“พี่สาวเป็ใคร มากอดข้าทำไม อย่ากอดข้าแน่นสิ ข้าเจ็บนะ” ซูเยี่ยนแสร้งทำเป็ขัดขืนและผลักตัวหญิงสาวออก ทั้งๆ ที่ไม่อยากทำ
ปิงปิงรีบคลายอ้อมกอดทันทีแล้วกล่าวว่า “นี่เ้ากำลังพูดอะไรอยู่นะซูเยี่ยน เ้าจำข้าไม่ได้งั้นหรือ ข้าคือปิงปิงไง”
“ท่านแม่ขอรับ! ข้าอยากออกไปเล่นซ่อนแอบกับเพื่อนๆ”ซูเยี่ยนกล่าว
“วันนี้อยู่บ้านเล่นแกะสลักหุ่นกับพี่ซูหลินไปก่อนนะลูก” ท่านแม่เกลี้ยกล่อม
“ซูหลินเป็น้องสาวของข้าไม่ใช่หรือ” ซูเยี่ยนสงสัย
“เ้าจำผิดแล้ว ซูหลินคือพี่สาวของเ้าต่างหาก” ท่านแม่กล่าวเพื่อให้ซูเยี่ยนยอมเชื่อฟังซูหลิน
“มันเกิดอะไรขึ้นหรือเ้าคะท่านป้า” ปิงปิงสงสัย
“ซูเยี่ยนเขาป่วยความจำเสื่อม ตอนนี้เขามีความทรงจำถึงแค่วัยเด็กเท่านั้น”ท่านแม่ของซูเยี่ยนอธิบาย
“เรียกหมอมาดูอาการของเขาแล้วหรือยังเ้าคะ” ปิงปิงกล่าว
“ข้าไปตามหมอมารักษาเขาหลายคนแล้ว แต่ไม่มีใครรักษาเขาได้เลยสักคน” ท่านแม่จนปัญญา
สักพักขบวนเสด็จของฮองเฮาก็มุ่งหน้ามาที่บ้านของอดีตแม่ทัพซูเยี่ยนเพราะท่านแม่ทัพถูกปลดออกจากตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว แม้จะไม่เป็ทางการก็ตาม
กงกงะโว่า“ฮองเฮาเสด็จ”
ทุกคนพากันคุกเข่ายกเว้นซูเยี่ยนที่กำลังยืนเกาหัวมองคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านของเขา
“บังอาจ! เห็นฮองเฮาแล้วทำไมไม่คุกเข่า” กงกงตวาด
ท่านแม่ของซูเยี่ยนใรีบลุกไปดึงตัวซูเยี่ยนให้คุกเข่าดีๆ“คุกเข่านะลูก”
“ทำไมพวกเราต้องคุกเข่าด้วยล่ะขอรับ แล้วคนเหล่านี้เป็ใครทำไมถึงบุกรุกเข้ามาในบ้านของพวกเรา” ซูเยี่ยนกล่าวอย่างคนไร้เดียงสา
“บังอาจ! เ้ากล้ากล่าววาจาเช่นนี้ต่อหน้าพระพักตร์ของฮองเฮาเชียวหรือ”กงกงตวาดอีก
“ได้โปรดอภัยให้ลูกชายของหม่อมฉันด้วยเถิดนะเพคะตอนนี้เขาป่วยความจำเสื่อมจริงๆ” ท่านแม่รีบทูลขอพระเมตตา
“เ้าแกล้งป่วยเพื่อหนีความผิดที่เ้าหนีทัพหรือเปล่า” ฮองเฮาตรัสด้วยความสงสัยพระนางทรงพยายามทำนายดวงชะตาจากโหงวเฮ้งของซูเยี่ยนแล้วแต่พระนางทรงอ่านไม่ออกเลยจริงๆ ไม่รู้ว่าเป็เพราะพระนางมีความสามารถในการทำนายลดลงเนื่องจากอยู่ในระหว่างตั้งครรภ์หรือเป็เพราะชายตรงหน้ากำลังป่วยอยู่ เลยทำนายไม่ได้ก็ไม่รู้
“หนีทัพคืออะไรขอรับ” ซูเยี่ยนแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจ
“ลูกไม่ต้องพูดนะ เดี๋ยวแม่พูดให้เอง” ท่านแม่กลัวลูกชายกล่าววาจาไม่บังควร
“ข้าเบื่อแล้ว! ข้าอยากไปเล่นซ่อนแอบ” ซูเยี่ยนกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
