64.แผนชายงาม
“พวกเจ้าเห็นใช่ไหมว่าพวกปีสองลงมือโหดเหี้ยมถึงตาย”ไป๋หลงหันไปถามสหายทั้งหลาย หลังจากเผยฝีมือที่แท้จริงใช้พลังยุทธที่มีจัดการโยนพวกปีสองออกจากสนามไป
หลายคนถูกซ้อมจนสลบขณะที่ส่วนหนึ่งบาดเจ็บเขียวช้ำไปทั้งตัว โชคดีที่ยังไม่มีใครบาดเจ็บร้ายแรงทว่าใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความโกรธแค้นอย่างรุนแรง จ้องมองไปยังร่างของปีสองที่นอนอยู่ข้างสนามซึ่งสลบเหมือด กระดูกแตกหักด้วยฝีมือของไป๋หลง!
“หึ..เห็นชัดเลยละข้าเกือบตาบอดด้วยซ้ำ”สหายคนที่ไป๋หลงช่วยไม่ให้ตาบอด ตอบคนแรก
“ข้าก็เกือบถูกตีขาหัก”อีกคนตอบและท่ามกลางเสียงตอบของปีหนึ่ง เสียงก่นด่าก็เริ่มดังขึ้น
“พวกปีสองสารเลว!”เด็กปีหนึ่งหลายคนเริ่มก่นด่าพวกปีสอง เพราะทุกคนล้วนถูกทำร้ายอย่างรุนแรงหากไป๋หลงไม่ยื่นมือมาขัดขวางการกระทำของปีสอง เกรงว่าปีหนึ่งทุกคนอาจจะบาดเจ็บร้ายแรงถึงขั้นพิการ
“เกินไปแล้ว พวกมันมีความแค้นอะไรกันกับเราถึงได้ลงมือโหดเหี้ยมขนาดนี้!”คำพูดนี้ตรงใจปีหนึ่งทุกคน
ไป๋หลงขมวดคิ้วด้วยคาดเดาว่าที่ปีสองลงมือโหดเหี้ยมแบบนี้ต้องเป็นฝีมือของพี่ชายต่างมารดาของตนแน่ ในเมื่อคนผู้นี้ก็อยู่ปีสองเช่นกัน เด็กคนนี้จิตใจโหดเหี้ยมอายุแค่ห้าขวบก็สั่งสัตว์อสูรจับน้องสาวที่อายุสี่ขวบโยนลงน้ำจนหัวฟาดขอบสระจนตาย... มาบัดนี้เพียงแค่ต้องการกำจัดเธอคนเดียวกับลากสหายร่วมชั้นปีของเธอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
น่าแปลกใจว่าพี่ชายต่างมารดาผู้นี้ใช้วิธีการใดจึงทำให้เด็กปีสองหลายสิบคนร่วมกันทำร้ายเด็กปีหนึ่งได้...ทั้งๆที่เรื่องนี้หากผิดพลาดคนเหล่านี้จะต้องถูกไล่ออกจากสำนักคนเหล่านี้ยินยอมเอาอนาคตอันรุ่งโรจน์มาเสี่ยงได้อย่างไร... และต้องเอาผลประโยชน์แบบไหนเข้าล่อหรือขู่บังคับอย่างไร คนเหล่านี้จึงยินยอมร่วมมือด้วย
“ความจริงแล้วพวกมันพุ่งเป้ามาที่ข้าอยากให้ข้าตายในการประลองครั้งนี้มากกว่า”ไป๋หลงกล่าว ขณะยกเท้าถีบคู่ต่อสู้ที่พุ่งเข้ามาหาไป๋หลงถลึงตาใส่ปีสาม ที่เข้ามาขัดจังหวะพูดคุยของตนและเพราะอารมณ์โมโหที่เห็นปีสองรังแกสหายตนยังอยู่ ไป๋หลงจึงตามไปกระทืบร่างที่ตนเองถีบลอยไปไกลจนอีกฝ่ายกระอักเลือดออกมาคำใหญ่
หลายคนที่คิดจะเข้ามาเล่นงานไป๋หลงเมื่อเห็นท่าทางดุดันของไป๋หลง ทำให้คนเหล่านั้นหยุดความคิดของตนทันที
หากเสี่ยวไป๋มาเห็นคงจะบอกว่า... ‘สมน้ำหน้ารนหาที่ตายเอง!’ ยามที่ไป๋หลงหงุดหงิด อย่าได้เข้าไปยุ่งกับนางเป็นอันขาดหาไม่จะตายอนาถ!
“เกิดอะไรขึ้นทำไมพวกปีสองถึงได้หมายหัวเจ้าได้”สหายร่วมชั้นคนหนึ่งถามขึ้นหลังจากไป๋หลงเตะโด่งร่างปีสามนั้นออกจากสนาม
“ข้ามีพี่ชายต่างมารดาอยู่ชั้นปีสอง...”ไป๋หลงกล่าวขณะสีหน้าเต็มไปด้วยโทสะ“ตั้งแต่เขาและมารดาหวังเพียงสิ่งเดียว นั่นคือ ต้องการเห็นข้าที่กำพร้ามารดาตั้งแต่เล็กตาย!”ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห!อยากจับคนผู้นี้กับมารดาเลี้ยงมาหักคอเสีย!
เพื่อนร่วมชั้นปีต่างทำสีหน้าตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาเกือบหนึ่งปีที่ไป๋หลงพบเจอ จนสุดท้ายต้องเสียโฉมกลายเป็นที่รังเกียจของผู้คน... แม้แต่เฟยหานตงยังทอดทิ้ง! ทั้งๆที่แรกๆแสดงออกว่าไม่รังเกียจแผลเป็นของไป๋หลง
“หรือว่าที่เจ้าถูกคนลอบสังหารครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เป็นฝีมือแม่เลี้ยงของเจ้าเช่นกัน”สหายอีกคนกล่าว
“ถูกต้องเป็นฝีมือของแม่เลี้ยงข้าจริงๆ”ไป๋หลงกล่าว ก่อนจะเริ่มทำสีหน้าสำนึกผิดเมื่อมองหน้าเพื่อนๆ
คนเหล่านี้ล้วนหวังดีกับเธออย่างจริงใจแต่แล้วเธอกลับนำเภทภัยมาให้สหายเหล่านี้...
หากไม่บังเอิญว่าเสี่ยวไป๋มาทันวันประลองยุทธป่านนี้เธอก็คงไม่รู้ว่ามีคนเล่นตุกติกกับยากักวิญญาณ และสหายของเธอเหล่านี้อาจต้องกลายเป็นซากชิ้นส่วนที่ถูกสัตว์อสูรฉีกกระจุย
“ต้องขออภัยที่ข้าเป็นต้นเหตุให้พวกเจ้าทุกคนเกือบจะบาดเจ็บสาหัส”ไป๋หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดจากใจจริง
ฉับพลันไป๋หลงก็รับรู้ได้ว่ามีมือวางลงบนบ่าของตนเป็นหัวหน้าชั้นปี สตรีสุดโหด
“เจ้าอย่าได้กังวลไป ถึงอย่างไรตอนนี้พวกเราทุกคนก็ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสจงอย่าได้โทษตัวเอง หากจะมีใครผิดก็ควรเป็นพวกมัน!”สตรีหัวหน้าชั้นปี ผู้ห้าวหาญ กล่าวเสียงดังขณะชี้ไปที่เหล่าปีสองที่สลบเหมือดอยู่ข้างสนาม “คอยดูเถอะ! พวกมันต้องชดใช้!”
“ใช่พวกมันต้องชดใช้!/ใช่พวกมันต้องชดใช้!”เสียงเหล่าปีหนึ่งกล่าวสนับสนุนหัวหน้าชั้นปีดังสนั่นและในขณะที่เหล่าชั้นปีหนึ่งกำลังจับกลุ่มคุยกัน ก็ไม่มีชั้นปีอื่นกล้าเข้ามาสู้กับปีหนึ่งอีกแม้ว่าปีหนึ่งน่าจะอ่อนแอที่สุดในการประลอง
ทว่า...ด้วยไป๋หลงแสดงฝีมือที่แท้จริงเพียงพริบตาเดียวก็ใช้ความรวดเร็ว จัดการกับปีสองนับสิบคนให้กระเด็นออกจากสนามไปได้คนที่เคยมีความคิดจะกำจัดปีหนึ่งออกจากสนาม ต่างต้องรีบหยุดความคิดทันทีเพราะหากสตรีอัปลักษณ์ผู้นี้ลงมือแบบเมื่อครู่ ไม่แน่ว่าคนที่ถูกโยนออกจากสนามอาจเป็นพวกตนแทนที่จะเป็นเหล่าปีหนึ่ง ดังนั้นหาทางกำจัดคนที่อ่อนแอกว่าคนอื่นดีกว่า...อย่าไปยุ่งกับพวกปีหนึ่ง โดยเฉพาะ สตรีอัปลักษณ์ผู้นี้เลย!!!
