ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 99 การฟื้นฟูพลังชีวิต

            พรสวรรค์ในการคัดลอกของเย่เทียนเหลือเวลาคูลดาวน์อีกประมาณ20วัน ซึ่งมันไม่ได้ช้าหรือไม่ได้เร็วจนเกินไป

            ระหว่างนี้นอกจากเขาจะทำความเข้าใจเจตนาแห่งดาบแล้ว เขายังสอนสิ่งต่างๆให้กับมังกรโลหิตสงครามไปพลางๆ อีกด้วย

            เนื่องจากมังกรโลหิตสงครามเพิ่งเกิดมันเปรียบเสมือนเด็กทารกมนุษย์ สติปัญญาของมันยังไม่มากนักยังต้องใช้เวลาเรียนรู้สิ่งต่างๆ อีกมากมาย

            นอกจากนี้เย่เทียนยังค้นพบสิ่งหนึ่งนั่นคือมังกรโลหิตสงครามชอบเลือดของสัตว์อสูรมาก มันดูดซับเลือดของสัตว์อสูรจำนวนมากในทุกๆวัน แม้ว่าจะไม่ใช่เลือดของสัตว์อสูรที่มีสายเลือดของมังกรก็ตาม

            สำหรับมังกรโลหิตสงครามเลือดสัตว์อสูรเหล่านั้นเปรียบเสมือนน้ำนมที่ทำให้มันเจริญเติบโต

            เย่เทียนเห็นมังกรโลหิตสงครามเติบโตขึ้นทุกวันร่างกายของมันใหญ่ขึ้นกว่าก่อนมาก ถึงแม้ว่ามันจะกินเลือดของสัตว์อสูรไปเป็นจำนวนมากแต่ในใจของเย่เทียนก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

            อย่างไรก็ตามด้วยตัวเขาและมังกรโลหิตสงครามต้องใช้เลือดของสัตว์อสูรจำนวนมากเลือดของสัตว์อสูรที่มีอยู่อาจจะไม่เพียงพอโชคดีที่เขายังมีเลือดของสัตว์อสูรสะสมอยู่ไม่น้อยแต่ในอนาคตเขาคงจะต้องออกล่าให้มากขึ้นไม่อย่างนั้นเขาคงจะไม่มีเลือดของสัตว์อสูรที่เพียงพอต่อการฝึกฝน

            ไม่กี่วันต่อมา

            เย่เทียนตัดสินใจยกเลิกความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์เลี้ยงกับเสี่ยวจินและให้เสี่ยวจินยอมรับเย่หยูเป็นเจ้านายคนใหม่เพราะเรื่องนี้เสี่ยวจินจึงบ่นเขาเป็นเวลานาน แต่สุดท้ายมันก็ยังยอมรับแต่โดยดี

            ในความเป็นจริงการเป็นสัตว์เลี้ยงของเย่หยูไม่ใช่เรื่องน่าอับอายอะไรเพราะเย่หยูได้กินดอกไม้วิญญาณสวรรค์ที่เย่เทียนให้มาทำให้พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเธอเปลี่ยนไปแล้ว

            ตอนนี้พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเธอกลายเป็นระดับสูงสุดแล้วและในอนาคต การที่เธอจะกลายเป็นปรมาจารย์นั้นย่อมเป็นเรื่องที่เเน่นอนและยังมีความหวังที่เธอจะสามารถทะลวงผ่านเป็นระดับราชาได้อีกเล็กน้อย

            ดังนั้นเสี่ยวจินจึงยอมรับเย่หยูเป็นเจ้านายแต่โดยดี

            วันหนึ่งก่อนวันที่พรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาจะคูลดาวน์เสร็จ

            เย่เทียนก็เลิกทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบและพึมพำว่า

            “ในที่สุดเราก็เข้าใจเจตจำนงดาบจนเกือบจะถึงสองส่วนแล้วถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ฝึกฝนอย่างบ้าระห่ำเหมือนช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาก็เถอะ”

