[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    27 แข่งขัน

    ตู้ม~!


    บรึ้ม~!


    เสียงการโจมตีของมอนสเตอร์จำลองดังสะเทือนไปทั่วห้อง การฆ่าของแอชเชอร์ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆภายในห้องจำลอง พร้อมกับมีการแจ้งเตือนถึงแต้มจากการฆ่าที่เด้งขึ้นเป็นช่วงๆ โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้นอกห้องมีคนมากมายกำลังจับตามองเขาที่กำลังใช้งานห้องจำลองการต่อสู้ 


    “เด็กคนนี้แข็งแกร่งมาก แม้ร่างของเขาจะเหมือนไม่มีแรงเขากลับสามารถหาจังหวะได้ดี”


    “ใช่ ดูการเคลื่อนไหวพวกนั้นสิ เขาขยับเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองหลบการโจมตี มันเป็นการเคลื่อนไหวที่เสี่ยงมาก เขากลับใช้งานได้ทุกๆครั้ง ไม่มีครั้งไหนที่การเบี่ยงตัวหลบของเขาถูกโจมตี”


    เหล่าทหารเริ่มจับกลุ่มกันมองดูการต่อสู้ของแอชเชอร์ พวกเขาล้วนชื่นชมวิธีการต่อสู้ของแอชเชอร์ที่ดูจะเสี่ยงตายไปหน่อย แต่ความเสี่ยงที่พวกเขาอยากเห็นกลับไม่เกิดขึ้นเลยสักนิดเดียว แอชเชอร์ยังคงหลบมอนสเตอร์ 3 ดาวได้ทุกครั้งที่พวกมันคิดจะโจมตีเขา 


    การต่อสู้ของแอชเชอร์จากมุมมองของเหล่าทหารในค่ายพิเศษนี้ มันไม่ใช่การต่อสู้ที่ดุดัน ไม่มีการปะทะกันซึ่งๆหน้าระหว่างแอชเชอร์กับมอนสเตอร์ เป็นการต่อสู้เน้นหลบหลีกและหาช่องว่างเข้าไปโจมตีจุดอ่อนมอนสเตอร์เสียส่วนใหญ่เหมือนกับคนที่ใกล้ตายพยายามหาทางเอาชีวิตรอด


    แม้ทุกคนจะมองดูว่ามันง่ายดาย  การจะแทงให้แม่นยำและเคลื่อนไหวไปยังจุดอ่อนของมอนสเตอร์ที่เปิดให้เห็นเป็นเรื่องยาก ไม่เพียงเท่านั้นมอนสเตอร์ที่ปรากฎออกมาบางตัวก็ยังยากที่จะเข้าใกล้จุดอ่อน แอชเชอร์กลับมีวิธีการบังคับให้มันเปิดจุดอ่อน จนทุกคนยืนอึ้งไม่คิดว่านักเรียนที่พึ่งเข้ามาใหม่จะรู้วิธีการฆ่ามอนสเตอร์มากมายขนาดนี้


    ฉั๊วะ~!


    เวลา 2 ชั่วโมงที่ตั้งระบบเอาไว้จบลงไป มอนสเตอร์ตัวสุดท้ายที่กำลังจะถูกฆ่าค่อยๆสลายหายไป เมื่อรู้ว่าเวลาหมดก่อนที่จะได้ฆ่าตัวสุดท้ายแอชเชอร์ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจแล้วพาร่างกายอันหนักอึ้งของเขากลับไปห้องนอน พรุ่งนี้เช้าเขาจะต้องได้รับการปรับพื้นฐานเพื่อทำงานร่วมทีมกับเพื่อนคนอื่นๆ


    แต่แล้วเมื่อประตูห้องจำลองการต่อสู้ของเขาเปิดออก บนใบหน้าของแอชเชอร์ก็ปรากฎความสงสัย หลังจากเขาเห็นคนมากมายกำลังยืนมุงดูหน้าจอที่ติดเอาไว้หน้าห้องของเขา มันเป็นหน้าจอที่แสดงการต่อสู้ของเขาที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ดูเหมือนว่าการต่อสู้ข้างในและการฉายภาพจะมีการดีเลเล็กน้อยเพราะจอภาพด้านนอกพึ่งจบการต่อสู้ลงไป


    “ไอ้หนู แกอายุเท่าไหร่”


    หนึ่งในทหารถามแอชเชอร์ด้วยความสงสัย ความสูงของร่างกายแอชเชอร์นับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ต่างจากทหารคนอื่นๆ เพียงแต่ใบหน้าและผิวของเขาดูเด็กกว่าทหารทุกๆคนในที่แห่งนี้


