เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 100 ตัดหัวองค์ชาย

    เสี่ยวเทียนสัมผัสสิ่งมีชีวิตนับร้อย ที่กำลังจ้องมองอยู่รอบๆ ขณะที่จะบอกกับทุกคน ก็มีเงาภูตพรายพุ่งเข้ามาโจมตี เสี่ยวเทียนกับเพื่อนๆ เสี่ยวเทียนปล่อยพลังเทพเซียน ป้องกันเงาภูตพรายแต่มันเป็นวิญญาณทำให้มันสามารถพุ่งทะลุพลังเทพเซียนออกมา แต่พอจะเข้าใกล้เสี่ยวเทียนก็ถูกยันต์เกราะเพชร กระแทกกระเด็นไป

    “ ใช้พลังฝ่ามือยูไล และพลังแสงพุทธะ” เสียงอาจารย์ลู่เอินเอ่ยออกมา

    เสี่ยวเทียนจึงรวมพลังอรหันต์ยูไล แล้วปล่อยแสง พุทธะ ออกไป ร่างของเสี่ยวเทียนมีแสงกระจายออกไปทั่วบริเวณ กระทบเข้ากับเงาพรายกว่าร้อยตน ที่พุ่งเข้า

    ร่างเงาภูตพราย สลายหายไปในทันที   บนเนินเขาไม่ห่างไกลจากที่นี่นักมีสายตาสีแดงของคนสองคนมองอยู่

    “ เรียนท่านเซอร์เมอร์เดส คนที่ปล่อยพลังแสงประหลาดออกมาคนนั้น ร่างกายของมันเป็นกายาอมตะ เหมาะสมกับ ท่านพ่อมดดำยิ่งนัก ส่วนเลือดของมันจะทำให้ท่านเพิ่มพลัง ถึงขั้นเซียนบรรพกาลได้เลย”

    ชายชุดดำแต่งกายคล้ายพ่อมดเอ่ยคำแนะนำ

    “ ปล่อยให้พวกมันเข้ามาในปราสาทคาเมล็อต อย่าได้ขัดขวางพวกมัน ข้าจะรอจัดการกับพวกมันทั้งหมดพร้อมกันทีเดียว” 

    “ ขอรับนายท่าน”  แล้ว

    คืนนั้นพวกเงาภูตพรายก็หายไปจนหมด ไม่เข้ามารบกวนกลุ่มของเสี่ยวเทียนเลยแม้แต่น้อย 

    รุ่งเช้า ศิษย์พี่ฟาง นำแผนที่ออกมาแล้วบอกกับทุกคนว่า 

    “ นึกไม่ถึงว่าป่าดำนี้จะมีภูตพรายตั้งแต่ชายป่า พอพวกเราผ่านป่าสีดำแล้วพวกเราก็จะผ่านป่าสัตว์เวทย์ พวกเราสามารถจับสัตว์เวทย์มาเป็นผู้พิทักษ์ของเราได้หากว่ามันยินยอม” 

    ศิษย์พี่เอ่ยจบ ทุกคนก็ตื่นเต้น คิดว่า หากจับม้าพีกาซัสได้ คงจะดีมาก ทุกคนคาดหวังคล้ายๆ กัน ส่วนเสี่ยวเทียน สัมผัสของเขาแตกต่างจากคนอื่น เพราะว่ายิ่งเข้ามา กลับมีเสียงเรียกชื่อเจ้าชายแห่งฟ้า เข้ามาในหัวของเขาดังขึ้นทุกที

    “ อาจารย์ใครกันที่เรียกข้าเช่นนี้”

    “ ข้าไม่รู้จัก แต่เสียงของมันอยู่ในปราสาทคาเมล็อต ผ่านป่าสัตว์เวทย์ เจ้าก็จะพบพวกเขาในปราสาทเอง”

    เสี่ยวเทียนเดินผ่านป่าภูตพรายไปโดยที่ไม่มี เงาพรายปรากฏตัวเลยแม้แต่ตนเดียว

    แล้วก็น่าแปลกใจ ไม่เห็นคนนของสำนักโม่จินกับ พวกของราชวงศ์เลย

    พอผ่านป่าสีดำมาได้ ทุกคนก็เห็นต้นไม้สีเขียวขจี ท้องฟ้าสีสันสดใส อากาศร่มรื่น

    ได้ยินเสียงกลุ่มสัตว์เล็ก สัตว์น้อยร้องทักทายกัน ดังไปทั่ว เสี่ยวเทียนได้ยินที่พวกมันพูดกัน เหมือนกับว่า มีพวกแปลกหน้ามากันอีกแล้ว ประมาณนั้น