ฮองเฮาหยุนฮวาทรงดำริในพระทัยว่า“ทำไมท่านอาจารย์จันทน์ผาถึงไม่ฆ่าเขาให้ตายนะทำไมเขาถึงแค่ถูกพิษลืมตนของท่านอาจารย์เท่านั้น” แล้วพระองค์ก็ตรัสไปว่า“ไม่เป็ไร! ในเมื่อเขาป่วยจริงๆเราก็จะอภัยให้”
“ขอบพระทัยเพคะ” ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าวอย่างโล่งอก
“ว่าแต่เ้าคือ แม่นางปิงปิงใช่หรือไม่ ถ้าจำไม่ผิดเราเห็นชื่อของเ้าไปปรากฏในรายชื่อคัดเลือกพระสนมของฝ่าาด้วยนี่ในเมื่อเ้าเป็คู่หมั้นของอดีตท่านแม่ทัพซูเยี่ยน และถูกบีบบังคับให้เข้าคัดเลือกเราจะช่วยตัดชื่อของเ้าออกให้เอง” ฮองเฮาตรัส
“ไม่ได้นะเพคะ!” ปิงปิงเผลอหลุดปาก
“หมายความว่ายังไง!” ฮองเฮาทรงขมวดพระขนง (คิ้ว)
“หม่อมฉันเต็มใจสมัครคัดเลือกเป็พระสนมของฝ่าาเพคะ” ปิงปิงยอมเผย
“แล้วคู่หมั้นของเ้าล่ะ” ฮองเฮาทรงสงสัย
“วันนี้หม่อมฉันตั้งใจว่าจะมาถอนหมั้นเพคะ” ปิงปิงรีบแก้ตัวทันควัน
“หมายความว่ายังไงน่ะปิงปิง ไหนว่าเ้ารักซูเยี่ยนมากและพร้อมที่จะรอเขาไม่ใช่หรือ” ท่านแม่ของซูเยี่ยนรีบแย้ง
“แต่ลูกชายของท่านอยู่ในสภาพความจำเสื่อมนะเ้าคะแถมไม่มีหมอที่ไหนรักษาเขาได้อีก อีกอย่างเขาไม่ได้เป็แม่ทัพอีกแล้วด้วยตอนนี้เขาถูกกล่าวหาว่าหนีทัพ ไม่รู้ว่าจะได้รับโทษทัณฑ์อะไรอีกบ้างข้าไม่อยากรับโทษไปด้วยหรอก” ปิงปิงเผยธาตุแท้
“ข้าไม่นึกเลยว่า เ้าจะเป็คนเห็นแก่ตัวเช่นนี้” ท่านป้าอึ้ง
“ท่านป้ากล้าว่าข้าอย่างนั้นหรือเ้าคะ ใครๆก็มีความคิดเหมือนข้าทั้งนั้นแหละข้าพนันได้เลยว่าไม่มีใครกล้าแต่งงานกับผู้ชายที่กลายสภาพเป็เด็กปัญญาอ่อนแบบนี้หรอกถ้ามีจริงคนนั้นก็เสียสติไปแล้ว” ปิงปิงท้า
“เอาเป็ว่า เ้ายืนยันที่จะเข้ารับการคัดเลือกเป็พระสนมใช่หรือไม่”ฮองเฮาตรัสสรุป
“หม่อมฉันยืนยันเพคะ ไม่มีใครบีบบังคับหม่อมฉันหม่อมฉันสมัครใจที่จะดูแลปรนนิบัติฝ่าาเพคะ” ปิงปิงรีบพูด
“พวกท่านได้ยินแล้วนะ ปิงปิงยอมสมัครใจเข้ารับการคัดเลือกเป็พระสนมเองเอาล่ะ วันนี้เรามาดูให้เห็นกับตาว่าซูเยี่ยนเขาป่วยจริงๆเพราะหากเขายังปกติดีอยู่เขาคงไม่ยอมปล่อยให้คนรักของเขาทรยศไปเป็อนุภรรยาของคนอื่นเช่นนี้หรอกหากเ้าแกล้งแสดง ข้ายอมซูฮกให้เ้าเลยจริงๆ” ฮองเฮาทรงทราบมาก่อนว่าซูเยี่ยนรักแม่นางปิงปิงมากเพียงใด
“อะไรคือพระสนม อะไรคืออนุภรรยาหรือขอรับ” ซูเยี่ยนแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจแต่ในใจคิดตัดพ้อว่า “เ้าเคยรักข้าบ้างมั้ยปิงปิง”