    “ผมอายุ 15 ปีครับ”


    เมื่อทุกคนได้ยินคำตอบจากแอชเชอร์ พวกเขาต่างอึ้งมากกว่าเดิมเพราะแอชเชอร์เป็นเพียงเด็กอายุ 15 ปีเท่านั้น การที่เด็กอายุ 15 ปีสามารถรีดประสิทธิภาพร่างกายให้สูงได้เท่ากับทหารอายุ 20 ปีขึ้นไปเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะยังติดปัญหาเรื่องมวลของกระดูกและกล้ามเนื้อ  แอชเชอร์ที่เห็นทุกคนหันไปสนใจกับจอที่กำลังย้อนกลับไปดูการต่อสู้ของเขาอีกครั้งหนึ่ง เขาจึงพยายามทำตัวปกติแล้วรีบกลับห้องพัก ตอนนี้ร่างกายของเขาเจ็บปวดมากจากการฝืนตัวเอง


    “นายชื่ออะไร”


    ระหว่างเดินทางกลับห้องพักแอชเชอร์ได้มองไปยังชายที่เข้ามาทักทาย จากการสำรวจทำให้แอชเชอร์รู้ว่าชายที่เข้ามาชื่อมอแกนอายุ 19 ปี เป็นผู้ที่สามารถซิงโครไนซ์ระดับ S และเข้ามาฝึกในค่ายพิเศษเหมือนกันกับเขา


    “แอชเชอร์”


    “ฉันมอแกน ยินดีที่ได้รู้จัก ต่อจากนี้ไปเรามาแข่งกัน” 


    แอชเชอร์แสดงหน้าตางุนงงเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงต้องแข่งกับชายคนนี้ แต่เขาก็พอจะรู้วิธีของพวกสมองกล้าม ที่เคยเห็นในชีวิตก่อนผ่านตัวของนักเรียนหลายคนที่เขาเคยสอนมา


    “ไม่ล่ะ ขอโทษด้วย นายไปท้าระดับ S อีกคนเถอะ ฉันไปก่อนร่างกายฉันต้องการการพักผ่อน”


    แอชเชอร์เดินจากไปปล่อยให้มอแกนยืนอยู่ที่เดิม แต่แล้วเขากลับได้ยินเสียงร้องตะโกนตามหลังจนทำให้เขารู้สึกว่าการฝึกน่าจะวุ่นวายมากกว่าเดิมอย่างแน่นอนเพราะมอแกนกำลังจะทำให้การฝึกของเขากลายเป็นเรื่องใหญ่โต


    “ไม่เป็นไร งั้นฉันจะทำลายสถิติของนายทุกอย่างเอง”


    มอแกนเริ่มเข้าไปในห้องจำลองการฆ่ามอนสเตอร์เพื่อทำลายแต้ม 105 ที่แอชเชอร์ทำเอาไว้ ตอนนี้มันเป็นแต้มสูงสุดที่นักเรียนใหม่ทำเอาไว้ การที่มันเป็นแต้มสูงสุดก็เพราะว่านักเรียนใหม่พึ่งมีแอชเชอร์เข้าใช้งานเครื่องจำลอง


    “ให้ตายสิ หวังว่าพรุ่งนี้มันจะฟื้นตัวทันนะ”


    วันนี้นับเป็นวันแรกที่แอชเชอร์ออกกำลังกายและฝึกซ้อมหนักเป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลาการฝึกที่ผ่านมา เขาต้องฝึกซ้อมและถูกลงโทษพร้อมกับเพื่อนๆ ทำให้เขาเหลือพละกำลังที่ยังไม่ได้ใช้ครึ่งหนึ่งทุกๆวัน การจะเผาผลาญมันแอชเชอร์ต้องแอบวิดพื้นในห้องของเขาจนกว่าจะรู้สึกเหนื่อย  มาวันนี้ทุกอย่างกลับต่างออกไป เขาสามารถออกกำลังกายอย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องแอบเหมือนเดิม


    ตึง~!