    “ ทุกคนฟังก่อน สัตว์เวทย์พวกนี้ พวกมันสามารถติดต่อกับพวกเราได้ หากว่า พวกเราส่งจิตเสนอ บางสิ่งให้มันไป มันจะมาหาทุกๆ คนเอง แยกย้ายกันหาที่นั่ง

    แล้วก็ส่งจิตออกไปเลย”  ศิษย์พี่ฟางเอ่ยอธิบายวิธีที่จะหาสัตว์เวทย์ประจำกาย

    โดยที่ ไม่ต้องออกตามล่าพวกมันแต่อย่างใด เพราะว่า หากฝืนบังคับพวกมันมา ก็ไม่สามารถพาพวกมันออกจากที่นี่ได้ เพราะว่า จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สร้างป่าอาถรรพ์แห่งนี้ ได้กำหนดกติกาเอาไว้แบบนี้ ส่วนเสี่ยวเทียนไม่คิดจะหาสัตว์เวทย์

    เพิ่มอีก เพราะว่ามีเจ้าจิ้งจอก ไป๋น้อย งูยักษ์ติงติง และเทพอินทรีบูรพาแล้ว เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ จึงหายวับออกไปสำรวจในป่าส่วนลึก เสี่ยวเทียนเคลื่อนไหวราวสายลมลอยไปเรื่อยๆ รอบๆ ป่าสัตว์วิญญาณ พบสิงสาราสัตว์มากมาย ความเป็นอยู่ของพวกมันเป็นธรรมชาติ แต่ก็มีสัตว์บางตัว ก็อยากออกเผชิญโลกภายนอก ครั้งนี้มีคนจากภายนอก เข้ามาหา  สัตว์แต่ละตัวที่อยากออกไปผจญภัย โลกกว้าง ก็เข้าไปพร้อมจะเป็นผู้พิทักษ์ของ พวกจอมเวทย์ทั้งหลาย

    ทันใดนั้นเอง  ก็ได้ยินเสียงปืนสไนเปอร์ ดังลั่นสามนัด   เสี่ยวเทียนพุ่งตัวออกไปดูทันที   ก็เห็นกลุ่มคนของพวกราชวงศ์ ใช้ปืนสไนเปอร์ ไล่ยิงนกอินทรียักษ์ตัวหนึ่ง ที่บนท้องฟ้า นกอินทรียักษ์ ถูกพวกมันลอบยิงปีกขาดร่วงถลาไปที่พื้นแต่มันยังฝืนบินกลับไปอย่างน่าสงสาร 

    “ รีบตามไป นกอินทรียักษ์ตัวนี้ มันจะบินกลับไปตายรัง" เสียงคนของราชวงศ์ตระโกนบอกพวกเดียวกัน พวกชั่วพวกนี้ไม่ฆ่าให้ตายโดยทันที หวังจะเอาลูกของมันไปเป็นสัตว์เลี้ยง

    “ มันจะเอาไปเป็นสัตว์เวทย์ได้อย่างไรหากมันไม่ยินยอม” เสี่ยวเทียนถามอาจารย์ลู่เอิน

    “ ได้ซิ ถ้ามันยังเป็นไข่ ยังไม่ลืมตาดูโลก”

    “ ชั่วช้าจริงๆ”  เสี่ยวเทียนรีบตามพวกมันไปอย่างกระชั้นชิด เห็นพวกราชวงศ์ทั้งหลายยืนอยู่หน้าถ้ำแห่งหนึ่ง ระยะไกล และระดมยิงใส่แม่นกอินทรีไม่ยั้ง เปรี้ยง ๆ

    เสี่ยวเทียนคว้าธนูยิงตะวันออกมา แล้วใช้ลูกศรปรานเทพเจ้า ยิงออกไป ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ

    คนที่ยิงปืนสี่คน ถูกลูกดอกธนูปักเข้าที่หัว ตายคาที่ ส่วนคนที่เหลือ เสี่ยวเทียนก็ยิงเข้าใส่อีกไม่ยั้ง จนตายไปจนหมด เหลือ องค์ชายแปด องค์ชายสี่ กับ เซียนจอมเวทย สี่คน กับ ยมทูตเงิน กับ ยมทูตทอง ที่มีพลังเซียนราชันเวทย์ระดับสูงทั้งสองคน

