หานลี่กันเรียกพ่อบ้านหยูมาพบ บุรุษมากอายุมาพบหญิงสาวด้วยความนอบน้อม ใจของเขานั้นนับถือสตรีตรงหน้าเป็นนายของตนจนเต็มดวงใจ
“นายหญิงเรียกพบมีอะไรให้ข้ารับใช้หรือขอรับ”
“พรุ่งนี้ข้าจะกลับจวน”
บุรุษมากอายุมองไปทางสตรีตรงหน้าด้วยใบหน้าตกใจ พร้อมกับนึกทบทวนว่าตนเองได้กระทำการอันใดล่วงเกินหรือทำให้สตรีตรงหน้านี้ไม่พอใจหรือไม่ จึงทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจและต้องการที่จะกลับจวน
“เรื่องนี้เป็นความตั้งใจของข้า ที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่อไล่หนูสกปรกออกจากจวน และจัดการเรื่องภายในใหม่ให้เรียบร้อย อีกทั้งได้สร้างความทรงจำดี ๆ ให้แก่ชุนเออร์ ตอนนี้สิ่งที่ข้าต้องการก็สำเร็จลุล่วงหมดแล้ว ข้าจึงคิดว่าควรจะกลับจวนของตัวเองได้แล้ว”
“ที่นี่ก็เป็นจวนของนายหญิง และนายท่านก็…”
“เอาตามนี้เถอะนะ”
“ขอรับ”
พ่อบ้านหยูจำใจรับคำ แม้เขาจะรู้ดีว่าการที่มีนายอยู่ในจวนนั้นเป็นอย่างไรและการไม่มีนายอยู่นั้นเป็นอย่างไร แต่การมีนายหญิงแบบหานลี่กันนั้นทำให้พวกเขารู้สึกดีกว่าการไม่มีนายยิ่งนัก
เว่ยเหลียนออกมายืนรอบุตรสาวหน้าจวนพร้อมด้วยหานหลง ขาดเพียงหานเทียนเท่านั้นที่ต้องเข้าวังและทำงานของตนตามปกติ เมื่อรถม้าจอดหน้าจวนทันทีที่เท้าของบุคคลทั้งสองก้าวลงมาจากรถม้าร่างของพวกเขาถูกโอบกอดจากอ้อมกอดที่ห่วงหาพวกเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
“ลี่เออร์ ชุนเออร์ พวกเจ้ากลับมาแล้ว”
เว่ยเหลียนตรงเข้าสวมกอดบุตรสาวและหลานชายในทันทีจนบุตรชายอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและเย้าแหย่มารดา
“หากท่านแม่รัดลี่เออร์กับชุนเออร์แน่นไปกว่านี้ ข้าคิดว่าพวกเขาคงจะต้องตายในอ้อมกอดของท่านแม่อย่างแน่นอน”
บุตรชายจึงถูกตีเบา ๆ ที่แขนทีหนึ่งก่อนที่เว่ยเหลียนจะปล่อยหานลี่กันและหยางชุนให้เป็นอิสระ
“พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง อาหมิ่น อาหมิง จื่อรั่ว พวกเจ้าดูแลบุตรสาวและหลานชายของข้าดีหรือไม่”
เว่ยเหลียนรีบเอ่ยขึ้นในทันที หานลี่กันและหยางชุนมองท่าทางเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มสุขใจ
“ท่านแม่ลี่เออร์และชุนเออร์เพิ่งกลับมา พวกเราพาพวกเขาเข้าด้านในก่อนเถอะขอรับ ไหนเจ้าจอมซนของลุง ดูสิว่าเจ้าจะเก่งขึ้นเหมือนที่มามี้ของเจ้าเขียนมาเล่าหรือเปล่า”
หานหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะจับหยางชุนจั๊กจี้ เด็กชายหัวเราะจนตัวงอพลันปัดป้องการจั๊กจี้นั้นอย่างสุดกำลังเช่นกัน
“อื่ม ดูท่าเจ้าจะมีทักษะและเก่งขึ้นไม่น้อย เช่นนี้แล้วเรื่องเรียนของชุนเออร์เจ้าจะทำอย่างไร”
หานหลงหันไปถามหานลี่กันขณะเดินเข้าจวน หญิงสาวมองหานหลงยิ้ม ๆ
“เรื่องเรียนนั้นข้าได้แจ้งและเชิญท่านอาจารย์ให้ท่านมาสอนชุนเออร์ที่จวนของเรา ส่วนเรื่องเรียนขี่ม้าและอื่น ๆ นั้นสามารถให้ชุนเออร์ไปเรียนที่จวนแม่ทัพสามวันครั้งเจ้าค่ะ”
“เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน แล้วเรื่อง....คุณหนูรองเซวีย...”