            ตราบใดที่เขาเข้าใจเจตนารมณ์แห่งดาบถึง2ส่วน เขาก็จะสามารถฝึกฝนทักษะดาบระดับเงินได้

            ทักษะดาบระดับเงิน

            ว่ากันว่าทักษะดาบระดับเงินสามารถทำให้เกิดเอฟเฟกต์พิเศษทำให้พลังต่อสู้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ดังนั้นเขาจึงคาดหวังกับมันมาก

            อีกวันหนึ่งผ่านไป

            เมื่อคูลดาวน์ของพรสวรรค์การคัดลอกสิ้นสุดลงเย่เทียนก็มีโอกาสคัดลอกพรสวรรค์ได้อีก 2 ครั้ง

            การคัดลอกครั้งแรกแน่นอนว่าเขาย่อมต้องคัดลอกพรสวรรค์กลืนกินโลหิตระดับสูงสุดซึ่งมันเป็นพรสวรรค์ระดับที่เขาต้องการพอดี

            เมื่อคัดลอกมันเขาจะสามารถทำลายขีดจำกัดของการขัดเกลาโลหิตได้จากนั้นเขาจะสำเร็จเป้าหมายในการทำลายขีดจำกัดการขัดเกลาผิวหนัง การขัดเกลาเนื้อขัดเกลากระดูก และขัดเกลาเลือด

            และขั้นตอนสุดท้าย...คือการทำลายขีดจำกัดการขัดเกลาอวัยวะภายในซึ่งถึงตอนนั้น เขาจะสามารถหล่อหลอมรากฐานที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาได้

            “หลอมรวม!”

            พรสวรรค์กลืนกินโลหิตหลอมรวมเข้ากับร่างของเย่เทียน

            กระบวนการหลอมรวมได้เริ่มขึ้นแล้ว!

            สิบนาทีต่อมาเย่เทียนก็หลอมรวมพรสวรรค์กลืนกินโลหิตได้สำเร็จและไม่นานเขาก็รู้ว่าพรสวรรค์กลืนกินโลหิตมีประโยชน์อย่างไร

            “กลืนกินเลือดเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิต!”

            เย่เทียนรู้สึกว่าพรสวรรค์เช่นนี้ช่างท้าสวรรค์อย่างแท้จริง

            นี่คือการฟื้นฟูพลังชีวิตซึ่งมันเหนือกว่าพรสวรรค์ในการรักษามาก

            พรสวรรค์ในการรักษาเป็นเพียงการรักษาบาดแผลแต่ไม่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้ เนื่องจากพลังชีวิตเชื่อมโยงกับชีวิตโดยตรงไม่สามารถรักษาหรือฟื้นฟูได้

            ยกตัวอย่างเช่นเย่เทียนใช้วิชาต้องห้ามบางอย่างและสูญเสียพลังชีวิตไปพรสวรรค์ในการรักษาไม่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้แต่ตราบใดที่เขามีพรสวรรค์กลืนกินโลหิตเขาสามารถกลืนกินเลือดของสัตว์อสูรเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตของเขาได้

            ด้วยพรสวรรค์กลืนกินโลหิตมันสามารถดึงพลังชีวิตออกจากเลือดของสัตว์อสูรเพื่อมาเติมเต็มพลังชีวิตของเย่เทียนได้

            นี่มันเป็นความสามารถที่ท้าทายสวรรค์ชัดๆ!

            “นี่เราได้กําไรแล้ว แถมยังเป็นกําไรมหาศาลด้วย!”