    “ มันมาได้จังหวะพอดี ฆ่ามันเลย”  องค์ชายสี่ สั่งยมทูตเงิน กับ ยมทูติทอง

    ทั้งสองคนหันมามองเสี่ยวเทียนพร้อมกัน แล้ว ดึงไม้กายสิทธิ์สีเงิน กับ สีทองออกมา แล้วท่องคาถาร่ายเวทย์ แล้วตะโกนออกมาพร้อมกันว่า

    “ พลัง วงแหวนทมิฬมฤตยู ปฐพีกัมปนาท”

    วงแหวนยันต์เกิดขึ้นรอบๆ พื้นดิน ขังตัวเสี่ยวเทียนเอาไว้ พร้อมกับวงแหวนสีเขียวพุ่งออกมาจากพื้นดินกลายเป็นกงจักร พุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียนนับร้อยนับพัน

    แต่ว่าเสี่ยวเทียนแค่ปล่อยพลังเทพเซียนออกมา กงจักรที่พุ่งจากพื้นดินกระเด็นออกไปจนหมด ไม่แค่นั้น ยังมีวงแหวนพุ่งขึ้นมาจากแผ่นดินอีกเป็นจำนวนมากแล้วก็หดตัวเข้ารัดเสี่ยวเทียนอีก แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้ล้วนแตกสลายถูกทำลายด้วย พลังเทพเซียน เสี่ยวเทียนหยิบวายุคลั่งออกมาทั้งสามลูกแล้วหลอมรวมเป็นลูกเดียว แล้วท่องเวทย์กำกับใส่เข้าไปอีก แล้วปล่อยออกไปพร้อมตะโกนบ้างว่า

    “พลังวายุโทนาโดทมิฬคลื่นพิฆาต”

    สองยมทูตเห็นพายุโทนาโดลูกใหญ่เช่นนี้ ก็ตกใจ ไม่คิดว่า เสี่ยวเทียนจะสามารถเรียกวายุระดับความรุนแรงขนาดนี้ได้  จึงไม่ได้ทันคิดหนีไปไหน ทั้งสองคนเลยรวมพลังกันปล่อย กำแพงระดับเซียนออกมาต้านทาน  กำแพงเซียนราชันที่ปล่อยออกมา ถูกกระแสลมที่โหมพัดกระหน่ำเช่นนี้ ทนไม่ได้แม่แต่วินาทีเดียว ถูกพัดอิฐกระจายสลายหายไป เหลือแต่ร่างของทั้งสองคนที่ยังคงใช้พลังต้านเอาไว้

    แต่ก็ไม่สามารถต้านทานพลังวายุระดับทอนาโดทมิฬ เสื้อผ้าขาดกระจายหายไปจนหมด แล้วสุดท้ายเหลือแต่ร่างกายเปล่าเปลือย ก็ถูกฉีกขาดกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย ไม่เหลือซาก องค์ชายสี่ กับ องค์ชายแปด เห็นดังนั้นก็ตกใจ รีบสั่งให้

    สี่เซียนจอมเวทย์เข้าต้าน ส่วนทั้งสองก็ใช้แผ่นยันต์ หลบหนีหายไป

    แม้แต่เซียนราชันทั้งสองคนยังไม่รอด อีกสี่เซียนที่เหลือจะเอาอะไรมาต้าน

    ถูกพลังพายุทอร์นาโดทมิฬคลื่นพิฆาต พัดร่างสลายหายไปพร้อมกัน

    เสี่ยวเทียนเห็นรอยแผ่นยันต์หลบหนียังไม่หายไปไหนไกล เลยฉีกมิติ แล้วใช้พลังจิตยื่นมือออกไป กระชากทั้งองค์ชายทั้งสองคนกลับมา แล้วใช้ดาบเทพเจ้าตวัดดาบออกทีเดียว   ฉัวะ !!   คอทั้งสองคน ขาดกระเด็น  ไม่มีเสียงร้องใดใด บรรยากาศเงียบสนิท เสี่ยวเทียนเก็บหัวของทั้งสองคนเอาไว้ แล้วหันไปมองปากถ้ำของนกอินทรียักษ์ ที่บัดนี้นอนตาย โดยมีคราบน้ำตาคลออยู่ที่ดวงตา ใต้ปีกของมันมีไข่ของลูกมันถูกมันโอบกอดเอาไว้แน่น  เสี่ยวเทียนไปหยิบออกมามันก็ยังกอดแน่นไม่ยอมปล่อย  จนเสี่ยวเทียนต้องเอ่ยว่า

