"ใจกล้าไม่น้อยที่เข้ามาหาพวกเราด้วยตนเอง คิดว่าจะสามารถรับมือพวกเราได้งั้นหรือ"จอมยุทธ์ตระกูลปานกล่าวพร้อมมองไปยังเด็กหนุ่มตรงหน้า
"คิดว่าตนเองสามารถรับมืออสุรกายไร้ผิวได้อย่างง่ายดายแล้วจะรับมือชนชั้นจอมยุทธ์ได้งั้นหรือ ช่างเป็นไม่รู้จักเจียมตัว"จอมยุทธ์ตระกูลหลวนกล่าว เขาอย่างอูหลินเฟิงที่ปรากฏตัวออกมาอย่างดูถูก
"หนุ่มน้อย..คิดว่าตนมีอสรพิษหยกแล้วจะสามารถรับมือจอมยุทธ์สามคนได้งั้น อสรพิษหยกของเจ้ามีระดับเพียงระดับหกขั้นต้นเท่านั้น ยังไม่แข็งแกร่งเท่าอสรพิษหยกแห่งเมืองทะเลสาบหยกด้วยซ้ำ จอมยุทธ์เพียงคนเดียวก็สามารถชนะมันได้"จอมยุทธ์ตระกูลเจิ้งกล่าว เขาเองก็ได้ดูการประลองล่าอสูรเช่นกัน ความสามารถของยอดอัจฉริยะแต่ละคนต่างถูกกองกำลังลับวิเคราะห์ไว้แล้ว เพราะทุกคนในยอดอัจฉริยะต่างเป็นเป้าหมายสังหารทั้งนั้น เขาได้เห็นอสรพิษหยกของอูหลินเฟิงแล้ว แม้มันจะน่ากลัวแต่กับจอมยุทธ์อย่างเขาย่อมมีระดับพลังเหนือกว่าอย่างชัดเจนแม้อีกฝ่ายจะเป็นสัตว์อสูรสายเลือดวิวัฒน์ก็ตาม จอมยุทธ์ตระกูลเจิ้งยังกล่าวต่อว่า
"หรือต่อให้ใช้การประสานแบบเดียวกับที่ใช้ตอนสู้กับอสุรกายไร้ผิว วานรแขนยักษ์ของเจ้าจะฝืนยกระดับพลังได้ถึงระดับหกขั้นต้นได้..ก็ยังไม่อาจเทียบพวกเรา"
“แหม่ แหม่ พวกท่านแย่งกันพูดจนข้าไม่อาจพูดแทรกได้เลย ราวกับกลัวว่าข้าจะพูดอะไรอย่างนั้น หรือ เพราะกังวลว่าคำพูดของเด็กอย่างข้าจะทำให้ท่านไขว้เขว หากท่านกังวลเรื่องอสรพิษหยกและวานรแขนยักษ์ละก็ข้าจะไม่ใช้มันทั้งสองในการต่อสู้ครั้งนี้เพื่อให้พวกท่านสบายใจแล้วกันดีหรือไม่” ยังคงสมกับเป็นอูหลินเฟิงคำพูดยียวนของเขามักทำให้อีกฝ่ายโมโหได้แม้อีกฝ่ายจะเป็นชนชั้นราชันก็ตาม
"ฮ่าฮ่าฮ่า ก็ได้ข้าผู้นี้จะยอมเสียศักดิ์ศรี ลงมือกับเด็กไม่รู้ฟ้าสู้แผ่นดินต่ำอย่างเจ้า ในฐานะที่ข้าเป็นผู้อาวุโสข้าจะให้เจ้าลงมือก่อนหนึ่งครั้ง"จอมยุทธ์ตระกูลหลวนกล่าว จ้องมองอูหลินเฟิงด้วยสายตาเหยียดหยาม
"ได้ ท่านพูดเองนะ ออกมาหั่วอี หั่วเอ้อ หั่วซาน หั่วซี่อ หั่วอู่ หั่วลิ่ว หั่วซี หั่วปา "หมาป่าขนเพลิงทั้งแปดต่างออกมา อูหลินเฟิงใช้พลังจิตเป็นฐานเพื่อให้หมาป่าทั้งแปดยืนบนฝากฟ้าได้
"หมาป่าขนเพลิง??"จอมยุทธ์ตระกูลหลวนกล่าวเสียงเบา การเรียกหมาป่าขนเพลิงที่มีระดับพลังเพียงระดับสี่ขั้นต้นอย่างความแปลกใจแต่เขาอย่างมาก ระดับพลังเพียงเท่านี้แค่สะบัดมือครั้งเดียวอีกฝ่ายก็ได้แล้ว