“ช่างเถิด! เราขอตัวกลับก่อนก็แล้วกัน” ฮองเฮาทรงไม่อยากตรัสอะไรอีก
“น้อมส่งเสด็จเพคะ” ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าว
หลังจากฮองเฮาเสด็จจากไปท่านแม่ของซูเยี่ยนก็รีบต่อว่าว่าที่ลูกสะใภ้ของนางทันที
“เสียแรงที่ข้ารักเ้าเหมือนลูกสาวคนนึงเหตุใดเ้าถึงไม่ยอมซื่อสัตย์ต่อซูเยี่ยนล่ะ” ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าว
“ท่านป้าเ้าคะ ใครๆ ก็อยากเจริญรุ่งเรืองกันทั้งนั้นใครจะยอมใช้ชีวิตตกต่ำไปพร้อมกับคนที่ไม่ปรกติได้ล่ะ” ปิงปิงกล่าว
“งั้นเอาของหมั้นคืนมา พวกเราจะได้ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก” ท่านแม่ของซูเยี่ยนแบมือรอรับของหมั้น
“อะนี่ท่านป้า กำไลหยก ข้าเองก็ไม่อยากได้ของไร้ราคาเช่นนี้นักหรอก เป็ถึงแม่ทัพกลับสมถะเสียเหลือเกินขุนนางมีน้ำใจมอบเพชรนิลจินดาให้ ก็ไม่ยอมเอา” ปิงปิงอดทนมานาน
“เป็เพราะลูกชายข้าไม่ชอบการติดสินบนต่างหาก” ท่านแม่ของซูเยี่ยนภูมิใจในตัวลูกชายที่เขาเป็คนซื่อตรง
“ท่านกลับไปเถิดแม่นางปิงปิง ที่นี่ไม่ยอมรับคนสองหน้าอย่างท่าน” ซูหลินรีบไล่
“พวกเ้าตกในสภาพยากจนข้นแค้นแบบนี้แล้ว ยังกล้ามาต่อว่าคนอื่นอีกเอาอย่างนี้ดีมั้ย ข้าอยากช่วยเหลือครอบครัวของเ้าเ้ายอมแต่งเป็อนุภรรยาของพี่ชายข้าสิรับรองว่าท่านพ่อต้องยอมมอบสินสอดทองหมั้นให้และนั่นจะทำให้พวกเ้ามีฐานะที่ดีกว่านี้อย่างแน่นอน” ปิงปิงแนะนำ
“ออกไปซะ!พวกเรายอมอดตายยังดีกว่าไปอยู่ร่วมกับคนไร้ศีลธรรมอย่างพวกท่าน” ซูหลินกล่าวด้วยความโมโห
“นี่เ้ากล้าว่าข้าอย่างนั้นหรือ ซูหลิน” ปิงปิงโกรธมากนางกำลังจะง้างมือตบหญิงสาวตรงหน้า
ซูเยี่ยนรีบเอาตัวเข้าไปขวางและผลักปิงปิงเบาๆแต่นางถึงกลับถอยหลังไปหลายก้าว เพราะยังไงซูเยี่ยนก็เป็คนมีวรยุทธ์สูงจากนั้นเขาก็พูดว่า “อย่าทำร้ายพี่สาวของข้า”
“นี่เ้ากล้าทำร้ายข้าอย่างนั้นหรือซูเยี่ยน” ปิงปิงรู้สึกโกรธจัด
“ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ปิงปิง ที่นี่ไม่ต้อนรับเ้าอีกต่อไป” ท่านแม่รีบพูดเพื่อยุติ
“ข้าไปก็ได้!แล้วอย่าไปบอกใครล่ะว่าข้าเคยเป็คู่หมั้นของซูเยี่ยน” ปิงปิงกล่าวสำทับ
ท่านแม่ของซูเยี่ยนกำลังจะเป็ลมโชคดีที่ซูหลินรีบโผไปช่วยประคองตัวไว้ได้ทัน
“ไม่เป็อะไรนะเ้าคะ ท่านแม่” ซูหลินรู้สึกเป็ห่วง
“นางเป็ถึงบุตรสาวของท่านอำมาตย์ เหตุใดนางถึงมีกิริยาเช่นนี้” ท่านแม่นึกไม่ถึง