    “ ไม่ต้องห่วง ข้าจะเลี้ยงดูลูกของเจ้า ให้ดีที่สุด ต่อไปมันจะเป็นเช่น ลูกของข้าคนหนึ่ง”  พอเอ่ยจบปีกอินทรียักษ์ก็คลายตัว เสี่ยวเทียนเลยอุ้มไข่นกอินทรียักษ์ออกมา แล้วกลบฝังร่างของมันเอาไว้ใน มิติฟ้าคราม ต่อไปมันจะได้เห็นว่าอินทรีน้อยนี้จะเติบโตอย่างไร เสี่ยวเทียนให้ อินทรีเทพคอยดูแลฟักไข่ใบนี้แทนแม่ของมันที่ตายไป

    เสี่ยวเทียนกลับมาที่เพื่อนๆ พบว่าเพื่อนๆ ต่างได้สัตว์เวทย์ผู้พิทักษ์ประจำตัวกันครบทุกคน ศิษย์พี่ฟางอี้ ได้ นกเหยี่ยวมาเป็นสัตว์เวทย์ ส่วน ซุนหมิงได้ลิงน้อยน่ารักมาเป็นสัตว์เวทย์ ส่วนสี่ดรุณีสาว ได้ นกหงษ์ฟ้ามาเป็นสัตว์เวทย์เหมือนกันสี่ตัวเลย ส่วนศิษย์พี่ชิงเสีย ได้เสือดาวมาเป็นสัตว์เวทย์

    จากนั้นทั้งหมดก็เดินทางผ่านป่าสัตว์เวทย์ แล้วก็พบกับ ปราสาทคาเมล็อต ที่ตั้งตระหง่านอยู่ บนเนินเขา มีคนมากมายมาถึงแล้ว รวมถึงสำนักโมจิน ไป๋เซียง กับซามู่ ก็มาตั้งค่ายพัก รออยู่ด้านนอกยังไม่เข้าไป เพราะเห็นว่า บรรยากาศเริ่มมืดแล้ว กลุ่มของเสี่ยวเทียนเลยไปนั่งร่วมวง แล้วกินอาหาร พูดคุย เล่าเรื่องที่ผ่านมาให้กันและกันฟัง เสี่ยวเทียนยังยกขนมพายแม่มดที่ยังเหลืออยู่อีกหลายถาดมาแจกให้ทุกๆ คนกินกันด้วย

    “ มีใครเห็นคนของราชวงศ์กันบ้างไหม”  ไป๋เซียงเอ่ยถามขึ้นมา ทุกๆคน ต่างส่ายหัวกันหมด  แต่แล้วทุกคนก็หันมาหาเสี่ยวเทียน เหมือนคิดว่าเสี่ยวเทียนอาจรู้คำตอบเรื่องนี้

    “ พวกมันตายหมดแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงพวกมันหรอก” เสี่ยวเทียนพูดหน้านิ่งๆ แต่ทุกคนลอบตระหนก

    “ ศิษย์น้องเจ้าฆ่าพวกมันตั้งแต่เมื่อไร พวกเราไม่เห็นรู้เรื่องเลย” ศิษย์พี่ฟางถามด้วยความสงสัย

    “ เมื่อวาน พวกมันใช้ปืนยิง แม่อินทรี พอดีข้าได้ยินเสียงปืน เห็นแล้วทนไม่ได้เลยฆ่าพวกมันจนหมด แล้วตัดหัว องค์ชายสี่กับองค์ชายแปดมาด้วย”

    เสี่ยวเทียนไม่พูดอะไรอีก บรรยากาศเงียบสนิท ไม่แม้แต่จะได้ยินเสียงหายใจของทุกๆ คน

    “ ต่อไปพวกเราจะไม่พูดเรื่องนี้อีก ใครถามก็บอกไปตามจริง ว่าพวกเราไม่รู้ไม่เห็น” ไป๋เซียงบอกกับทุกๆ คน จะได้ไม่มีภัยมาถึงตัว

    จากนั้นทุกคนก็ลืมเรื่องเครียด แล้ว ไป๋เซียงก็เริ่มเอ่ยขึ้นมาว่า

    “ ข้อมูลของสำนักโมจินที่บันทึกเอาไว้ บอกว่า ที่นี่เป็นที่ตั้งของ พระบรมศพของกษัตริย์อาเธอร์  ราชินีกวินีเวียร์  เซอร์แลนสล็อต และ พ่อมดเมอร์ลิน

