Stage 6
กิจกรรมล่าลอร์ดอินเฟอร์โน่! (2)
“โอ้ยตาย ตูหลุดมาอยู่ส่วนไหนของดันเจี้ยนแล้ววะเนี่ย”เ้าของเสียงบ่นกระปอดกระแปดนี่จะเป็ใครไม่ได้นอกจากนายวิศนะคนเดิมที่ยังคงเดินย่ำต๊อกไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทางเพียงลำพังเหมือนเดิม
ให้ตายสิ เพราะไอ้คลื่นพวกมหาชนงี่เง่านั่นแท้ๆเชียวที่ดันเขาจนปลิวเข้ามาถึงข้างใน สุดท้ายก็เลยพลัดหลงกับเมย์จนได้! แถมเ้าพวกนั้นพอวิ่งพรวดๆกันเข้ามาได้เสร็จแล้วก็หายหัวไปหาทำเลเหมาะๆ ถ่ายรูปกันเสียหมดเลย!
เพี้ยง! ขอให้พวกแกโดนลอร์ดอินเฟอร์โน่ฆ่าทิ้งให้หมด!
วิศนะสบถคำแช่งชักหักกระดูกในใจอย่างเมามันระหว่างสาวเท้าเดินลงบันไดไปเรื่อยๆ โดยไม่นึกลังเลคิดจะหยุดฝีเท้าเลยแม้แต่น้อย
“คนออกแบบตึกพวกนี้ก็สร้างออกมาได้สยดสยองเอาเื่เลยแฮะ”เสียงห้าวเปรยขึ้นลอยๆ ขณะเหลียวมองบรรยากาศรอบด้านส่วนหัวก็ชวนนึกไปถึงเกมที่เ้าธันวาเพื่อนรักมันชอบเล่นนักหนาอย่างไอ้พวกเกมแนวสยองขวัญที่มันเคยหอบเอามาเล่นที่คอนโดของเขาทีหนึ่งนึกขึ้นมาก็ทำเอาเขาเสียวสันหลังวูบ
ก็ไอ้สถานที่ที่เขากำลังเดินอยู่เนี่ยบรรยากาศต่างกันเสียที่ไหนเล่า!
หลังจากเ้าตัวสะบัดหัวไล่มโนภาพดังกล่าวออกไปได้แล้วร่างสันทัดก็รีบเร่งฝีเท้าวิ่งลงบันไดโทรมๆ ดังตึกๆ ไปเรื่อยๆ
ความจริง...คนที่ฉลาดสักหน่อยเขาจะเลือกอยู่เฉยๆแล้วรอให้เมษาตามมาสมทบ แต่เพราะความที่สมองเบาจัดบวกกับความบ้าระห่ำส่วนตัวมันมีสูงก็เลยทำให้ตาคนนี้เลือกที่จะเดินไปเดินมา ราวกับหนูติดจั่นต่อไปอย่างกับไม่ได้มีความรู้สึกเกรงกลัวต่อสถานที่อันน่าขนลุกนี้เลยแม้แต่น้อย
จะเรียกว่าความอยากรู้อยากเห็นดี หรือจะเรียกว่านิสัยวอนหาเื่ของเ้าตัวดีล่ะ
ตอนนี้ก็เลยเดินหลงเข้าไปจนถึงส่วนกลางของคุกใต้ดินเรียบร้อยแล้ว
แถมกิจกรรมการตามล่าบอสลอร์ดอินเฟอร์โน่ก็ได้เริ่มต้นขึ้นมาแล้วกว่าสิบนาทีั้แ่สิ้นเสียงประกาศครั้งสุดท้ายทว่าจนถึงตอนนี้วิศนะยังไม่ได้ยินเสียงการต่อสู้ใดๆ ดังขึ้นมาเลยสักนิด
ก็คุณพี่ท่านนั้นเขาสูงตั้ง 18 เมตรนี่นะ ถ้ามีการต่อสู้เกิดขึ้นจริงเสียงมันคงจะดังพิลึกบางทีการที่เขาวิ่งมาหลบอยู่ในตึกแบบนี้อาจจะมีโอกาสตายน้อยหน่อยก็ได้ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาระบายรอยยิ้มกว้างอย่างพออกพอใจกับความคิดอันแสนชาญฉลาดของตัวเอง
นั่นสิ เดี๋ยวเขาไปหาทำเลเหมาะๆคอยดูฉากการต่อสู้ของบอสตัวใหม่สุดโหดท่าจะดีกว่า ยังไงซะเขาเองก็ไม่ได้ซื้อไอ้กล้องถ่ายรูปอะไรนั่นมาด้วยเลยไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมอะไรได้อยู่แล้ว
เพราะงั้นการอยู่เฉยๆแล้วมองดูชาวบ้านเขาฟัดกันเองคงจะเป็อะไรที่เหมาะสมที่สุด!
เดินไปได้ไม่ทันไรเขาก็ลอดตัวผ่านช่องทางเดินเล็กๆออกมาได้เป็ที่เรียบร้อย จะว่าไปพื้นที่แถวนี้บรรยากาศมันร้อนอบอ้าวชอบกลแฮะเอาเถอะ...เดินๆ ไปเดี๋ยวคงเจอทางออกเองแหละ
เ้าตัวคิดแล้วก้าวเท้าเดินต่ออย่างไม่ยี่หระ ครั้นพอพ้นจากซอกหลืบอันแสนแคบก็พบกับห้องโถงโล่งกว้างขนาดใหญ่โตมโหฬารรายล้อมด้วยกระจกสีหลากหลายบานประดับไว้บนเพดานส่งแสงนวลตาให้ลอดผ่านเข้ามาเป็่ๆทว่าวิศนะกลับยิ่งรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิภายในห้องที่ยิ่งร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆจนเนื้อตัวเริ่มชุ่มโชกไปหมด
“ทำไมมันร้อนอย่างนี้ฟะ” บ่นอุบอิบแล้วก็ยกมือขึ้นปาดเหงื่อ
แฮ่~~~!!
ยังไม่ทันได้กล่าวอะไรต่อ จู่ๆเสียงไม่พึงประสงค์ก็ดังขึ้นจนวิศนะเผลอสะดุ้งวูบรีบกวาดตามองหาต้นเสียงแทบไม่ทันจะเห็นก็เพียงแต่ความมืดที่รายล้อมอยู่รอบตัวทำให้เขานึกว่าตัวเองคงหูฝาดไป
และแล้วในชั่ววินาทีต่อมาประกายไฟปริศนาก็ลุกพรึบขึ้นมาเบื้องหน้า ทำให้ชายหนุ่มชะงักกึกก่อนที่มันจะดับวูบไป
“...ย...อย่าบอกนะว่า”เ้าตัวแสบครางเสียงเบาหวิว
“ผู้เล่นวิศนะ ค้นพบ ลอร์ดอินเฟอร์โน่ขอแนะนำให้หนีเพราะระดับความสามารถต่างกันมากเกินไป”
ทันทีที่เสียงของจินนี่ดังขึ้นคนมีศักดิ์เป็นายก็แข้งขาอ่อนแทบจะลมจับมันเสียตรงนั้นภายในเงามืดเบื้องหน้าเขาเห็นแสงสว่างวูบไหวอยู่ในระดับสูงกว่าตัวเขาหลายสิบเมตรซึ่งก็พอจะเดาได้ว่าคงเป็แสงจากดวงตาของเ้าบอสเทพบรรลัยนั่นแน่ๆ
โชคยังดี...เ้านั่นยังไม่ทันรู้ตัวว่าเขาอยู่ตรงนี้
เพราะงั้นรีบเผ่นก่อนมีเื่เหอะ!!
คิดสะระได้เสร็จ วิศนะก็ค่อยๆย่องกลับไปทางเดิมด้วยเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
เบาๆ เข้าไว้...เบาเข้าไว้นะ ไอ้นะ...
“ วิศนะนายอยู่ที่ไหนเนี่ยรีบออกมาหาฉันเร็วเข้า เดี๋ยวก็ได้เื่หรอก”
จู่ๆ เสียงแหลมแสบแก้วหูของเมษาก็ดังขึ้นมาจากหน้าต่างสื่อสารทำเอาคู่สนทนาถึงกับสะดุ้งโหยง ยกมือกดปิดแทบไม่ทัน
ตายชักแล้ว!
คนซวยซ้ำซวยซากรู้สึกสะท้านวูบ ก่อนค่อยๆหันกลับไปมองด้านหลังด้วยความหวังอันริบหรี่เหลือเกินว่าเสียงของเมษาที่ดังขึ้นมาได้ถูกจังหวะสุดๆนั้นคงจะไม่ทำให้คุณพี่ผู้กำลังหลับใหลอยู่ด้านหลังของเขาต้องฟื้นจากนิทราขึ้นมาหรอก
ทันทีที่ั์ตาสีทองกลอกไปเห็นภาพเื้ัร่างสันทัดก็แทบจะหลอมเหลวลงไปกองอยู่ที่พื้น
โฮกกกกกกกกก!!!!