    ร่างกายอันหนักอึ้งทิ้งตัวลงไปนอนบนพื้นก่อนจะหลับไปแอชเชอร์ไม่กล้าขึ้นเตียงเพราะมันจะทำให้เหงื่อของเขาติดเตียง


    —-----------------------------


    “ไม่เลว เด็กปีนี้ดูเหมือนจะฝึกง่ายกว่าปีก่อน”


    ครูฝึกมองไปยังห้องจำลองการต่อสู้พลางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงพอใจ สิ่งที่เขากำลังเห็นคือเด็กหนุ่มคนหนึ่งพึ่งอายุ 19 ปี ทำคะแนนในห้องจำลองได้ถึง 75 แต้มจากการฆ่ามอนสเตอร์ที่คอมพิวเตอร์จำลองมาให้ ถึงแม้เขาจะยังไม่มีสกิลใดๆ การต่อสู้ของเขาที่เกิดขึ้นกลับให้ผลที่น่าพอใจ การใช้ดาบนับว่ามีความเชี่ยวชาญพอสมควร ถึงเขาจะต้องจบคะแนนเอาไว้ที่ 75 เพราะถูกฆ่าตายก็ตาม อย่างไรมันก็เป็นแต้มที่เยอะสำหรับนักเรียนที่ยังไม่มีสกิล


    แต่เมื่อเทียบกับนักเรียนอีกคนที่เข้าไปในห้องจำลองการต่อสู้แล้ว ยังดูมีความห่างชั้นกันอยู่มาก ถึงแอชเชอร์จะใช้งานสกิลหลบหลีกได้ก็ตาม มันกลับไม่น่าจะทำให้แต้มของเขาทิ้งห่างจากเพื่อนไปมากขนาดนี้ ทำให้ครูฝึกมองจ้องแอชเชอร์ให้ดีกว่าเดิม เพื่อดูการใช้งานดาบและมีดที่ถือในมือคนละข้าง มันเป็นวิธีการใช้งานที่ต่างจากทหารหลายคน


    เนื่องจากว่าภายในค่ายฝึกพิเศษทุกคนจะเลือกอาวุธที่ถนัด หากเป็นดาบพวกเขาจะจับสองมือเพราะให้พลังทำลายที่มากกว่า พวกเขาต่อสู้กับมอนสเตอร์จึงต้องใส่แรงเต็มกำลัง ส่วนการใช้มีดพวกเขาจะถือสองมือเน้นใช้ความเร็วเข้าก่อกวน อาวุธอย่างอื่นล้วนก็ใช้งานสองมือไม่ได้ถือคู่อย่างละชนิดเหมือนแอชเชอร์


    การต่อสู้ของเขาไม่เหมาะกับมอนสเตอร์ มันเหมาะกับการปะทะกันระหว่างมนุษย์มากกว่า ด้วยการใช้ดาบฟันระยะไกล ใช้มีดฟันระยะใกล้ทั้งใช้ป้องกัน ทำให้ศัตรูที่ต่อสู้ด้วยนั้นต้องรับมือกับเขาด้วยความยุ่งยากเพราะต้องคอยระวังระยะของอาวุธทั้ง 2 ที่ต่างกัน แต่การใช้ดาบและมีดของแอชเชอร์ตลอดการต่อสู้ในห้องจำลองที่ผ่านมานั้น มันกลับใช้งานกับมอนสเตอร์ได้ดี


    มีดในมือซ้ายของแอชเชอร์จะเป็นสิ่งที่ใช้ยึดจับกับมอนสเตอร์ด้วยการแทงเข้าไปในผิวหนังหนาๆของมันจากนั้นเขาก็ใช้มีดเป็นจุดเหวี่ยงร่างกายให้เข้าไปหาจุดอ่อน สุดท้ายเขาจะปิดฉากด้วยดาบฟันไปยังจุดอ่อนของมัน ซึ่งการใช้งานมีดยึดเกาะไปบนร่างของมอนสเตอร์ของแอชเชอร์นั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเขาล่อลวงและหลอกล่อรวมไปถึงบังคับให้มอนสเตอร์เปิดจุดอ่อนของมันออกมา หากเขาไม่เห็นจุดอ่อนมีดในมือของเขาจะไม่ปักลงไปในร่างของมอนสเตอร์เพื่อเหวี่ยงเขาไปยังจุดที่ต้องการเข้าหาจุดอ่อน


    —---------------------------


    “อาห์ ”


    แอชเชอร์ตื่นเช้าพร้อมกับความสดชื่น เช้านี้เขาไม่จำเป็นต้องตื่นด้วยเสียงนกหวีด สิ่งที่คนในตึกแห่งนี้ทำคือรับผิดชอบตัวเอง ตื่นเช้า ออกกำลังกาย อาบน้ำ แล้วออกไปทำหน้าที่ที่ตัวเองได้รับ วันนี้แอชเชอร์ไม่มีอะไรมาก เขาต้องไปปรับพื้นฐานการทำงานเป็นทีมกับเพื่อนใหม่ในช่วงเช้าจึงรีบอาบน้ำสวมใส่ชุดฝึกซ้อมของนักเรียนแล้วออกไปรวมกันกับทุกๆคน


