หลายครั้งที่เธอเคยคิดว่าจะหนีไปจากสภาพชีวิตแบบนี้แต่ก็อดเป็ห่วงพ่อไม่ได้ หากไม่มีเธออยู่แล้วแม่เลี้ยงที่พึ่งจะมีอายุเพียงสามสิบแปดเท่านั้นหรือจะทนอยู่กับสามีพิการทำอะไรไม่ได้อีกต่อไปและหากพ่อถูกภรรยาทิ้งไปอีกตอนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างนี้ พ่อที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลยแบบนี้จะทำอย่างไร สุดท้ายเธอจึงเลือกลาออกจากโรงเรียนเพื่อให้ตัวเองมีเวลาทำงานหาเงินให้ได้มากขึ้นแทน
“ขอบใจหนูมากน่ะ”
ชายชรากล่าวเมื่อเธอทำแผลให้เสร็จ
“แล้วนี่คุณตาจะทำอย่างไรต่อไปอีกค่ะ”
เด็กสาวถามหลังจากที่ขยับตัวออกห่างจากชายชรามาเล็กน้อยแล้ว
“ฉันยังนึกอะไรไม่ออกเหมือนกัน”
“คนร้ายได้อะไรของคุณตาไปบ้างคะ คุณตาจะให้หนูพาไปแจ้งตำรวจไหม”
“ช่างมันเถอะหนู สมบัตินอกกายและก็ไม่ได้มากมายอะไร ฉันจะถือว่าเป็การฟาดเคราะห์ไปแล้วกัน”
“แล้วบ้านของคุณตาอยู่ที่ไหนคะ คุณตาจะกลับบ้านหรือว่าให้หนูช่วยติดต่อให้ญาติมารับไหม”
ฟังที่เด็กสาวถามแล้วชายชราก็เป็ฝ่ายที่อึ้งไปบ้างจะให้เขาพูดยังไงดีจึงจะเข้าใจได้ง่ายๆก็เขาพึ่งหนีออกมาจากบ้านได้ไม่นานก่อนที่จะเกิดเื่ขึ้นนี่เอง สาเหตุที่หนีมานั้นก็ไม่ใช่เพราะเขาเป็คนแก่ที่หลงๆลืมๆแล้วชอบทำตัวมีปัญหาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากลูกๆหลานๆหรอกนะ แต่เป็เพราะเขาเบื่อปัญหาที่พวกลูกๆหลานๆได้พากันสร้างขึ้นนั้นเอง มันทำให้คนแก่อย่างเขาต้องปวดหัวอยู่ทุกวัน จึงตัดสินใจหนีมาเอาดื้อๆเสียเลย แต่โชคร้ายมาเจอโจรกระชากกระเป๋าเข้าแต่ก็ยังนับว่ามีโชคดีด้วยที่ได้เจอแม่หนูผู้งามทั้งกายทั้งใจแต่มีชีวิตที่น่าสงสารคนนี้
“หรือว่าคุณตาจำไม่ได้ค่ะ ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน”
เด็กสาวเดาท่าทางอ้ำอึ้งของอีกฝ่ายไปแบบนั้น ซึ่งมันทำให้ชายชราที่ฟังแล้วก็อดยิ้มอย่างเอ็นดูออกมาไม่ได้หากลูกหลานของเขามีนิสัยใจคอน่ารักได้สักครึ่งของแม่หนูคนนี้ เขาก็คงไม่คิดหนีออกจากบ้านมาเร่ร่อนอยู่ข้างนอกอย่างนี้หรอก
“จำได้สิ ความจำของฉันยังดีเหมือนเมื่อตอนหนุ่มๆเลยน่ะ”
นายเรืองเศรษฐ์ตอบ ซึ่งเขาไม่ได้พูดเกินความจริงไปเลยแม้วัยจะล่วงเข้าเจ็ดสิบแปดปีมาแล้วและอาจจะมีหลายๆอย่างที่ร่วงโรยไปตามวันเวลาบ้างเป็ต้นว่าเส้นผมที่หงอกขาว ิัที่เหี่ยวย่น กระดูกสันหลังที่เสื่อมไปบ้างจนไม่อาจยืนได้สง่างามเหมือนเคยและฟันก็ยังเป็ฟันปลอมหมดทั้งปากแต่หูตาของเขาก็ยังดีและก็ยังมีความจำที่เป็เลิศนับว่ามันเป็ของขวัญที่์มอบมาให้คนที่ดูแลตัวเองดีมาั้แ่ยังหนุ่มและไม่เคยทำชั่วหรือคิดร้ายต่อใครเลยแม้แต่น้อยอย่างเขา
“แล้วงั้นทำไมคุณตาถึงทำท่าเหมือนไม่อยากกลับบ้านละคะหรือว่าโจรมันเอาเงินของคุณตาไปหมดจนคุณตาไม่มีเงินค่ารถที่จะกลับบ้าน”
“เอ่อ คือ...ก็คงจะอะไรทำนองนั้น”
ชายชราตอบเลี่ยงๆ แต่ความจริงแล้วเขายังไม่อยากจะพูดถึงเื่ราวทางบ้านของตนให้เด็กสาวรับรู้มากกว่าแต่คำพูดของเขาก็ทำให้เด็กสาวเชื่อว่าเขาไม่มีเงินค่ารถที่จะกลับบ้านจริงๆเธอจึงทำหน้านิ่วอย่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะกล่าวอะไรออกมา
“ตอนนี้หนูก็ไม่มีเงินติดตัวอยู่เลยด้วยสิ ค่าแรงที่ทำงานก็จะได้ในวันพรุ่งนี้ คุณตารอให้ถึงพรุ่งนี้ก่อนได้ไหมคะ แล้วหนูจะเอาเงินค่าแรงที่ได้ให้คุณตาเป็ค่ารถกลับบ้าน”
ชายชราอยากจะบอกกับเด็กสาวว่าการกลับบ้านของเขาไม่จำเป็ต้องรบกวนเธอขนาดนั้น แต่ก็นั้นแหละ ในเมื่อเขายังไม่อยากจะบอกเื่ราวเกี่ยวกับทางบ้านแก่ใคร เขาจึงต้องกล่าวไปอีกอย่างว่า
“หมายความว่าหนูจะให้ฉันพักอยู่ที่บ้านของหนูก่อนงั้นเหรอ”
“ก็มันเป็ทางออกที่ดีไม่ใช่หรือค่ะในเมื่อตอนนี้คุณตาไม่มีเงินติดตัวเลยและหนูก็ยังไม่มีเหมือนกัน แต่หนูก็คงไม่ยอมให้คุณตาออกไปเดินเร่ร่อนอยู่ข้างถนนคนเดียวแน่”