            เย่เทียนกล่าวด้วยความยินดี

            ด้วยพรสวรรค์กลืนกินโลหิตและพรสวรรค์ในการรักษาระดับสูงสุดไม่ว่าอาการบาดเจ็บของเขาจะรุนแรงแค่ไหน เขาก็จะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

            เมื่อได้พรสวรรค์กลืนกินโลหิตระดับสูงสุดมาแล้วเย่เทียนก็เริ่มฝึกฝนทักษะขัดเกลาโลหิตม่วงทันที

            ทันใดนั้นเย่เทียนก็พบว่าพรสวรรค์กลืนกินโลหิตและเทคนิคการขัดเกลาโลหิตม่วงสามารถเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบเนื่องจากพรสวรรค์กลืนกินโลหิตสามารถดูดซับเลือดของสัตว์อสูรระดับสูงจำนวนมากได้ในทันที

            ในส่วนของทักษะขัดเกลาโลหิตม่วงก็สามารถดึงพลังจากโลหิตของสัตว์อสูรระดับสูงมาเพื่อปรับแต่งเลือดในร่างกายของเขาได้อย่างรวดเร็ว

            ดังนั้นเมื่อเปิดใช้งานทักษะขัดเกลาโลหิตม่วงและพรสวรรค์ในการกลืนกินโลหิตความเร็วในการขัดเกลาจึงรวดเร็วเป็นอย่างมาก

            ด้วยความเร็วเช่นนี้เย่เทียนมั่นใจว่าเขาจะสามารถทำลายขีดจำกัดการขัดเกลาเลือดได้ภายใน 10 วัน มันเร็วกว่าขัดเกลาผิวหนัง ขัดเกลากล้ามเนื้อและการขัดเกลากระดูกเสียอีก นี่เป็นความสุขที่เขาไม่คาดคิดมาก่อน

            แน่นอนว่าการที่เขาสามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วแบบนี้มันก็หมายความว่าเลือดของสัตว์อสูรที่เขาเก็บไว้ก็ถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

            ในเวลาเพียงไม่กี่วันเลือดของสัตว์อสูรที่เย่เทียนเก็บไว้ก็หมดลงเขาจึงจำเป็นต้องใช้เงินหลายพันล้านหยวนเพื่อซื้อเลือดสัตว์อสูรมาชดเชยเลือดของสัตว์อสูรที่เขาเสียไป

            สิบวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

            ในที่สุดเย่เทียนก็รู้สึกถึงคอขวดของการขัดเกลาเลือด

            “ทำลาย!”

            พรสวรรค์กลืนกินโลหิตและทักษะขัดเกลาโลหิตม่วงได้รวบรวมพลังมหาศาลและทะลวงขีดจำกัดการขัดเกลาเลือดในพริบตาและเข้าสู่ขอบเขตใหม่ทันที

            ณจุดนี้เอง

            เลือดของเย่เทียนเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเลือดในร่างกายของเขาราวกับว่ากำลังเปล่งแสงสีทองออกมาจริงๆ

            มันดูมีระดับสูงกว่าเลือดของมนุษย์ทั่วไปซึ่งนี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าเลือดของเขาได้พัฒนาขึ้นสู่ระดับใหม่

            แต่ในตอนนี้แม้ว่าขีดจำกัดการขัดเกลาเลือดจะถูกทำลายไปแล้วแต่เขาก็ยังไม่อาจยกระดับขั้นของตัวเองได้เพราะเขายังเหลืออีกขั้นตอนที่สำคัญอยู่อีก

            “ขั้นต่อไปคือการทำลายขีดจำกัดของอวัยวะภายในอวัยวะภายในมีความซับซ้อนอย่างมาก ถ้าต้องการพึ่งพาแค่เพียงพรสวรรค์มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ เราทำได้เพียงใช้แรงโน้มถ่วงเพื่อค่อยๆทำลายอวัยวะภายในแล้วสร้างขึ้นใหม่เพื่อทำลายขีดจำกัด!”