เสียงคำรามกึกก้องดังสะท้อนไปทั่ว พร้อมกับเรือนร่างใหญ่ั์ที่มีความสูงถึง18 เมตรจะขยับตัวจุดประกายไฟลุกพรึบขึ้นมาทั้งตัวฉายให้เห็นลำตัวสูงหนาท่อนแขนขนาดมหึมา กรงเล็บยาวเฟื้อย และใบหน้ายาวแหลมคล้ายัโดยเฉพาะดวงตายาวรีโหมเพลิงที่กำลังจ้องมาทางวิศนะเขม็ง
“ง...งานเข้าแล้วไงไอ้นะเอ๊ย”
“เฮ้ย!ไหนล่ะเ้าลอร์ดอินเฟอร์โน่ที่ว่า นี่ก็ผ่านมาตั้งสิบนาทีแล้วนะยังไม่เห็นมันแม้แต่เงาเลย”
“ใจเย็นๆ สิเดี๋ยวพวกกลุ่มเพลย์เยอร์ที่มาล่าเขาก็หาเจอเองล่ะน่าส่วนพวกเราที่มาทำเควสถ่ายรูปก็ได้แต่รอแหละ ...หรือว่าแกอยากจะลงไปตามหามันล่ะ”
“ไอ้บ้า! เื่อะไรฉันจะเอาคอไปพาดเขียงวะขืนไปเจอไอ้อินเฟอร์โน่ตอนนี้มีหวังดับอนาถท่าเดียว”
เสียงพูดคุยดังจ้อกแจ้กของเหล่าผู้เล่นซึ่งกำลังซุ่มรอทำเควสถ่ายรูปสร้างความหงุดหงิดให้เมษาไม่น้อยยามนี้สาวน้อยตาโตเริ่มกระสับกระสายด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย
“อัล ยังจับสัญญาของวิศนะไม่ได้อีกเหรอ”
“ไม่ได้เลยขอรับ เพราะพวกเพลย์เยอร์ใช้ AI Network มากเกินไปทำให้เกิดการแจมมิ่ง (คลื่นรบกวน)จนระบบปาร์ตี้ขัดข้องซึ่งกระผมกำลังพยายามเจาะสัญญาณเข้าไปหาตัวท่านวิศนะอย่างเต็มที่อยู่ครับ”
“แย่จริงๆ เลย ขนาดลองส่งเสียงไปมั่วๆเผื่อตานั่นจะได้ยินมั่งแล้วแท้ๆ เชียว ยังไงก็พยายามหาต่อให้พบนะ อัล” น้ำเสียงเ้าหล่อนฟังดูเครียดกว่าทุกที
“ขอรับ”
หลังจากสั่งงาน AI ส่วนตัวเสร็จั์ตาสีเทาหม่นก็ตวัดมองภาพเบื้องล่างอย่างพินิจโดยหวังจะเจอร่างสันทัดของชายหนุ่มผมดำคู่หูตัวแสบกำลังเดินเปะปะอยู่บ้าง
เพื่อการนั้นยามนี้ร่างเล็กบางจึงจำใจเดินขึ้นมายืนสังเกตการณ์อยู่บนเนินสูงที่รายล้อมด้วยกองหินก้อนใหญ่คล้ายจะถูกสร้างให้เป็กำแพงของดันเจี้ยนคุกร้างก็ไม่ปานเนื่องจากสามารถเห็นทัศนียภาพได้รอบด้าน สถานที่นี้จึงเป็จุดที่เหล่าผู้เล่นหลายคนใช้เป็ทำเลในการตั้งกล้องเพื่อทำเควสเพราะจะได้ไม่ต้องเป็กังวลเื่ความปลอดภัยเวลาเกิดการต่อสู้
แม้ใจจริงเมษาจะอยากออกไปตามหาวิศนะใจจะขาดแต่ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนด้วยติดตรงสัญญาณของระบบปาร์ตี้ที่ดันมาเสื่อมสภาพเอาตอนนี้เสียอีก!
ครั้นจะให้เธอวิ่งกระโจนดุ่ยๆออกไปโดยไม่รู้ตำแหน่งอะไรเลยก็นับว่าเป็เื่ที่โง่มาก!
“โอ้ยตาย!ถ้ารอบนี้เจอหน้าตานั่นเมื่อไหร่คงต้องเขกกะโหลกให้ซักทีแล้วคลาดสายตาไปหน่อยเดียวก็ก่อเื่ได้ไม่หยุดหย่อน...”
ตูม!!!!
ยังพร่ำบ่นได้ไม่ทันจบก็เกิดแรงะเิสั่นะเืไปทั่วบริเวณส่งให้ร่างบางเซยวบจนเกือบล้มอยู่รอมร่อ
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ”เมษาอุทานเบาๆ
“เฮ้ย! เสียงอะไรวะอย่าบอกนะว่ามันออกมาแล้ว!”
“มันต้องออกมาแล้วแน่ๆ เลยพวกเรารีบเดินหามันเร็ว ก่อนที่คนอื่นจะได้ ‘เฟิร์สบลัด’ไป!”
ต่อมาไม่นานนัก เสียงเอะอะโวยวายของเพลย์เยอร์ระดับสูงที่ยืนอยู่ข้างล่างก็ดังแทรกขึ้นมาก่อนจะพากันกระชับอาวุธในมือของตัวเองเข้าที่แล้วจึงจัดแจงวิ่งไปยังต้นเสียงเมื่อครู่ด้วยความรวดเร็วั์ตาคู่สวยหรี่แคบขณะเพ่งมองไปยังซากตึกขนาดใหญ่เบื้องหน้าซึ่งอยู่ใจกลางของดันเจี้ยนซึ่งเรียกว่า‘ห้องทรมานนักโทษ’
เดี๋ยวก่อนสิ... ครั้งสุดท้ายที่เธอเห็นวิศนะตานั่นกำลังเดินวนไปวนมาอยู่แถวห้องทรมานนี่นา...
อย่าบอกนะว่า……!!!
ตูม!!!!!
ระหว่างนั้นเองปราการหินสูงใหญ่ภายใต้สายตาเธอก็ะเิออกมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับพัดเศษซากของความพินาศให้กระเด็นออกมาตามแรงกระแทกเสียจนฝุ่นควันคละคลุ้งตลบอบอวลทั่วไปหมด!
ดีว่าเมื่อครู่เมษาก้มตัวหลบได้ทันก่อนที่ก้อนหินเ่าั้จะพุ่งเข้าใส่เพราะว่ามีเหล่าเพลย์เยอร์ไม่น้อยที่โดนสะเก็ดะเิเจาะเข้ากลางกบาลเจนลงไปน็อคสลบเหมือดตายคาที่
โฮกกกก~~~!!!
เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นมาอีกระลอก จนเมษาต้องยกมือขึ้นปิดหูพร้อมกับปีศาจร่างสูง 18เมตรที่มีตัวสีแดงท่าทางดุดันบิดใบหน้าเกรี้ยวกราดคล้ายัขณะฟาดหางยาวมีหนามอยู่ตรงปลายไปมา
าาปีศาจอัคคี ลอร์ดอินเฟอร์โน่ปรากฏตัวแล้ว!
“นั่นไง มันอยู่นั่น เร็วพวกเราจัดการมันเลย!”เสียงะโหนึ่งดังขึ้นแล้วร่างของเหล่านักรบระดับสูงหลายต่อหลายคนก็พากันกรูวิ่งตรงเข้าไปหาเ้าปีศาจร้ายพร้อมกับเสียงเฮปลุกใจดังลั่น
ตูม!!!
เพียงแค่ลอร์ดอินเฟอร์โน่ตวัดมือใหญ่ั์ของมันแค่ครั้งเดียวร่างของผู้เล่นทั้งหลายซึ่งเมษากล้ายืนยันได้เลยว่าล้วนแต่มีระดับ 60 ขึ้นทั้งนั้นก็ลอยหวือหายไปเหมือนตุ๊กตาทหารถูกเด็กน้อยปัดทิ้งเลยทีเดียว
นี่พี่แกตบทีเดียวผู้เล่นระดับ 60หลายสิบคนถึงกับปลิวกระเด็นเลยเรอะ!
แน่นอน ไม่ต้องเสียเวลาเดาหรอก พวกหน่วยกล้าตายทั้งหลายนกกระจอกยังไม่ทันได้กินน้ำก็ต่างล้วนกลิ้งลงไปนอนแน่นิ่งกันไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“....ถ...เถื่อนชิบ” ผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างเมษากล่าวออกมาแทบไม่เป็ภาษาตอนแรกเขายกกล้องถ่ายรูปขึ้นกะว่าจะกดชัตเตอร์อยู่แล้วแต่พอเห็นพลังทำลายล้างสุดโหดของเ้าปีศาจนรกนี่ก็เกิดมือไม้แข็งทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาเสียเฉยๆ
ความจริง นอกจากหมอนี่แล้วทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ต่างอยู่ในอาการอึ้งไม่แพ้กัน จะมีก็แต่เมษาที่ขมวดคิ้วแน่นก่อนจะรีบหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากบานหน้าต่างไอเท็มทันที
“โหดซะขนาดนี้คงต้องขอแสกนเนอร์เก็บข้อมูลไว้หน่อยแล้วล่ะ”เ้าหล่อนเปรยคนเดียวเบาๆ แล้วจึงสวมแว่นตาทรงกลมที่เรียกว่า ‘แสกนเนอร์ <Scanner>’ เข้าที่ใบหน้า
แสกนเนอร์ *ไอเท็มใช้ตรวจสอบความสามารถของมอนสเตอร์
ข้อมูลมอนสเตอร์
ชื่อ : ลอร์ดอินเฟอร์โน่<Lord Inferno>
ฉายา :าาปีศาจอัคคี < Demon of Fire>
ระดับ : 180
ธาตุ : ไฟ
พลังชีวิต :15,000,000 / 15,000,000
ความสามารถ
พลังโจมตี SS พลังป้องกัน A
ความฉลาด S เวทมนตร์ B+
าาปีศาจอัคคีลอร์ดอินเฟอร์โน่เทพแห่งเปลวไฟประจำดินแดนไพรด์ ผู้มีร่างกายใหญ่โตและไร้ซึ่งจุดอ่อน ว่ากันว่าแค่ลมหายใจก็ทำให้ร่างกายของมนุษย์สลายเป็จุลได้แล้ว
พอสายตาได้อ่านข้อมูลปราดเข้า ใบหน้าเนียนก็ถึงกับเหงื่อตกเมษาค่อยๆ ถอดแว่นตาที่สวมอยู่ออกมาเก็บโดยสายตายังคงจดจ้องไปที่ร่างของาาปีศาจอัคคีตรงหน้าอย่างจนด้วยคำพูด
พี่เก่งเสียขนาดนั้นแล้วจะมีใครจัดการได้คะเนี่ย!