    แต่ว่าศิษย์ทุกรุ่นที่เข้ามาในปราสาทแห่งนี้ ไม่เคยมีใครเห็นโลงศพ ของทั้งสี่คนเลย ภายในปราสาท ล้วนมีของมีค่ามากมาย สิ่งของด้านในยังคงดูใหม่หมดตลอด

    ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะเก้าอี้ ช้อนชาม อุปกรณ์ตกแต่ง รูปภาพ ทุกอย่างอยู่สมบูรณ์ เพราะถูกลงอาคมเอาไว้ ไม่มีใครคว้าเอาไปได้  แม้แต้ชิ้นเดียว พรุ่งนี้มีข้อควรระวังห้ามใช้เวทย์มนตร์ทำลาย หรือ เคลื่อนย้ายข้าวของ เพราะในปราสาทมีเวทมนตร์กำกับเอาไว้ หากใครเคลื่อนย้ายหรือคิดจะขโมย จะถูกพิษโรคระบาดหรืออาจถูกเวทย์คำสาบ แล้วจะกลายเป็นสัตว์เวทย์ อยู่ในป่าอาถรรพ์ ตลอดไป”   

    “ อีกเรื่องหนึ่ง ทุกคนต้องอยู่รวมกันเอาไว้ เพราะทุกสามปี มีคนหายไปหลังจากเข้าไปในปราสาท สามในสิบคน  อาจารย์ข้าคาดเดาว่า ในปราสาทยังมีปีศาจที่ชั่วร้ายอยู่อีกตนหนึ่ง มันต้องการเลือดจอมเวทย์ แต่พวกมันจะไม่ฆ่าทั้งหมด มันจะฆ่าเพียง สามในสิบเท่านั้น มิเช่นนั้น จะไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามา  ดังนั้นในปราสาทแห่งนี้

    ยังมีไข่ทองคำ ตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ เพื่อดึงดูดผู้คน ใครโชคดีพบก็สามารถหยิบไปได้เลย แต่อย่าลืมว่าต้องระมัดระวัง ต้องรวมตัวกันเข้าไว้  ส่วนน้ำอมฤต ที่ทุกคนกล่าวขานนั้น อย่าไปหวังมาก เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครได้พบ หรือ เห็นมาก่อน บางทีอาจเป็นข่าวลวงเพื่อให้คนเข้ามาในป่าอาถรรพ์ก็เป็นได้” ศิษย์พี่ฟางอี้กล่าวเสริมให้ทุกคนได้รู้ข้อมูลก่อนเข้าไปในปราสาทคาเมล็อต

    คืนนั้นทุกคนต่างนอนพักผ่อนเพื่อที่จะเตรียมเข้าไปในปราสาทตอนเช้า

    ในปราสาทคาเมล็อต แห่งนี้ มีประตูมิติอีกแห่งหนึ่ง เป็นที่อยู่ของ เซอร์เมอร์เดส

    กับพ่อมดลาวิน ทั้งสองคนกำลังเคารพ ศพโครงกระดูก ของชายผู้หนึ่งที่นอนอยู่ในตู้กระจก

    “ท่านพ่อมดดำ  วันนี้ข้าจะทำการพลิกฟ้า สลับร่างปลุกวิญญาณ ท่านจะได้ฟื้นขึ้นมากลายเป็นพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง แล้วพวกเราก็จะออกจากดินแดนอาถรรพ์แห่งนี้ ไปเผชิญโลกภายนอก บอกชาวพิภพทั้งหลาย ว่าพวกเราคือจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่นั้นได้กลับมาแล้ว ! ” เซอร์เมอร์เดส เอ่ยกับ โครงกระดูกที่อยู่ในโลงแก้วที่ยังคงนอนนิ่งไม่ขยับ 

    “ นายท่าน พวกมันเข้ามาแล้ว”

    “ เปิดประตูภูตพราย พอพวกมันเข้ามาจนหมดก็ปิดปราสาททันที ห้ามใครเข้าออก

    สั่งภูตพรายจัดการพวกมัน แล้วส่ง หัวหน้าภูตพรายไปจับตัวเด็กหนุ่มคนนั้นมาให้ได้”  เซอร์เมอร์เดส เอ่ยสั่งจับตัวเสี่ยวเทียนมา เพื่อทำพิธียึดร่างทันที.....

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน