ขณะที่หนิ่วเจี้ยนกั๋วกำลังพาคนไปกวนซาน
หลิวชิงหยู่ในเวลานี้ก็ได้อยู่ในโรงพยาบาลตำบลกวนซานพร้อมกับถังจื่อหย่ง จากการปะทะครั้งก่อน เพื่อปกป้องหลิวชิงหยู่ถังเจี้ยนกั๋ว ถูกหลัวกังตีเข้าไปจนกระอักเลือดไหลกองและสลบไป หลังจากหลัวกังหนี หลิวชิงหยู่ก็ให้แบกถังจื่อหย่งพาขึ้นรถให้หงซานจินดูอาการที่ด้านหลัง ส่วนเขารับหน้าที่ขับรถตรงเข้ามาในตำบลทันที
ความจริงแล้ว ตอนอยู่บนรถ ถังจื่อหย่งก็ตื่นขึ้นมาเมื่อเห็นว่าตัวเองอยู่บนรถแล้วหลิวชิงหยู่กำลังขับอยู่ เขาก็จะลุกขึ้นแล้วขอขับรถ แต่หลิวชิงหยู่ก็พูดขึ้นว่า “ถังจื่อหย่ง นอนไปเถอะ ไม่ต้องลุก เดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว จะได้ตรวจดูว่ามีอาการบาดเจ็บอื่นๆ หรือไม่”
หลิวชิงหยู่พูดกับถังจื่อหย่ง ต่อจากนั้นถังจื่อหย่งก็รู้สึกปวดหลังดังนั้นเขาจึงนอนพักนิ่งๆ
หลังจากมาถึงโรงพยาบาลตำบล หมอก็ได้วินิจฉัยอาการแล้วสรุปว่า ถังจื่อหย่งบาดเจ็บที่หลัง และมีอาการบวมช้ำที่หลัง นอกจากนั้นไม่มีอาการอื่นๆ แทรกซ้อน พร้อมทั้งแนะนำว่า ถังจื่อหย่งไม่ควรเคลื่อนไหวมากมายตอนกำลังบาดเจ็บ และให้ถังจื่อหย่งพักผ่อนเยอะๆ
หลังจากรู้ว่าถังจื่อหย่ง ไม่เป็นอะไรมากหลิวชิงหยู่ก็โล่งใจ เขารู้ดีว่ารองนายกถังให้ถังจื่อหย่งมาเป็นคนขับรถของเขาเป็นเรื่องที่ต้องทำใจและเสี่ยงอย่างมาก เพราะมันเท่ากับฝากชีวิตของลูกชายไว้กับคนอื่น ดังนั้นหลิวชิงหยู่ที่มองว่าถังจื่อหย่งเป็นพี่น้อง เขาก็ไม่สามารถนิ่งเฉยปล่อยให้ถังจื่อหย่งถูกกระทำ ตอนนี้เขาคิดจะสั่งสอนพวกหลัวกัง มิฉะนั้นหากมีคนแบบนี้อยู่ ย่อมไม่ดีต่อกวนซานแน่นอน แต่ตอนนี้ปัญหาใหญ่ก็คือเขาไม่มีอำนาจในสถานีตำรวจกวนซาน ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้คงจบได้ในเวลาสั้นๆ คนในสถานีตำรวจส่วนใหญ่เป็นของซือเจิ้นเฉียงต่อให้เขาออกคำสั่งไป แต่งานก็คงไม่คืบหน้าอะไรแน่นอน
เขาจะจัดการพวกหลัวกังได้อย่างไร คำถามนี้วนเวียนในหัวของเขาได้สักระยะแล้ว หลิวชิงหยู่รู้ดีว่า พวกหลัวกังเป็นแมลงสาบที่น่าขยะแขยง หากไม่รีบจัดการก็เกรงว่าคนกวนซานคงอยู่ไม่สงบ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่นายกเทศมนตรีอย่างเขาจะออกมาช่วยชาวบ้านจัดการกับคนเหล่านี้ทุกวัน เขารู้ว่าที่ ไห่เยว่กรุ๊ปกล้ากระทำการหยิ่งผยองท้าทายกฏหมายมันเป็นเพราะ ซือเจิ้นเฉียงเพิกเฉยหรือแม้กระทั่งอนุญาตให้กระทำ เพราะเบื้องหลังมันมีความเชื่อมโยงเกี่ยวพันไปถึงผู้สนับสนุนในเทศมณฑล ตอนนี้หลิวชิงหยู่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่เขาก็มั่นใจ