“ข้าเองก็อยากจะเตือนท่านแม่และท่านพี่อยู่เหมือนกันแต่ข้าคิดว่าพวกท่านคงไม่ยอมเชื่อข้าเ้าค่ะ” ซูหลินยอมเผย
“บางทีการที่พวกเราอยู่ในสภาพตกต่ำเช่นนี้ มันทำให้เราได้รู้ธาตุแท้ของคนนะ”ท่านแม่พยายามมองโลกในแง่ดี
“ไปแกะสลักหุ่นกันเถอะ ซูเยี่ยน” ซูหลินชวนซูเยี่ยนไปเล่นเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลาย
“ได้! งั้นไปสิขอรับท่านพี่ซูหลิน” ซูเยี่ยนแสร้งทำเป็คล้อยตาม แต่ภายในใจรู้สึกเ็ปใจอย่างมากเขาโดนคนรักทอดทิ้งอย่างไม่ใยดีแต่สักพักเขาก็มองในแง่ดีที่เขาได้รู้ธาตุแท้ของหญิงในดวงใจก่อนที่เขาจะได้แต่งงานกับนาง
ท่านแม่ของซูเยี่ยนรู้สึกเหมือนสูญสิ้นแทบทุกอย่างนางเดินไปที่ริมลำธารอย่างคนไร้สติ พอหยุดยืนริมน้ำนางก็คิดถึงอดีตว่านางนั้นเคยเป็ฮูหยินของท่านแม่ทัพที่มีชื่อเสียงในครั้งเก่าก่อนแต่เพราะสามีตายในสนามรบ ทำให้นางได้กลายเป็แม่หม้ายลูกติดยังดีที่นางมีลูกกตัญญูอย่างซูเยี่ยนเขาพยายามฝึกฝนวรยุทธ์ให้เก่งกล้าสามารถและเข้าสมัครเป็ทหารเพื่อเจริญรอยตามพ่อที่ตายเพื่อแผ่นดินฉินด้วยความวิริยะอุตสาหะของเขาทำให้เขาค่อยๆ ไต่เต้าจนได้เป็ถึงแม่ทัพสมใจแต่หลังาระหว่างแคว้นกลับทำให้ซูเยี่ยนกลายสภาพเป็เช่นนี้ ช่างน่าอนาถนัก
“ท่านจะทำอะไรเ้าคะ ฆ่าตัวตายงั้นหรือ” เหวยเหนียงกล่าวทักผู้าุโ
“ท่านหมอดูเหวยเหนียงนี่เอง ข้าแค่กำลังคิดอะไรบางอย่างเท่านั้น” ท่านป้าแก้ตัว เพราะความจริงแล้วนางคิดฆ่าตัวตายด้วยอารมณ์ชั่ววูบจริงๆ
“ข้าเสียใจด้วยเื่บุตรชายของท่านเ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าว
“จริงสิ! ท่านเป็หมอดูท่านย่อมรู้ดวงชะตาของลูกชายของข้าอยู่แล้ว ใช่มั้ย” ท่านแม่ของซูเยี่ยนนึกขึ้นได้
“เอ่อ คือ….” เหวยเหนียงไม่รู้ว่าจะกล่าวยังไงดีเพราะนางรู้อยู่แล้วจริงๆ
“ฟังน้ำเสียงของเ้า เ้ารู้อยู่ก่อนแล้วใช่หรือไม่” ท่านแม่ของซูเยี่ยนโมโห
“ข้ารู้เพียงแต่ว่าซูเยี่ยนมีเคราะห์หนัก แต่ไม่รู้จริงๆว่าเขาจะมีสภาพเป็เช่นนี้เ้าค่ะ” เหวยเหนียงแก้ตัว
“แล้วทำไมเ้าถึงไม่ห้ามลูกชายข้าล่ะ ห๊า” ท่านแม่กล่าวอย่างเอาเื่
“มันคือหน้าที่ของแม่ทัพที่ต้องปกป้องแคว้นไม่ใช่หรือเ้าคะ ถึงข้าห้ามยังไงเขาก็ไม่ฟังข้าอยู่ดี” เหวยเหนียงรู้ดีแก่ใจ
“มันก็จริง!แต่ทำไมเ้าถึงไม่ยอมมอบอะไรให้คอยคุ้มกันเขาบ้างเลยล่ะ” ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าว
“คนเรานั้นไม่อาจหลีกหนีชะตากรรมไปได้หรอกเ้าค่ะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ใครก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้”เหวยเหนียงรู้ถึงสัจธรรม
“ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว” ท่านแม่ของซูเยี่ยนกำลังจะะโน้ำ
เหวยเหนียงรีบรั้งตัวท่านป้าไว้และกล่าวว่า“ไม่ได้นะเ้าคะ! ตอนนี้ท่านเป็เสาหลักอยู่นะเ้าคะ หากขาดท่านไป ลูกๆของท่านจะเป็เช่นไร พวกเขาก็จะไร้ที่พึ่ง”
“ลูกของข้ากำลังจะมีชีวิตที่สดใสแท้ๆ เขาได้เป็ถึงแม่ทัพและมีคู่หมั้นเป็ถึงบุตรสาวของท่านอำมาตย์ เหตุไฉนชะตาถึงได้พลิกผันเช่นนี้”ท่านแม่ของซูเยี่ยนไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง
“เื่ยศถาบรรดาศักดิ์ก็เหมือนดอกไม้ที่ผลัดกันชื่นชมเมื่อได้มาก็ย่อมสูญเสียไปเป็สัจธรรมของโลกนะเ้าคะ” เหวยเหนียงเตือน
“เ้าต้องรับผิดชอบ” ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าวโทษหมอดูอย่างไร้เหตุผล
“ทำไมถึงกล่าวเช่นนั้นล่ะเ้าคะ ข้าไม่ได้เป็คนกำหนดชะตาของพวกท่านนะ”เหวยเหนียงแย้ง
“เ้ารู้แล้ว! แต่ไม่เตือนและไม่ยอมหาทางช่วยพวกข้า”ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าวอย่างเอาเื่
“ในเมื่อพวกเราย้อนกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้แล้วจงรักษาในสิ่งที่เหลืออยู่เถิดงั้นเอาอย่างนี้ข้าจะตามหาท่านหมอเทวดาเสี่ยวอี้ให้เจอและไปขอให้เขาช่วยรักษาลูกชายของท่านดีมั้ยเ้าคะ” เหวยเหนียงกล่าว
“เ้ามั่นใจมั้ยล่ะว่าซูเยี่ยนจะหายเป็ปกติ” ท่านแม่ของซูเยี่ยนรอฟัง
“ข้า เอ่อ….” เหวยเหนียงไม่มั่นใจว่านางจะตามหาท่านหมอเทวดาเจอเพราะเขาได้รับยันต์บดบังจากท่านอาจารย์ไปทำให้หมอดูที่ไหนก็ไม่อาจทำนายหาตำแหน่งของเขาได้
“ฟังน้ำเสียงของเ้า เ้ายังไม่มั่นใจเลย” ท่านแม่ของซูเยี่ยนมองสีหน้าออก
“ถึงข้าไม่มั่นใจ แต่ข้าจะพยายามให้ถึงที่สุดเ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าจะเชื่อเ้าได้อย่างไร เ้าอาจพูดไปเพื่อปลอบใจข้าเท่านั้น” ท่านแม่ของซูเยี่ยนไม่เชื่อ
“แล้วทำอย่างไรท่านถึงจะยอมเชื่อข้าล่ะเ้าคะ” เหวยเหนียงสงสัย
“เ้ายอมแต่งงานกับลูกชายของข้าที่มีสภาพเช่นนี้ได้มั้ยล่ะ” ท่านแม่ของซูเยี่ยนท้า
“ข้า เอ่อ ข้ากับลูกชายของท่านเป็คู่อริกันนะเ้าคะ” เหวยเหนียงแย้ง
“เ้าไม่อยากแต่งงานกับชายที่กลายสภาพเหมือนเด็กเสียมากกว่า” ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าว
“ก็ได้เ้าค่ะ! ข้ายอมตกลงแต่งงานกับลูกชายของท่านแต่ท่านต้องอยู่อย่างเข้มแข็งนะเ้าคะ ห้ามคิดสั้นเด็ดขาด” เหวยเหนียงยอมรับปาก