    “นี่ หลายคนเริ่มเข้าไปในเครื่องจำลองแล้วนะ”


    “ทำไมต้องรีบด้วยล่ะ ในเมื่อเรายังมีเวลา”


    แอชเชอร์ที่เดินออกมาจากห้องพักจนมาถึงสนามหญ้าหน้าตึกที่ครูฝึกนัดหมายให้พวกเขาเดินทางมารวมตัวกัน เขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยของนักเรียนราว 10 คนกำลังแสดงท่าทางเบื่อหน่ายกับการแข่งขันที่เริ่มขึ้นจากเหล่านักเรียนด้วยกันเอง โดยการแข่งขันที่ว่ามันไม่ใช่การแข่งขันอย่างเป็นทางการ เพียงแต่มันเป็นการแข่งเพื่อศักดิ์ศรีของพวกเขาด้วยการต่อสู้กับมอนสเตอร์ในห้องจำลองการต่อสู้ 


    ใครก็ตามที่มีคะแนนสูงสุดจะถูกมองว่าเป็นคู่แข่ง จากการพูดคุยทำให้แอชเชอร์ดูเหมือนว่าสิ่งที่นักเรียนทำจะเหมือนกับการเล่นเกม ยิ่งคะแนนสูงเท่าไหร่พวกเขาก็เต็มไปด้วยความดีใจ ทั้งๆรางวัลที่ได้ไม่มีอะไรเลยนอกจากการนำแต้มมาโอ้อวดกัน


    “เอาล่ะมากันครบทุกคนแล้วสินะ ฉันเบเยอร์ ยินดีที่ได้รู้จักต่อจากนี้ไปจะมาเป็นครูฝึกของพวกนายทั้ง 54 คน”


    ไม่มีความกดดัน ทุกๆอย่างล้วนอยู่ในความสบายไม่ตรึงเครียดต่างจากบรรยากาศครูฝึกที่แอชเชอร์เคยสัมผัส อย่างไรก็ตามการที่ครูฝึกไม่แสดงท่าทางดุดันออกมาดูท่าจะเป็นเพราะที่นี่เน้นพูดคุยด้วยเหตุและผล การฝึกตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาแต่ละคนคงจะรู้จักกฎระเบียบและวิธีปฎิบัติตัวอย่างเคร่งครัดแล้วจึงไม่จำเป็นต้องกระแทกแดกดัน


    “เราจะแบ่งกันออกเป็น 3 กลุ่ม ภายในช่วงที่พวกนายอยู่ในค่ายฝึกนี้ กลุ่มที่แบ่งออกไปจะเป็นกลุ่มที่พวกนายต้องทำงานร่วมกัน โดยการแบ่งจะเป็นการสุ่ม ถึงอย่างนั้นระดับ S จะไม่ได้สุ่มเพราะพวกเขาจะต้องอยู่คนละกลุ่ม”


    หลายคนสงสัยว่าทำไมระดับ S ถึงถูกแยกออกไปคนละกลุ่ม แต่เมื่อครูฝึกอธิบายถึงหลักสูตรที่พวกเขาจะต้องทำในค่ายฝึกทุกคนต่างเครียด


    “การที่ฉันแยกระดับ S ออกจากกันก็เพราะว่าต่อจากนี้ไป ค่ายฝึกจะใช้งานระบบแข่งขัน ในแต่ละวันกลุ่มไหนที่ทำคะแนนได้ดีจากการประเมินของพี่เลี้ยง ทางเราจะมีรางวัลให้”


    การนำรางวัลมามอบให้กับผู้ที่ชนะ แอชเชอร์ก็เคยทำ มันเป็นวิธีการฝึกที่ได้ผลดีเพราะทุกๆคนมองเห็นสิ่งที่จะได้หากพวกเขาได้อันดับตามที่ครูฝึกจัดเอาไว้


    “รางวัลนั้นก็คือเนื้อ ต่อจากนี้ไปอาหารของพวกนายทุกๆกลุ่มจะประกอบไปด้วยผัก สามารถเติมได้ตามที่พวกนายต้องการ หากไม่อิ่มและกลัวจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอทางเรามีแคปซูลอาหารให้ แต่หากกลุ่มใดได้รับการประเมินในแต่ละวันว่ามีคะแนนที่สูงเป็นอันดับ 1 กลุ่มนั้นจะได้รับเมนูเนื้อไปกิน เอาล่ะฉันจะสุ่มการจัดกลุ่มให้กับพวกนายเดี๋ยวนี้ ตอนเช้าเราจำเป็นต้องปรับพื้นฐาน ช่วงบ่ายเรามีสิ่งที่ต้องทำ”