เขาควรทำอย่างไรดี
ตลอดช่วงบ่าย หลิวชิงหยู่ไม่ได้ไปสำนักงานเลย เขาวนเวียนอยู่ในห้องพักผู้ป่วยของถังจื่อหย่งและชาวบ้านหยูฉู่เพื่อดูว่าถังจื่อหย่งไม่มีอาการแทรกซ้อน พร้อมๆ กับปลอบโยนชาวบ้านที่ถูกข่มเหงรังแก ทำให้ชาวบ้านรู้ว่าหน่วยงานเทศบาลมีความคิดจะปกป้องพวกเขา ตอนนี้จิตใจของชาวบ้านก็ถูกเยียวยามากขึ้นเนื่องจากการเยี่ยมเยียนและพูดคุยของหลิวชิงหยู่ มันทำให้ชาวบ้านรู้สึกสบายใจและยินดีอย่างมากที่รู้ว่านายกคนปัจจุบันของกวนซานตั้งใจทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งนายกแบบนี้นับว่าหาได้ยาก
ท้องฟ้าเริ่มมืด โรงพยาบาลกวนซานเริ่มเปิดไฟให้ความสว่าง
ภายในโรงพยาบาล หลิวชิงหยู่ขอให้หงซานจิน ซื้อกับข้าว และข้าวสามชามจากร้านอาหารด้านนอกมาเพื่อนั่งกินในโรงพยาบาล
หลิวชิงหยู่ยิ้มอย่างขมขื่นพร้อมมองไปยังถังจื่อหย่งแล้วพูดว่า “จื่อหย่ง ฉันต้องการจัดงานเลี้ยงให้นายเย็นวันนี้แท้ๆ ไม่คิดเลยว่า นายที่พึ่งจะมาถึงจะเข้าโรงพยาบาลทันที ตอนนี้คงต้องงดแอลกอฮอล์ไปก่อน ไว้หายดีค่อยมาดื่มกัน”
ในขณะนี้แม้ว่าถังจื่อหย่งจะต้องเข้าโรงพยาบาล แต่เขาก็ไม่เสียใจในสิ่งที่ทำลงไป เพราะหลังจากมาถึงแล้วเขาเห็นการกระทำของหลิวชิงหยู่ เขาก็รู้สึกว่า เขาเลือกติดตามถูกคนแล้ว นิสัยของหลิวชิงหยู่อาจไปได้ไม่ไกลในทางการเมือง แต่เขาก็ไม่เสียใจภายหลัง เพราะหลิวชิงหยู่ตั้งใจทำเพื่อประชาชนจริงๆ มันทำให้เขาชื่นชมเจ้าหน้าที่คนนี้มาก พ่อของเขาเองก็ทำแบบเดียวกับหลิวชิงหยู่มาโดยตลอด นี่อาจเป็นเส้นทางเดียวกันก็เป็นได้
ทั้งสามคุยพร้อมกินอาหารกันสนุกสนาน หงซานจินรู้ว่าถังจื่อหย่งกลายเต็มใจกลายเป็นพรรคพวกและเต็มใจมาทำงานเป็นคนขับรถให้หลิวชิงหยู่ ตอนแรกเขาก็ตกใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจให้ชินไปเท่านั้น เขาติดตามหลิวชิงหยู่ถึงแม้หลิวชิงหยู่จะมาได้ไม่นาน แต่เขาก็เริ่มชินกับการกระทำของหลิวชิงหยู่ที่มักจะสร้างความตกใจให้
