บทที่ 7: คืนฝันร้าย (Into the Nightmare)
นายพลมัทสึไดระ เซ็นเคียวผู้เป็นนายใหญ่แห่งตระกูล ว่ากันว่าตัวเขานั้นสืบเชื้อสายมาจากโชกุนโตกุกาว่าแห่งยุคสมัยเอโดะ เป็นถึงนายทหารใหญ่แห่งกองกำลังป้องกันตนเอง และผู้ถือหุ้นส่วนรายใหญ่ในหลายบริษัทชื่อดังในญี่ปุ่นท่านหญิงมัทสึไดระ นิชิโกะ ภรรยาของนายทหารใหญ่ นายหญิงแห่งตระกูลมัทสึไดระผู้เป็นถึงเจ้าของกิจการสายการบิน Tori-Sky Airlines และอสังหาริมทรัพย์ในหลายแห่ง ทั้งสองนั้นเป็นพ่อแม่ของยูกินะและสึบากิเมื่อได้มาถึงที่หน้าห้องพัก นายทหารใหญ่ได้สั่งการให้ลูกน้องทั้ง 7 ยืนเฝ้าที่หน้าห้องพักทันที ก่อนที่ทั้งหมดจะเข้าไปยังด้านในห้องพักยูกินะหยิบไอโฟนโปรรุ่นล่าสุดขึ้นมาเพื่อทำการเปิดแอพลิเคชั่น Security Unlock-Card แอพลิเคชั่นของหอพักที่นอกจากจะใช้เป็นคีย์การ์ดของห้องแล้ว ยังสามารถใช้ในการโอนจ่ายค่าเช่ารายเดือนผ่านบัญชีธนาคาร และแชทข้อความแจ้งปัญหาการใช้ห้องได้อีกด้วย จากนั้นก็ทำการป้อนรหัสผ่าน 6 หลัก และทำการเลือกไปที่ ID Key-Card เพื่อใช้สแกน NFC ในการปลดล็อกประตูห้องพักเมื่อเข้ามาด้านในห้องพักก็พบกับห้องน้ำที่อยู่ทางขวามือ และราวตากที่อยู่ทางซ้ายมือ ถัดจากห้องน้ำก็จะเป็นห้อง ครัวขนาดกว้างที่สามารถใช้เป็นห้องกินข้าวในเวลาเดียวกัน เมื่อเข้ามายังด้านในสุดก็เป็นห้องโถงที่เป็นได้ทั้งห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นในเวลาเดียวกันซึ่งประกอบไปด้วยโซฟา โต๊ะกระจกขนาดกลางที่มีแจกันดอกไม้วางอยู่บนโต๊ะ และชั้นวางของที่มีจอ LED Smart TV ขนาด 55 นิ้ววางอยู่บนนั้น พร้อมกับลำโพงโฮมเธียร์เตอร์ที่วางตระหง่านอยู่ข้างๆ หน้าจอทั้งสองข้างมีเสาแขวนตั้งตระหง่านอยู่ทางซ้ายมือของชั้นวางของ ทางด้านขวามือมีบันไดที่ขึ้นไปยังห้องระเบียงขนาดกว้าง มีห้องนอนแขกอยู่ที่ด้านหลังห้องโถง ที่ตรงข้ามประตูทางเข้าห้องนอนแขกมีบันไดขึ้นไปยังห้องนอนส่วนตัวของสองพี่น้อง มีกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ทางขวามือของบันไดมีตู้กดน้ำร้อน-น้ำเย็นที่บริเวณช่องว่างระหว่างบันไดทางขึ้นไปยังห้องนอนส่วนตัวกับบันไดทางขึ้นไปยังห้องระเบียงข้างๆ ห้องโถงมีผนังกระจกใสที่จะสามารถยืนชมวิวทิวทัศน์ที่อยู่ด้านนอกได้ มีแสงไฟสีเหลืองอ่อนละมุนส่องสว่างไปทั่วทั้งห้องบรรยากาศภายในห้องพักถูกออกแบบมาอย่างเรียบหรู“เดี๋ยวพี่พาคุณพ่อกับคุณแม่ไปนั่งพักที่ห้องโถงก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูจะไปเตรียมมือเย็นมาก่อน” หลังจากที่เข้ามาแล้ว สึบากิเข้าไปในห้องครัวเพื่อที่จะจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ใช้ในการทำอาหารมื้อเย็น ภายในห้องครัวขนาดกว้างนั้น มีท็อปกระเบื้องรูปตัว L ติดกับกำแพงทางด้านหน้าชิดกับทางขวามือ ที่ใต้ท็อปกระ เบื้องทางซ้ายมือจะเป็นเตาอบไฟฟ้า ส่วนทางขวามือจะเป็นเตาไมโครเวฟ มีเตาไฟฟ้าวางอยู่บนท็อปกระเบื้องทางด้านซ้ายมือ และมีอ่างล้างจานอยู่ตรงชิดกำแพงหัวมุมทางด้านขวามือมีท็อปกระเบื้องอยู่ชิดกำแพงข้างๆ ประตูเลื่อนทางด้านขวามือ ที่ใต้ท็อปกระเบื้องทางซ้ายมือจะเป็นตู้แช่แข็งที่ไว้แช่แข็งเนื้อสัตว์ต่างๆ ส่วนทางขวามือจะเป็นตู้เย็นที่ไว้แช่อาหาร ผักสด และเครื่องเทศต่างๆ มีตู้กับข้าววางอยู่บนท็อปกระเบื้องทางซ้ายมือที่ไว้เก็บของจำพวกถ้วยชาม จาน ช้อนส้อม ตะเกียบ แก้วน้ำ และอุปกรณ์ทำครัวจำพวกหม้อ ถาด กระทะ ตะหลิว ทัพพี มีด เขียง หม้อหุงข้าว ตามด้วยเครื่องปรุงรสต่างๆ และรวมไปถึงไข่ไก่ด้วย มีหม้อหุงข้าววางอยู่ข้างๆ ตู้กับข้าว มีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับกินข้าวอยู่ติดกับกำแพงทางด้านซ้ายมือก่อนจะเริ่มลงมือ สึบากิสวมผ้ากันเปื้อนที่แขวนไว้ที่ข้างประตูเลื่อนทางด้านซ้ายมือ จากนั้นก็เดินไปที่ตู้กับข้าว และหยิบเอาถ้วยชาม หม้อหุงข้าว ไข่ไก่ อุปกรณ์ทำครัว และเครื่องปรุงต่างๆ ออกมาจากตู้ จากนั้นก็หยิบผักสดกับเครื่องเทศออกมาจากตู้เย็น และหยิบปลาแซลมอนออกมาจากตู้แช่แข็ง หลังจากที่จัดเตรียมของทุกอย่างเสร็จสิ้น สึบากิก็เริ่มลงมือทำอาหารมื้อเย็นทันที“จริงสิ เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูกับสึบากิจะไปเดินเล่นด้วยกันที่อาคารศาลาว่าการฯ หน่ะ ไหนๆ คุณพ่อก็หยุดราชการทั้งที หนูว่าอยากจะชวนคุณพ่อกับคุณแม่ไปเดินเล่นด้วยกันซะหน่อย”“ก็ดีเหมือนกันนะคะคุณ ที่ผ่านมาพวกเราสองคนก็มัวทำแต่งานจนแทบจะไม่มีเวลาแม้แต่จะอยู่ด้วยกันเลย ฉันว่าพรุ่งนี้พวกเราก็น่าจะไปเดินเล่นผ่อนคลายกันซะหน่อยก็ยังดีนะคะคุณ”“ผมก็ว่าอย่างนั้นหล่ะนะ แบบนี้พวกเราก็จะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตากันสักที และอีกอย่างพรุ่งนี้ก็เป็นวันฉลองครบรอบวันแต่งงานของเราสองคนอีกด้วย”ระหว่างที่สึบากิกำลังทำอาหารมื้อเย็นอยู่นั้น ทางด้านยูกินะก็กำลังพูดคุยกับพ่อแม่อยู่ที่ห้องโถง“คุณพ่อคะ คุณแม่คะ พี่คะ มื้อเย็นเสร็จแล้วค่ะ”ระหว่างที่กำลังยูกินะกับสองบุพการีกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น สึบากิที่ทำอาหารมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นก้าวเดินออกจากห้องครัวและเรียกให้ทุกคนมากินข้าวมื้อเย็นด้วยกัน จากนั้นทั้งหมดก็พากันมานั่งกินข้าวเย็นด้วยกันทั้งครอบครัวอยู่ที่หัองครัวทันทีภายในแดนปรโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ปกคลุมไปด้วยความมืดมิดจนแทบจะมองไม่เห็นทาง ไร้ซึ่งแสงสว่างที่ส่องลงมาถึง มีเทพอยู่องค์หนึ่งกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่าง“เอานี่ไปกิน” เทพอิซานางิโยนเมล็ดผลไม้นับพันกว่าเม็ดกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น เมล็ดเหล่านั้นงอกเงยขึ้นมาจนกลายเป็นต้นไม้และมีลูกผลไม้งอกเงยออกมา เหล่ากองทัพโยไคที่เป็นลูกสมุนของเทพีอิซานามิต่างก็พากันหยุดไล่ล่าเพื่อกินลูกผลไม้ที่งอกเงยออกมาจากต้นไม้เหล่านั้น“คิดว่าข้าจะยอมปล่อยให้เจ้าไปง่ายๆ อย่างงั้นหรือ”เทพีแห่งปรโลกอิซานามิผู้มีใบหน้าราวกับอสูรร้ายยังคงไม่ละความพยายาม