อูหลินเฟิงเร่งพลังวิญญาณของตนแรงกดดันทางระดับชั้นวิญญาณของอูหลินเฟิงถึงกับสามารถทำให้จอมยุทธ์ทั้งสามอึดอัดได้
"ท่านลองคิดดูวิชาประสานวิญญาณของข้า ถ่ายทอดลมปราณจากสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าไปยังตัวที่อ่อนกว่าให้ยกระดับได้ทั้งๆ ที่ต่างสายเลือดและต่างสายพันธุ์ แต่ว่าหากข้านำสัตว์อสูรที่มีสายเลือดเดียวกับและยังเป็นสายพันธุ์เดียวกันมาหลอมรวมกันจะเกิดอะไรขึ้นกัน" อูหลินเฟิงเร่งอาคมของตนถึงขีดสุดสร้างยันต์สีขาวบริสุทธิ์หนึ่งมาหนึ่งใบเป็นตัวกลางรองรับพลังแห่งการประสานร่าง
วิชายันต์อาคม เชื่อมจิตประสานร่าง
ร่างของหมาป่าทั้งแปดกลายเป็นดวงไฟแปดดวงพุ่งเข้าหายันต์สีขาว เพลิงสีส้มของหมาป่าขนเพลิงทั้งแปดที่รวมกันที่ยันต์อาคมค่อยๆ สร้างรูปร่างขึ้นมาใหม่ กลายเป็นหมาป่าขนเพลิงแปดหางขนาดมหึมา ขนาดของมันใหญ่จนอูหลินเฟิงสามารถยืนบนหัวของหมาป่าขนเพลิงได้ กระแสลมปราณที่ออกพุ่งสูงถึงระดับหกขั้นสูง กระแสลมปราณรุนแรงที่ออกมานั้นรุนแรงมาพอที่จะทำให้จอมยุทธ์ทั้งสามนึกเสียใจที่ไม่ยอมหยุดหรือจัดการอูหลินเฟิงตั้งแต่แรก ความร้อนที่ออกมานั้นมากพอที่จะทำให้จอมยุทธ์ทั้งสามรู้สึกแสบผิวหนัง
“แรงกดดันขนาดนี้...หรือว่าพวกสัตว์อสูรสายเลือดพิเศษ” จอมยุทธ์ตระกูลเจิ้งกล่าวหลังจากสัมผัสถึงเปลวเพลิงที่รุนแรงเกินระดับพลังของสัตว์อสูรจากหมาป่าขนเพลิงแปดหางข้างหน้า
“ถูกต้อง...แต่เดิมหมาป่าขนเพลิงทั้งแปดก็เป็นสัตว์อสูรกลายพันธุ์ รู้สึกว่าแม้จะเป็นชนชั้นจอมยุทธ์หากได้เจอกับสัตว์อสูรสายเลือดพิเศษระดับหกขั้นสูงอาจต้องใช้จอมยุทธ์สามหรือสี่คนช่วยกันสังหาร แต่ว่าผู้อาวุโสอย่างท่านคงไม่ลืมคำพูดของตนว่าจะรับการโจมตีหนึ่งการโจมตีนะ” อูหลินเฟิงกล่าวจากนั้นสั่งให้หมาป่าขนเพลิงแปดหางโจมตีทันที
"บรู๊ววววว" หมาป่าขนเพลิงแปดหางยอมรับคำสั่งหนึ่งในหางทั้งแปดสร้างเพลิงสีส้มลุกท่วมหาง สะบัดออกโจมตีไปยังจอมยุทธ์ตระกูลหลวนที่กล่าวว่าจะให้อูหลินเฟิงโจมตีก่อน
ปราณปฐพี เกราะศิลา
“บัดซบ!” จอมยุทธ์ตระกูลหลวนเร่งปราณปฐพีสร้างเกาะหินป้องกันการโจมตีของหางที่ฟาดออกมาอย่างรุนแรง เพียงการโจมตีเดียวเกราะหินที่ถูกสร้างออกมาก็แตกสลายจอมยุทธ์ตระกูลหลวนกระเด็นไปไกล จอมยุทธ์ตระกูลปานและจอมยุทธ์ตระกูลเจิ้งที่เห็นดังนั้นต่างตื่นตัวเร่งลมปราณของตนจู่โจมอย่างไม่ออมมือเพราะเห็นอีกฝ่ายเป็นเด็กอีกต่อไป