“ตอนนี้นางได้กลับไปอยู่จวนเซวียแล้วเจ้าค่ะ”
“เจ้าไม่คิดหรือว่านางจะยังคิดแค้นเคืองในตัวเจ้า”
“เรื่องนั้น...ข้าเองก็เตรียมรับมือไว้แล้วเจ้าค่ะ”
“อื่ม...เป็นเช่นนั้นข้าก็หมดกังวล”
บุรุษหนุ่มพยักหน้าช้า ๆ ก่อนที่ทั้งสี่จะเข้าเรือนเพื่อนั่งพักและพูดคุยกัน ด้านฝั่งของจวนเว่ย เว่ยซิ่วได้พาญาติผู้พี่ที่เป็นญาติทางมารดามาเข้าพบมู่หนิงหวง เว่ยเจียวจิ้นและกงเยว่ยังโถงหน้าของเรือน
“ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ นี่คือพี่ฉินมู่หวังเป็นลูกของท่านน้าที่ต่างเมือง แม้ท่านแม่จะกลับไปยังบ้านเดิมแต่ท่านแม่อยากจะขอร้องให้ท่านย่า ท่านพ่อและท่านแม่ช่วยให้ที่พักแก่พี่มู่หวังสักระยะเวลาหนึ่ง ตอนนี้พี่มู่หวังกำลังเตรียมตัวเพื่อสอบเข้ารับราชการ นี่คือจดหมายจากท่านแม่เจ้าค่ะ”
เว่ยซิ่วได้นำจดหมายยื่นให้มู่หนิงหวงดู สตรีมากอายุรับจดหมายมาเปิดอ่านก่อนจะมองไปทางบุรุษหนุ่มตรงหน้า
“สอบรับราชการงั้นหรือ”
“ขอรับ”
เว่ยเจียวจิ้นพิจารณาบุรุษหนุ่มตรงหน้า ‘นับว่าเป็นชายหน้าตาดีแต่มีแววตาเจ้าเล่ห์ไม่น่าไว้ใจเท่าใดนัก' แต่ความมุ่งมั่นที่จะรับราชการนั้นกลับทำให้บุรุษมากอายุเช่นเขารู้สึกชื่นชมอยู่ไม่น้อย
“ข้าน้อย ฉินมู่หวังคำนับเหล่าไท่ไท่ ท่านโหวและโหวฮูหยิน”
บุรุษหนุ่มรีบก้มคำนับอย่างนอบน้อม กงเยว่ที่มองบุรุษหนุ่มตรงหน้าแม้นจะมิชอบใจเท่าใดนักแต่ก็มิได้เอ่ยกล่าวสิ่งใด
“การที่เจ้ามีใจสอบเข้ารับราชการเช่นนั้นเป็นเรื่องที่ดี เรือนพักของเจ้าก็ให้พักอยู่ทางตะวันตกของจวน เรือนที่นั่นว่างอยู่ ประตูที่อยู่ด้านตะวันออกนั้นเป็นประตูของจวนโหวและจวนหาน หากเจ้าไม่มีธุระอันใดก็ไม่ควรที่จะไปเดินยุ่มย่ามบริเวณนั้น”
“ขอบคุณเหล่าไท่ไท่ ท่านโหวและโหวฮูหยิน”
“เช่นนั้นก็ดี พ่อบ้านเฟิงพาฉินมู่หวังไปพักยังเรือนของตัวเองเถิด”
“ขอรับ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ เช่นนั้นลูกเองก็ขอตัวนะเจ้าคะ”
เมื่อลับร่างเว่ยซิ่วและฉินมู่หวังแล้ว กงเยว่ที่รู้สึกไม่ดีกับบุรุษหนุ่มที่เคยอยู่ตรงหน้าจึงได้เอ่ยปากขึ้น
“ท่านแม่ ท่านพี่ ข้ารู้สึกไม่ชอบฉินมู่หวังคนนี้เสียเลย”
สตรีมากอายุมองบุตรสะใภ้ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ ‘แม้นเรื่องยังไม่เกิด จะป้องกันไว้ก็ไม่เสียหายแต่จะพูดหรือกล่าวอันใดเพื่อให้อีกฝ่ายเสียหายก็คงจะไม่ถูกนัก’
“เรื่องที่ทำให้เจ้ากังวลใจนั้นข้าพอจะรู้ เช่นนั้นก็ให้คนจับตาดูพวกเขาไว้ก็แล้วกัน”
“เจ้าค่ะท่านแม่”
กงเยว่รับคำก่อนจะสั่งการบ่าวรับใช้คนสนิทของตนในทันที เว่ยซิ่วและฉินมู่หวังที่เดินออกมาจากโถงได้มองหน้ากันยิ้ม ๆ อย่างรู้ทัน ‘ท่านแม่ให้พี่มู่หวังมาที่นี่ก็เพื่อเป็นหมากตัวสำคัญที่จะพาท่านแม่กลับเข้ามาในจวน และทำให้ท่านแม่สามารถเหยียบย่ำพวกมันกลับคืน อยากจะรู้นักว่าพวกมันจะทำอย่างไรหากพี่มู่หวังสามารถกุมกล่องดวงใจของพวกมันได้....ฮึฮึ’
“นั่นไง! พี่หญิงของข้า”
เว่ยซิ่วรีบชี้ไปทางเว่ยซีซวนที่นั่งอยู่อีกฝั่งของทางเดินจนพ่อบ้านเฟิงอดไม่ได้ที่จะต้องพาทั้งสองไปทักทายคุณหนูใหญ่เว่ย
“พี่หญิง นี่คือพี่มู่หวัง ลูกพี่ลูกน้องของข้า”
“ข้าฉินมู่หวัง ยินดีที่ได้พบคุณหนูใหญ่เว่ย”
“อื่ม..”