เฟยหานตงกำลังมุ่งหน้าไปหาสตรีอัปลักษณ์และถีบใครที่ขวางทางออกกระเด็นหมด! อ่า...ดูเหมือนว่าสองคนนี้กำลังจะต่อยตีกันแล้ว!เมื่อเห็นดังนั้นคนทั้งสนาม รีบหลีกลี้หนีให้ห่าง สองคนนี้ทันที...
เหล่าผู้ชมข้างสนามต่างสังเกตเห็นความผิดปกติในสนามหลังจากที่เด็กสาวผู้สวมหน้ากากสีขาว จัดการโยนคู่ต่อสู้นับสิบออกจากสนามเห็นเด็กปีหนึ่งเกาะกลุ่มกันสู้ สร้างความประทับใจให้กับคนดูว่ามีน้ำใจหนึ่งใจเดียวกัน และมีหลายคนอุทาน ด้วยความชื่นชมในฝีมือของเด็กสาวอัปลักษณ์ที่น่าจะก้าวไปถึงระดับยอดยุทธแล้ว อายุเพียงเท่านี้ก็กลายเป็นอัจฉริยะไปเสียแล้วเพียงแค่อายุสิบสี่ปีกลับก้าวถึงระดับยอดยุทธอนาคตไม่แน่ว่านางอาจไปถึงระดับตำนานแห่งราชัน! จุดสูงสุดแห่งพลังยุทธ
ขณะเฟยหานตงมุ่งหน้ามาหาไป๋หลงสหายทั้งหลายของไป๋หลงรีบพุ่งตัวเข้าไปหาเฟยหานตง...ด้วยหวังว่าการลงมือโจมตีพร้อมกันจะมีใครสักคนที่ชกใบหน้างามๆของคนเย่อหยิ่งผู้นี้ได้กล้าทำให้เพื่อนพวกเขาเสียใจ คนผู้นี้ต้องถูกสั่งสอน! แม้ว่าตอนนี้พวกเขาบาดเจ็บก็ยินยอมสู้ตายกับคนผู้นี้!
ทว่า...ในความเป็นจริงกับในความคิดย่อมแตกต่างกัน
เมื่อเฟยหานตงเหวี่ยงคู่ต่อสู้ให้พ้นทางด้วยท่าทางสบายๆเพียงแค่ขยับมือเท้าไม่กี่ทีทำราวกับว่าคู่ต่อสู้เหล่านั้นเป็นเพียงแมลงน่ารำคาญที่บินมารบกวนแค่ยกมือปัดๆไม่กี่ทีก็ส่งพวกมันปลิวไปไกลได้แล้ว
ดังนั้นสหายของไป๋หลงจึงลงไปกองกับพื้นอย่างง่ายดายและลุกไม่ขึ้นอีกเลย(เป็นเพราะการต่อสู้ก่อนหน้ากับพวกปีสองทำให้ปีหนึ่งบาดเจ็บหนัก)
“เหอะ!”ไป๋หลงทำเสียงขณะถลึงตาใส่เฟยหานตงที่มุ่งมาหาคนผู้นี้เกินไปแล้วจริงๆทำตัวน่าหมั่นไส้เหลือจะทน
ทว่าขณะเดียวกันไป๋หลงก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอกที่บรรดาเพื่อนร่วมชั้นปีทั้งหมดในกลุ่มเดียวกัน ไม่อาจผ่านเข้าสู่รอบสองได้อย่างน้อยสหายของเธอก็ไม่ต้องไปตายในป่าสัตว์อสูรนั่นแล้ว
ไป๋หลงหรี่ตามองเด็กหนุ่มรูปงามเจ้าของบุคลิกเย่อหยิ่งเย็นชา ที่ไม่ว่ามองมุมไหน ก็รูปงาม ชวนให้คนเคลิบเคลิ้มจิตใจสั่นไหว... สำหรับคนผู้นี้ต้องถูกอัดให้หายแค้นใจ!
