มังกรปีศาจแข็งแกร่งกว่าที่คิด ไม่เพียงมีหนังหนาฟันแทงไม่เข้า ยังมีหางและลิ้นยืดยาวสามารถจู่โจมระยะใกล้และกลาง เท่านั้นไม่พอยังเพิ่มเกล็ดสังหารขึ้นมาอีก ทำให้ระยะจู่โจมกลายเป็นครอบคลุมในสามระยะ ระยะประชิด ระยะกลางและระยะไกล
ที่น่ากลัวคือเกล็ดสังหารพลังทำลายสูงยิ่ง ขนาดร่างของพี่อิฐซึ่งหนาและแข็งแกร่งยังเกือบถูกเจาะทะลุ
ต้าหมินใช้สองมือสัมผัสผิวกำแพงอีกด้าน รู้สึกขอบคุณพี่อิฐยิ่ง หากไม่ได้พี่เขาช่วยปกป้อง ตนคงสิ้นชื่อกลายเป็นอาหารอีกมื้อของมังกรปีศาจเสียแล้ว
แต่ใช่ว่าการต่อสู้เมื่อครู่ไม่มีผลลัพธ์ อย่างน้อยสามารถทำลายดวงตาของมันได้ข้างหนึ่ง เสียดายอีกเพียงหนึ่งดาบจะทำลายดวงตาได้อีกข้าง หากเป็นเช่นนั้นเท่ากับมังกรกลายเป็นหมูในอวย ได้แต่รอเชือดเฉือน
อีกข้อที่น่าเสียดายคือร่างจำแลงวิญญาณผนึกแทบถูกทำลายหมดสิ้น ยังดีที่ยอดนักดาบรอดหวุดหวิด
ร่างจำแลงเหล่านี้หากถูกทำลายเท่ากับวิญญาณเสียหาย จำต้องใช้เวลาพักฟื้น หลายวันนี้ไม่อาจเรียกใช้ทำให้แผนการรบจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน
การต่อสู้คราวนี้ไม่อาจเอาชนะได้ในเวลาอันสั้น เรื่องนี้อยู่ในการคาดการณ์ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นทายาทของราชามังกรทมิฬ ขึ้นชื่อว่ามังกรถึงรูปร่างคล้ายตะกวดถึงอย่างไรก็ยากสังหาร
การที่ต้าหมินยอมทำตามคำสั่งของเซียนจิ้งจอกแดง ไม่ใช่การเชื่อฟังประสาเด็กดี แต่เป็นเพราะเขาคำนวณผลได้ผลเสียเรียบร้อยแล้ว
เมื่อผนึกยังส่งผล อิทธิฤทธิ์ของมังกรปีศาจย่อมถูกลดทอนลง อย่างมากคือห้าส่วน อย่างน้อยคือสองส่วน ซึ่งเป็นไปตามนั้น การต่อสู้ตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ ไม่มีทีท่าว่ามันจะใช้อิทธิฤทธิ์ตามธาตุประจำตัวแต่อย่างใด เสียดายคนคำนวณไม่สู้ฟ้าลิขิต เวลาผ่านมาเป็นร้อยปีมังกรปีศาจที่ควรผอมแห้งแรงน้อยเพราะอดอาหาร กลับยังอ้วนท้วนแข็งแรง ต้องโทษสำนักพุทธที่ส่งอาหารมาให้มันทุกสามสิบปี
ทำไงดี
ทำไงดีหว่า
เด็กชายยืนหลังพิงกำแพง พยายามข่มความตื่นเต้น นี่เป็นครั้งที่สามที่ต่อสู้กับปีศาจ ครั้งแรกคือผีไร้หน้า ครั้งที่สองคือทานูกิเฒ่า ไม่ว่าครั้งไหนการตื่นเต้นเป็นเรื่องดี ยิ่งตื่นเต้นก็ยิ่งตื่นตัว โดยเฉพาะคราวนี้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า ความเชื่อมั่นย่อมเพิ่มพูน
แต่เพื่อไม่ให้วิกาลยาวนานฝันยุ่งเหยิง จำต้องรีบเผด็จศึก เด็กชายอาศัยดวงตาของนักดาบแทนดวงตาตน มองเห็นภายในโถงถ้ำทั้งหมด หลังจากมังกรปีศาจถอยไปตั้งหลัก มันไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย อาศัยความสงบสยบความเคลื่อนไหว ราวกับมันรู้ว่าทุกโมงยามที่ผ่านไปใครได้เปรียบใครเสียเปรียบ
ยามนี้สถานการณ์เหมือนกับทีมฟุตบอลสองทีมกำลังแข่งขันกัน แม้แต้มยังอยู่ที่ศูนย์ต่อศูนย์ แต่ทีมมังกรปีศาจมีผลต่างประตูได้เสียดีกว่า อาศัยการถอนผู้เล่นในแดนหน้าไปอุดประตู ป้องกันไม่ให้ทีมองเมียวจิยิงประตูได้ เท่านี้ก็เพียงพอให้ชนะแล้ว เพียงรอให้หมดเวลาเท่านั้น
ทีมองเมียวจิยอมให้เป็นเช่นนั้น?