“หากเ้ายอมแต่งงานกับลูกชายข้าจริง ข้าก็จะยอมเชื่อฟังเ้าก็แล้วกัน”ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าวเงื่อนไข
“ข้าขอตัวไปทำงานต่อนะเ้าคะ” เหวยเหนียงรู้สึกคิดหนัก
“หวังว่าเ้าจะไม่คิดหนีการแต่งงานหรอกนะ” ท่านแม่ของซูเยี่ยนมองสีหน้าออกว่าเหวยเหนียงไม่เต็มใจแต่งงาน
“ข้าพูดคำไหนคำนั้น ในเมื่อข้ายอมตกลงรับปากท่านแล้วข้าก็จะไม่ผิดคำพูดเ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าวคำมั่น
“ดีมาก งั้นข้าไปล่ะ” ท่านแม่ของซูเยี่ยนยอมกลายเป็คนเอาแต่ใจเพื่อที่จะกดดันให้เหวยเหนียงตามหาหมอเทวดาเสี่ยวอี้ให้เจอ
เหวยเหนียงมองดูท่านป้าเดินจากไปด้วยความรู้สึกแปลกๆนางคิดในใจว่า “ทำไมข้าถึงขี้สงสารแบบนี้นะทำไมถึงต้องยอมเสียสละตัวเองไปแต่งงานกับคู่กัดด้วยล่ะถ้าวันหนึ่งเขาหายเป็ปกติขึ้นมา แล้วข้าจะทำอย่างไรล่ะทีนี้” สักพักนางก็คิดถึงดวงชะตาของอดีตท่านแม่ทัพซูเยี่ยน “ข้าอุตส่าห์สับเปลี่ยนผ้ายันต์ไปแล้ว เหตุใดมารจันทน์ผาถึงยังทำร้ายเขาอีกบางทีท่านอาจารย์อาจช่วยชีวิตเขาได้ทัน แต่มารผู้นั้นคงไม่ยอมรามือเขาคงแอบวางยาพิษท่านซูเยี่ยนสินะ ซูเยี่ยนถึงมีสภาพเหมือนเด็กวัยสิบขวบเช่นนี้”
******************************
ซูเยี่ยนรู้สึกเป็ห่วงท่านแม่อย่างมากดังนั้นเขาจึงแอบหนีออกมาจากบ้านเพื่อตามหาท่านแม่ พอพบท่านแม่เขาก็ลืมตัวรีบวิ่งเข้าไปหา และกล่าวว่า “ท่านแม่ไม่ได้เป็อะไรใช่มั้ยขอรับ”
“ซูเยี่ยน! เ้าจำอดีตได้แล้วใช่มั้ยหรือเ้าแกล้งทำเป็ปัญญาอ่อนเพื่อตบตาฝ่าา เ้าจะได้พ้นโทษที่เ้าหนีทัพใช่มั้ย”ท่านแม่เห็นซูเยี่ยนดูปกติ
ซูเยี่ยนอยากจะตอบแต่พอเขามองเห็นทหารองครักษ์เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ เขาก็เลยกล่าวว่า “ข้าหิวข้าวท่านแม่ ข้าตามหาท่านแม่ตั้งนานพี่ซูหลินก็เอาแต่แกะสลักหุ่นไม้อยู่นั่นแหละ ไม่ยอมเข้าครัวไปทำอาหารเสียที”
“แม่รู้แล้ว!แม่จะรีบกลับไปทำอาหารให้เ้าทานเดี๋ยวนี้ พวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะ” ท่านแม่รู้สึกผิดหวัง
ซูเยี่ยนแสร้งทำเป็ลากจูงท่านแม่เหมือนเด็กๆเพื่อตบตาเหล่าทหารที่แอบซุ่มดูอยู่ ******************************
วันถัดมาฝ่าาทรงมีพระราชโองการส่งมาถึงอดีตท่านแม่ทัพซูเยี่ยนจึงมอบหมายให้กงกงเป็ผู้อัญเชิญพระราชโองการและอ่านให้ครอบครัวของซูเยี่ยนฟัง