ไป๋หลงแววตาลุกวาวขณะพุ่งเข้าหาเฟยหานตงด้วยความเร็วสูง
“ไป๋หลงเจ้าฟังข้าพูดก่อน!”เฟยหานตงขมวดคิ้วขณะตะโกนบอกคนเจ้าคิดเจ้าแค้น หมายจะพูดจากันให้เข้าใจ
ทว่าสิ่งที่ได้รับจากไป๋หลงก็คือฝ่ามือพิฆาตที่เคยตบแก้มเขาจนเป็นรอยก่อนหน้านี้จนถึงตอนนี้เขายังเจ็บอยู่เลย!
เฟยหานตงรีบเบี่ยงตัวหลบฝ่ามือนารีพิฆาตทันที!ได้ยินเสียงวืด เฉียดใบหน้าตนไปเล็กน้อยขณะรับรู้ได้ถึงกระแสพลังยุทธอันรุนแรง ที่ตัดผมสีเงินของเขาร่วงหล่นไปหนึ่งปอย...
ผู้ชมทั้งสนามต่างตกตะลึงแม้กระทั่งผู้เข้าร่วมประลองต่างหยุดชะงัก จ้องคนทั้งคู่ตาแทบถลน!
บ้าไปแล้ว! สตรีผู้นี้กล้าลงมือต่อเฟยหานตงอย่างที่ประกาศไว้จริงๆซ้ำยังลงมือถึงตาย! หลายคนแอบกลืนน้ำลายด้วยความสยองความเร็วของสตรีผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว! หากเปลี่ยนเป็นพวกเขาลงสนามอาจถูกตบจนกะโหลกร้าวก็ได้!
ยังไม่ทันที่เฟยหานตงจะได้อ้าปากพูดอะไรฝ่าเท้าของไป๋หลงก็ลอยมาตรงหน้า เฟยหานตงได้แต่กระโดดหลบ
“ตึง!”เสียงฝ่าเท้าของไป๋หลงพลาดเป้ากระแทกพื้นหินสนามประลองจนแตกร้าว เป็นรอยรองเท้าจมลึกลงไปในหิน!
เสียงสูดปากด้วยความหวาดเสียวของผู้ชมดังขึ้นขณะที่คนถูกประทุษร้ายอย่างเฟยหานตงขมวดคิ้ว สีหน้าคล้ายหนักใจ
“ไป๋หลงเจ้าคุยกับข้าดีๆก่อนไม่ได้หรือ”เฟยหานตงขอร้องด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนน่าฟัง
ทว่าคนถูกขอร้องกลับมีสีหน้าบึ้งตึงพร้อมกับโต้วาจา และส่งกำปั้นน้อยๆพุ่งใส่หน้าเฟยหานตง! “ข้าไม่ฟัง!”
เฟยหานตงเบี่ยงตัวหลบกำปั้นที่อัดแน่นด้วยพลังยุทธไว้ก่อนยึดข้อมือบอบบางของไป๋หลงไว้ทำให้นางขยับแขนข้างนั้นไม่ได้ทว่ามืออีกข้างที่ยังว่างอยู่ก็ฟาดตามมาติดๆ
“หมับ!”เฟยหานตงรับฝ่ามือนั้นไว้ได้ทันด้วยการคว้าจับแขนของไป๋หลง
ทว่าไป๋หลงยังไม่สิ้นฤทธิ์เมื่อนางยกเท่ากระแทกหน้าท้องของเฟยหานตงเต็มแรง
“อุ๊ป..”เฟยหานตงเจ็บจนหน้าเปลี่ยนสีทว่าไม่ยอมปล่อยมือจากไป๋หลง
เฟยหานตงเปลี่ยนเป็นรวบร่างบางเข้าสู่อ้อมแขนรัดร่างบางไว้อย่างแน่นหนา ด้วยกลัวว่าหากปล่อยนางหลุดมือ สตรีผู้นี้ต้องตีเขา จนปางตายแน่นอน!