ลองขนาดปัดมือทีเดียวผู้เล่นตายระนาวแบบนั้น ...คงจะมีแต่ GM เท่านั้นแหละที่พอจะฟัดกับไอ้บ้านี่ได้
ว้ากกกกกกก~~~~~!!!
เสียงหวีดสยองลอยแว่วเข้าสู่โสตประสาตของเมษา หลังจากร่างของเหล่าผู้หาญกล้าทั้งหลายสลายกลายเป็ธุลีได้ไม่นานนักที่สำคัญก็คือ...ไอ้เสียงร้องโหยหวนอย่างสมแมนนี่มันก็ช่างคุ้นหูเธอชอบกลอยู่นะ
“เลิกยุ่งกับฉันสักทีสิว้อยไปหาคู่ต่อสู้ตัวเท่ากันโน่นป๊ายย!” เ้าของเสียงโหวกเหวกนั่นยังคงพยายามตะเบ็งคอคุยกับมอนสเตอร์ปาวๆราวกับคิดว่าเ้าพวกนี้จะฟังภาษาตัวออกเสียอย่างนั้น ได้ยินแค่นี้เมษาก็ชักจะรู้สึกได้ถึงลางของหายนะ
“ไปไกลๆ เลยว้อย!”
ร่างปราดเปรียวของใครบางคนค่อยๆปรากฏขึ้นท่ามกลางฝุ่นควันที่ตลบอบอวลใครคนนั้นกำลังวิ่งด้วยความเร็วชนิดที่เรียกว่า ‘ป่าราบ’ พลางแหกปากเสียงดังลั่นขณะที่เื้ัก็มีร่างใหญ่ั์ของเ้าลอร์ดอินเฟอร์โน่ตัวโตที่ดูเหมือนจะติดใจไอ้คนฝีเท้าสุนัขนี่เสียเต็มประดาจนก้าวเดินตามเหยื่อที่ปลุกมันจากการหลับใหลมาติดๆ!
ส่วนคนเฝ้ามองไกลๆอย่างเมษานั้นอ้าปากค้างั้แ่เห็นไอ้หัวฟูๆ อันแสนคุ้นตานั่นแล้ว!!
“กรี๊ดดด~!!!นายไปทำบ้าอะไรอยู่ตรงนั้น วิศนะ!” เ้าร่างที่กำลังวิ่งหนีสุดชีวิตเงยหน้าขึ้นมองสูงทันทีที่ได้ยินเสียงเพื่อนสาว
“เมย์! ช่วยด้วยๆ อยู่ดีๆไอ้พี่เบิ้มนี่เขาก็หันมาไล่ฆ่าฉันเฉยเลย!”
“จะให้ฉันช่วยบ้าอะไรยะ!”
“อะไรก็ได้...!”
“วิศนะ ระวังด้านหลัง!”
ยังไม่ทันได้คุยกันไปมากกว่านี้เมษาก็กรีดร้องลั่นเมื่อเห็นว่าอินเฟอร์โน่กำลังง้างมืออันใหญ่โตเตรียมพร้อมจะฟาดวิศนะให้ดับอนาถตามกลุ่มผู้เล่นเมื่อครู่ไป
ฟวับ!!!
“โว้ว! หวิดไปแล้ว!”
เ้าตัวแสบกลิ้งตัวหลบได้อย่างเฉียดตายเป็ที่สุดขณะที่กลุ่มคนดูต่างก็ผวาออกมาพร้อมกันพลางนึกเสียวไส้แทนไอ้คนวิ่งหน้าเริ่ดอยู่กลางสนามรบเป็บ้าลำพังแค่ลมกรรโชกจากการปัดมือของพี่เบิ้มแกครั้งเดียวก็เล่นเอาคนดูแทบล้มกลิ้งได้แล้ว
“อูย~ เกือบไปถ้าหลบช้ากว่านี้อีกนิดมีหวัง....อี๊~~~!”
ฟวับ!!!
อีกครั้งที่วิศนะะโหลบได้ชนิดผ่านไปแค่ปลายจมูกเ้าคนมีสัญชาตญาณสัตว์ป่าจึงเหลือบขึ้นมองบอสเถื่อนนรกนั่นแล้วลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอขณะที่อะไรบางอย่างในสมองยังคงร้องเตือนออกมาดังๆ ว่า ...วิ่งเถอะ!!
“เมย์ ช่วยฉันด้วย!”
“กรี๊ดด~!!ไม่ต้องมาทางนี้เลยนะ อีตาบ้า จะลากฉันไปลงเหวด้วยหรือไงยะ!”
จริงดังที่พูดเพราะดูท่าเ้าตัวแสบเอาความฉิบหายมาฝากเพื่อนสาวที่รักยิ่งด้วยวิธีการลากบอสปีศาจนั่นให้วิ่งตามก้นมาติดๆแน่นอนว่าคนอย่างเมษาไม่มีวันยอมอยู่รอความตายด้วยหรอก เช่นเดียวกับผู้เล่นอีกหลายคนที่ตอนนี้เริ่มอพยพข้าวของย้ายสำมะโนครัวด้วยความเร็วติดจรวดทันที!
ตูม!!
เสียงกัมปนาทดังขึ้นเมื่อฝ่ามือั์ฟาดลงไปกลางพื้นตรงจุดที่เมษาเคยยืนอยู่เต็มแรงจนผืนดินสั่นะเืทำให้เหล่าเพลย์เยอร์เคราะห์ร้ายหลายคนที่หลบไม่ทันลงไปนอนแบนอยู่ที่พื้นขณะที่ปากก็ก่นด่าไอ้คนนำความซวยมาฝากไม่ยั้ง!
“วิศนะ นายต้องล่อมันไปหาพวกผู้เล่นที่เขาสู้ได้พวกนั้นเขาจะช่วยนายเอง!” เมษาที่กำลังวิ่งอยู่ตรงขอบเนินเขาต่างระดับะโบอกคู่หูที่อยู่ด้านล่างส่วนเ้าตัวดีก็ยังคงวิ่งขนานคู่กับเธอไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าหมายจะหาคนช่วยหรือหาคนร่วมวิบากกรรมซวยด้วยกันแน่!
“อ๊ายย~! อย่าตามฉันมาสิฉันยังไม่อยากตาย!” เมษาร้องจ้าก
“เธอก็อย่าทิ้งฉันซี่”อีกฝ่ายร้องกลับมาลั่น
“ก็ไม่อยากจะทิ้งหรอกนะ แต่ไม่อยากตายมากกว่า”
“ยัยบ้า!”
“นายสิบ้า!อุตริทำอีท่าไหนถึงได้ไปลากมันขึ้นมาได้ยะ ไอ้สมองเล็กๆของนายมันไม่เคยบอกตัวเองให้เจียมบอดี้บ้างเลยรึไงหรือไอ้ต่อมหาเื่ส่วนตัวมันหยุดกระตุ้นให้เลิกก่อเื่ไม่ได้!” เ้าหล่อนะโด่าได้อย่างเจ็บแสบจนคนวิ่งอยู่ด้านล่างต้องเบ้หน้าแหย
“เถียงไม่ออกเลยตู”
โฮกกกกกกก~~~~!!
เมื่อลอร์ดอินเฟอร์โน่เล็งเห็นว่าเหยื่อของมันยังมีชีวิตชีวาดีอยู่แถมยังมีแรงเถียงกับเพื่อนหน้าตาเฉยอย่างกับลืมมันไปเสียสนิทแล้วก็เลยคำรามด้วยความน้อยใจ(?)ออกมาลั่นรีบเร่งฝีเท้าวิ่งตามล่าด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
“ตายชัก! แค่เดินตามก็จะไม่ไหวแล้วนี่พี่วิ่งได้ด้วยเหรอครับ!”
“อย่าไปดูถูกมันเชียวนะ วิศนะ” เมษาร้องเตือน “เมื่อกี้ฉันแสกนดูแล้วความฉลาดของมันระดับ S เลยนะขืนนายประมาทมองมันเป็แค่คอมพิวเตอร์กระจอกๆล่ะก็เตรียมหาดินกลบหน้าตัวเองไปพลางๆ ได้เลย”
“ว้อย! แล้วฉันจะทำยังไงดีวะเนี่ย!” คนทำตัวประมาทโวยวายอย่างใกล้จะสติแตกเต็มที
“ใจเย็นๆ ก่อน นายลองใช้ไอเท็มช่วยสิมีของอะไรก็งัดออกมาช่วยเอาตัวรอดไปก่อน!” เสียงเล็กจากอีกฟากโต้กลับมาด้วยท่าทีใจเย็นมากขึ้นวิศนะจึงพยักหน้ารับรู้ว่าเ้าหล่อนพยายามเตือนสติที่กำลังจะใกล้ดับเต็มทีให้กับเขายังไงเสียศัตรูที่เขากำลังต่อกรด้วยเป็ถึงซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีค่าไอคิวสูงถึง800 นี่นะ!
“กรี๊ดดด~~!”