ปราณวายุ พัดตระกูลปาน คมมีดเก้าวายุ / ปราณเพลิง ทวนเพลิงตระกูลเจิ้ง ทวนแหวกเมฆา
จอมยุทธ์ตระกูลปานใช้ผนึกปราณวายุลงในพัดเหล็ก สะบัดพัดสร้างคมมีดวายุโจมตี จอมยุทธ์ตระกูลเจิ้งผนึกปราณเพลิงลงทวนสร้างคลื่นเพลิงโจมตีเข้าปะทะกับหางทั้งแปดของหมาป่าขนเพลิงแปดหาง
“ไอ้เด็กเลว!!!!” เสียงตะโกนของจอมยุทธ์ตระกูลหลวนที่โดนหางฟาดกระเด็นออกไป ตะโกนมาพร้อมกับเข้าร่วมต่อสู้อีกครั้งผนึกปราณผนึกลงบนค้อนใหญ่ฟาดปะทะหางที่ฟาดไปมา
“พลังของมัน สามารถทำได้ถึงเพียงนี้เชียว” จอมยุทธ์ตระกูลปานที่ใช้ปราณวายุทั้งหลบทั้งโจมตี ตกตะลึงในความสามารถของหมาป่าแปดหาง ที่ใช้เพียงหางแปดหางสลับกันโจมตีและป้องกัน สามารถเข้าต่อสู้กับพลังจากสามจอมยุทธ์อย่างไม่เสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย
“การประสานระดับนี้คงไม่อาจทำได้นานนัก ยื้อเวลาไว้ รอให้การประสานสิ้นสุดลง” จอมยุทธ์ตระกูลเจิ้งกล่าวหลังจากได้ลองต่อสู้ถึงแบบหมาป่าแปดหางนี้จะมีการโจมตีที่รุนแรงแต่ว่าพลังเพลิงที่หางของมันกลับไม่เสถียร ดูแล้วคงไม่เกินห้านาทีเท่านั้นที่อีกฝ่ายจะคงสภาพร่างนี่ไว้ได้
“สมกับเป็นจอมยุทธ์ที่ผ่านการต่อสู้มากมาย ถูกต้องร่างนี้มีเวลามากสุดห้านาทีเท่านั้น ระหว่างข้าสามารถล้มพวกเจ้าได้ หรือ พวกเจ้าฆ่าข้าได้ ในห้านาทีนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ก่อนกัน” อูหลินเฟิงกล่าวตอบ เขาตอบรับสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวอย่างง่ายได้
ปราณวายุ พัดตระกูลปาน ทะลวงวายุ
“พวกข้าต้องสังหารเจ้าได้ก่อนอยู่แล้ว” จอมยุทธ์ตระกูลปานเร่งปราณวายุของตน ผนึกไปยังเท้าออกท่าเท้าที่เร็วที่สุดของตนพุ่งหลบทุกการโจมตีของหางที่ฟาดไปมา พุ่งตัวไปยังส่วนหัวของหมาป่าขนเพลิงที่อูหลินเฟิงยืนอยู่
“ตายยยยย” จอมยุทธ์ตระกูลปานที่เห็นว่าสามารถหลบได้ทุกการโจมตีสามารถเข้ามาใกล้อูหลินเฟิงได้อย่างง่ายดายผนึกลมปราณที่พัดคิดจะสร้างใบมีดวายุสังหารอูหลินเฟิงที่ไร้การป้องกันในครั้งเดียว แต่ว่า
"กรร!! บรู๊วววววว" หมาป่าขนเพลิงแปดหางได้ส่งเสียงคำรามเสียงดังสร้างคลื่นพลังรูปแบบเดียวกันกับไป๋หลันฮวา สร้างการโจมตีการแรงสั่นสะเทือนที่โจมตีทั้งกายภาพ ทางจิต และยังอาศัยพลังของอูหลินเฟิงโจมตีระดับชั้นวิญญาณอีกด้วย