ไป๋หลงก็ดิ้นไปมาหมายจะให้หลุดจากการเกาะกุมของเฟยหานตงทว่าอีกฝ่ายมีพละกำลังของบุรุษที่เหนือกว่าทำให้ไป๋หลงไม่อาจสะบัดหลุด
เฟยหานตงโน้มหน้าลงมาข้างหูของไป๋หลงก่อนริมฝีปากหยักได้รูปจะจุมพิตที่ข้างแก้มของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา
ขณะที่ผู้ชมทั้งหลายผิวปากแซวบ้างก็หน้าแดงเขินอายกับท่าทางของเฟยหานตงที่แสดงความสนิทสนมแนบชิดเช่นนี้ต่อหน้าคนนับพัน
ไป๋หลงหยุดดิ้นทันทีชะงักตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหน้าแดงก่ำบอกไม่ถูกว่าโกรธหรือเขินอายมากกว่ากัน!
เกินไปแล้ว นี่มันสนามประลองนะ! คนตายด้านผู้นี้ถึงกับทำตัวเจ้าชู้กรุ้มกริ่มต่อหน้าคนมากมายทำแบบนี้จะให้เธอเอาหน้าไปไว้ที่ไหน น่าขายหน้า! น่าขายหน้าที่สุด!
ขณะที่คนลงมือลวนลามผู้อื่นกลับอมยิ้มน้อยๆแววตาเจ้าเล่ห์ซ้ำยังรัดอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ขณะโน้มหน้าริมฝีปากชิดใบหูของไป๋หลง
ไป๋หลงรู้สึกใบหูร้อนผ่าวกับสัมผัสนั้นก่อนจะเบนหน้าหนีริมฝีปากสวยได้รูปของอีกฝ่าย ทว่าถึงอย่างไรก็หนีไม่พ้นสุดท้ายริมฝีปากสวยได้รูปก็ตามมาประชิดข้างหู สัมผัสแผ่วเบายามอีกฝ่ายขยับปากจะพูดทำให้ไป๋หลงรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งหน้าราวกับเป็นไข้
หากตอนนี้เธอไม่ถูกอีกฝ่ายรัดไว้ในอ้อมอกจนขยับมือไม่ได้ละก็เธอจะชกหน้าคนผู้นี้ให้เสียโฉม โทษฐานกล้าลวนลามเธอต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้
ถ้าทำตอนอยู่ด้วยกันสองต่อสองจะไม่ว่าอะไรเลย! ซ้ำเธอจะลวนลามอีกฝ่ายกลับด้วย...แอ๊ะ ไม่ถูกสิ ตอนนี้เธอสมควรจะโมโห ไม่ใช่คิดเรื่องจะลวนลามอีกฝ่ายกลับ
ไป๋หลงรีบปั้นหน้าบึ้งตึงเมื่อรู้สึกตัวว่าตนเองกำลังเผลอยิ้มกรุ้มกริ่มลามกอยู่
“ปล่อย!”ไป๋หลงตวาดเฟยหานตงขณะยกเท้าหมายจะกระทืบเท้าอีกฝ่าย แต่เฟยหานตงดันรู้ทันชักเท้าหนี
“เจ้าฟังข้าสักครั้งข้ามีเรื่องร้ายแรงจะบอก”น้ำเสียงของเฟยหานตง ตึงเครียดและจริงจังมาก ทำให้ไป๋หลงนิ่งงันหยุดแผลงฤทธิ์ชั่วคราว
“ข้อแรกข้าสัมผัสได้ถึงจิตมารที่รุนแรงการแข่งขันครั้งนี้เจ้าต้องระวังตัวให้มากจิตมารนี้รุนแรงมากบางทีอาจถึงระดับจอมมาร”น้ำเสียงของเฟยหานตงอ่อนโยนลงเมื่อกล่าวให้ไป๋หลงระมัดระวังตนเอง
แม้สงครามระหว่างเทพและมารฝ่ายเทพจะเป็นฝ่ายชนะ ทว่ากลับสูญเสียอย่างหนักเทพเซียนหลายองค์ถึงกับจิตวิญญาณแตกสลาย นอนเป็นผักอยู่หลายพันปีกว่าจะรวมดวงจิตกลับมาได้ขณะที่เทพเซียนบางองค์ ถึงขั้นต้องลงไปเวียนว่ายตายเกิดในโลกมนุษย์เผชิญเคราะห์กรรมทั้งหลายแล้วกลับคืนสู่สวรรค์