ฟวับ!!
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นมาอีกระลอกปลุกสัญชาติญาณการเอาตัวรอดของวิศนะให้ขยับตัวหลบอย่างเร่งด่วนอีกครั้ง!
ตูม!!!
“โว้ว ...เกือบไป!”คนหลบทันเป่าปากโล่งอก เมื่อครู่กรงเล็บคมกริบหวิดจะเฉือนเนื้อเขาขาดอยู่รอมร่อพอรอดตายได้หวุดหวิดเ้าตัวแสบก็รีบเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อนสาวด้วยสีหน้าเหยเก
“เธอจะกรี๊ดทำไม เมย์ คนที่เกือบตายน่ะมันฉัน!”
“ก็ฉันเสียวแทนนี่!” เมษาโอดครวญขณะซอยเท้าวิ่งถี่ยิบอยู่้าสมองวิ่งตื๋อพยายามคิดหาทางรอดให้คู่หูของเธอที่เข้าเค้าลางมรณะเต็มทีเพราะบัดนี้เ้าลอร์ดอินเฟอร์โน่วิ่งมันตามมาทันเขาแล้ว!
โดยไม่รอช้า วิศนะรีบเปิดหน้าต่างไอเท็มแล้วหลับหูหลับตาคว้าของอะไรสักอย่างในนั้นออกมาทันทีที่มือล้วงไปหยิบะเิมือสีเขียวเข้มได้ เ้าตัวก็จัดแจงดีดสลักทิ้งชะลอฝีเท้าครู่หนึ่ง แล้วขว้างอาวุธใส่เ้าบอสนรกนั่นทันที!
ะเิลูกเล็กลอยเข้าใส่ใบหน้าของอินเฟอร์โน่ได้อย่างแม่นยำราวจับวางก่อนจะแตกตัวะเิออกดัง
ตูม!!
850 !
ะเิปะทะหน้าของลอร์ดอินเฟอร์โน่เต็มๆจนมันชะงักนิ่ง ใบหน้าเกลี้ยงเกลาเหยียดรอยยิ้มสะใจวูบเมื่อโจมตีได้ไม่พลาดเป้า
แม้ว่าตัวเลขค่าความเสียหายมันจะขึ้นมาเป็สีเขียวแปลกๆก็เถอะ
“ตาบ้า!ปาะเิใส่มันแล้วจะได้อะไรขึ้นมา”เสียงแหลมปรี๊ดของเมษาตวาดแหวใส่
“ก็ให้มันชะงักไง โจมตีโดนมันตั้ง850 ไม่เห็นเหรอ”
“เห็นสิ แต่นั่นมันตัวเลขสีเขียว! มันหมายความว่านายไปเพิ่มพลังให้มันต่างหากเล่า ตาซื่อบื้อ!”
“หา~!!” เ้าคนเผลอตัวไปเพิ่มพลังให้บอสนรกลากเสียงสูงรูปหน้าคล้ายันิ่งไปครู่หนึ่งแล้วจึงแสยะยิ้มออกคล้ายกำลังเยาะเย้ยในความโง่เขลาของเขา
“มันเป็มอนสเตอร์ธาตุไฟนายไปปาะเิไฟใส่มันก็เลยกลายเป็เพิ่มพลังให้มันน่ะซี! โอ้ยจะมายืนหน้าเจ๋ออยู่ทำไม รีบวิ่งต่อสิยะ อยากไปทักทายท่านยมนักหรือไง!”
“หา...อ๋อ!เออ...จริงว่ะ!”
ฟวับ!!
กว่าจะรู้สักตัวได้อีกทีก็เกือบได้ดิ่งลงเหวสมพรปากเมษาเข้าเสียแล้วโชคดีที่สัญชาตญาณส่วนตัวช่วยให้เขาหลบการโจมตีของบอสสุดโหดนี่ได้อีกหนร่างสันทัดออกแรงวิ่งสุดฝีเท้าอีกครั้งขณะที่มือยังคงสาละวนอยู่กับหน้าต่างไอเท็มเป็พัลวัน
“อันนี้แหละ ได้ผลแน่!” วิศนะะโพลางหยิบะเิออกมาอีกลูก คราวนี้เป็ะเิลูกสีเทาเขาจัดแจงดีดสลักออก ก่อนจะปามันใส่อินเฟอร์โน่เหมือนเดิม!
ปุ๋ง~~!
1
เสียงะเิแสนพิสดารกับค่าความเสียหายที่ขึ้นมาแค่หนึ่งชนิดที่ว่าถ้าโจมตีเบาแค่นี้อย่าโยนขึ้นมาให้เสียเวลาดีกว่าวิศนะเลิกคิ้วสูงเมื่อพบว่าะเิที่เขาปาใส่หน้าปีศาจสีแดงนั่นไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากสร้างกลุ่มควันสีขุ่นให้ลอยฉุยขึ้นมาบนหน้าเท่านั้น
“อีตาบ้า!จะไปปาะเิควันให้มันสำลักหรือไง!”
“เว้ยไอ้ะเิระยำพวกนี้มันมีประโยชน์ตรงไหนวะเนี่ย”
ฟวับ!!!
ยืนเฉยได้ไม่ทันไร สัญชาตญาณก็สั่งให้ตัวเองะโหลบไปทางขวาอีกครั้งนับเป็ครั้งที่ 5 แล้วที่วิศนะหลบการโจมตีของลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้
เออ...อย่างน้อยความไวดุจแมงกระจั๊วะของตานี่ก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้างล่ะนะ..ถึงสมองของตานี่จะมีขนาดเล็กเท่าแมงกระจั๊วะด้วยก็เถอะ!
ยามนี้วิศนะชักจะเริ่มแสดงอาการล้าออกมาให้เห็นบ้างแล้วเพราะั้แ่ต้นเื่มา เ้าหมอนี่ก็เอาแต่วิ่งไม่ได้หยุดเลยเมื่อบวกกับสภาวะกดดันกับความแข็งแกร่งของลอร์ดอินเฟอร์โน่และระดับที่ต่างกันมากเกินไปจึงส่งผลกระทบทางด้านจิตใจขึ้นอีกหลายเท่าตัวนัก
สุดท้าย...เขาก็เลยชักจะวิ่งได้ช้าลงเรื่อยๆและถ้าหากโดนโจมตีซ้ำอีกสองสามครั้งนั่นอาจจะเป็สิ่งสุดท้ายที่วิศนะจะได้กระทำก็เป็ได้
ด้วยเหตุนี้สองมือจึงทำการควานหาไอเท็มที่จะช่วยให้เขารอดตายอย่างบ้าคลั่ง
“อันนี้แหละชัวร์!” สิ้นคำ ชายหนุ่มก็จัดแจงขว้างลูกะเิสีเหลืองเข้าใส่ศัตรูที่ไล่กวดอยู่เื้ัก่อนะโเสียงดังลั่น
“เมย์ อย่าหันมามองนะ!”
ปัง!
เสียงกระแทกเบาๆแต่ตามมาด้วยลำแสงสว่างจ้าที่เมษาต้องรีบเบือนหน้าหนีเช่นเดียวกับวิศนะที่ยกมือขึ้นปิดตาตัวเองให้พ้นจากผลกระทบของ...ะเิแสง!
โฮกกกกกก~~~~!!!
ได้ผล! ในที่สุด ลอร์ดอินเฟอร์โน่ก็คำรามออกมาอาจเป็เพราะแสงจัดจ้านนั่นทำให้ดวงตาของมันพร่าเลือนไปชั่วขณะหนึ่งตอนนี้ร่างใหญ่ั์จึงได้แต่ดิ้นทุรนทุรายอยู่กับที่
“เป็ยังไงล่ะ ได้ผลแล้วสมน้ำหน้าไอ้จิ้งจกั์ ร้องลั่นไปเลย” แค่ชกลมสะใจยังไม่พอเ้าตัวดียังเตะพื้นใส่ด้วยทีท่ายียวนฝั่งตรงข้ามแบบไม่เจียมกะลาหัวของจริงจนเมษาต้องตะคอกใส่อย่างหัวเสีย
“รีบหนีมาได้แล้ว วิศนะ ต้องรอให้ใครมาตัดริบบิ้นเชิญหรือไงนายถึงจะย้ายก้นหนีมาที่นี่ได้พวกบอสน่ะมันติดอาการผิดปกติไม่นานหรอกนะ!”
“ไม่เป็ไรหรอกน่ามันตาบอดซะขนาดนี้ ขอฉันถีบมันซักทีให้หายแค้นก่อนได้มะ”
“โอ้ย ตานี่...เมื่อไหร่เขาจะเลิกซ่าซักทีนะ”
ตูม!!!
พูดได้ไม่ทันขาดคำเสียงแห่งความพินาศก็ดังขึ้นมาอีกคราจริงอยู่ที่เ้าลอร์ดอินเฟอร์โน่ไม่สามารถมองเห็นได้แล้ว แต่ส่วนอื่นที่เหลือก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม! ด้วยเหตุนี้มันจึงใช้หางหนามตวัดใส่ตึกใหญ่ข้างๆจนซากของหินคอนกรีตที่พังลงมากระเด็นไปทั่วบริเวณ
ที่สำคัญก็คือมันดันหล่นลงมาตรงที่วิศนะยืนอยู่ด้วยน่ะสิ!
