หลังจากที่จัดการปลาหมึกอสูรแล้วเสร็จชายหนุ่มออกตรวจสอบยังรังของมัน มันเป็นที่น่าแปลกใจมากที่ปลาหมึกอสูรตัวนี้นั้นมาทำรังอยู่บนบก ” มันผิดวิสัยของปลาหมึก “
ปราบกวาดตามองทั่วถ้ำแล้วพยักหน้าช้าๆ กับไข่ปลาหมึกจำนวนมหาศาล
“ มากมายนับล้าน “ เขาพึมพำ
“ พรึ่บ “ เพลิงสีส้มพลันปรากฏบนฝ่ามือของเขา
ชายหนุ่มวาดฝ่ามือออกไป “ ครืนน “
เพลิงสีส้มลุกโชนแผดเผาไข่ปลาหมึกอสูรอย่างรวดเร็ว เสียงไข่ปลาหมึกขนาดเท่าไข่ไก่ระเบิดดังลั่นทั่วรังของมัน
ชายหนุ่มค่อยเหยียดร่างถอยออกอย่างเชื่องช้า
เขามองเข้าไปในรังของปลาหมึกจนไข่ของมันถูกเผาไหม้จนหมดสิ้น หลังจากให้อัลตรอนสแกนเขาได้ออกสำรวจทั่วเกาะอีกครั้ง
“ เจ้านายใต้มหาสมุทรลึกลงไปสามกิโลเมตรมีกล่องไม้หนึ่งกล่องที่มีปราณพลังระเหยออกมา “ อัลตรอนเอ่ย
“ เจ้านายรายรอบกล่องไม้พบอสูรร้ายระดับสี่สูงสุดแลระดับห้าหลายตัว “ อัลตรอนเอ่ย
“ มันเฝ้ากล่องไม้รึ “ ปราบเอ่ย
“ ถูกต้อง “ อัลตรอนเอ่ย
“ จากการวิเคราะห์อสูรทะเลเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะพลังปราณที่ระเหยออกจากกล่องไม้ “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ อัลตรอนอสูรเทียมมังกรตนนั้นมันมีพลังอยู่ในระดับใด “ ปราบเอ่ยถาม
“ เจ้านายสูงมากจนไม่สามารถวิเคราะห์ได้ “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ เขาพยักหน้าช้าๆ
“ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง
“ ไป “ เขากระโดดลงไปในมหาสมุทรแล้วดำดิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว
ยิ่งผ่านความลึกลงไปมากเท่าใดแรงกดดันใต้มหาสมุทรก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ร่างที่แข่งแกร่งของชายหนุ่มถูกบีบรัดทั่ว เขาแทบจะหายใจใต้น้ำลำบาก แต่ก็ยังคงพอประคับประคองได้อยู่
แรงกดดันที่มากขึ้นตามความลึกของมหาสมุทรทำให้ชายหนุ่มลำบากมิน้อยกว่าจะมาถึงระยะหนึ่งกิโลเมตร เขารั้งกายไว้แล้วกรอกโอสถฟื้นฟูลงไปอย่างรวดเร็ว
“ หากยังเป็นเช่นนี้เห็นทีไม่สามารถลงไปยังกล่องไม้นั่นได้ “ ปราบเอ่ย
“ อสูรทะเลเหล่านั้นน่ากลัวจะมีกายาที่แข็งแกร่งมิอาจสูได้เป็นแน่ “ ปราบเอ่ย
“ หากสู้ในสภาพเช่นนี้มีหวังตกเป็นอาหารของพวกมัน “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ กลับไปที่สำนักหยินหยางแล้วเดินไปให้ถึงยอดพีรามิดหลอมกายา เมื่อถึงเวลานั้นค่อยมา “ ปราบเอ่ย