“โธ่เว้ย!” จอมยุทธ์ตระกูลปานสบถออกมาอย่างหัวเสีย โดนคลื่นเสียงโจมตีสั่นสะท้านไปยังจิตวิญญาณ สร้อยที่คอเปล่งแสงสว่างลดทอนพลังโจมตีทางจิตและวิญญาณของหมาป่าขนเพลิงแปดหางอย่างมาก
“หือ?” อูหลินเฟิงที่สังเกตเห็นสร้อยคออุทานขึ้น “โหห ดูเหมือนว่าพวกท่านจะเตรียมรับมือข้ามาอย่างดีสินะ ถึงกับมีสมบัติวิเศษที่ปกป้องระดับชั้นวิญญาณด้วย” แต่คำถามพูดของอูหลินเฟิงจอมยุทธ์ทั้งสามไม่มีใครตอบกลับแม้แต่คนเดียว แต่สำหรับอูหลินเฟิงแล้วการที่อีกฝ่ายมีสมบัติวิเศษป้องกันวิญญาณถือว่าเป็นเรื่องปกติ ยิ่งเขาได้แสดงพลังของตัวเองไปแล้วผ่านงานประลองล่าสัตว์อสูร หากอีกฝ่ายฉลาดก็คงหาทางป้องกันเพื่อไม่ให้โดนโจมตีทางวิญญาณที่ป้องกันได้ยาก
ปราณปฐพี ค้อนยักษ์ตระกูลหลาน ถล่มปฐพี
จอมยุทธ์ตระกูลหลวนรวมปราณปฐพีผนึกลงในค้อนยักษ์ฟาดไปยังหางของหมาป่าขนเพลิงแปดหางอย่างต่อเนื่อง หมาป่าขนเพลิงที่โดนค้อนทุบอย่างต่อเนื่องกระโดดถอยออกไป เกร็งขนของตัวเองให้แข็งสะบัดหางของมันส่งขนที่เพิ่มความแหลมคมออกไปโจมตีคล้ายกับวิธีที่เม่นใช้โจมตี
“หือ ท่าของอินทรีย์ขนเทา” จอมยุทธ์ตระกูลเจิ้งที่เห็นท่าของหมาป่าขนเพลิงกล่าว จอมยุทธ์ทั้งสามทั้งเร่งปราณโจมตีเพื่อป้องกันขนอันแหลมคม แต่จอมยุทธ์ตระกูลหลวนที่มั่นใจในพลังป้องกันของตนกลับใช้ร่างกายของตนรับการโจมตีนั้น เพราะเห็นว่าค้อนของตนที่ช้าไม่อาจป้องกันได้ทั้งหมด แม้จะสามารถป้องกันได้เกือบทั้งหมด แต่มีขนหนึ่งเส้นที่สามารถแทงเข้าผิวของจอมยุทธ์ตระกูลหลวนได้แต่มันก็ไม่อาจสร้างบาดแผลขนาดใหญ่ได้ ทำได้เพียงทิ่มเขาไปเล็กน้อยเขานั้น
“เฮอะ!! ปราณของหมาป่าขนเพลิงใกล้หมดแล้วสินะ พลังโจมตีของมันอ่อนแอลงแล้ว” จอมยุทธ์ตระกูลหลวนที่เห็นว่าคนตนสามารถรับการโจมตีได้แทบทั้งหมดกล่าวอย่างได้ใจ แต่ว่าจู่ๆ ภายในร่างกายลมปราณของเขาก็เกิดอาการปั่นป่วนลมปราณค่อยลดลงอย่างช้าๆ จนมองไปยังแผลที่โดนขนของหมาป่าขนเพลิงแทงกลับมีสีเขียวมรกตค่อยๆ แพร่กระจาย
“พิษหยกสลายปราณ!! เจ้าไหนบอกว่าจะไม่ใช้พลังของอสรพิษเกล็ดหยก” จอมยุทธ์ตระกูลหลวนที่โดนพิษโวยวายใส่อูหลินเฟิง จากนั้นรีบผนึกลมปราณขับพิษสลายปราณออกมา โชคดีที่อสรพิษหยกตัวนี้ไม่ได้มีระดับพลังสูงเท่ากับตัวของเมืองทะเลสาบหยก ไม่อย่างนั้นความรุนแรงของพิษคงไม่อาจขับได้ง่ายเหมือนครั้งนี้