“กรี๊ดดด~!วิศนะ หนีเร็ว!” เมษาร้องลั่น
“อะไรมันจะซวยซ้ำซวยซากได้ขนาดนี้วะเนี่ย!”คนเคยยืนกร่างอยู่เมื่อครู่ได้แต่ยืนมองดูซากของคอนกรีตที่กำลังร่วงลงมาตามหลักแรงโน้มถ่วงของโลกอย่างปลงชีวิต
โอเค...ต่อให้เขามีความสามารถในการหลบหลีกมากแค่ไหนแต่ถ้ามันมีจำนวนเยอะขนาดนี้ เขาจะไปมีปัญญาหลบพ้นหมดได้ยังไงกันละวะเนี่ย!
“โว้ว~!”ว่าแล้วก็ดิ้นรนยื้อชีวิตของตัวเองได้เป็รอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้ ร่างสูงเพิ่งก้าวหลบหินก้อนขนาดเท่าตัวเขาได้แบบฉิวเฉียดเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบบรรดาคอนกรีตอีกนับร้อยที่เขาต้องหลบให้พ้นแล้วก็ได้แต่เม้มปากแน่น
ในชั่วพริบตานั้นเองที่สมองเกิดแล่นแปลบ ดวงตาสีอำพันหรี่ลงอย่างรวดเร็วสัญชาตญาณสั่งให้เขาย่อตัวลงก่อนที่ริมฝีปากจะเปรยคำพูดบางอย่างขึ้นมาอย่างแ่เบา
“ฟูลเพาเวอร์จัมป์!”
วินาทีต่อมารองเท้าของวิศนะก็ส่องประกายแสงขึ้นแล้วร่างที่ควรจะโดนคอนกรีตก้อนใหญ่ทับเมื่อครู่กลับกระโจนขึ้นไปกลางอากาศ
ราวกับ่เวลารอบตัวได้หยุดลงชายหนุ่มอาศัยความคล่องตัวะโขึ้นเหยียบบนก้อนหินที่กำลังร่วงลงมาก้อนแล้วก้อนเล่าเพื่อใช้เป็ฐานะโขึ้นไปสู่อีกก้อนหนึ่งดวงตาสีอำพันตวัดมองไปยังเมษาที่ยืนอึ้งค้างอยู่ตรงยอดเนินสูงที่เดิม
ครู่ต่อมา วิศนะก็ออกแรงะโครั้งสุดท้ายพุ่งตัวตรงดิ่งไปหาหญิงสาวเป็เส้นตรงปานติดจรวดได้อย่างยอดเยี่ยม
...แม้ตอนลงพื้นจะเสียหลักจนกระเด็นกลิ้งขลุกๆก็เถอะ
“ว้าย!” เสียงหวานอุทานดังลั่นเมื่อเห็นว่าอยู่ดีๆคนวอนหาเื่ย้ายตัวเองจากด้านล่างพุ่งเข้ามาหาเธอได้อย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน
ส่วนคนกำลังนอนหอบหมดสภาพอยู่กับพื้นยังคงเบิกตาโพลงพอสังเกตได้ว่า่เวลารอบตัวที่หยุดลงเมื่อครู่เริ่มกลับมาเดินเป็ปรกติอีกครั้งเ้าตัวก็ยกมือขึ้นจับหน้าอกแรงๆ ก่อนเป่าปากอย่างโล่งใจเป็ที่สุด
“รอดตายแล้ว”
“ไม่เป็ไรนะ วิศนะ” สาวน้อยเ้าของดวงตาสีเทารีบก้มลงไปดูอาการ “นายทำได้ยังไงเนี่ยเมื่อกี้ฉันนึกว่ายังไงนายก็ต้องตายแน่ๆ แล้วเชียว”
คนโดนถามพูดอะไรไม่ออก...จะว่าใจนช็อกก็คงไม่ผิด
“ฉ...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันรู้สึกตัวอีกทีก็มานอนอยู่ตรงนี้แล้ว”
“นายนี่มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ เลย” เมษายิ้มอ่อนใจ “...ฉันหมายถึงในหลายๆ ความหมายละนะ”
“นั่นชม...หรือด่า...ฮะ” คนโดนกวนโต้เสียงอ่อย
“ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละย่ะยังไงนายมันก็ตัวก่อเื่อันดับหนึ่งอยู่แล้ว”
“ขอโทษด้วยละกันนะที่ชอบสร้างปัญหา....”วิศนะแค่นเสียงพลางยิ้มกว้าง
“เงียบก่อน!” เ้าหล่อนเอ่ยคั่นจังหวะก่อนจะหยิบของออกมาจากหน้าต่างไอเท็มอีกครั้ง รอบนี้เป็ผ้าคลุมสีน้ำตาลผืนใหญ่ไม่มัวแต่พูดพล่ามทำเพลงเมษารีบจัดแจงใช้ผ้าผืนนั้นคลุมร่างของเธอที่ตอนนี้ลงไปนอนกอดกับวิศนะเรียบร้อย
“ธ...เธอจะทำอะไร!” เ้าคนโดนกอดหน้าขึ้นสีทันที
“เบาๆ สิ อยากจะโดนตามล่าอีกหรือไง”น้ำเสียงหวานกระซิบแ่เบาข้างหูสร้างลมหายใจอุ่นๆให้กระทบกับต้นคอคนตัวโตกว่าจนเขาต้องรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ ขึ้นมาชอบกล
โอ้ย...ตัวก็นุ่มกลิ่นก็หอม..
คิดนอกลู่นอกทางได้ไม่ทันไรแรงกดดันมหาศาลก็เข้าครอบคลุมบรรยากาศโดยรอบอีกครั้งความร้อนจนเรียกว่าอบอ้าวทำให้วิศนะต้องลอบกลืนน้ำลายเอื๊อก
ด้านนอกผ้าคลุมที่เมษาใช้ห่มร่างของเขาทั้งคู่เอาไว้ปรากฏร่างใหญ่โตของลอร์ดอินเฟอร์โน่กำลังเดินด้อมๆ มองๆ อยู่ไม่ห่างไปไหนปีศาจสีแดงส่งเสียงฟึดฟัดออกมาทางจมูกจนไฟลุกพรึบ วิศนะเห็นท่าไม่ดีจึงก้มหน้าลงสบตากับเมษาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“มันยังตามล่านายอยู่” เธอกระซิบบอก
“ผ้าคลุมนี่ตบตามันไม่ได้แน่ฉันจะถ่วงเวลาให้เอง เธอรีบหนีไปเถอะ” พอได้ยินเ้าคนชอบก่อเื่กระซิบตอบมาแบบนั้นดวงหน้าสวยก็เผลอระบายรอยยิ้มหวาน ก่อนยกนิ้วจิ้มจมูกคนอวดเก่งเบาๆ
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกพี่ชายผ้าคลุมนี่จะช่วยเราได้แน่นอนจ้ะ เพราะงั้นตอนนี้นายต้องอยู่เฉยๆ ก่อน”
“แต่...”
เมษาใช้นิ้วปิดปากวิศนะก่อนที่เขาจะได้พูดจบแล้วเหยียดยิ้มกว้างเชิงขอให้เขาวางใจ พอเห็นแบบนั้น ชายหนุ่มก็พูดอะไรไม่ออกได้แต่เหลือบสายตามองลอดไปนอกผ้าคลุมอย่างหวั่นใจลำพังถ้าเขาจะตายน่ะมันไม่ใช่เื่ใหญ่หรอกแต่หากถ้าเมษาต้องตายไปพร้อมกับเขาด้วยนี่สิ...ที่เรียกว่าเื่ใหญ่
ยิ่งเลเวลเยอะเท่าไหร่หากตายไปค่าประสบการณ์ที่เสียก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะอย่างนั้นถึงคนเลเวลแค่ 15อย่างเขาจะตายสักกี่ทีเขาก็ไม่สนใจหรอก!
แต่สำหรับเลเวล 28 อย่างเมษา...มันไม่ใช่!
และแล้วแรงกดดันต่างๆ ก็เริ่มหมดไปเพราะบัดนี้ลอร์ดอินเฟอร์โน่ค่อยๆเคลื่อนตัวจากไปโดยคิดว่าวิศนะคงจะหนีจากไปไกลแล้ว ในที่สุดสองคู่หูที่เอาแต่นอนนั่งไม่กระดุกกระดิกเมื่อครู่จึงได้ระบายลมหายใจออกมาพร้อมกันอย่างโล่งอก!
“...นึกว่าจะไม่รอดแล้วซะอีก”วิศนะพูดพลางเป่าปากหวือหลังจากสะบัดผ้าคลุมออกจนลุกขึ้นมานั่งได้พร้อมกับเมษาที่นั่งหมดสภาพอยู่ข้างๆ
“เธอทำได้ยังไงเนี่ย เมย์ผ้าคลุมแค่นี้ตบตาเ้าบ้านั่นได้ด้วยเหรอ?”คนขี้สงสัยเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้
“ได้สิ นี่เป็ผ้าคลุมไหมนินจา <NinjaSilk> มันสามารถใช้บังสายตาของมอนสเตอร์ได้แต่เงื่อนไขในการใช้ของมันค่อนข้างเยอะนะ เอาไว้ฉันจะอธิบายให้ฟังทีหลัง”
คำตอบที่คนฟังพยักหน้าหงึกหงักคล้ายเข้าใจก่อนจะใช้มือเอนตัวลงไปนั่งอย่างอ่อนแรงครั้นพอตวัดสายตาเหลือบไปเห็นร่างอันใหญ่โตของลอร์ดอินเฟอร์โน่กำลังเดินจากไปทางอื่นแล้วขาแข้งก็อ่อนแรงลงอย่างช่วยไม่ได้
“มันคงจะเลิกจ้องเล่นงานฉันแล้วแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย นึกว่าจะตายแล้วซะอีก”
“ใช่ ค่อยยังชั่วหน่อย!”