เว่ยซีซวนเพียงพยักหน้ารับน้อย ๆ ก่อนจะทำทีไม่สนใจและทำงานของตนต่อไปทำให้ฉินมู่หวังรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย รวมถึงเว่ยซิ่วที่รู้สึกโมโหอยู่ในใจแต่กลับต้องข่มไว้และเอ่ยขอตัวจากนาง ‘นี่สินะ คุณหนูใหญ่ผู้งดงามดั่งดอกไม้แต่กลับมีนิสัยเย็นชา ข้าจะรอดูสิว่ายามที่ข้าได้เด็ดดอกไม้เช่นเจ้ามาขยี้ เสียงที่เจ้าร้องขอชีวิตและครวญครางในอ้อมกอดข้านั้นจะเป็นเช่นไร ฮึ ๆ’ บุรุษหนุ่มคิดในใจก่อนจะยิ้มร้ายแล้วเดินตามพ่อบ้านเฟิงไปตามทาง
“พ่อบ้านเฟิงท่านกลับไปทำงานของท่านเถอะ เดี๋ยวทางนี้ข้าจะดูแลพี่มู่หวังเอง”
“ขอรับคุณหนูรอง”
เมื่อบุรุษมีอายุเดินออกไปจนพ้นสายตาแล้วเว่ยซิ่วได้หันมาหาฉินมู่หวังในทันที
“เจ้ารู้เหตุผลที่ท่านแม่ของข้าส่งเจ้ามาแล้วใช่หรือไม่”
“แน่นอนว่าข้าย่อมรู้”
“เช่นนั้นเจ้าแน่ใจหรือเปล่าว่าสามารถจัดการนางได้”
“เรื่องนั้นไม่เกินความสามารถของข้า”
ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ ‘สตรีในหอนางโลมย่านชานเมืองข้าล้วนได้ลิ้มลองมาแทบทุกคน หากจะลองสตรีในเรือนขุนนางบ้าง ข้าเองก็อยากรู้ว่ารสชาติจะต่างกันหรือไม่’
“ข้ายังมีอีกคนที่อยากให้เจ้าจัดการ”
“ใครกัน”
“เรื่องนั้นไม่ต้องรีบ อีกไม่นานเจ้าต้องเจอนางอย่างแน่นอน”
“นางงดงามเท่าคุณหนูใหญ่นั่นหรือไม่ หากไม่แล้วข้าคงจะต้องขอ......”
ชายหนุ่มทำท่าทางราวกับนักเลงข้างถนนจนเว่ยซิ่วค้อนให้วงใหญ่
“เจ้าคิดว่าสตรีตระกูลข้างดงามหรือไม่ล่ะ”
“แน่นอนว่างดงามยิ่ง แม้แต่ตัวเจ้า”
ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบปอยผมของเว่ยซิ่วมาดมเบา ๆ สตรีในอาภรณ์เหลืองแม้จะไม่พอใจแต่กลับต้องพยายามข่มใจเพื่อให้แผนของตนเองลุล่วงไปได้ด้วยดี
“แน่นอนว่านางย่อมงดงามไม่แพ้กัน เพราะนางเป็นน้องเล็กของตระกูลเว่ยที่ถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมของตระกูลหาน”
“น่าสนุกเสียแล้วสิ...เช่นนั้นข้าจะตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ”
ชายหนุ่มพูดขึ้นขณะมองเว่ยซิ่วด้วยสายตาอยากที่จะกลืนกินนางทั้งตัว ‘อดทนไว้ ๆ เมื่อใดที่พวกนางเป็นของข้า ที่นี่ก็จะเป็นของข้าด้วยเช่นกัน ฮ่า ๆ ๆ ๆ ’