“เรื่องนี้เสี่ยวไป๋เตือนข้าแล้วหนำซ้ำข้ายังคิดว่าจิตมารนี้มาจากพวกสำนักเซียนทั้งหลายด้วย จิตมารนี้แม้กระทั่งข้าที่ไม่มีพลังเทพเซียนยังรู้สึกได้ถึงจิตที่มุ่งร้าย”ไป๋หลงขมวดคิ้ว“ข้าเกรงว่าการประลองยุทธของสำนักพยัคฆ์ทมิฬครั้งนี้จะกลายเป็นการต่อสู้ระหว่างเทพและมารแทน” ไป๋หลงสบตากับเฟยหานตง“เจ้าก็ดูแลตัวเองให้ดีแล้วกัน อย่าตายเสียละ ข้ายังไม่ได้กระทืบเจ้าให้หายแค้นที่หลอกลวงข้า!”คราวนี้น้ำเสียงของไป๋หลงอัดแน่นไปด้วยโทสะ เมื่อนึกถึงเรื่องที่เฟยหานตงปิดบังว่าตัวเองคือมังกรฟ้า
“ได้...หากชะตาข้ายังไม่ถึงฆาตข้าจะต้องกลับมาให้เจ้ารังแกได้ตามใจชอบแน่นอน”เฟยหานตงตอบขณะยิ้มกรุ้มกริ่มหยอกเย้า“เจ้าจะตบ จะจูบ จะลูบ จะคลำ ข้ายินยอมทั้งสิ้น”
ไป๋หลงได้ยินแล้วกลึงตาใส่เฟยหานตง คนผู้นี้นับวันวาจายิ่งลามก!
ฉวยโอกาสตอนที่เฟยหานตงไม่ระวังถอนศอกใส่หน้าท้องอีกฝ่ายจนตัวงอ ก่อนจะสะบัดตัวหลุดออกจากอ้อมกอดนั้นมาได้
“เหอะ!”ไป๋หลงทำเสียงไม่พอใจ“เจ้าลองตายดูสิ! ข้าจะแต่งกับคนอื่นให้ดู”ไป๋หลงอ้าปากประชดอีกฝ่ายทั้งๆที่ในใจเป็นห่วงเฟยหานตงอย่างมาก....
หากเป็นดั่งที่เจ้าเสี่ยวไป๋รู้สึกหากจิตมารตนนี้มีพลังระดับจอมมาร เกรงว่างานนี้แม้แต่เฟยหานตงยังต้องตึงมือยากจะเอาชนะได้
เฟยหานตงได้ยินดังนั้นพลันขมวดคิ้วตอนนี้ตนอยู่ในร่างมนุษย์ พลังที่แท้จริงก็มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นเกรงว่าตนจะเคราะห์ร้ายมากกว่าเคราะห์ดี
“หากว่าข้าไม่รอดจริงๆถ้าเจ้าอยากแต่งกับใครก็แต่งเถอะหากเจ้าอยู่กับคนผู้นั้นแล้วมีความสุข”น้ำเสียงของเฟยหานตงเย็นชาแววตากระด้างปกปิดความรู้สึก
ไป๋หลงได้ยินแล้วอ้าปากค้างคนผู้นี้สมควรห้ามปรามเธอ ไม่ใช่หรือ เหตุใดยังออกปากยุยงส่งเสริมกันอีก! เห็นอยู่ว่าไม่พอใจแต่ยังออกปากสนับสนุนความคิดของเธออีก! รู้จักไหม ประชด!ข้าประชด! ไป๋หลงนึกคันเท้าตงิดๆอยากจะยกถีบคนผู้นี้ หูพลันได้ยินเฟยหานตงกล่าวขึ้น
“แต่หากคนที่เจ้าจะแต่งด้วยคือเยี่ยนเฟยผู้นั้น เจ้าสมควรคิดให้รอบคอบ เขาเคยทำร้ายจิตใจเจ้าอย่างสาหัสถึงขั้นเจ้ายามอยู่ในปรโลกดื่มน้ำแกงยายเมิ่งไม่ปรารถนารักกับคนผู้นี้ไม่ว่าภพชาติใด”เฟยหานตงกล่าวขณะแววตาเหม่อลอยคล้ายกำลังติดอยู่ในภวังค์ของตน
ไป๋หลงได้ฟังแล้วก็งุนงง ว่าตนเองกับเยี่ยนเฟยเคยรักกันด้วยหรือ...ถึงขั้นว่าเธอดื่มน้ำแกงยายเมิ่งยังชิงชังคนผู้นี้จนไม่ต้องการเขาไม่ว่าภพชาติใด...
