี้ ซึ่งเจษที่สังเกตเห็นว่าเป็นใครเขาก็ได้สบถในใจ..

            '..บ้าเอ้ย! เราประมาทเกินไป นึกว่าฉีกหนีมันได้แล้วเชียว..'

            ขณะเดียวกันโจฟิลที่กำลังนั่งพลางดึงถึงเท้าของตนเองอยู่ก็พลางกล่าวขึ้นเบาๆ..

            "..โทษที..คราวหน้าจะเอาให้หนักกว่านี้.."

            เจษที่นอนกุมข้อเท้าอยู่พอได้ยินเช่นนั้นเขาก็กัดฟันเก็บอาการอย่างหนัก ไม่ได้ตอบกลับเดี๋ยวเข้าแผนของมัน

            ในวินาทีต่อมาผู้ตัดสินก็ไม่มีทีท่าว่าจะเป่านกหวีดให้ฟาวน์ เขาพลางส่งสัญญาณให้เจษลุกขึ้นมาเล่นต่อทั้งยังบอกอีกว่าเมื่อสักครู่โจฟิลเข้าที่บอล

            แซม โว้คส์ที่กำลังเข้าไปประท้วงเอาจุดโทษในฐานะกัปตันทีมได้ยินอย่างนั้นก็พลันกล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว..

            "เข้าที่บอลได้อย่างไร!! เสียงดังปั้ง!นั่นคุณไม่ได้ยินเหรอ!! มันโดนเท้าของคนชัดๆ!!"

            "อย่าขึ้นเสียงกับผม นี่เป็นการเตือน!" ผู้ตัดสินกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยพลางจ้องมองไปยังพี่แซม คำพูดของเขาราวกับมั่นใจเป็นอย่างมากว่าการตัดสินของเขานั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

            ขณะเดียวกันที่ข้างสนามก็เดือดไม่แพ้กัน เพราะในตอนนี้หัวหน้ากุนซือเชสเตอร์ก็ได้กดดันผู้ตัดสินที่สี่อย่างหนัก..

            "..ใบแดง! จังหวะนั้นยังไงก็ต้องเป็นใบแดง!! ไอ้คนนั้นมันเข้าแรงสองครั้งแล้วนะ! ไม่มีการเตือน! ไม่มีการฟาวน์ใดๆทั้งสิ้น! คุณอธิบายมาให้ผมฟังหน่อยได้ไหม!?.."เชสเตอร์หน้าบูดเบี้ยวอย่างมากในเวลานี้

            "..ทุกอย่างผู้ตัดสินชี้ขาดในสนามได้ตัดสินใจไปแล้ว และผมก็เคารพการตัดสินใจของเขา.."ผู้ตัดสินที่สี่อธิบายให้เชสเตอร์ฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย

            เชสเตอร์ที่รับคำอธิบายห่วยๆเช่นนั้นก็พลันทนไม่ไหวอีกต่อไป.."ไอ้บ้าเอ้ย!! เอ็งมาเป็นผู้ตัดสินได้ไงวะ!!"

            "โปรดระวังคำพูดด้วยคุณเชสเตอร์!"ผู้ตัดสินที่สี่ตอบกลับมาอย่างฉับพลันเมื่อได้ยินสิ่งที่เชสเตอร์กล่าว..

            และเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ใช่ภายในสนามเท่านั้นที่เดือด บนอรรถจันทร์นั้นเดือดยิ่งกว่า โดยเฉพาะกลุ่มแฟนบอลอุลตารส์ของทีม ในเวลานี้พวกเขาได้ด่าโคตรเง้าของกรรมการเสียยกใหญ่แล้ว..

            "..ไอ้ตาถั่วเอ้ย!! จบเกมเอ็งได้เห็นดีกับพวกเราแน่!!.."

            "..พวกฉันจะไปดักรอเอ็งที่นอกสนาม.."

            "..อยู่ด้านนอกก็ระวังตัวให้ดี อย่าให้พวกฉันเจอเอ็งที่นอกสนามนะโว้ย!!.."

            แฟนบอลกลุ่มนี้ไม่พอใจในผู้ตัดสินอย่างมาก เสียงร้องตะโกนของพวกเขาดังกึกก้องไปทั่วสนาม สามารถทำให้ทุกคนในสนามได้ยินสิ่งที่พวกเขากล่าวได้อย่างชัดเจน รวมถึงลูกพี่เจษของพวกเราด้วยเช่นกัน..

            ขณะเดียวกันนั้นเจษก็ได้กล่าวในใจ..

            '..แฟนบอลอุลตารส์กลุ่มนี้ทำงานของพวกเขาได้ดีเยี่ยมจริงๆ ดูนั่นสิ! ผู้ตัดสินได้หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้ว..'

            '..อีกอย่าง!?เราเริ่มได้กลิ่นตุตุแล้วสิ..การแข่งขันนัดนี้คงลำบากไม่น้อย..'

            

            

            

            

                                         I’m number 4

            # ชดเชยเมื่อวานครับ ผมติดธุระจริงๆ ไปทั้งงานแต่งงานบวช พึ่งว่างแต่งเองครับ #

    คล้ายกับเรื่องRebirth to King Football ย้อนเวลามาเป็นราชาฟุตบอล ที่คุณอ่าน