“ฝ่าาทรงมีรับสั่งให้ปลดตำแหน่งแม่ทัพซูเยี่ยนอย่างเป็ทางการท่านแม่ทัพนั้นมีโทษอันใหญ่หลวงที่กล้าหนีทัพไปแต่ในเมื่อเขาได้รับเคราะห์ร้ายทำให้เขาป่วยจนไม่สามารถจดจำเื่ราวในอดีตได้อีกและเห็นแก่ที่ท่านแม่ทัพเคยสร้างความดีความชอบ ดังนั้นฝ่าาจึงทรงไม่สั่งลงโทษใดๆทำเพียงแค่ปลดยศถาบรรดาศักดิ์เท่านั้น จบราชโองการ” กงกงอ่านจนจบ
“ขอบพระทัยเพคะ” ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าว
“ลูกชายของท่านไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลยอย่างนั้นหรือ” กงกงสงสัย
“ข้าพยายามหาหมอจนทั่วเมืองหลวงแล้ว แต่ไม่มีใครรักษาเขาได้เลยสักคนเ้าคะ”ท่านแม่ของซูเยี่ยนพยายามจนถึงที่สุดแล้วจริงๆ
“ข้าเสียใจด้วยนะ งั้นข้าขอตัวก่อน” กงกงรู้สึกเห็นใจ
“ขอบคุณท่านกงกง ข้าไม่ส่งนะเ้าคะ” ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าว
กงกงมองไปที่ซูเยี่ยนที่คุกเข่าด้วยท่าทีหวาดกลัวเหล่าทหารองครักษ์ที่ติดตามกงกงมาด้วยเขาส่ายหน้าด้วยความสงสารแล้วเดินจากไปทันที
******************************
ตกกลางคืนณ บ้านของซูเยี่ยน ท่านแม่กำลังคุยกับลูกๆ อยู่
“เหวยเหนียงรับปากยอมแต่งงานกับซูเยี่ยนแล้ว” ท่านแม่พูดกับซูหลินต่อหน้าซูเยี่ยนที่กำลังเล่นหุ่นไม้อยู่
ซูเยี่ยนกำลังจะคัดค้านแต่พอตั้งสติได้ เขาก็เลยแสร้งทำเป็นิ่งเฉยทำทีเหมือนว่าเื่ที่ท่านแม่พูดมามันไม่ใช่เื่ของตัวเอง
“แต่พี่ซูเยี่ยนเขาไม่ปกตินะเ้าคะ พี่เหวยเหนียงยอมแต่งงานได้อย่างไร”ซูหลินสงสัย
“แม่บังคับนางเอง” ท่านแม่สารภาพ
“ทำไมล่ะเ้าคะท่านแม่” ซูหลินสงสัยอีก
“นางบอกเองว่าจะตามหาท่านหมอเทวดาเสี่ยวอี้ให้เจอเพื่อรักษาซูเยี่ยนแม่กลัวว่านางจะแสร้งพูดเพื่อปลอบใจแม่เท่านั้นแม่ก็เลยบังคับให้นางอยู่กับพวกเราตลอดเวลาด้วยการแต่งงานกับซูเยี่ยนเสียเลย”ท่านแม่กล่าวแผน
“น่าสงสารท่านหมอดูยิ่งนัก” ซูหลินรู้สึกเห็นใจ
“นางผิดที่ไม่ยอมเตือนซูเยี่ยนก่อนออกทัพเองนี่” ท่านแม่กล่าวโทษอย่างไร้เหตุผล
“เอ่อ คือ นางเตือนแล้วเ้าค่ะ นางฝากข้าไปบอกท่านพี่แต่เพราะข้ากลัวท่านพี่มาก ข้าก็เลยไม่ได้บอกเ้าค่ะ” ซูหลินยอมรับสารภาพ
“ซูหลิน! ทำไมเ้าถึงขี้ขลาดแบบนี้ ไม่งั้นเ้าก็บอกแม่สักคำก็ได้” ท่านแม่รู้สึกเสียดาย
“ข้าอาจลืมด้วยเ้าค่ะ อีกอย่างข้าคิดว่า หากพี่ชายยอมละทิ้งหน้าที่ยังไงพวกเราทั้งหมดก็ต้องได้รับโทษปะาอยู่ดี” ซูหลินคิดว่าห้ามไปก็ไร้ประโยชน์