ไม่!
ถูกอุดประตูขนาดนี้มีโอกาสยิงเข้าหรือไม่?
ไม่มี!?
หากทีมคู่แข่งของมังกรปีศาจเป็นยอดฝีมือในสายอื่น คำตอบคือไม่มีโอกาส
ทว่าในดินแดนนี้องเมียวจิคือยอดฝีมือในการต่อสู้ระยะไกล
เด็กชายสูดลมหายใจเข้าลึก นึกทบทวนแผนการที่ปรับใหม่อีกครั้ง ไม่ต้องกังวลเรื่องยันต์ ถึงเริ่มร่อยหรอแต่พอให้ทำศึกระยะยาว นอกจากนี้ก่อนถึงแผนสำรองยังมีแผนฉุกเฉินอยู่อีก
ทันใดนั้นแผนฉุกเฉินได้เริ่มขึ้น
มือขวาทำท่ามุทรา กระดาษยันต์สีเหลืองสิบใบลอยออกจากแขนเสื้อ ลอยละล่องข้ามผ่านกำแพงแล้วกลายร่างเป็น...
เสือชีต้า
จ้าวแห่งความเร็ว
สามารถทำความเร็วได้ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง
“ไป”
เด็กชายออกคำสั่ง
ฝูงเสือชีต้าทั้งสิบตนวิ่งทะยานเป็นขบวนรูปสามเหลี่ยม พอถึงกลางทางกลับแยกตัว ครึ่งหนึ่งไปทางขวาครึ่งหนึ่งไปทางซ้าย ร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออันไม่มีไขมันส่วนเกินแม้แต่น้อย ประสานกับการหนุนส่งของเรียวขาทรงพลังทั้งสี่ข้าง ทำให้พวกมันสามารถทำความเร็วได้ถึงจุดสูงสุด เพียงไม่กี่ชั่วลมหายใจร่างพลันมาถึงปลายโถงถ้ำ
ชิกิงามิไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรงแต่มีการตัดสลับโยกหน้าโยกหลัง เพื่อป้องกันการถูกโจมตีอย่างฉับพลัน ทว่าสิ่งที่กังวลกลับไม่เกิดขึ้น มังกรปีศาจยังคงยืนนิ่งคล้ายไม่ใส่ใจ ดูท่ามันคงคาดเดาอะไรบางอย่างได้
เพราะการจู่โจมครั้งนี้คือการหยั่งเชิง หาใช่ท่าสังหารไม่
ในใจของมังกรปีศาจลอบระวังนักดาบผู้นั้น
แปลก!
จนบัดนี้นักดาบหามีท่าทีจะเคลื่อนไหวไม่
“หากพลังข้าไม่ถูกสะกดละก็”
มันแค้นเด็กองเมียวนั่นจับใจ
“รอข้าออกไปได้ก่อนเถอะ” เสียงอาฆาตดังลอดออกมาตามไรฟัน
มังกรปีศาจมีนามว่า ‘สึบาเมะ’ (燕Tsubame) นามที่ยามนี้ผู้คนในแดนดินต่างลืมเลือนไปแล้ว สองร้อยปีก่อนมันท่องไปทั่ว พอใจสังหารก็สังหาร พอใจกลืนกินก็กลืนกิน ไม่เคยต้องกลัวเกรง ยกเว้นสองแคว้นเท่านั้นที่ไม่อาจย่างกราย คือเฮโจและอิเสะ*
นับแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ชีวิตบทใหม่ของมันจะเริ่มขึ้น แต่ทว่ายามนี้ต้องเยือกเย็น กาลเวลายาวนานสอนให้มันอดทน หากอดทนเพียงพอโอกาสย่อมมาถึง
“ตั้งรับให้ดี ขอเพียงผ่านวันนี้ไปได้เวทผนึกย่อมสิ้นฤทธิ์”
ครั้งได้ยินเสียงประตูเปิด มันคิดว่าคนของสำนักพุทธคงรู้ตัวและส่งสมณะยอดฝีมือมาสังหารไม่ใช่ส่งลูกศิษย์มา อย่างคราวก่อน ๆ
คุไคผนึกมันเอาไว้ให้เป็นที่ฝึกฝีมือของเหล่าศิษย์ กำหนดเข้าออกสามสิบปีครั้ง เข้าได้ครั้งละคน หากฝีมือไม่ถึงไม่อาจเข้ามา
ใครจะรู้ ก่อนเวทผนึกเสื่อมฤทธิ์หนึ่งวันกลับมีเด็กน้อยองเมียวจิหลงเข้ามา กลิ่นอายคนผู้นี้แปลกประหลาดคล้ายเข้มแข็งคล้ายอ่อนแอ
“ไอ้เด็กน่าตาย ข้าเผลอแวบเดียวเสียดวงตาไปข้าง หากทรงพลังเหมือนก่อนแค่นิ้วเดียวก็บดขยี้เจ้าได้แล้ว”
ต้องรอบคอบ อย่าประมาท... สึบาเมะพร่ำบอกตัวเอง
มังกรปีศาจเฝ้ามองอย่างใจเย็น พยัคฆ์รูปร่างผอมบางฝูงนี้ว่องไวกว่าพยัคฆ์ก่อนหน้าหลายเท่า มองเห็นอยู่แต่ไกลเพียงไม่กี่อึดใจก็มาถึงตรงหน้า
“ไม่อาจให้ใกล้กว่านี้”
สึบาเมะเอี้ยวตัวใช้หางอันใหญ่โตกวาดทำลายตั้งแต่ฝั่งขวาไปฝั่งซ้าย จุดไหนที่หางไม่อาจครอบคลุม มันใช้ลิ้นยาวทดแทนหวังตวัดรัดพัน บีบชิกิงามิให้เป็นเศษซาก
ชิกิงามิเหล่านี้ทั้งว่องไวทั้งคล่องแคล่ว จากสิบตนกำจัดได้เพียงสองเหลืออีกแปด
ชิกิงามิที่เหลือแบ่งกำลังออกเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งจู่โจมใบหน้า อีกครึ่งจู่โจมใต้ท้อง อาศัยรูปร่างอันผอมบางเล็ดลอดจากเท้าอวบหน้าสี่ข้างที่พยายามย่ำเหยียบเหล่าชิกิงามิให้บี้แบน
กรงเล็บและคมเขี้ยวแหลมคมซึ่งสามารถกัดกระชากเนื้อกวางได้อย่างสบาย ยามนี้กลับไม่อาจสร้างความเสียหายให้ท้องอันอ่อนนุ่มของมังกรปีศาจได้เลย หนังของมันหยุ่นเหนียวเกินไป ยังดีที่แม้ไม่อาจสร้างบาดแผลแต่ก็สร้างความรำคาญให้มันไม่น้อย ประสานกับการโจมตีตรงใบหน้าทำให้เกิดความพะวักพะวน
นี่คือแผนการที่ปรับเปลี่ยนใหม่ของต้าหมิน
ท่าสังหารที่แท้ไม่ใช่เสือชีต้าเหล่านี้
ขณะที่โคจิสืบเท้าไปข้างหน้าสองก้าวทำทีเหมือนกำลังจะใช้ท่าไม้ตาย ดวงตาของมังกรปีศาจพลันฉายประกายลึกล้ำขึ้นวูบหนึ่ง มันกำลังรอจังหวะนี้อยู่พอดี ขอเพียงชิกิงามิตนนี้เคลื่อนเข้าใกล้ เวลาของ ‘กงจักรสังหารเกล็ดทมิฬ’ ก็จะมาถึง
เกล็ดทุกชิ้นบนร่างกำลังรอคำสั่ง ยิ่งเข้ามาใกล้เท่าไรโอกาสหลบพ้นยิ่งยากเท่านั้น โดยเฉพาะยามนี้ที่ชิกิงามิเหลือไม่ถึงสิบตนด้วยแล้ว แทบไม่ต้องแบ่งแยกสมาธิ
ทว่าโคจิเพียงสืบเท้าไปข้างหน้าสองก้าวเท่านั้น ขณะเท้าเพิ่งหยุดลง ท่าสังหารที่แท้จริงพลันปรากฏ
ไม่ใช่นักดาบ แต่เป็นหมุดทองเหลืองและเข็มเย็บผ้า
อาวุธวิเศษเหล่านี้เคลื่อนตัวคล้อยหลังฝูงชีต้า อาศัยเลียบผนังถ้ำในฝั่งจุดบอดของมังกรปีศาจ ด้วยรูปร่างเล็กของอาวุธทั้งสองชนิด ดวงตาข้างเดียวของมันจึงไม่อาจมองเห็นได้
เมื่อสบโอกาส โมงยามแห่งการสังหารก็เริ่มขึ้น
หมุดทองเหลืองหมุนตัวอย่างรวดเร็วราวกับสว่านความเร็วสูง เคลื่อนตัวจากมุมถ้ำฝั่งขวา เป้าหมายคือช่วงท้องอันหนานุ่ม
เข็มเย็บผ้าเกาะตัวกันราวกับฝูงผึ้ง บัดนี้หยุดนิ่งอยู่บนเพดานตำแหน่งเหนือศีรษะของมังกรปีศาจ เป้าหมายคือดวงตาข้างที่เหลือ คราวนี้ไม่ต้องการทำลายดวงตาแต่ต้องการชอนไชไปให้ถึงสมอง
การโจมตีด้วยของวิเศษครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่?
การต่อสู้ระหว่างมังกรปีศาจกับองเมียวจิที่เดิมคิดว่าเข้าสู่ภาวะชะงักงันพลันเกิดการเปลี่ยนแปลง...
*อิเสะ ปัจจุบันคือจังหวัดมิเอะ เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าใหญ่แห่งอิเสะ ศาลของมหาเทพอามาเทราสุโอมิคามิ