            เย่เทียนวางแผน

            หากเป็นคนธรรมดาถ้าต้องการทำเช่นนี้จะต้องเตรียมโอสถรักษาระดับสูงจำนวนมากไว้และยังต้องพักฟื้นเป็นเวลานานเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

            แต่กับเย่เทียนมันต่างกัน

            “เรามีพรสวรรค์ในการรักษาระดับสูงสุด เราสามารถฟื้นฟูบาดแผลได้รวดเร็วตราบเท่าที่อวัยวะภายในของเราไม่ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์เราก็สามารถฟื้นฟูบาดแผลได้ในพริบตา”

            เย่เทียนมีความมั่นใจว่าเขาจะสามารถทำลายขีดจำกัดของอวัยวะภายในได้ภายในไม่กี่วัน

            ตอนนี้เขาจำเป็นต้องหาค่ายกลแรงโน้มถ่วงที่มีพลังมากพอที่จะช่วยในการฝึกฝนของเขามิฉะนั้นมันจะไม่มีทางเลยที่เขาจะสามารถทำลายขีดจำกัดอวัยวะภายในได้

            “ค่ายกลแรงโน้มถ่วงเรา? จำว่าได้ที่ฐานทะเลมารมีสถานที่ที่เรียกว่าหอคอยแห่งการฝึกฝนอยู่มันเป็นธุรกิจของตระกูลใหญ่ๆ ในฐานทะเลมาร”

            เย่เทียนคิด

            หอคอยแห่งนั้นเต็มไปด้วยค่ายกลรวบรวมลมปราณค่ายกลแรงโน้มถ่วง และอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนและการต่อสู้ กล่าวได้ว่ามันเป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อฝึกฝนอย่างแท้จริงแต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะสามารถเข้าไปได้

            การจะเข้าไปฝึกฝนในหอคอยแห่งการฝึกฝนจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากซึ่งมีแต่คนร่ำรวยเท่านั้นที่จะมีเงินมากพอเพื่อฝึกฝนในที่แห่งนั้น

            “งั้นก็ต้องไปที่หอคอยแห่งการฝึกฝนก่อน!”

            เย่เทียนออกจากบ้านและมุ่งหน้าไปยังหอคอยแห่งการฝึกฝน

            ฐานทะเลมารพื้นที่ส่วนกลาง หอคอยแห่งการฝึกฝน

            หอคอยแห่งการฝึกฝนมีความสูง500เมตร และมี 50 ชั้น แต่ละชั้นมีความสูง 10เมตรภายในหอคอยประกอบไปด้วยห้องที่ใช้สำหรับการฝึกฝนในแต่ละรูปแบบจำนวนมาก

            ที่ทางเข้าชั้นแรกของหอคอยแห่งการฝึกฝนมีพนักงานที่คอยดูแลเก็บค่าธรรมเนียมอยู่

            เย่เทียนหยิบบัตรประจำตัวออกมาและพูดว่า“ห้องแรงโน้มถ่วงระดับสูงสุด ราคาเท่าไหร่ต่อวัน?”

            “ระดับสูงสุด?” พนักงานทวนถาม

            “ระดับสูงสุดคือห้องแรงโน้มถ่วงระดับราชา ซึ่งใช้สำหรับการฝึกฝนระดับราชามีเพียงสามห้องเท่านั้น ตอนนี้เต็มหมดแล้ว ห้องลำดับที่ต่ำกว่าคือห้องระดับสวรรค์ซึ่งมีแรงโน้มถ่วงสำหรับการฝึกฝนของปรมาจารย์ระดับสูงคุณลูกค้ายังเป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญผมขอแนะนำว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้ห้องแรงโน้มถ่วงระดับสูงขนาดนั้น”

            “งั้นผมเอาห้องแรงโน้มถ่วงระดับสวรรค์”

            เย่เทียนตอบโดยไม่ลังเล

            “ครับผม สำหรับห้องแรงโน้มถ่วงระดับสวรรค์มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 50 ล้านหยวนต่อวันครับ!”

            พนักงานกล่าว