“ ไป “ เขาทะยานร่างขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มเร่งกลับไปที่สำนักหยินหยางในทันใดพลังจากที่ขึ้นมาจากมหาสมุทรได้
ชายหนุ่มใช้เวลาราวสามชั่วโมงจึงมาถึงยังสำนักหยินหยางที่เชียงใหม่แล้วเข้าฝึกที่พีรามิดหลอมกายา
ในแต่ละวันเขาเดินไต่ขั้นบันไดได้เพียงวันละหนึ่งขั้น เมื่อขึ้นมาถึงขั้นใหม่เขาก็ต้องทิ้งร่างลงนั่งเพื่อปรับฐานพลัง แล้วเมื่อพร้อมเขาก็จะออกเดินอีกครั้งแลทิ้งร่างลงนั่ง เป็นเช่นนี้วนไปเรื่อยจนถึงยังยอดพีรามิด
“ เพียงก้าวเดียว “ ชายหนุ่มพึมพำ
เขาสูดหายใจเข้าลึก แล้วก้าวเท้าแตะลงยังยอดพีรามิด
“ วู๊มม “ มวลอากาศพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง
“ อือ “ ชายหนุ่มพลันสะท้านทั่วกาย
“ วู๊มม “ พลันปรากฏปราณพลังเข้าห่อหุ้มกายาของเขาราวกับดักแด้หนอนไหม
ผู้คนมากมายที่เฝ้ามองต่างสูดหายใจเข้าลึกกับชายหนุ่ม พวกเขามองแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าเพราะกายาของชายหนุ่มนั้นเข้าขั้นคำว่าเป็นเลิศ พวกเขาได้ยินว่าชายหนุ่มฝึกฝนกายาตั้งแต่แรกเริ่มกายาของเขาจึงแข็งแกร่งทั้งยังทรงพลัง
“ คงต้องเริ่มฝึกวิธีอื่นก่อน ที่นี่หนักเกินไป “
“ ใช่ คงต้องกลับไปกลืนโอสถหลอมกายาขั้นแรกเสียก่อน “
“ ไปเถอะไว้หลอมกายาครบสามขั้นค่อยมาที่นี่ “
ผู้คนมากมายต่างถอดใจแล้วออกจากพีรามิดอย่างรวดเร็ว
ณ ดินแดนที่แสนไกล
“ อืม “ ชายชราผู้หนึ่งพยักหน้าช้าๆเมื่อมองยังแท่นอันดับ
เขามองยังตัวอักษรที่ปรากฏ “ ปราบพิภพ “ ชายชราพึมพำ
“ กายาขั้นต่ำสุดอันดับหนึ่งสถิติใหม่ “ เขาเอ่ย
“ ใช้เวลาน้อยที่สุดอีกสถิติ “ เขาพยักหน้าช้าๆ
“ ขึ้นสู่ยอดพีรามิดด้วยพลังขั้นหลอมรวมกายาระดับสี่นี่ก็อีกสถิติ “ ชายชราเอ่ย
“ อายุน้อยที่สุดนี่ก็อีกหนึ่ง “ เขาเอ่ย
“ ไอ้หนุ่มนี่ฝึกฝนยังไง ทั้งๆที่โลกของมันนั้นพลังฟ้าดินต่ำที่สุด รากฐานพลังของโลกก็ยังต่ำที่สุด “ ชายชราเอ่ย
“ ยอดอัจฉริยะ คงไม่เกินเลยถ้าจะพูดคำนี้ “ ชายชราเอ่ย
“ ตูมม “ พลังปราณของเขาระเบิดออกอย่างรุนแรง
“ ครืนน “ พลังปราณที่บ้าคลั่งทำเอาห้วงมิติสั่นสะเทือน
“ ระดับห้าแล้ว “ ชายหนุ่มพึมพำ
เขาทะยานร่างออกจากพีรามิดแล้วไปยังทางออก
ชายหนุ่มเดินออกมาอย่างผาเผยแล้วหันรีหันขวางก่อนที่จะไปยังวิหารโอสถ
หลังจากเลือกรางวัลและแลกของแล้วเสร็จ ชายหนุ่มเร่งไปยังนครราชสีมาเพื่อเอาปืนฉมวกกับพี่สาวของเขา