หลังจากกินอาหารเสร็จได้ไม่นาน ประตูห้องก็ถูกเปิดพร้อมชายใส่สูทสีดำเชิ้ตขาวสี่คนเดินเข้ามา จากนั้นหนิ่วเจี้ยนกั๋วก็เดินตามชายเหล่านั้นมาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม
เมื่อเห็นหนิ่วเจี้ยนกั๋วเดินเข้ามา หลิวชิงหยู่กับหงซานจินก็ถึงกับผงะไป
ในเวลานี้หนิ่วเจี้ยนกั๋วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “หลิวชิงหยู่คุณถูกสงสัยในข้อหาทำร้ายประชาชน และละเมิดวินัยร้ายแรงตอนนี้ฝ่ายตรวจสอบวินัยต้องนำตัวคุณไปทำการสอบสวน คุณโปรดให้ความร่วมมือและตามมาด้วย”
หลิวชิงหยู่เห็นแบบนั้นก็ตกตะลึง เขามองไปยังหนิ่วเจี้ยนกั๋วแล้วพูดด้วยความงงงวยว่า “เลขาธิการหนิ่ว คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าผมหลิวชิงหยู่ละเมิดวินัยตรงไหน”
หนิ่วเจี้ยนกั๋วพูดอย่างเหลืออดว่า “ขึ้นอยู่กับความคิดคุณ จะมีเจ้าหน้าที่คนไหนยอมรับว่าตัวเองละเมิดวินัย ทำผิด อย่ามัวพูดไร้สาระผมมาในฐานะฝ่ายตรวจสอบวินัยของเทศมณฑล นี่คือคำสั่งของคณะกรรมาธิการให้เราออกเดินทางทันที”
หลิวชิงหยู่ไม่รู้ว่าทำไม หนิ่วเจี้ยนกั๋วต้องการควบคุมตัวเขา และเขาไม่รู้ด้วยว่าเขาทำอะไรผิด เขาอยู่ในหยูฉู่ปกป้องจ้าวไห่ป๋อและคนอื่นๆ แต่ดูเหมือนว่าพวกอันธพาลชั่วจะบิดเบือนความจริงเสียแล้ว หลิวชิงหยู่เห็นว่าเป็นผลมาจากการประชุมของคณะกรรมาธิการดังนั้นหลิวชิงหยู่คงต้องยอมไปกับอีกฝ่าย
อย่างไรก็ตามหลิวชิงหยู่ก็ใจกล้าไม่กลัวการสอบสวนใดๆ เขามองไปยังถังจื่อหย่งแล้วพูดกับหงซานจินว่า “เหล่าหง ฝากทำตามที่หมอสั่งกำชับด้วยนะ ถังจื่อหย่งต้องอยู่โรงพยาบาลอีกสองสามวัน คุณอาจจะต้องทำงานหนักหน่อย ดูแลเขาให้ดีๆ ล่ะ เลขาธิการหนิ่วต้องการให้ผมไปกับเขา ไม่ต้องกังวล ผมจะรีบกลับมา”
หงซานจินพยักหน้าตอบไปว่า “นายกหลิว ไม่ต้องกังวลผมจะดูแลถังจื่อหย่งให้ดีที่สุด”
หนิ่วเจี้ยนกั๋วแสยะยิ้มที่มุมปากแล้วพูดในใจว่า “หลิ่วชิงหยู่ เชิญแกลำพองใจให้เต็มที่ แต่ว่าบรรดาผู้ที่เข้าสู่ห้องสอบสวนและดื่มชา-กาแฟของเราไป ก็มีไม่กี่คนหรอกที่รอดออกไปได้"
ในเวลาเดียวกัน หลิวชิงหยู่ ก็แสยะยิ้มแล้วเดินออกไป
ถังจื่อหย่งมองไปที่หลิวชิงหยู่แล้วพูดเสียงดังว่า “ลูกพี่ ไม่ต้องกังวลหรอก คนที่ทำเพื่อประชาชนจริงๆ สวรรค์และผู้คนย่อมรู้ดี ผมไม่มีทางปล่อยให้คนพวกนั้นทำอะไรลูกพี่ได้แน่นอน”