‘นี่มันเรื่องอะไรกัน?’ไป๋หลงคิดในใจ เท่าที่จำได้นับตั้งแต่ถือกำเนิดเป็นเทพมังกรเธอไม่เคยต้องดื่มน้ำแกงยายเมิ่ง ยิ่งไม่เคยถึงขั้นถูกเยี่ยนเฟยทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรงมาก่อน...หรือว่ายังมีความลับใดอยู่อีก
ขณะที่ไป๋หลงจะอ้าปากถามเฟยหานตงก็กล่าวขึ้น
“เรื่องนี้ข้าไม่พร้อมจะบอกเจ้า”เฟยหานตงหลับตาลงคล้ายข่มความรู้สึกบางอย่างเมื่อนึกถึงอดีต เขาไม่พร้อมที่จะเป็นคนบอกเรื่องราวอันเลวร้ายที่ไป๋หลงต้องเผชิญ
เฟยหานตงลืมตาขึ้นอีกครั้งคราวนี้แววตาเย็นชายากจะอ่านความรู้สึก“นี่เป็นเรื่องราวก่อนที่เจ้าจะถือกำเนิดเป็นเทพมังกร”เฟยหานตงอ้าปากพูด“ในไม่ช้าเจ้าจำเรื่องราวในอดีตได้เอง เยี่ยนเฟยผู้นั้นแอบเอายาถอนน้ำแกงลืมเลือนให้เจ้ากินแล้ว”
ไป๋หลงได้ยินดังนั้นก็งุนงงอย่างหนักเหตุใดเยี่ยนเฟยต้องทำเช่นนั้น เขาจะให้เธอจำอดีตที่เธอไม่ต้องการทำไม ในเมื่อเธอกับเขาจบกันไปแล้วเธอเชื่อว่าหากเธอถึงขั้นตั้งใจจะลืมเลือนคนผู้นี้ทุกภพทุกชาติเธอกับเขาต้องจบกันไม่ดีแน่นอน
“แต่หากเจ้าอยากรู้ความจริงเร็วกว่านั้นเจ้าไปถามเสี่ยวไป๋ได้เมื่อครู่มันแอบได้ยินข้ากับเยี่ยนเฟยพูดถึงอดีตของเจ้าบางส่วน...”เฟยหานตงถอนหายใจ“ที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้เจ้าเสี่ยวไป๋อาจตกอยู่ในอันตรายบุรุษที่เจ้าเห็นว่าดีต่อเจ้า อาจจะคิดฆ่าปิดปากเจ้าเสี่ยวไป๋อยู่ก็ได้”
ไป๋หลงได้ยินแล้วตกตะลึง‘เยี่ยนเฟยจะฆ่าเจ้าเสี่ยวไป๋!’ด้วยฝีมือของเสี่ยวไป๋ยังไม่อาจต่อกรกับองค์ชายรองจากเผ่ามารผู้มีพลังแข็งแกร่งเป็นอันดับสองเขาเผ่ามารได้(อันดับหนึ่งคือพี่ชายคนโตของเยี่ยนเฟย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งจอมมารแทนบิดาคนผู้นี้ไร้จิตมาร)
ขณะที่ไป๋หลงอ้าปากจะถามเรื่องราวให้กระจ่างพลันเสียงตีระฆังก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกเวลาว่าการแข่งขันจบสิ้นแล้ว
“เอาละเด็กๆการแข่งขันรอบนี้จบแล้ว”เสียงประกาศของจ้าวสำนักผู้มีรูปร่างคล้ายเด็กสิบขวบดังขึ้นเพื่อให้ทุกคนหยุดการต่อสู้
กระนั้นก็ไม่จำเป็นเพราะทุกคนได้หยุดการต่อสู้ตั้งแต่ไป๋หลง และเฟยหานตงสู้กันแล้ว! ทุกสายตามัวแต่จับจ้องคนทั้งคู่จนลืมเรื่องการประลองไปเสียสนิท
เด็กๆทั้งสนามประลองต่างแยกย้ายกันออกจากสนามเพื่อไปให้แพทย์สนามรักษาอาการบาดเจ็บของตน ขณะที่กลุ่มสอง เตรียมตัวลงสนามประลอง