โป๊ก!!!
เสียงฝ่ามือกระทบหัวดังขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่เคยยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาแปรเปลี่ยนเป็กำลังบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิดสุดขีดทำเอาคนยังไม่ได้ตั้งหลักก็โดนทำร้ายร่างกายด้วยการเขกกะโหลกเข้าให้เต็มแรงต้องชักหน้าเหยเกจนตอนนี้ดวงหน้าดูดีที่พราวไปด้วยเม็ดเหงื่อต้องยกมือลูบหัวป้อยๆ ด้วยสีหน้างุนงง
“มาเขกกะโหลกเค้าทำไมอ่ะ!?”
“ฉันไม่ถีบให้ก็บุญแล้วย่ะ!”
“ชะอุ๊ย ...ดุจัง” เ้าคนกวนยิ้มแหย รีบหน้าจ๋อยลงทันที
“นายนี่มันยอดตัวยุ่งอันดับหนึ่งของโลกเลยนะวิศนะ!”เมษากระแทกเสียงว่าขณะพยุงตัวลุกขึ้นเท้าเอวอย่างเอาเื่ “ฉันจำได้ว่าบอกให้นายไปรอที่บ่อตักน้ำหน้าดันเจี้ยนแล้วทำอีท่าไหนเข้าถึงได้ทะเล่อทะล่าเข้ามาในนี้ก่อนฉันยะ!”
“ก็เค้าโดนคลื่นมหาชนดันเข้ามาอ่ะ”
“ไม่ต้องมาเถียงเลย!” น้ำเสียงเข้มผิดปกติเล่นเอาคนมีคดีติดตัวได้แต่นั่งหน้าจ๋อย
“แล้วนายนึกยังไงขึ้นมาถึงได้หาญกล้าไปลากเ้าบอสโหดดิบเถื่อนตัวนั้นตามมาหา!รู้มั้ยว่าผู้เล่นคนอื่นที่เขามีระดับสูงกว่านายหลายขั้นยังนอนตายกันอนาถกันหมดนี่บุญเท่าไหร่แล้วที่เรารอดกันมาได้!”
“เปล่าลากซะหน่อย เค้าเดินอยู่ดีๆแล้วเ้านั่นก็โผล่มาจ๊ะเอ๋เข้าง่ะ”พึมพำในลำคอแล้วจึงเหลือบขึ้นไปสบดวงตาเขียวปัดของคู่สนทนาเข้าเ้าตัวดีเลยซ่าไม่ออก ได้แต่ก้มหน้างุดๆ ใหม่อีกรอบ
“ขอโทษก็ได้”
พอเห็นอาการสำนึกผิดของเ้าตัวแสบแล้วคนหงุดหงิดก็ได้แต่พ่นลมออกมาทางจมูกแรงๆส่ายหน้าทั้งอ่อนใจทั้งโล่งใจที่พวกเธอรอดเงื้อมือมารมาได้
“แล้วฉันบอกให้นายไปซื้อไอเท็มช่วยชีวิตมาเยอะๆไหงถึงกลายเป็เครื่องสวมใส่หลายชิ้นแบบนี้เนี่ย” เมษากล่าวค่อนขอดระหว่างกวาดตาอุปกรณ์แต่งตัวชุดใหม่ของอีตาตัวแสบ
มีทั้งเกราะแขนซ้าย เข็มขัดหนังัไฟผ้าผันคอยาวประหลาดสีแดง
“คงจะเป็ไอ้นั่นสินะที่ทำให้นายรอดตายมาได้”เธอพูดพลางชี้ไปยังรองเท้าวินดี้ไลน์ ซึ่งวิศนะก้มลงมองตามพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก
“นั่นเป็รองเท้าผ้าใบระดับ Cที่มีสกิลโดดไกลระดับ 5น้ำหนักเบาทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการโจมตีด้วยขาและเพิ่มความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น”
“อ่อ…”คนฟังคำอธิบายเดียวกันสองรอบลากเสียงตอบ “เออ ใช่ๆเห็นพ่อค้าที่ขายของให้ฉันมันก็บอกมาแบบนี้เหมือนกันแหละถ้างั้นไอ้ที่ะโไกลมาได้เมื่อกี้ก็เพราะรองเท้านี่ใช่มั้ย”
“ใช่ย่ะ”กระแทกเสียงตอบเสร็จ เมษาก็ยกมือหยิกแก้มทั้งสองข้างของวิศนะอย่างหมั่นเขี้ยว “แล้วฉันก็กำลังสวดนายอยู่นะยะ อย่าเพิ่งตีหน้าระรื่นให้มันเร็วนักจะได้มั้ยอีกอย่างฉันบอกให้ซื้อะเิมาหลายๆ ชนิดดันเอาเงินไปซื้อมาแต่ข้าวของมาแต่งตัวห่วงเท่อยู่ได้”
“แต่ฮั๊นห้อฮื่อฮาไออาอ่าอูกอ๊ะ” (แต่ฉันก็ซื้อมาในราคาถูกนะ)
“นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นย่ะ! ประเด็นมันอยู่ที่ว่านายมันบ้าบิ่นเกินไปแล้ว”
“อ๋อโอ๊ดอ๊าบ”(ขอโทษคร้าบ)
พอเมษาเห็นหน้าตาที่โดนหยิกไปมาของวิศนะแล้วก็ต้องส่ายหน้าอมยิ้มก่อนจะดีดหน้าผากของคนตรงหน้าเบาๆ พลางสาวเท้าถอยออกมาอย่างโกรธไม่ลงจริงๆ
เล่นมาทำตาใสซื่อเป็ลูกหมาหิวนมแบบนี้ใครจะไปด่าลงยะ
เมื่อเห็นว่าสาวน้อยตรงหน้าเลิกตวาดแว๊ดๆใส่แล้วหันไปควานหาข้าวของในหน้าต่างไอเท็มของตัวเองแทนเ้าตัวก่อเื่ก็เริ่มยิ้มเผล่ค่อยๆ ดันตัวขึ้นมายืนมั่ง
“เอานี่ไปดื่มก่อนนายวิ่งมาเยอะขนาดนี้ ตอนนี้คงล้าเต็มที่แล้ว” พูดจบเธอก็ส่งขวดน้ำยาสีชมพูสลักลวดลายนางฟ้ามาให้วิศนะไม่รอช้าคว้าขวดนั่นมาเปิดจุกแล้วยกกระดกรวดเดียวหมดขวดทันที
“โอ้ อร่อยดีแฮะรสชาติเหมือนน้ำแดงเลย น้ำยาอะไรอ่ะ”
“น้ำยาพิ๊กซี่” เมษาตอบปัดๆ แสดงให้เห็นว่าเ้าหล่อนยังไม่หายเคืองดี
ชั่วระยะเวลาไม่นาน วิศนะก็กลับมารู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่งพร้อมกับที่ความอ่อนล้าตามแข้งขาหายไปจนััได้ถึงลำตัวที่เบาหวิว
“แล้วเราจะเอาไงต่อดีล่ะยังจะใช้แผนเดิมรึเปล่า”น้ำเสียงห้าวถามด้วยท่าทีเจียมตัวกว่าเดิมโข
“แหงล่ะ!”เมษาร้องลั่น “เราจะยังคงใช้แผนเดิมเดี๋ยวรอให้พวกผู้เล่นคนอื่นเขาไปตะลุมบอนกับเ้าบอสบ้านั่นก่อนแล้วเราค่อยไปหาทำเลเหมาะๆ ในการถ่ายภาพกัน”
วิศนะพยักหน้ารับพลางเหลือบไปมองบอสสุดแกร่งที่ว่าซึ่งเริ่มเดินหายไปไกลแล้ว
“แล้วเธอได้ถ่ายบ้างรึยัง เมย์?”
“แน่นอนสิจ๊ะ” เป็ครั้งแรกั้แ่เจอกันอีกหน ที่เมษาขยับยิ้มกว้างสดใสขณะดีดนิ้วเรียกหน้าต่างข้อมูลของเธอให้โผล่ขึ้นมา วิศนะรีบสาวเท้าเข้ามาดูอย่างเคลือบแคลงเมื่อเห็นว่าใบหน้าอ่อนเยาว์เริ่มปรากฏรอยขันแปลกๆ
“โอ้ ถ่ายได้ชัดมาก ยัยเมย์” เขาหัวเราะหึทันที
ใช่ ตอนนี้เมษาถ่ายภาพเควสมาได้สามภาพแล้ว
แถมแต่ละภาพก็มีนายแบบวิศนะที่ต่างอยู่ในสภาพทุเรศเกินบรรยาย...ภาพแรกเป็ตอนที่เขาแหกปากกรี๊ดด้วยท่าทางสมแมนแต๊ดแต๋โดยมีร่างเบ้อเร่อของบอสลอร์ดอินโฟเนอร์อยู่ด้านหลัง...อีกภาพเป็ตอนที่เขาหลบการโจมตีของเ้าบอสบ้านั่นเฉียดปลายจมูกไปได้นิดเดียวขณะที่ภาพสุดท้ายเป็ตอนที่เขาเสือกโง่ไปปาะเิไฟเพิ่มพลังให้กับเ้าบอสเวรนั่น
“ตอนที่ฉันแทบเอาตัวไม่รอดเธอกลับกดชัตเตอร์กล้องสนุกมือเลยนะ”โมเดลจำเป็ค่อนขอดประชดให้อย่างเสียไม่ได้
“ฉันไม่ได้กดเองนะใช้อัลกดให้ต่างหากล่ะ”
“มันก็ไม่ต่างกันหรอกน่ะ!”