ได้ยินถังจื่อหย่งพูด หนิ่วเจี้ยนกั๋วก็หันไปมองด้วยสีหน้าดูถูก รู้สึกว่าเด็กหนุ่มสมัยนี้หยิ่งผยองมาก เขาคือคณะกรรมาธิการตรวจสอบวินัยเชียวนะ เขาเองก็อยากจะรู้ว่าถังจื่อหย่งจะทำตามที่พูดได้ไหม
หลิวชิงหยู่ออกจากโรงพยาบาลพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ในเวลานั้นเจ้าหน้าที่ต้องการจะรวบตัวหลิวชิงหยู่ แต่เมื่อเห็นหลิวชิงหยู่จ้องมองพร้อมกับปลดปล่อยจิตสังหาร พวกเขาก็ไม่กล้าผลีผลามแตะต้องตัว และพอเห็นหลิวชิงหยู่เดินไปอย่างให้ความร่วมมือพวกเขาก็ไม่ได้คิดจะแตะตัวหลิวชิงหยู่
เมื่อหลิวชิงหยู่เข้าไปในรถ ก็เห็นชาวบ้านวิ่งมาห้อมล้อมรถตู้ ชาวบ้านคนหนึ่งพูดด้วยความโกรธเอามือทุบรถแล้วพูดกับคนคนหนึ่งที่เป็นเจ้าหน้าที่ว่า “นายกหลิวไม่ได้ทำอะไรผิด พวกแกจะพาเขาไปไหน!”
หนิ่วเจี้ยนกั๋วเองก็รู้สึกตกใจ เขาไม่คิดว่าหลิวชิงหยู่จะมีประชาชนสนับสนุนแบบนี้ แต่เขาที่เป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์จึงกลอกตาเล็กน้อยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ ทุกคนโปรดฟัง ผมในฐานะเลขาธิการคณะกรรมาธิการตรวจสอบวินัยประจำเทศมณฑล ผมเข้าใจความรู้สึกพวกคุณเป็นอย่างดี แต่โปรดมั่นใจว่าเราเป็นหน่วยงานรัฐ เราไม่ทำร้ายคนดีแน่นอน และเราก็จะไม่ปล่อยคนชั่วลอยนวลแน่นอน เบื้องต้นเราจะพาสหายหลิวชิงหยู่ไปที่เทศมณฑลเพื่อสอบถามเหตุการณ์ หากไม่มีปัญหาอะไรเราจะปล่อยตัวเขากลับทันที”
ชาวบ้านไม่สบายใจ กับคำพูดของหนิ่วเจี้ยนกั๋ว พวกเขามองไปที่หลิวชิงหยู่แล้วพูดว่า “นายกหลิว พวกเขาบังคับคุณหรือไม่ ถ้าเป็นการบังคับโปรดบอกเรา เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาพาตัวคุณไป”
หลิวชิงหยู่เปิดหน้าต่างและยิ้มให้ชาวบ้านที่อยู่นอกรถแล้วพูดว่า “ทุกๆ คน ขอบคุณมากที่หวังดีเป็นห่วงผม โปรดวางใจได้เลยผมจะให้ความร่วมมือกับฝ่ายตรวจสอบวินัยและกลับมา ผมหวังว่าทุกคนจะรวมตัวกัน เพื่อปกป้องที่ดินบริเวณภูเขาชุ่ยผิง ไม่ให้พวกชั่วทำผิดกฎหมายฉกฉวยประโยชน์จากมัน"
ในที่สุดหลิวชิงหยู่ ก็ถูกทางเทศมณฑลที่วางแผนร้ายกุมตัวไป ชาวบ้านทำได้แค่มองตามรถตู้ที่กำลังขับออกไปจนพ้นระยะสายตา และนี่ก็คือหนึ่งในวิกฤติที่หลิวชิงหยู่ประสบนับแต่เข้าสู่เส้นทางการเมือง