ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃

    ตอนที่ 30 ราวกับจมลงไปในน้ำ


            ฮองเฮาเสวยเพียงอย่างละคำก็หยุดจากนั้นประทับนิ่ง ดื่มชา มองลงมาจากบัลลังก์หงส์

            เมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วพระนางจึงเสด็จกลับ

            ทันทีที่เงาราชรถลับสายตาโถงพิธีที่เคยตึงเครียดก็คลายลงราวกับสายพิณถูกปล่อย เหล่าสตรีเริ่มลุกจากที่นั่งเดินชมสวนหลวงเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย

            หม่าหมัวมัวกับเฉินหลิงออกมาจากห้องข้างโถงตำหนักมองหาพระชายาฮั่นอ๋องท่ามกลางผู้คน โถงกว้างขึ้นเรื่อยๆ แต่ไร้เงาเจ้านายของตน

            หัวใจหม่าหมัวมัวหล่นวูบ

            “เห็นฮั่นหวางเฟยหรือไม่”นางรีบถามนางกำนัลที่เดินผ่านมา

            อีกฝ่ายชะงักไปครู่หนึ่ง “ฮั่นหวางเฟยออกไปจากโถงนานแล้วเจ้าค่ะเห็นว่าจะไปห้องเปลี่ยนฉลองพระองค์”

            สองสาวใช้หน้าซีดเผือดทันที ทั้งคู่รีบออกจากโถงยังไม่ทันไปได้ไกลเสียงกระซิบก็ดังแทรกมาตามลม

            “ได้ยินหรือไม่”

            “มีสตรีฝ่ายใน…” เสียงลดต่ำลง “ข้ามประตูออกไปพบบุรุษฝ่ายนอก”

            ฝีเท้าของสตรีที่เดินชมสวนชะงักพร้อมกัน

            “ว่าอย่างไรนะ”

            “นางกำนัลไปเจอเข้า…กอดกันอยู่หลังต้นไม้”

            ความเงียบแผ่ซ่าน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเคลื่อนไหว

            เหล่าสตรีสูงศักดิ์ต่างหันไปทางประตูเชื่อมฝ่ายนอกฝ่ายในโดยไม่ต้องนัดหมาย

            “เมื่อครู่…สาวใช้ของฮั่นหวางเฟยกำลังตามหานางอยู่มิใช่หรือ…”

            ประโยคนั้นเบาราวขนนก แต่ตกลงกลางวงเหมือนหินทุ่มน้ำข่าวเสียหายที่เกิดจากเนื้อหาในนิยายที่แต่งขึ้นเพื่อทำลายชื่อเสียงของฮั่นหวางเฟยเพิ่งผ่านไปได้ไม่นานแม้จะได้รับการพิสูจน์ต่อสาธารณชนแล้วทว่าในสายตาของสตรีชนชั้นสูงเหล่านี้กลับไม่สำคัญอะไรเลย ขอเพียงมีเชื้อไฟใหม่ปะทุขึ้นพวกนางก็พร้อมจะเชื่อและร่วมชมความสนุกคึกครื้นได้ทุกเมื่อ สายตาหลายคู่จึงวาววับขึ้นทันทีฝีเท้าก้าวเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว

            จางลั่วหลินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม นางค่อยๆยกชายแขนเสื้อขึ้นปิดริมฝีปาก ดวงตาหลุบต่ำ รอยยิ้มบางจางซ่อนอยู่ในเงาผ้า

             

            ฝั่งบุรุษยังคงดื่มกินอย่างสุขุมฮ่องเต้เสด็จกลับแล้ว จึงเหลือรัชทายาทที่ยังคงนั่งเด่นประดุจประธานงานเลี้ยงที่ทุกคนยังคงเหลือบมองด้วยความเกรงใจ

            จูเกาเซวียนคีบเต้าหู้ตุ๋นเย็นชืดขึ้นมาใส่ปากเคี้ยวช้าๆอย่างไร้รสชาติ ใจนึกถึงเกี๊ยวอุ่นร้อน รสกลมกล่อมที่ได้กินก่อนมา พลันนึกถึงคนทำ จึงเกิดความคิดว่าจะไปรับนางตอนนี้เลยดีหรือไม่

            เสียงเดินของเวรยามด้านนอกหนาแน่นกว่าปกติไม่นานก็มีขันทีมากระซิบรายงานองค์รัชทายาท

            จูเกาซีเลิกคิ้วสายตาเลื่อนมาจับจ้องฮั่นอ๋อง

            เป็นเวลาเดียวกันกับที่จางเจี้ยนเดินเข้ามากระซิบรายงาน“หวางเฟยหายตัวไปจากงานเลี้ยงฝ่ายในขอรับ”

            ตะเกียบในมือจูเกาเซวียนหยุดกลางอากาศ“เจ้าว่าอะไรนะ”

            เสียงของเขาเบา แต่ทำให้อากาศรอบโต๊ะเย็นลง

            จางเจี้ยนรายงานเสียงแผ่วลง“มีคนจับบุรุษกับสตรีคู่หนึ่งได้ใกล้ประตูฝ่ายใน...”