หลังจากเตรียมอุปกรณ์ครบ ชายหนุ่มมุ่งหน้าไปยังเกาะแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงชายหนุ่มดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรอย่างรวดเร็ว
ระยะหนึ่งกิโลเมตรแรกนั้นแรงกดดันของมหาสมุทรไม่ได้มีผลต่อเขาเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อเข้าสู่สองกิโลเมตรแรงกดดันจึงเริ่มปรากฏแต่ก็น้อยมากมากเสียจนมันไม่ได้ส่งผลใดต่อกายาของเขา
เมื่อเข้าสู่สามกิโลเมตรกายาของชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอีกระดับทำเอาเขาเริ่มติดขัดอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ส่งผลใดมากนัก
ชายหนุ่มมองยังฝูงอสูรทะเลที่ลอยตัวเวียนวนรอบกล่องไม้สีดำที่มีพลังปราณสีทองระเหยออกมา
“ มันต้องเป็นโอสถที่เหนือจินตนาการเป็นแน่ เพียงพลังปราณที่ระเหยออกมาถึงกับสามารถเลื่อนระดับอสูรเหล่านี้ได้มากมาย
“ มันมีโอสถใดบ้างที่เหนือชั้นขนาดนี้ “ เขาพึมพำ
“ เจ้านายในบันทึกโบราณที่ถอดรหัสระบุว่าโอสถที่เปล่งแสงสีทองเห็นจะมีเพียงโอสถจักรพรรดิ “ อัลตรอนเอ่ย
“ โอสถจักรพรรดิ “ เขาพึมพำ
“ พี่สาวข้าเคยเล่าให้ฟังว่าโอสถจักรพรรดินี้เป็นสุดยอดโอสถที่ใช้ทะลวงขั้นพลังก้าวเข้าสู่จักรพรรดิแห่งจอมยุทธ มันเป็นดั่งฝันของผู้คนในสมัยโบราณที่ใคร่หมายปอง “ ปราบเอ่ย
“ ใช่ เพราะมันเปี่ยมล้นไปด้วยพลังปราณที่มากมายมหาศาล มันเปี่ยมล้นไปด้วยพลังวิญญาณที่กล้าแกร่ง มันเปี่ยมล้นไปด้วยพลังชีวิตที่สุดแสนบริสุทธิ์ “ อัลตรอนเอ่ย
“ ฮื่อห์ “ เขาถอนหายใจออกกอย่างแรง
ชายหนุ่มเรียกปืนฉมวกออกมาแล้วบรรจุศรเหล็กลงไป เขาแผ่พลังปราณเข้าสู่ปืนฉมวก
“ ฟื้ว “ ศรเหล็กพุ่งทะยานเข้าหาอสูรทะเลอย่างรวดเร็ว
แต่ก็ยังช้ากว่าอสูรทะเลตนเหนึ่งที่พุ่งเข้ามา
“ มิได้เรื่อง “ ชายหนุ่มพึมพำ
เขาวาดมือเรียกกระบี่ของเขาออกมาแล้ววาดออกในทันใด “ ฝุบ “ คมกระบี่กรีดผ่ามวลน้ำที่หนาแน่นพุ่งเข้าหาอสูรทะเลตนนั้น
“ ตูมม “ ร่างของมันระเบิดออก เลือดอสูรพลันกระจายไป
ชายหนุ่มมองยังเหล่าอสูรนักล่าเช่นฉลามที่พุ่งเข้ามาตามกลิ่นเลือดอย่างรวดเร็ว
เขาวาดมือสะบัดกระบี่ออกสุดแรง “ ฝุบ “ คมกระบี่ฝ่าสิ่งกีดขวางเข้าหาฉลามอสูรอย่างรวดเร็ว
มันอ้าปากกว้างออกหมายจะกัดกินคมกระบี่ของชายหนุ่ม
แต่มันคิดผิดเมื่อปากของมันงับลง “ ครืด “ คมกระบี่ผ่าร่างของมันออกเป็นสองในทันใด
ปราบพยักหน้าช้าๆกับรากฐานพลังที่แข็งแกร่งแลพลังปราณที่เหนือล้ำ