เมษาหัวเราะร่าทันทีก่อนจะดีดนิ้วให้หน้าต่างข้อมูลหายไป
“แล้วดูถ่ายแต่ละรูปฉันอยู่ในสภาพทุเรศๆ ทั้งนั้นเลยนะ”
“เอาน่ารูปพวกนี้ฉันไม่เอาไปส่งประกวดหรอก มันยังไม่ค่อยถูกใจฉันเท่าไหร่...แต่จะเก็บเอาไว้ในคอลเล็คชั่นส่วนตัวก็แล้วกันนะ ตั้งชื่อรูปว่า ต้องรอด...ดีมั้ย?”
“เมย์!”
ตูม!!!!
ยังไม่ทันที่เ้าตัวแสบจะได้แหวใส่เพื่อนสาวจอมกวนเสียงะเิสะท้านปฐีก็เริ่มดังขึ้นมาอีกครั้งให้ทั้งคู่รีบเบือนหน้าหันไปมองตามต้นเสียงทันที
ร่างกายใหญ่โตของลอร์ดอินเฟอร์ที่อยู่ไกลๆบัดนี้กำลังเริ่มเปิดฉากต่อสู้กับผู้เล่นคนอื่นอีกครั้งหลักฐานที่ชัดเจนคือเสียงของาที่ดังแว่วขึ้นมาพร้อมกับลีลาการออกอาวุธของเ้าบอสตัวแสบที่ทำเอาแผ่นดินถึงกับะเื
“นั่นไง วิศนะ ได้เื่แล้วล่ะมีคนกล้าไปฟัดกับลอร์ดอินเฟอร์โน่แล้ว” เสียงใสร้องเรียกให้วิศนะวิ่งตามมา
“เดี๋ยวแล้วเราจะไปหาทำเลเหมาะๆได้ที่ไหนล่ะ”
“เอาน่าตอนนี้เราแค่วิ่งเลาะขอบกำแพงนี่ไปก่อนเถอะ ปลอดภัยสุดแล้ว!”
สิ้นคำสั่งลีดเดอร์ สองคู่หูก็รีบเร่งฝีเท้าไต่ขอบกำแพงตรงเข้าไปยังฉากาเบื้องหน้าด้วยความรวดเร็วระหว่างทางวิศนะสังเกตเห็นว่าเมษาดูจะอารมณ์ดีขึ้นมาแล้วใบหน้ารูปไข่ปรากฏรอยยิ้มแป้นราวกับเ้าหล่อนกำลังสนุกกับการเล่นเควสตรงเอาเสียมากๆเลยทีเดียว
“ดูเธอสนุกจังนะ เมย์”
“แหงล่ะ”เธอตอบเสียงดัง “บอสแบบนี้ไม่ได้โผล่ออกมาให้เราเห็นทุกวันไม่ใช่เหรอพวกชอบผจญภัยกับความตื่นเต้นอย่างฉันก็ต้องรู้สึกสนุกอยู่แล้วสิ”
“งั้นเมื่อกี้ตอนที่เราหนีไอ้บอสนรกนั่นเธอก็กำลังสนุกสินะ”
“ฉันหมายถึงเื่น่าตื่นเต้นไม่ใช่เื่เสี่ยงตายย่ะ!” เธอโต้กลับด้วยรอยยิ้มกว้าง
“...มันก็เหมือนกันนั่นแหละ” วิศนะแย้งขันๆ
“มันก็มีแต่นายนั่นแหละที่เอาเื่เสี่ยงตายไปเหมารวมกับเื่น่าตื่นเต้นได้”
พูดจบทั้งคู่ก็หัวเราะร่าออกมาพร้อมกัน ก่อนจะเร่งฝีเท้าขึ้นไปอีกจวบจนกระทั่งใกล้จะถึงจุดตะลุมบอนเบื้องหน้าเมษาจึงชะลอฝีเท้าลงและมองไปด้านหน้าอย่างพินิจ
“โอโห ...เห็นแบบนี้แล้วไอ้เื่ที่รอดตายมาได้เมื่อกี้เหมือนเป็ปาฏิหาริย์เลย” วิศนะโพล่งออกมาเสียงดังเมื่อได้เห็นภาพเบื้องหน้า
าย่อมๆ ของผู้เล่นเกือบห้าสิบคนที่กำลังฟาดฟันเหวี่ยงอาวุธนานาชนิดเข้าใส่จอมาาปีศาจอัคคีอย่างบ้าคลั่งดาบยาวคมกริบแทงเข้าใส่ร่างกายสีแดงส่งเสียงดังเคร้งคร้างนอกจากนี้ยังมีทั้งธนูและปืนที่กราดยิงใส่รวมกับเวทมนตร์สารพัดบทเฝ้าโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง
ทว่าการปะทะดังกล่าวกลับไม่สามารถสร้างความเสียหายใดๆให้ลอร์ดอินเฟอร์โน่กระเทือนได้เลยแม้แต่น้อย!
ตูม!!!
แค่การตวัดมือเพียงทีเดียวก็เป่าผู้เล่นหลายคนจนปลิวกระเด็นหายไปคนละทิศละทางบ้างก็ตายคาที่ในทันทีเนื่องด้วยเป็พวกสายอาชีพที่มีเกราะป้องกันน้อยส่วนพวกที่ยังทนได้ก็อยู่ในอาการมึนงง <Stun> กันถ้วนหน้า
เห็นแค่นี้ทั้งเมษาและวิศนะก็ได้แต่เบ้ปากอย่างเสียวไส้
และในจังหวะที่ผู้เล่นหลายคนกำลังติดสภาวะมึนงงอยู่นั้นเองเ้าลอร์ดอินเฟอร์โน่ก็ได้ยิงลำแสง Hell Blaze <เพลิงนรก>ออกมาจากปากกว้างๆ ของมัน
ดูเหมือนคำโฆษณาที่ว่าแค่ลมหายใจก็สามารถละลายกระดูกคนได้จะเป็จริงดังพูด
เปลวไฟขนาดั์เผาผลาญร่างผู้เล่นหลายสิบคนให้สลายกลายเป็ฝุ่นควันได้ในพริบตาเรียกเอาเสียงกรีดร้องโหยหวนมาจากเพลย์เยอร์หญิงใจกลางสนามรบให้ดังออกมาอย่างน่าสยดสยอง
“อะไรมันจะเถื่อนขนาดนั้นโจมตีเป็สเต็ปแบบนี้ไม่มีใครฆ่ามันได้หรอก” วิศนะเปรยขึ้นอย่างหนักใจแทนเ้าผู้เล่นด้านล่าง
“นั่นสินะ”เมษาเห็นด้วย “เริ่มแรกก็ตบให้มึนก่อนจะปิดท้ายด้วยการย่างทั้งเป็จะเรียกว่าโหดหรือว่าซาดิตส์ดีล่ะเนี่ย… ฉันว่าทางเดียวที่จะสามารถเอาชนะเ้าปีศาจนี่ได้คงต้องอาศัยคนที่มีความไวเป็หลักเป็ตัวล่อเ้าปีศาจนี่เอาไว้ก่อนที่จะให้พวกโจมตีหนักๆ จัดการเอาในแถวสอง” สิ้นคำวิเคราะห์ของเพื่อนสาวแล้วคนตัวโตกว่าก็ปล่อยหัวเราะพรืด
“โจมตีทั้งเร็วทั้งแรงขนาดนั้นใครจะไปหลบพ้น”
“ก็นายไง...”
วิศนะสะดุ้งโหยง ก้มหน้าลงมองหน้าแม่ตัวดีแทบไม่ทัน
“ฉันเนี่ยนะ โอ้ย ไม่ไหวๆเมื่อกี้มันแค่ฟลุ๊คเธอก็รู้”
“ฟลุ๊คตั้งห้าหกครั้งติดๆกันเนี่ยนะ ฉันว่าไม่ใช่หรอกมั้ง”
“อ่า....”คนมีความไวเป็อาวุธเกิดอาการจนแต้มเถียงไม่ออกได้แต่มองภาพเบื้องหน้าที่บอสอินเฟอร์โน่กำลังทำตัวเป็พลเมืองดีกวาดล้างร่างของผู้เล่นหลายคนให้ด้วยการตวัดหางอัดเข้าใส่เต็มแรง!
ถึงตอนนี้คนที่พอมีแรงจะต่อสู้ได้เหลือแทบไม่ถึงครึ่งของกองทัพแล้วเพลย์เยอร์เ่าั้ต่างมองหน้ากันตาปริบๆสุดท้ายก็ตัดสินใจถอยทัพก่อนที่จะโดนไอ้บอสเถื่อนนรกนี่ฆ่าทิ้งยกกองพัน
“ตอนนี้แหละ วิศนะฉันต้องไปถ่ายภาพให้ได้เยอะๆ” สิ้นคำร่างบอบบางข้างกายก็วูบหายไปจากสายตา
“เดี๋ยว เมย์!เธอจะไปถ่ายอะไร ก็เ้าอินเฟอร์โน่มันเก็บกวาดผู้เล่นที่สู้ได้ไปหมดแล้วตอนนี้มีแต่พวกวิ่งหนีทั้งนั้น” วิศนะออกปากถามพร้อมกับสาวเท้าออกวิ่งตาม
“ก็นี่แหละภาพที่ฉัน้าถ่ายตอนที่กำลังเผ่นหนี แล้วตั้งชื่อว่า ฝันร้ายแห่งโลกไพรด์...นายคิดว่าดีมั้ยล่ะ”เมษายิ้มแป้น ขณะหันกลับมาขยิบตาให้เขาอย่างน่ารัก
ดูท่าแม่นี่จะเห็นความกลัวของคนอื่นเป็เื่สนุกเสียงั้นแหละจะว่าไป...ภาพของเขาตอนที่เกือบโดนฆ่านั่นก็เป็หลักฐานได้อย่างดีแล้ว
หลังจากหาจุดเหมาะๆ ได้ร่างสมส่วนก็ก้าวพรวดยืนไปจังก้าในจุดที่ลงตัวที่สุดแล้วหยิบเอากล้องถ่ายรูปออกมาจากหน้าต่างข้อมูลทันทีที่ั์ตาคู่โตลดลงไปจับภาพก็รัวนิ้วกดชัตเตอร์มือเป็ระวิงเห็นแค่นั้นวิศนะก็ได้แต่ถอนใจ
นึกว่าพูดเล่น แม่คุณเขากำลังถ่ายภาพฝันร้ายของโลกไพรด์อยู่จริงๆด้วยแฮะ
“นั่นแหละเยี่ยม ...ขอหน้าสยองๆกว่านี้อีกได้มั้ยจ๊ะ นั่นแหละแจ๋ว” เมษาพูดไปถ่ายรูปไปอย่างร่าเริงผิดกับบุรุษอีกคนที่ค่อยๆ ก้มลงนั่งยองๆ มองดูความฉิบหายของชาวบ้านอย่างอ่อนใจ
ถ้ากลัวกันซะขนาดนี้จะมาเล่นเควสนี้กันทำไม
พอพวกเยอะก็วิ่งเข้าใส่ พอพวกหายก็โกยแน่บ...นี่ล่ะน้านิสัยคนไทย
“โอ้โห ภาพนี้สวย!!”
ตูม!!!
เมษาร้องอย่างร่าเริงเมื่อเห็นว่ามีคนโดนเ้าบอสนี่เตะซะปลิว ซึ่งแน่นอนว่าเธอจับภาพนั้นได้อย่างงดงาม เป็การถ่ายภาพสต๊อปแอ๊กชั่นที่ยอดเยี่ยมสุดๆ
“นี่วิศนะ! ภาพเมื่อกี๊ฉันจะตั้งชื่อว่าปีศาจไพรด์ไปบอลโลก ดีมั้ย”
“จ้าๆ ตามสะดวกเถอะ” เสียงห้าวตอบแบบขอไปทีขณะที่สายตาก็จับจ้องไปยังกลุ่มคนที่วิ่งกันแตกฝูงกันกระจาย
“โอ๊ะๆ อันนี้ก็สวย..ฉันจะตั้งชื่อว่า โฉมงามกับาาอสูร...”
เฮ้อ~ ยัยเมย์รู้สึกว่าจะเพลิดเพลินเหลือเกินนะ!
คิดหมั่นไส้ไปพลางก็ชะโงกหน้าเข้ามาดูภาพโฉมงามกับาาอสูรที่ว่านั่นบ้างทว่าทันทีที่ภาพดังกล่าวแล่นเข้าคลองจักษุ ร่างสันทัดก็ชะงักกึก
โอเค...ใช่เลย เมย์...ตั้งชื่อภาพได้ถูกต้องแล้วไอ้าาอสูรน่ะคือเ้าลอร์ดอินเฟอร์โน่แน่ล่ะ
...แต่แม่โฉมงามเนี่ยสิ
สาวน้อยหน้าใสแสนคุ้นเคยกับผมยาวสีดำเคลียแก้มใส
มิหนำซ้ำเ้าหล่อนยังมีสีหน้าตื่นตระหนกอย่างที่สุด
ผู้หญิงคนนั้นมัน...
วรัญญา!!!
อีกครั้งที่วิศนะใแทบเป็บ้า หัวใจของเขาแทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่มไหนวรัญญาเธอบอกว่ามาทำเควสถ่ายรูปเฉยๆ ไงทำไมแม่คุณถึงได้ทะเล่อทะล่าไปวิ่งอยู่กลางสนามรบได้เล่า!
กรี๊ดดดดด~~~~!!!
เสียงหวีดร้องของสาวน้อยเบื้องล่างเป็เครื่องยืนยันได้ชัดเจนว่าเ้าหล่อนคงไม่ได้ลงไปสู้กับเ้าบอสนรกนั่นด้วยความสมัครใจเป็แน่เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีดนั่นทำเอาใบหน้าเกลี้ยงเกลาถึงกับซีดเผือดก่อนจะบิดเบี้ยวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ผู้หญิงคนนั้นร้องซะเสียงหลงเลยแฮะแล้วนี่ไม่คิดจะมีใครไปช่วยเธอเลยหรือไงเนี่ย” เมษากล่าวลอยๆพลางเลิกคิ้วเมื่อเห็นท่าทางของบอสอินเฟอร์โน่เริ่มกำลังแปลกไปมันเริ่มโก่งคอและปรากฏเปลวไฟลุกพรึบออกมาจากปากกว้างๆเต็มไปด้วยคมเขี้ยวนับสิบนั่น
เห็นแค่นี้เธอก็รู้แล้วว่าเ้าบอสนรกนั่นกำลังจะพ่นเพลิงนรกออกมาอีกครั้งแหงๆ
“โอโห ไอ้บอสนี่มันเถื่อนได้ใจจริงๆคิดจะเผาผู้หญิงคนนั้นทั้งเป็เลยแฮะ งั้นฉันจะขอตั้งชื่อรูปนี้ว่า ถึงสวยก็ไม่เว้นดีมั้ย วิศนะ”
เงียบ...
ไม่มีเสียงตอบรับจากคู่หูตัวแสบ
“วิศนะ นายได้ยินฉันมั้ย” พอไม่ได้รับสัญญาณตอบรับ เมษาจึงหันกลับไปมองเพื่อนหนุ่มแลเห็นว่าเ้าตัวได้จัดแจงถอยหลังจากขอบหน้าผาไปหลายก้าว แถมยังใส่หน้ากากโอเปร่ารูปทรงพิลึกให้เธอต้องเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัยอีกต่างหาก
“นายใส่หน้ากากทำไมคิดจะทำอะไรของนายน่ะ วิศนะ”
“ไว้ทีหลังนะ เมย์”
พูดจบก็ตั้งท่าเตรียมพร้อม ก่อนจะพุ่งตัวออกไปด้านหน้าสุดแรงเกิดเล่นเอาั์ตาสีเทาคู่โตแทบถลนหลุดออกมาจาเบ้า!
...อย่าบอกนะว่าตานี่!!!
“อีตาบ้าเมื่อไหร่นายจะรู้จักรักตัวกลัวตายบ้างเนี่ย~!!!”
เสียงร้องโหยหวนของเมษาคงจะช้าไปแล้วเพราะบัดนี้เ้าตัวแสบได้พุ่งทะยานออกไปจากขอบกำแพงสูงไปเป็ที่เรียบร้อยแล้วด้วยสกิลฟูลเพาว์เวอร์จัมป์!
ชั่วพริบตาเดียวร่างดังกล่าวก็ตรงดิ่งลงไปยังพื้นเบื้องล่างรอบนี้เขาสามารถร่อนลงพื้นได้อย่างสวยงามแถมยังลงไปหยุดตรงหน้าของวรัญญาได้อย่างเหมาะเจาะอีกต่างหากซึ่งทันทีที่สาวน้อยร่างบางเห็นว่ามีคนะโลงมาอยู่ตรงหน้าก็ถึงกับสะดุ้งโหยง
“คุณวินเซนต์”เธอร้องลั่น รอยตระหนกแฝงอยู่ชัดเจนในน้ำเสียง
วิศนะไม่ตอบอะไรพอเหลือบขึ้นไปเห็นลอร์ดอินเฟอร์โน่ทำทีท่าว่าจะพ่นไฟออกมาเขาก็ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ
ต้องช่วยวรัญาให้ทันก่อนยังไงก็ต้องหลบไฟลูกนี้ให้ได้!
Hell Blaze!!
พรึบ~~!
สายเกินไปแล้วสำหรับวิศนะเพราะกองเพลิงขนาดั์ได้ถูกยิงเข้าใส่ร่างของเขากับวรัญญาเต็มแรงด้วยความรวดเร็วในแบบที่เขาไม่มีทางหลบพ้นได้อย่างแน่นอน
“คุณออน!!” วิศนะร้องเรียกพลางกระชับร่างเล็กเข้ามากอดแน่นก่อนจะใช้แผ่นหลังหันเข้ารับลูกไฟแทนโดยหวังว่าอย่างน้อยขอให้ร่างของเขาช่วยปกป้องคนที่เขารักได้แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี
ส่วนเมษาที่เฝ้ามองอยู่จากที่สูงได้แต่ตาเบิกโพลงกับการกระทำสิ้นคิดของเ้าคนอวดดีคนเดิมนั่นตาบ้านี่คิดจะตายพร้อมผู้หญิงคนนั้นหรือไงเนี่ย!ลูกไฟั์ของอินเฟอร์โน่มันรุนแรงมากนะ ต่อให้เอาตัวบังแบบนั้นก็ไม่รอดหรอก!
“รีบหนีเร็ว วิศนะ โดดมาที่นี่ก็ได้หรือไปที่ไหนก็ได้” เธอะโออกมาลั่นหวังว่าจะให้วิศนะได้ยินเสียงของเธอบ้าง หากแต่คงสายเกินไปแล้วชั่ววินาทีต่อมาก็เกิดแรงะเิขนาดใหญ่ตรงจุดที่ทั้งสองยืนอยู่ปรากฏค่าความเสียหายที่พุ่งออกมาพร้อมกับเปลวไฟนรกนั่น!!
ตูม!!!!
85,389 !!