“ช่างเถอะ! เื่มันผ่านมาแล้วนี่ พวกเราคงฝืนชะตาไม่ได้จริงๆขนาดได้ผ้ายันต์มาจากองค์ฮองเฮาที่เคยเป็หมอดูที่มีชื่อเสียงมาก่อนก็ยังช่วยอะไรไม่ได้เลย” ท่านแม่กล่าวอ้าง
“ฮองเฮาทรง้าให้ท่านพี่ตายต่างหากเ้าค่ะ” ซูหลินยอมเผย
“อะไรนะ!” ท่านแม่ใ
“ฮองเฮาทรงมอบผ้ายันต์ที่เขียนว่า ‘มรณะ’ ให้ท่านพี่ ข้าเห็นกับตาของตัวเองจริงๆ เ้าคะ” ซูหลินกล่าว
“แล้วเ้าไปเห็นได้อย่างไร” ท่านแม่แปลกใจ
“เอ่อ คือ หมอดูเหวยเหนียงได้แอบสับเปลี่ยนผ้ายันต์ตอนวิ่งไปกอดพี่ชายก่อนเคลื่อนทัพเ้าค่ะท่านหมอดูบอกว่าฮองเฮาและฝ่าาพระองค์นี้ทรงร่วมมือกับท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีเพื่อล้มอำนาจของฝ่าาพระองค์ก่อนจึงจำเป็ที่จะต้องกำจัดพี่ชายซะ ไม่งั้นจะผลัดเปลี่ยนแผ่นดินไม่สำเร็จ” ซูหลินกล่าว
“ทำไมเ้าถึงไม่ยอมบอกข้าก่อนนะซูหลิน” ท่านแม่รีบต่อว่า
“เื่นี้ถือว่าเป็เื่ใหญ่มาก ข้าพูดไปอาจกลายเป็ว่าข้าดูิ่เบื้องสูงได้นะเ้าคะ” ซูหลินกล่าว
“เหวยเหนียงช่วยพวกเราจนถึงที่สุดแล้วสินะ แต่แม่จำเป็ต้องเห็นแก่ตัวแม่อยากให้นางตามหาท่านหมอเทวดาให้เจอยิ่งนางเป็ทองแผ่นเดียวกับครอบครัวของพวกเราแล้ว นางยิ่งต้องช่วยเหลือพวกเราอย่างเต็มที่”ท่านแม่กล่าวอ้าง
“ลูกเองก็อยากได้พี่เหวยเหนียงมาเป็พี่สะใภ้เหมือนกันเ้าค่ะลูกรู้สึกโล่งใจมากที่ปิงปิงยอมเผยธาตุแท้และยอมเป็ฝ่ายถอนหมั้นเสียเอง” ซูหลินกล่าว
“แม่ล่ะสงสารซูเยี่ยนจับใจจริงๆ เขารักปิงปิงมาตั้งหลายปี” ท่านแม่เป็ห่วงความรู้สึกของลูกชาย
“ท่านแม่! ข้าง่วงนอนแล้วขอรับ” ซูเยี่ยนแกล้งทำท่าหาวนอนเพราะความจริงแล้วเขาไม่อยากฟังเื่ราวที่ทำให้เขารู้สึกเ็ปใจนอกจากที่เขาต้องโดนคนรักทอดทิ้งแล้ว เขายังต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักอีก
“เดี๋ยวแม่พาไปนอนนะลูก” ท่านแม่กล่าว
“แม่เล่านิทานให้ฟังก่อนนอนด้วยนะขอรับ” ซูเยี่ยนกล่าว
“เอ่อ เอาอย่างนี้ดีมั้ย ให้พี่ซูหลินเป็คนเล่าดีกว่า” ท่านแม่โยนงาน
“พี่ซูหลินเล่าไม่สนุกนี่ขอรับ” ซูเยี่ยนแกล้งพูด
“พี่จะเล่าเื่ใหม่ให้ฟัง รับรองเื่นี้สนุกแน่นอนให้ท่านแม่ไปพักผ่อนเถอะนะ” ซูหลินสงสารท่านแม่อยากให้ท่านนอนพัก
“งั้นไปกันเถอะ พี่ซูหลิน” ซูเยี่ยนรีบจูงซูหลินไปที่ห้องของเขาทันที
ท่านแม่มองดูลูกๆเดินจากไป แม้นางจะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจกับชะตากรรมอันพลิกผันแต่พอมองเห็นพี่น้องรักใคร่กันดี นางคิดในใจว่า “ยังดีที่พวกเรายังอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา”