ตอนที่หนึ่งร้อยห้าสิบ Revenge of The Nerd 5
นี่คือสิ่งที่แอนนาแตกต่างจากไวฟุแดนอาทิตย์อุทัย
หากได้จังหวะเธอจะ Orgy กับบอนนี่ตอนเมาก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอีกไทม์ไลน์เช่นกัน
แต่เธอจะออกแนวชอบหนุ่มแบดบอยเสียมากกว่า
ว่าเวลารู้สึกตัวเธอจะอายมากหากมีอะไรกับผู้หญิง
ซึ่งผมยอมรับว่าผมที่เป็นคนดีมีคุณธรรมนั้นเสียเปรียบอย่างมากในเรื่องนี้หากไม่ต้องการให้มีเรื่องดราม่าแย่งชิงรักหักสวาทเกิดขึ้นที่แนวโรมานซ์ของผู้หญิงและเฮอร์ไมโอนี่ชอบมากนั่นเอง
หากเรื่องนี้คือนิทานอีสปหรือออกแนวปรัชญาสอนใจชาวอเมริกันคือ
เซ็กส์ไม่ใช่ทุกอย่าง
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าต้องการสื่ออะไรเหมือนกันอย่างที่บอกว่าแนวคิดรากฐานของหนังสือนอกบทเรียนของแนวอเมริกันคือ
The great gastby
ที่สรุปคร่าวๆคือแนว ntr สาวที่เราหลงรักไปแต่งงานกับเศรษฐีมีครอบครัวของเธอ
ต่อให้เราสร้างเนื้อสร้างตัวร่ำรวยขึ้นเราก็ย้อนเวลากลับไม่ได้เพราะเธอมีครอบครัวแล้ว...
ก็ไม่รู้ว่าระบบการศึกษาของอเมริกันต้องการอะไรเมหือนกันถึงเอาเรื่องนี้ให้เด็กประถมและมัธยมอ่านเป็นหนังสือเสริมบทเรียน
หรือเพราะอย่างนี้อาจจะอธิบายได้หลายๆอย่างว่าทำไมชาวอเมริกันถึงงุนงงเกี่ยวกับแนว
Childhood friend
เพื่อนสมัยเด็ก
ของแดนอาทิตย์อุทัย
เพราะสำหรับสาวอเมริกันคำสัญญาสมัยเด็กไร้ความหมายไร้ความน่าเชื่อถือ ไม่จริงจังอะไรทั้งนั้น
อยู่กันแบบสังคมผู้บริโภคหาความสุขใส่ตัว ชีวิตไม่มีความหมาย...ทั้งที่มีปีศาจตัวเป็นๆอยู่ในสังคมด้วยก็ตาม
ต้องคอยจนยุคสมัยที่วันพีซขายได้เทียบเท่าซูเปอร์แมนการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมถึงทำให้เพื่อนสมัยเด็กมีความหมายขึ้นมาบ้างในความคิดของชาวอเมริกันแม้พวกเขาจะยังหัวเราะเยาะก็ตาม
แต่ก็ยังเรียกว่าแนวคิดนี้พอจะปรากฏอยู่ในกระแสความคิดสังคมบ้าง
อนิจจาผมอยู่ในยุคอดีตที่ยังป่าเถื่อน
ยุคที่คนยังคิดว่าคอมพิวเตอร์สามารถย้อนเวลาสร้างประตูข้ามมิติ วิญญาณที่ต้องการฟื้นคืนชีพสร้างร่างกายตนเองเป็นหุ่นยนต์ได้...โอเคผมยอมรับ คอมพิวเตอร์ทำอย่างนั้นได้จริงๆแต่การใช้อย่างแพร่หลายยังไม่เท่าสังคมปัจจุบัน
คนคิดว่าคนที่เปิดปิดคอมพิวเตอร์เป็นคือพวกเนิร์ดอย่างเลโอนาร์ดเป็นต้น
ความไม่เข้าใจและความแตกต่างกันมีมากมาย
หากหวังความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนนนานแนวความคิดอเมริกันอาจะจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการนัก
แต่ในเรื่องการหาความสุขใส่ตัวนั้น
ทั้งบอนนี่และแอนนาก็เลียตัวผมไปมาอย่างเต็มที่
พวกเธอใส่ใจกับการหาความสุขมากกว่าการคิดอะไรไร้สาระแบบผมนั่นเอง
“ฮิ ฮิ ฮิ ดูสิ มีชีวิตขึ้นมาอีกแล้ว”
บอนนี่กล่าวอย่างอารมณ์ดีที่ยั่วอารมณ์ผมได้อีกครั้ง