            ร่างสูงผุดลุกขึ้นทันใดส่งผลให้โต๊ะสั่นไหวเสียงถ้วยกระทบกันดังเบาๆ เขาเลื่อนสายตาไปทางองค์รัชทายาทเห็นสีหน้าตกใจของอีกฝ่าย หัวใจของเขาก็บีบรัด รีบเร่งฝีเท้าจากไปอย่างเร่งร้อน

            บอกตัวเองว่าต้องไม่รีบร้อนตัดสินนางเขาเคยตัดสินนางจนผิดพลาดมาแล้ว ทว่าในอกของเขากลับร้อนรุ่มราวกับมีน้ำมันเดือดถูกต้มอยู่ในนั้น

            ข้างกำแพงใกล้ประตูเชื่อมฝ่ายใน ผู้คนเบียดเสียดล้อมมุงกันแน่นแม้จะมีขันทีกางแขนกั้นแต่สายตาทุกคู่ก็ยังพยายามแทรกผ่านช่องว่างเข้าไปเห็นเพียงแผ่นหลังของบุรุษผู้หนึ่งยืนกางแขนปกป้องสตรีที่ทรุดกายอยู่ด้านหลัง

            เมื่อฮั่นอ๋องมาถึง ฝูงชนก็แหวกออก

            ความเงียบกดทับลงมายิ่งได้ยินเสียงหัวใจเต้นอย่างชัดเจน

            สีหน้าของจูเกาเซวียนเรียบเฉย เรียบจนเหมือนแผ่นน้ำแข็งสายตาของเขาจับจ้องแผ่นหลังของบุรุษผู้นั้น มือที่อยู่ใต้แขนเสื้อกำแน่น

            วูบหนึ่งนั้น...ใจเขานึกอยากดึงธนูออกมายิงมันให้ตายในศรเดียว

            ดวงตามุ่งร้ายของเขาฉายประกายวาบขึ้นและสงบลงในพริบตาฮั่นอ๋องสะบัดแขนเสื้อแรงๆ จากนั้นไพล่มือไว้ด้านหลังกำชายแขนเสื้อแน่นขณะเดินเข้าไป

            “ที่นี่คือพระราชฐาน” เสียงของเขาไม่ดังแต่ทุกคนก็ได้ยินชัด “ไม่ใช่ที่ให้ทำเรื่องต่ำช้า”

            สายตาของเขากวาดผ่านฝูงชน“และไม่ใช่ที่ปล่อยข่าวลือ ก่อนจะรู้ความจริง”

            “แยกย้ายออกไปให้หมด!”

            สิ้นคำสั่งทหารราชองครักษ์ก็เข้าควบคุมสถานการณ์ทันที

            จางลั่วหลินยืนมองภาพนั้นจากด้านหลังสายตาของนางแรงร้อนด้วยเพลิงกลุ่มหนึ่ง นางบีบด้ามพัดแน่นก่อนจะรีบถอนสายตากลับมาพูดเสียงเบา...แผ่ว...ราวกับเสียงถอนหายใจ

            “หวังว่าจะเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดหาไม่คงเสื่อมเสียกันไปหมด”

            พูดจบนางก็หมุนตัวเดินปะปนไปกับกลุ่มคนทว่าคำพูดของนางลอยไปไกลกว่าที่ควร ฝีเท้าของสตรีที่เดินนำอยู่ชะงักลงเล็กน้อยบางคนเหลียวกลับไปมองยังที่เกิดเหตุอย่างเสียดาย

            ขอเพียงได้เห็นหน้าสตรีผู้นั้นสักชั่วขณะหนึ่งก็ยังดีแต่ดูจากท่าทางของฮั่นอ๋องแล้ว...เห็นทีสตรีที่อยู่ตรงนั้นคงจะไม่ใช่ใครอื่น

             

            จูเกาเซวียนเดินไปทางบุรุษผู้นั้นยิ่งใกล้เสียงสะอื้นของสตรีก็ยิ่งดังชัด หัวใจของเขาดิ่งลงที่ลึกกว่านั้นคือความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในอก ราวกับถูกคนฉีกกระชากอย่างแรง

            เขาชะงักฝีเท้าเหมือนกำลังหวาดกลัวที่จะได้รู้ความจริง

            เขาคิดว่าจะไม่ตัดสินนางแต่หากชายผู้นี้คือคนที่นางมีใจให้จริงๆ เล่า ไม่ใช่นางเคยพูดไว้หรอกหรือนางพร้อมจะแยกทางกับเขา หากได้พบเจอคนที่รัก

            ไม่รู้โทสะหรือความเสียใจที่มากมายกว่ากัน

            มันท่วมท้นอยู่ในอกแทบจะระเบิดออกมาในฝ่ามือเดียว

            หากเป็นนางจริงเขาจะรั้งมือตนเองได้หรือไม่

            เขาจะไม่มีวันทำร้ายนางแต่บุรุษชั่วช้าผู้นั้นอย่าได้หวังจะมีลมหายใจจนถึงวันพรุ่งนี้!

            ฮั่นอ๋องพยายามข่มความรู้สึกที่โหมไหม้รุนแรง

            ความปรารถนาที่อยากจะฆ่าคนช่างรุนแรงนัก

            ทันใดนั้นกลุ่มสตรีที่กำลังเดินกลับฝ่ายในก็สะดุดคนเบียดเสียดกันอยู่บริเวณหน้าประตูไม่สามารถเดินหน้าต่อได้

            ครู่ต่อมาก็มีเสียงซุบซิบประหลาดใจของสตรีที่อยู่ด้านหน้าดังขึ้น

            ขณะที่ผู้คนตกอยู่ในความสับสน เสียงประกาศของขันทีก็ดังขึ้น

            “ฮองเฮาเสด็จ!”

            จูเกาเซวียนขมวดคิ้วแววตาของเขามืดครึ้ม ลมหายใจติดขัดในอก ราวกับคนที่กำลังจมลงไปในน้ำอย่างช้าๆ

            หากฮองเฮาสอดมือเข้ามายุ่ง

            เขา...จะปกป้องนางได้อย่างไร!

             

    จบเล่ม 1

    คล้ายกับเรื่องย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃 ที่คุณอ่าน