จึงส่งเฒ่าปีศาจจอมขมังเวทย์โยโมทสึชิโกเมะซึ่งเป็นสมุนเอกไล่ตามเทพอิซานางิ“เอาไปกิน” เทพอิซานางิโยนเมล็ดผลไม้ที่หลงเหลืออยู่ทั้งหมดกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น เมล็ดที่หลงเหลืออยู่นับร้อยกว่าเมล็ดได้งอกเงยขึ้นมาจนกลายเป็นต้นไม้“แจ็บ แจ็บ แจ็บ” แน่นอนว่าเฒ่าปีศาจโยโมทสึชิโกเมะจำต้องหยุดไล่ล่าเพื่อกินลูกผลไม้ที่งอกเงยออกมาจากต้นไม้ เฉกเช่นเดียวกันกับเหล่ากองทัพโยไคตนอื่นๆ“อิซานางิ!!” ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่เทพีอิซานามิก็ยังคงไล่ตามผู้เป็นทั้งพี่ชายและสามี จนเกือบจะถึงทางออกของแดนปรโลกเทพอิซานางิรีบวิ่งออกมาจากแดนปรโลกอย่างสุดฝีก้าว ก่อนที่จะรีบยกก้อนหินขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อปิดกั้นทางเข้า ออกไว้ก่อนที่เทพีอิซานามิจะวิ่งไล่ตามออกมา“เจ้าคอยดูเอาไว้เถอะอิซานางิ ข้าจะทำให้มนุษย์บนโลกตายลงวันละ 10000 ศพ คอยดู!!”เทพีอิซานามิยืนขู่ด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดก่อนที่จะเดินจากไป ใบหน้าของนางนั้นเต็มไปความโกรธแค้น“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะให้มนุษย์ถือกำเนิดขึ้นมาวันละ 15000 คน เพื่อให้การเกิดตายบนโลกสมดุลกัน”เทพอิซานางิไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับคำขู่ของนางเลยสักนิด จึงตอกกลับด้วยสีหน้าที่เยือกเย็นก่อนที่จะจากกันไปชั่วนิรันดร์“ฮึก” เจ้าชายฮิโกโบชิสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้ายอยู่ภายในห้องนอนขนาดกว้างที่มีแสงจากตะกียงส่องสว่างแทบจะทั้งห้อง มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าอันคมเข้ม เสียงการหายใจของเขานั้นดังอย่างไม่เป็นจังหวะ เจ้าหญิงโอริฮิเมะยื่นมือเรียวงามขึ้นลูบไล้บนใบหน้าของผู้เป็นสามีอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ร่างของทั้งสองจะขยับเข้ามานัวเนียและกอดจูบกันอย่างดูดดื่มภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน“อิซานางิ” แต่หากรู้ไม่ว่า มีเงาของนางเทวีอสูรฯ แอบเฝ้ามองจากที่มุมมืดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น“ฮึก” ยูโตะที่กำลังเขียนข่าวอยู่บนโต๊ะทำงานจนเผลอหลับคาโน้ตบุ๊คนั้นได้สะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้ายนี่เราฝันซ้อนฝันอีกแล้วเหรอเนี่ยเสียงการหายใจนั้นดังไม่เป็นจังหวะ มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าอันคมคายที่นิ่วด้วยความเคร่งเครียด“ยูโตะ 2 ทุ่มแล้วนะ เรากลับกันเถอะ”เสียงทักที่ดังออกมานั้นช่วยเรียกสติของเขาให้กลับมา“รอแป๊ปนึงนะ เขียนใกล้เสร็จแล้ว”ยูโตะรีบสลัดความฟุ้งซ่านภายในหัว และรีบเร่งมือเขียนข่าวจนเสร็จ จากนั้นก็รีบเก็บโน้ตบุ๊คกับเมาส์เข้ากระเป๋าแล้วรีบเดินออกจากอาคารสำนักข่าว NP-News พร้อมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ทันที