“อ้าวๆ หูท่านตึงงั้นหรือ ข้าบอกจะไม่ให้มันออกมาสู้กับท่าน ไม่ได้บอกว่าจะไม่ใช้พลังของมันสักหน่อย” อูหลินเฟิงกล่าวยอกย้อนด้วยน้ำเสียงยียวน
“หนอยยยย ไอ้เด็กเวรนี่” จอมยุทธ์ตระกูลหลวนกัดฟันกล่าว
หมาป่าขนเพลิงไม่ยอมให้อีกฝ่ายขับพิษอย่างสบายฟาดหางที่ลุกท่วมไปด้วยเพลิงสีส้มเขาหาจอมยุทธ์ตระกูลหลวน จอมยุทธ์ตระกูลหลวนที่กำลังขับพิษอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยงพยายามหลบอย่างลนลานแต่ว่าก่อนที่หางจะฟาดโดนตัวของจอมยุทธ์ตระกูลหลวนร่างทั้งร่างของหมาป่าขนเพลิงแปดหางกับไร้ความเสถียรคืนร่างกลับเป็นหมาป่าขนเพลิงแปดตัวอย่างรวดเร็ว อูหลินเฟิงก็เก็บหมาป่าทั้งแปดเข้าสร้อยคออย่างรวดเร็ว
“อ้าว น่าเสียดายจริงๆ เกือบจะสามารถจัดการจอมยุทธ์ได้หนึ่งคนแล้ว” น้ำเสียงยียวนของอูหลินเฟิงยังดังออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ไอ้เด็กเวร หมาป่าของเจ้าไม่อาจต่อสู้ได้แล้ว คราวนี้เจ้าได้ตายแน่ ตายซะ” จอมยุทธ์ตระกูลหลวนที่โมโหอูหลินเฟิงตั้งแต่แรกพุ่งตัวเข้าหาอูหลินเฟิงที่ไร้สัตว์อสูรที่น่ากลัวข้างกายแล้ว แต่อูหลินเฟิงที่ควรหวาดกลัวกลับยกยิ้มอย่างน่าขนลุก
“เดี๋ยว!! มีบางอย่างแปลกๆ” จอมยุทธ์ตระกูลปานที่เห็นรอยยิ้มของอูหลินเฟิงตะโกนเตือน แต่จอมยุทธ์ตระกูลหลวนที่โดนยั่วโมโหมาตั้งแต่ต้น เสียงของจอมยุทธ์ตระกูลปานไม่เข้าหูของเขาสักนิด ค้อนยักษ์ในมือกำลังฟาดลงไปยังร่างของอูหลินเฟิง
“ออกมาเสี่ยวหยุน” สิ้นเสียงพูดของอูหลินเฟิง กระแสลมปราณน่าขนลุกได้พุ่งออกมาจากสร้อยคอ กระแสลมปราณที่มีรูปร่างคล้ายควันสีดำมีประกายเม็ดแสงสีแดงเข้มภายในควัน บวกกับความรู้สึกที่น่าหวาดหวั่นของปราณนั้น ถึงกับทำให้จอมยุทธ์ทั้งสามขนลุกตั้งชันทันที
ปราณมรณะพุ่งสวนการโจมตีของจอมยุทธ์ตระกูลหลวนความแข็งแกร่งของลมปราณมรณะแต่เดิมที่เสี่ยวหยุนมีระดับหกขั้นสูงสี่จอมยุทธ์เมืองล่องเมฆาก็ไม่อาจเอาชนะได้แล้ว แต่ว่ามันได้กินดอกแก้วทมิฬที่อูหลินเฟิงแบ่งไว้ให้ตอนนี้กระแสลมปราณของมันคือระดับเจ็ดขั้นต้น กลายเป็นสัตว์อสูรชนชั้นจอมอสูรขั้นต้น
“อ๊าาคคคคคคค” เพราะถูกสวนในระยะประชิดแม้จะพยายามหลบตามสัญชาตญาณแต่ว่าก็ไม่อาจหลบได้ทัน แขนของจอมยุทธ์ตระกูลหลวนโดนควันสีดำกัดกิน ปราณมรณะกัดกินทั้งลมปราณและวิญญาณของจอมยุทธ์ตระกูลหลวนจนเขาทรมานแทบบ้า ขนาดสมบัติวิญญาณป้องกันวิญญาณยังไม่อาจต้านทานพลังปราณมรณะนี้ได้
“บ้าน่า!! วิหคมรณะระดับเจ็ดขั้นต้น” จอมยุทธ์ตระกูลปานที่สัมผัสได้ดังนั้นแทบอย่างจะหนีไปให้เร็วที่สุด ไม่ใช่แค่เขา จอมยุทธ์ตระกูลเจิ้งเองก็อยากหนีเช่นกัน วิหคมรณะระดับหกขั้นสูงหากให้สามคนรุมยังจัดการได้อย่างยากลำบาก แต่นี่คือชนชั้นจอมอสูร อาศัยชนชั้นจอมยุทธ์เพียงสองคนจะสู้ได้อย่างไร แต่ก่อนที่วิหคมรณะได้ลงมือต่อแรงกดกันมหาศาลพุ่งมายังอูหลินเฟิงและเสี่ยวหยุนจนทั้งสองไม่อาจขยับได้ แรงกดดันจากชนชั้นราชันแห่งตระกูลเซวียนเยวี๋ยนที่เห็นสถานการณ์ไม่ดีหากเป็นแบบนี้ต่อไปจอมยุทธ์ฝ่ายพันธมิตรสิบตระกูลต้องพ่ายแพ้แน่ เซวียนเยวี๋ยนเหอชิวจึงคิดจะลงมือเอง
“ออกมาแล้วงั้นหรือ” อูหลินเฟิงที่โดนแรงกดดันเพียงครู่เดียวตอนนี้เหงื่อออกทั้งตัว ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงกดดันจนไม่อาจขยับได้ พลังของชนชั้นราชันไม่ใช้สิ่งที่จะสามารถรับมือได้จริง ราชันตระกูลเซวียนเยวี๋ยเหอชิวปรากฏตัวออกมาหลังจากซ่อนตัวมานาน
“จงภูมิใจเถอะ ถึงกับต้องให้เราราชันผู้นี้ลงมือสังหารเจ้าด้วยตัวเอง” เซวียนเยวี๋ยนเหอชิวกล่าวเร่งพลังปราณของตนกำลังจะออกท่าสังหาร
“ข้าอยากบอกท่านหนึ่งอย่าง” อูหลินเฟิงที่แทบจะขยับไม่ได้ พยายามฝืนพูดออกมา
“มีอะไรจะสั่งเสียงงั้นหรือ” เซวียนเยวี๋ยเหอชิวถาม
“ข้าถ่วงเวลามานานมากพอแล้ว” อูหลินเฟิงสามารถสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของยันต์ทุกใบที่เขาสร้างได้ ค่ายกลยันต์อาคมที่เขาทุ่มกำลังสร้างมากที่สุดจริงๆ แล้วคือส่วนที่พักของใครบางคน เป็นส่วนที่เขาไม่ต้องการให้ผู้ใดสามารถสัมผัสถึงภายในได้ แต่ตอนนี้เขาสามารถสัมผัสได้เลยว่ามีกระแสพลังรุนแรงกำลังพังทลายค่ายกลของเขาอยู่
“อะไรนะ!” เซวียนเยวี๋ยเหอชิวที่ได้ยินดังนั้นก็สามารถสัมผัสถึงลมปราณมหาศาลจากด้านล่างภายในตระกูลอูได้ เป็นกระแสพลังรุนแรงจากชนชั้นราชันเช่นเดียวกับเขา
“ออกไปให้ห่างจากลูกชายของข้า!!” เสียงตะโกนของอูไต้หรงดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงคำรามแห่งอัสนีแรงกดดันจากชนชั้นราชันเช่นเดียวกับ เซวียนเยวี๋ยนเหอชิว ปรากฏขึ้นจากฝั่งของตระกูลอู
..
..
จบตอน